8 กุมภาพันธ์ 2025
7 K
01

เปิดปี 2025 มาไม่กี่วัน ผมก็เห็นภาพบ้านไม้หลังสวยในอินสตาแกรมของยางนาสตูดิโอ บริษัทสถาปนิกพื้นถิ่นชื่อดังแห่งจังหวัดเชียงใหม่ ในคำบรรยาย เขียนชื่อบ้านว่า ‘oyea’ ลงชื่อเจ้าของบ้านว่า แจ็ค แฟนฉัน

หลังจากนั้นไม่นาน พื้นที่ข่าวบันเทิงก็ลงข่าวว่า แจ็ค แฟนฉัน เปิดที่พักแห่งใหม่ในอำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่

เวลาผ่านไปอีกนิด ผมก็พาตัวเองมาอยู่ที่บ้าน oyea ซึ่งออกเสียงว่า โอ๊เย

ผู้ประกอบการที่พักในเชียงดาวบอกผมว่า หลังจากโควิดเป็นต้นมา เชียงดาวเป็นหมุดหมายที่แมสขึ้น มีนักท่องเที่ยวชาวไทยเยอะขึ้น มีที่พักหลากหลายขึ้น และมีคนเดินขึ้นดอยหลวงเชียงดาวมากขึ้น

บ้านน้อยหลังนี้อยู่ท่ามกลางธรรมชาติแบบแทบจะไร้เพื่อนบ้าน ผมใช้เวลาช่วงหัวค่ำนอนแช่น้ำอุ่นในอ่างอาบน้ำหน้าบ้าน ดูพระอาทิตย์ตกหลังดอยหลวงเชียงดาว แล้วก็ดูพระจันทร์เสี้ยวข้างแรมกับดาวอังคารเหนือดอยหลวงต่อ

ค่ำกว่านั้น ท้องฟ้าที่มืดสนิทก็สกาวไปด้วยดาวสมชื่อ เมืองแห่งดวงดาว

อุณหภูมิด้านนอกร่วงต่ำกว่า 20 องศาเซลเซียส ดัชนีวัดคุณภาพอากาศสีเขียวสดแบบสูดลมหายใจเย็นชื่นได้สุดปอด ในตัวบ้านด้านในกรุ่นไปด้วยกลิ่นไม้ เพราะอาคารหลังนี้มีไม้เป็นโครงสร้างหลัก เข้าไม้แบบโบราณ แล้วไม้ทั้งหมดก็ไม่มีการทำสี ไม่มีการทาเคลือบแต่อย่างใด เลยได้กลิ่นไม้หอมฟุ้ง

ผ้าม่านสีครีมสลับครามและเบาะนั่งทั้งหมดเป็นของแบรนด์ Satu ที่จับเอางานผ้าแบบชนเผ่ามาประยุกต์ให้เป็นร่วมสมัยได้อย่างลงตัว

ผมรักแสงไฟของที่นี่ บ้านหลังนี้ไม่ใช้ดาวน์ไลต์และโคมใด ๆ แต่ใช้ฟลัดไลต์สาดแสงขึ้นไปกระทบฝ้าและโครงสร้างไม้ด้านบน ให้สะท้อนแสงวอร์มไวต์ 3,000 เคลวินกลับลงมาแบบนุ่มนวล ทั้งในตัวบ้านและตรงระเบียง

ผมนอนเปลเล่นอยู่ตรงระเบียง ทางขวาเป็นแสงไฟสีอุ่นจากตัวบ้าน ทางซ้ายมืดสนิท แต่ไม่ได้เงียบสนิท เพราะเต็มไปด้วยเสียงแมลง เสียงนก และสรรพเสียงของธรรมชาติยามค่ำคืนที่ผมก็เพิ่งสังเกตว่า ท่ามกลางความมืด มันมีเสียงมากมายเพียงนี้เชียวหรือ และผมก็ได้เสียงค่ำคืนเหล่านี้ทำหน้าที่ขับกล่อมส่งนอน

ผมตื่นช้ากว่าพระอาทิตย์เล็กน้อย แล้วออกไปวิ่งตามถนนหน้าที่พัก มุ่งหน้ากลับเข้าไปในเมือง วิ่งไปนิดเดียวก็ผ่านถ้ำเชียงดาว วิ่งต่อไปอีกนิดก็เจออุโมงค์ต้นไม้ จุดถ่ายรูปชื่อดังของถนนเส้นนี้ แล้วก็กลับมาอาบน้ำอาบท่าเตรียมรอรับแขก

บ้านหลังนี้สร้างบนที่ดินของ เฉลิมพล ทิฆัมพรธีรวงศ์ หรือ แจ็ค แฟนฉัน ผู้ถือหุ้นใหญ่ของโอ๊เย จะนับว่าเป็นบ้านของแจ็คก็ได้ เพราะเขาตั้งใจทำไว้พักผ่อน และเก็บออมเงินเข้าบัญชีภรรยาและลูก ส่วนเจ้าของหุ้นเล็กแต่มีบทบาทมาก คือ อุ๋ย-จิราทิตย์ สอาดเอี่ยม อดีตผู้กำกับโฆษณา เพื่อนที่เรียนมหาวิทยาลัยรังสิตมากับแจ็ค

เราไม่มีทางเข้าใจโอ๊เย ถ้าไม่รู้จักอุ๋ย

ขออนุญาตเล่าเรื่องราวของชายคนนี้สักหน่อย

02

อุ๋ยเป็นผู้กำกับโฆษณา

และนักเดินทางตัวยง

ช่วงล็อกดาวน์โควิด วงการโฆษณาไม่มีงาน อุ๋ยเลยใช้เงินเก็บทั้งหมดที่มีราว 50,000 บาท เดินทางมาเที่ยวเชียงดาวกับเพื่อน โดยหลอกว่าจะมาดูลู่ทางทำที่พัก เขายังไม่เจอที่ดิน แต่เจอแนวทางว่า ไม่จำเป็นต้องซื้อที่เป็นของตัวเอง ใช้วิธีเช่าที่จากชาวบ้านก็ทำที่พักได้

2 เดือนผ่านไป เงินในบัญชีของเขาหมดเกลี้ยง แต่ก็ยังไม่เจอทำเลที่ถูกใจ เขาคิดว่าคงกลับบ้านมือเปล่าเป็นแน่ แต่โชคชะตาก็ยังเข้าข้าง วันสุดท้ายก่อนเดินทางกลับมีชาวบ้านมาชวนไปดูที่ ซึ่งเจ้าของยอมแบ่งให้เช่า 100 ตารางวา

เนื่องจากเป็นสัญญาเช่า อุ๋ยจึงต้องสร้างที่พักให้พร้อมเคลื่อนย้าย เขาเลือกใช้เต็นท์ และเอาเงินทั้งหมดไปลงที่เต็นท์หลังเดียว เพื่อให้มันพิเศษที่สุด อุ๋ยออกแบบที่พักเองให้มีลานใหญ่ ๆ ไว้ดูดาว มีเต็นท์ Nordic สีครีมตรงกลาง มีกองไฟหน้าเต็นท์ และมีอ่างอาบน้ำอยู่ข้าง ๆ โดยมีวิวดอยหลวงเชียวดาวอยู่ด้านหลัง มีห้องครัวและห้องน้ำทำอย่างดีเหมือนโรงแรมอยู่ด้านซ้ายและขวา เพื่อเป็นที่พักใกล้ชิดธรรมชาติแต่ยังสะดวกสบาย หรือที่เรียกว่า Glamping

อุ๋ยตั้งชื่อว่า onenueng หรือ วันหนึ่ง เพราะ One แปลว่า หนึ่ง เนื่องจากมีที่พักแค่หลังเดียว แล้วคำนี้ก็มักจะอยู่ในเรื่องเล่าต่าง ๆ

เขาไม่รู้หรอกว่ามันจะกลายเป็นจุดเริ่มต้นเรื่องเล่าของเขา

อุ๋ยและหุ้นส่วนหมดเงินไปเกือบล้านบาท หมุนเงินจนหมดตัวก็ยังหาเงินมาทำครัวกับห้องน้ำไม่ได้ เขาเลยตัดสินใจเปิดเพจ Onenueng วันหนึ่ง แล้วถ่ายภาพแคบ ๆ ให้เห็นบรรยากาศเต็นท์ กองไฟ วิวดอยหลวงเชียงดาว และหลังคาครัวเล็กหน่อย เขาโพสต์เปิดตัวเดือนตุลาคม พ.ศ. 2563 แปะค่าที่พักคืนละ 4,500 บาท แค่โพสต์นั้นโพสต์เดียวมีคนแชร์ไปมากมาย มียอดจองมหาศาลกลับมา ได้เงินสดมามากถึง 500,000 กว่าบาท ทำให้ก่อสร้างทุกอย่างต่อได้ จนเปิดบริการได้สำเร็จ

อุ๋ยบอกว่านี่คือโรงเรียนของเขา เขาเรียนรู้จากลูกค้าและจากทุกอย่าง เขาเลิกรับงานโฆษณาหันมาทำที่พักเต็มตัว เพราะไม่ได้ตื่นเต้นกับการทำโฆษณาเหมือนกับการทำที่พัก

เดือนแรกที่เปิดตัว The Cloud ก็เขียนถึง แล้วก็มียอดจองจำนวนมากไหลเข้ามาอีกครั้ง ไม่นานจากนั้นก็มีสื่อต่างชาติมารีวิว แล้ววันหนึ่งก็โด่งดังในระดับนานาชาติ มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามามากมาย

เต็นท์กับฝนไม่ค่อยถูกกันเท่าไหร่ ที่นี่เลยเปิดบริการแค่เดือนตุลาคม-กุมภาพันธ์ แล้วปิดเทอมในช่วงที่เหลือ

อุ๋ยอยากทำที่พักแห่งใหม่ที่เปิดบริการได้ตลอดทั้งปี

03

ความสำเร็จของอุ๋ยทำให้เพื่อนหลายคนอยากทำตามบ้าง เพื่อนของเขาคนหนึ่งมาซื้อที่ดินที่อยู่ห่างไปสัก 200 เมตรเพื่อทำที่พัก แต่ยังไม่เริ่มสักที อุ๋ยเลยหุ้นกับเพื่อนแล้วขอเฉือนพื้นที่ที่ทำเลแย่สุดในแปลงมาทำที่พักก่อน มันเป็นทำเลจุดสูงสุดของบ้านยางปูโต๊ะ มองวิวได้รอบด้าน

อุ๋ยออกแบบด้วยตัวเองอีกครั้ง เขาอยากทำลานไม้กลม ๆ ใหญ่ ๆ ตรงกลาง ด้านล่างใช้เสาไม้รับน้ำหนักแบบเดียวกับหลองข้าวโบราณ ให้คนก่อไฟพูดคุยดูดาวได้ วิวข้างหน้าเป็นดอยหลวงเชียงดาว มีบ้านพักเล็ก ๆ ที่สะดวกสบายอยู่ด้านหลัง โดยเน้นเรื่องความเป็นชุมชนท้องถิ่น

เขาตั้งชื่อว่า putoh (พูโตะ) มาจากบ้านยางปูโต๊ะและดาวพลูโต ซึ่งเป็นดาวเคราะห์เดียวที่อยู่นอกระบบสุริยจักรวาล มีวงโคจรของตัวเอง ไม่ต่างจากตัวอุ๋ย

อุ๋ยโพสต์รูปเปิดตัว putoh ซึ่งเป็นที่พักหลังเดียวเช่นเดิม ราคาคืนละ 6,900 บาท ในเดือนธันวาคม พ.ศ. 2565 ฟีดแบ็กดีแบบถล่มทลาย แค่โพสต์แรกก็ทำเงินจากค่าจองที่พักได้ร่วมล้านบาท
เขากับเพื่อนกลุ่มเดิมเลยหุ้นกันเปิดอีกโรงแรมข้างกันชื่อ RUEDUFON (ฤดูฝน) เป็นบ้านหลังเดียวที่หรูหราขึ้นไปอีก เปลี่ยนมาใช้สถาปนิกออกแบบ มันจึงมีการเล่นกับพื้นที่เพื่อชมวิวดอยหลวงเชียงดาวที่น่าสนใจมาก อุ๋ยรู้สึกว่าฤดูฝนคือช่วงเวลาที่สวยที่สุด เป็นความสบายตา สบายปอด และสบายป่า เนื่องจากได้ฟื้นตัวหลังไฟมา เขาจึงตั้งคอนเซปต์ที่นี่ว่าเป็นบ้านแห่งการบำบัด มีบ่อให้แช่ออนเซ็นบนดาดฟ้า

ที่พักแห่งนี้ราคาคืนละ 12,000 บาท เปิดตัวเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2567 แบบเงียบกริบ ยอดจองต่ำเตี้ย สวนทางกับเงินลงทุนสูงลิ่ว แต่โชคก็ยังเข้าข้างอุ๋ยอีกครั้งเมื่อมีเพจท่องเที่ยวชื่อดังมารีวิว แล้วมีคนจองตามมามากมาย

ในช่วงนั้นเอง เขาก็ยังทำที่พักอีกแห่งชื่อ joy (จอย) เป็นกล่องคอนกรีตแสนเรียบง่าย จะได้ไม่ต้องปวดหัวเหมือนที่อื่น ๆ ในกล่องฝั่งหนึ่งเป็นห้องน้ำ อีกฝั่งเป็นห้องนอนที่เปิดม่านมาจะเห็นวิวดอยหลวงเชียงดาวเต็มผนังกระจก เป็นที่พักแนวทดลองราคาประหยัดที่ถูกใจวัยรุ่นมาก

แล้วก็ยังเปิดคาเฟ่อีกแห่งชื่อ TASANA CREATIVE SPACE (ทสฺสน) เป็นกล่องกระจกใสทรงยาวที่มีฐานเป็นปูน โครงหลังคาเป็นไม้ ให้คนได้ชมธรรมชาติ ชมงานศิลปะ และใช้จัดกิจกรรม ซึ่งอุ๋ยเพิ่งจัดคอนเสิร์ต LANDOKMAI จบไปหมาด ๆ

04

ผมกับอุ๋ยนั่งทิ้งตัวอยู่บนเบาะใยกัญชงสานทรงกลมของแบรนด์ Satu ที่ระเบียงข้างบ้านโอ๊เย

อดีตผู้กำกับโฆษณาบอกว่า แจ็คเห็นข่าวความสำเร็จของ putoh จากเฟซบุ๊กของอุ๋ยและเพื่อนพ้องมากมาย จนต้องติดต่ออุ๋ยมาเพื่อชวนทำอะไรแบบนี้บ้าง

อุ๋ยมีหลักในการทำงานกับหุ้นส่วนทุกคน ทุกงานว่า ไม่ว่าอุ๋ยจะถือหุ้นเล็กหุ้นใหญ่แค่ไหน เขาคือคนที่อยู่หน้างาน และมีประสบการณ์เรื่องที่พักมากที่สุด ดังนั้นเขาขอเป็นคนตัดสินใจหลัก

อุ๋ยติดตามผลงานของยางนาสตูดิโอมานาน เลยชวนมาทำโปรเจกต์นี้ด้วยบรีฟที่ว่า อยากได้บ้านที่เคารพต่อชุมชนท้องถิ่นและกลุ่มชาติพันธุ์ซึ่งเป็นวิถีหลักของเชียงดาว ทางยางนาสตูดิโอก็ออกแบบโดยเน้นสถาปัตยกรรมพื้นถิ่น ใช้โครงสร้างไม้แบบดั้งเดิม เข้าไม้ด้วยลิ่ม ใช้สล่าไม้มือดีมาทำ หลังคาก็ปูทับด้วยใบตองตึงแบบบ้านชาวบ้านแถวนี้ ลานดูดาวที่อุ๋ยอยากได้ ยางนาก็ออกแบบให้เป็นลานเตาไฟแบบชนเผ่าซึ่งชวนที่น้องชนเผ่ามาสร้างให้

ชื่อ oyea (โอ๊เย) มาจากเนื้อเพลงท่อนหนึ่งในเพลง คอนเสิร์ตคนจน ของวงนกแล ซึ่งในประกอบภาพยนตร์เรื่อง แฟนฉัน ในฉากที่ตัวละครแจ็คกับเจี๊ยบซึ่งทะเลาะกันมาก่อนกลับมาคืนดีกัน จึงเป็นเพลงแห่งมิตรภาพ และเป็นชื่อที่ทำให้หลายคนนึกถึงแจ็ค ยิ่งกว่านั้นวงนกแลเจ้าของเพลงนี้ยังเป็นศิลปินกลุ่มชาติพันธุ์ด้วย จึงเป็นชื่อที่ลงตัวมาก

หลายคนไม่ค่อยเห็นด้วยกับชื่อนี้เพราะอาจจะฟังดูทะลึ่ง อุ๋ยจึงแก้ปัญหาด้วยการให้ยางนาสตูดิโอออกแบบโลโก้ให้ ออกมาเป็นงานไม้กราฟิกที่มีความเป็นพื้นถิ่นสูงมาก ตอบโจทย์คอนเซปต์บ้านทุกประการ

อุ๋ยว่า ทำบ้านแต่ละหลังก็เหมือนทำหนังแต่ละเรื่อง ทำบ้านหลังใหม่ก็ต้องเขียนบทใหม่ สร้างเรื่องราวใหม่ ทำบ้านเสร็จก็เหมือนทำหนังเสร็จแล้วเอาเข้าโรง ต้องไปวัดใจกับผู้ชมว่าจะชอบหรือไม่

อุ๋ยเปิดตัวบ้านหลังนี้เมื่อต้นเดือนมกราคมที่ผ่านมา ห้องนอนเดียว พร้อมห้องน้ำ ห้องนั่งเล่น ระเบียง และวิวดอยหลวงเชียงดาว ในราคาคืนละ 6,000 บาท สำหรับ 2 ท่าน

05

ผมชอบโอ๊เยมาก

อาจจะเป็นเพราะผมชอบบ้านไม้สไตล์พื้นถิ่น ผมชอบความเงียบ ชอบความมืด และชอบอยู่กลางธรรมชาติ และการออกแบบบ้านหลังนี้ทำให้เราอยู่แล้วรู้สึกสงบมาก

อุ๋ยว่าลูกค้าบางคนก็มีความสุขกับการนั่งดริปและจิบกาแฟดี ๆ

บางคนก็ขอให้อุ๋ยช่วยเตรียมชาบู-หมูกระทะเป็นอาหารเย็น นั่นก็เป็นความสุขอีกแบบที่เต็มปากเต็มคำ

เรื่องอาหาร ทีมงานของอุ๋ยจะจัดเตรียมจากครัวกลางแล้วส่งให้ทุกที่พัก ตอนนี้เขาตั้งบริษัทชื่อ PAYBAAN (เปบ้าน) เพื่อบริหารจัดการที่พักทุกแห่งให้อยู่ในมาตรฐานเดียวกัน รวมถึงมีทีมการตลาด ทีมครีเอทีฟแบบจริงจัง แล้วก็เลยเถิดไปถึงรับบริการหาที่ดิน ช่วยสร้าง และบริหารจัดการที่พัก เพราะลูกค้าหลายคนมาพักแล้วก็ถามเขาเรื่องพวกนี้บ่อยเหลือเกิน

ไม่มีใครรู้ว่าเขาจะผุดที่พักแห่งต่อไปขึ้นมาอีกเมื่อไหร่

แต่ถ้าคุณมาพักที่โอ๊เย ขอแนะนำว่าอย่าพลาดช่วงเวลาโพล้เพล้ก่อนพระอาทิตย์ตก ผมว่ามันคือช่วงเวลาที่สวยที่สุดของที่นี่

ภาพ : จิราทิตย์ สอาดเอี่ยม

สอบถามรายละเอียดการเข้าพักได้ที่ Facebook : Oyea

3 Things you should do

at oyea

ป่านาคำหอม บ้านพัก 7 หลังแทรกตัวอยู่ในป่า 43 ไร่ จ.สกลนคร ที่ออกแบบโดยไม่บดบังธรรมชาติและตั้งใจหารายได้กลับไปดูแลป่า

01

นอนเปลฟังเสียงธรรมชาติ

Yidan’s Farm ฟาร์มสเตย์กลางทุ่งนาวิวภูเขาที่แขกได้กลับไปหลงรักธรรมชาติอีกครั้ง ณ เชียงดาว

02

นั่งดูดาวตรงแคมป์ไฟ (ช่วงนี้งดเผา เลยก่อไฟไม่ได้) แต่แค่นั่งเฉย ๆ ก็บรรยากาศดีแล้ว

03

นอนแช่น้ำดูดอยหลวงเชียงดาว

oyea (โอ๊เย)
  • บ้านถ้ำ ตำบลเชียงดาว อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่
  • 06 4206 1969
  • Oyea
  • oyeachiangdao

Writer

ทรงกลด บางยี่ขัน

ตำแหน่งบรรณาธิการโดยอาชีพ เป็นนักเดินทางมือสมัครเล่น แบ่งเวลาไปสอนหนังสือโดยสมัครใจ และชอบจัดทริปให้คนสมัครไป