13 กันยายน 2025
1 K

บนผืนดินในจังหวัดกระบี่ มีภูเขาลูกหนึ่งที่ชาวบ้านเรียกกันว่า ‘เขาหงอนนาค’ เพราะมีลักษณะคล้ายหงอนของพญานาคโค้งลงสู่ทะเล ตำนานเล่าว่านั่นคือร่างของพญานาคผู้สิ้นใจด้วยรักไม่สมหวัง เพราะหญิงสาวชาวบ้านนางหนึ่งไปพบรักกับชายอื่น จึงผิดคำสัญญาที่เคยให้ไว้กับนาค ด้วยเหตุนั้น ‘NAAK NANG’ (นาคนาง) ที่พักพูลวิลล่าในย่านตำบลคลองแห้ง จังหวัดกระบี่ จึงถือกำเนิดขึ้นเพื่อสานต่อคำสัญญาให้เป็นจริง 

ติน-ขจรศักดิ์ สุทินวงศ์ และ ซีซี-ชไมพร ภัทรสุขเสริม คู่รักเจ้าของนาคนางบอกกับเราว่า ที่พักของพวกเขาไม่ติดทะเล แต่เสน่ห์ของที่นี่คือเรื่องราวที่ผูกโยงกับพื้นที่ ใกล้ชิดชุมชน ได้พูดคุยกับผู้คน และเห็นวิถีชีวิตของคนกระบี่จริง ๆ ขณะเดียวกันก็ตั้งอยู่ในทำเลที่เดินทางไปแหล่งท่องเที่ยวสำคัญได้ง่าย แถมชั้นบนสุดของบ้านมีจากุชชีให้แช่น้ำและรับลมชมวิวเขาหงอนนาคได้เต็มตา

เราอยากชวนคุณไปรู้จักพูลวิลล่าที่สร้างจากตำนานพื้นถิ่นแห่งนี้ ไปพร้อม ๆ กับสัมผัสบรรยากาศของบ้านพักกระบี่ที่ไม่ติดทะเลว่ามีดีอย่างไร 

ที่พักในกระบี่ที่สร้างจากรักไม่สมหวัง

เสียงร่ำไห้ของเขาหงอนนาคอาจสั่นสะเทือนมาถึงชุมชนเล็ก ๆ อันเป็นที่ตั้งของนาคนาง

บ้านรูปลักษณ์แปลกตา 2 หลังที่ตั้งอยู่บนที่ดินผืนเดียวกัน มองไกล ๆ คล้ายเครื่องสาน หลังแรกสีเข้ม ชื่อ ‘บ้านนาค’ อีกหลังสีอ่อนลง ใช้วัสดุดูอ่อนช้อย ชื่อ ‘บ้านนาง’ ทั้ง 2 หลังตั้งอยู่ในตำแหน่งที่มองเห็นภูเขาหงอนนาคพอดี เจ้าของบ้านจึงตั้งใจสานต่อตำนานรักของนาคกับหญิงสาวให้สมหวัง

“สถาปนิกจาก ตื่น ดีไซน์ สตูดิโอ ลงพื้นที่แล้วพบว่าตำนานภูเขาหงอนนาคสอดคล้องกับโจทย์ที่เราอยากได้ บ้าน 2 หลังในพื้นที่ 1 งานที่ปิด-เปิดประตูกั้นระหว่างกันได้อย่างอเนกประสงค์ รองรับลูกค้าทั้งกลุ่มเล็ก กลุ่มใหญ่” ตินเล่าถึงที่มาของบ้าน 2 หลังที่เป็นส่วนหนึ่งของกันและกัน

นาคนางสร้างขึ้นจากโจทย์ที่มีข้อจำกัดและพลิกมาเป็นจุดเด่น บ้าน 2 หลังในพื้นที่จำกัด สถาปนิกต้องคิดอย่างหนักเพื่อจัดการพื้นที่ให้ใช้งานอย่างเต็มประสิทธิภาพมากที่สุด แต่สิ่งนี้กลับสร้างความพิเศษให้ผังบ้าน เช่น เข้าห้องนี้ออกห้องนั้น เลื่อนประตูปิดได้ห้องเพิ่ม เลื่อนประตูเปิดได้ห้องกว้างขึ้น

เรามาเยือนบ้านหลังนี้ในบ่ายวันที่ฟ้าครึ้ม ฝนเริ่มลงเม็ด ต้อนเราให้เข้าไปภายในบ้าน เมื่อเดินเข้าไปด้านใน มองเห็นบ้านนาคเป็นหลังแรก เยื้องไปอีกหน่อยเป็นบ้านนางที่ยกพื้นสูงขึ้น 1 ระดับ 

“เราอยากให้บ้านนาคนางกลมกลืนกับเสน่ห์พื้นถิ่นของกระบี่ที่สร้างด้วยไม้ ผนังไผ่สาน หลังคาเป็นทรงจั่ว พร้อมรับลม ฝน เรานำเอกลักษณ์นี้มาต่อยอดให้ทันสมัยด้วยการผสมผสานวัสดุอื่น ๆ และเพิ่มความน่าสนใจด้วยการทำให้บ้าน 2 หลังแตกต่างกัน”

บ้านทั้ง 2 หลังมี 3 ห้องนอนเท่ากัน บ้านนาค นอนได้ 6 คน บ้านนาง นอนได้ 8 คน เพราะห้องพักมีขนาดใหญ่กว่า แม้จะใช้โทนสีแตกต่างกัน แต่ทั้งสองเชื่อมโยงกันด้วยรายละเอียดเล็ก ๆ อย่างโต๊ะ เก้าอี้ และข้าวของประดับตกแต่งที่ทำจากวัสดุพื้นถิ่น และส่วนใหญ่เป็นวัสดุไม้ไผ่สาน

จุดเด่นของบ้านนางคือสระว่ายน้ำขนาดใหญ่ที่ขนานไปกับห้องนั่งเล่น หากเปิดประตูบานเฟี้ยมพื้นที่ทั้งหมดจะเปิดโล่งถึงกันได้ มีบันไดลิงที่เชื่อมต่อแต่ละชั้น เราว่าบ้านนี้เหมาะกับครอบครัวที่มีเด็กมาพักด้วย เพราะออกแบบมาสำหรับการเข้าพักเป็นครอบครัวใหญ่

บ้านนาคดูขรึมกว่าหน่อย เพราะไม้ที่ใช้มีโทนสีเข้มกว่า จุดขายสำคัญของพูลวิลล่าแห่งนี้อยู่บริเวณชั้นบนสุด เป็นจุดชมวิวที่มองเห็นวิวเขาหงอนนาคได้ชัดเจนที่สุดในย่านนี้

เรานั่งอยู่บนชานไม้ ค่อย ๆ หย่อนขาลงในอ่างจากุชชีที่มีกระเบื้องลายเกล็ดพญานาค พร้อมชมวิวเขาหงอนนาค มีฝนตกปรอย ๆ ประกอบฉาก บรรยากาศช่างสงบและแสนสบาย ทัศนียภาพนี้คือที่มาของการสร้างอาคาร 2 หลัง ซึ่งเป็นตัวแทนของ ‘นาค’ กับ ‘นาง’ ให้ตั้งอยู่เคียงคู่กัน เพื่อรักษาสัญญาของ ‘นาง’ ที่เคยให้ไว้กับ ‘พญานาค’ นับเป็นการร่ายบทใหม่ให้ตำนานรักที่ไม่สมหวังผ่านบ้านพักหลังนี้

บ้านพักในกระบี่ที่ไม่ติดทะเล

บ้านนาคนางถือว่าอยู่ในย่านอาศัยมากกว่าย่านท่องเที่ยว อยู่ในชุมชนคลองแห้ง มีมัสยิดเป็นศูนย์กลาง มีร้านอาหารพื้นถิ่นของชาวบ้าน คนที่มาพักจึงจะได้เห็นวิถีชีวิตและความเป็นอยู่ของคนในพื้นที่ 

แม้พูลวิลล่าแห่งนี้จะไม่ติดทะเล แต่ตินและซีซียืนยันหนักแน่นว่า กระบี่ที่ไม่ติดทะเลยังมีสิ่งที่น่าสนใจอีกมากมาย และการสร้างพูลวิลล่าที่ไกลจากหาดออกมาหน่อยก็มีข้อได้เปรียบหลายจุด

“กระบี่เที่ยวได้หลายแบบมาก ไม่ได้มีแค่โซนทะเล ใกล้ ๆ นาคนางมีโรงคั่วกาแฟที่มีชื่อเสียงที่สุดในกระบี่ มีคาเฟ่ช้างและสถานที่พายเรือคายัคคลองหรูด ถ้าอยากเดินป่าชมธรรมชาติก็มีภูเขาหงอนนาคที่เป็นเส้นทางธรรมชาติให้ไปตะลุย หากอยากไปเที่ยวหาดก็ไม่ได้ลำบาก เพราะนาคนางอยู่ในตำแหน่งที่เดินทางสะดวก ตอนเลือกพื้นที่ เราคิดไว้แล้วว่าความสะดวกสบายในการเดินทางต้องมาก่อน”

นาคนางเป็นบ้านที่เหมาะแก่การใช้เวลาพักผ่อนร่วมกัน สังเกตจากพื้นที่ส่วนครัวและห้องนั่งเล่นที่มีขนาดใหญ่ เน้นให้แขกใช้งานมากกว่าแวะเวียนมาพักเพื่อออกไปเที่ยว อยู่ใกล้ตลาดนัดบ้านคลองแห้ง แขกออกไปจับจ่ายซื้อของสดมาทำอาหารได้ง่าย เราว่ามันคือการเปลี่ยนบรรยากาศในการใช้ชีวิต

“เราอยากให้คนที่มาพักได้ใช้ชีวิตแบบคนอ่าวนางจริง ๆ ถ้าเขาไปพักอยู่ในแหล่งท่องเที่ยวฮิต ๆ เขาจะไม่ได้รับประสบการณ์แบบนี้ การมาพักผ่อนในย่านที่ไม่ติดทะเล แต่อยู่ใกล้ชุมชน คือการท่องเที่ยวอีกรูปแบบหนึ่ง ซึ่งนาคนางมีจุดขายที่ความสงบและสบาย” ซีซีเล่าถึงข้อดีของพูลวิลล่าที่ไม่ติดทะเล

บ้านพักในกระบี่ที่เหมาะกับฤดูฝน

สิ่งที่เราชอบในพูลวิลล่าแห่งนี้คือความโปร่งโล่ง โถงเพดานยกสูง ทั้ง 3 ชั้นจึงมองเห็นกันรอบทิศ และรอบตัวบ้านมีบานหน้าต่างลูกฟักกระจกใส สำหรับรับแสงแดดและสร้างบรรยากาศอบอุ่น

เรามองหยดน้ำที่เกาะอยู่บริเวณบานกระจก ฝนยังคงโปรยปรายอย่างต่อเนื่อง ฤดูฝนของกระบี่ยาวนานกว่าที่อื่น เป็นเหตุผลที่ตินและซีซีเลือกทำพูลวิลล่ามากกว่าโรงแรมหรือเกสต์เฮาส์

“การท่องเที่ยวในกระบี่ขึ้นอยู่กับฤดูกาล ถ้าไม่มีฝน นักท่องเที่ยวเยอะจนโรงแรมเต็ม ฝนมาเมื่อไหร่คนก็น้อยลง เรารู้ปัญหานี้ดีเพราะเคยทำเกสต์เฮาส์ จึงเปิดพูลวิลล่าให้คนมาพักได้ตลอดปี บางคนมาเพื่อพักผ่อนหรือเปลี่ยนบรรยากาศการทำงาน พื้นที่ตรงนี้ตอบโจทย์มากทั้งทางสุนทรียภาพและสะดวกสบาย”

ฝนหยุดตก ดวงอาทิตย์ทอแสงสว่าง เราเปิดประตูหน้าต่างเพื่อรับลมและไอแดด

ท่ามกลางความรุ่งเรืองของการท่องเที่ยวกระบี่ ในแต่ละปีมีโรงแรมแห่งใหม่ผุดขึ้นมากมาย บ้านนาคนางหลังนี้วางตัวสงบเงียบในพื้นที่ชุมชน ตั้งใจจะเป็นพื้นที่หย่อนใจให้ผู้คนมาใช้ชีวิตช้า ๆ ดื่มด่ำกับสถาปัตยกรรมที่สร้างจากวัสดุพื้นถิ่น และได้เห็น ‘ชีวิตชีวา’ ของผู้คนในกระบี่อย่างแท้จริง

3 Things you should do

at NAAK NANG

01

ตื่นเช้ามากินข้าวยำในบ้าน ร้านอาหารเช้าแบบคนท้องถิ่นแท้ ๆ

02

ไปสักการะถ้ำพระนาง พื้นที่แห่งจิตวิญญาณของชาวกระบี่

03

แวะตลาดนัดคลองแห้ง จับจ่ายอาหารและวัตถุดิบแดนใต้

NAAK NANG
  • 438 หมู่ 5 ตำบลอ่าวนาง อำเภอเมือง จังหวัดกระบี่ (แผนที่)
  • 09 5578 9165
  • จะเปิดให้เข้าพักสิ้นปีนี้

Writer

นฤภรกมล แมงกะพรุน

ชีวิตขับเคลื่อนด้วยอาหารอร่อย หมาหน้าตลก อยู่เพื่ออ่านวรรณกรรมแล้วดูหนังไปเรื่อย ๆ ฝันอยากเป็นนักเขียนเรื่องสั้น มีชีวิตเปลี่ยนแปลงไปทุกที่และทดลองทำอีกหลายล้านอย่าง

Photographer

ปฐมพร รุยันต์

ช่างภาพอิสระชาวตะกั่วป่า หลงรักการโต้คลื่นและการท่องเที่ยวไม่น้อยไปกว่าการถ่ายภาพ