10 สิงหาคม 2024
3 K

เมฆอึมครึมปกคลุมตลอดเส้นทางกรุงเทพฯ – หัวหิน จนกระทั่งรถตู้เลี้ยวเข้าสู่ ‘หมู่บ้านสุขสำราญ’ ฝนจึงเริ่มตกปรอย ๆ

บ้านหลายหลังเรียงรายขนาบข้างถนน แม้แต่ละหลังจะหน้าตาคล้ายกัน แต่บางหลังมีไม้เลื้อยปกคลุมตัวบ้าน บางหลังปลูกไม้ประดับและผักสวนครัวที่หน้าบ้าน บางหลังมินิมอลสะอาดตาโชว์ให้เห็นบ้านทั้งหลัง แล้วรถของเราจอดลงที่หน้าบ้านซึ่งประดับด้วยพุ่มเฟื่องฟ้า มีป้ายเล็ก ๆ ติดไว้ว่า ‘MOLLY’

ทันทีที่ลงจากรถ บิ๋ม-อินธอร อังศวานนท์ อดีตโปรดิวเซอร์โฆษณา ผู้เป็นเจ้าของบ้านก็ยิ้มต้อนรับเราอย่างอบอุ่น ก่อนที่เธอและ ก้านยาว ลูกชายพันธุ์คอร์กีตัวกลมจะนำทางเราไปนั่งสนทนากันที่ ‘DOLLY’ บ้านอีกหลัง ซึ่งใช้เวลาเดินจากบ้าน MOLLY เพียงนาทีเดียว 

บ้านพักตากอากาศในวัยเด็ก

Molly Beach House และ Dolly Beach House by Yudee Assets เป็นบ้านพักตากอากาศ 2 หลังที่ตั้งชื่อตามปลามอลลีและดอร์ลี บิ๋มเรียกบ้าน 2 หลังนี้ว่า Beach House ไม่ใช่พูลวิลล่า เพื่อไม่ให้เข้าใจผิดว่าที่นี่มีสระว่ายน้ำส่วนตัว แต่เป็นบ้านที่ตั้งอยู่ในหมู่บ้านสุขสำราญ หมู่บ้านติดทะเลใจกลางหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์

ส่วน Yudee Assets (อยู่ดี แอสเซท) เป็นชื่อแสนเรียบง่ายที่บิ๋มตั้งขึ้นมา และเป็นแนวคิดหลักของการทำที่พักที่อยากให้ผู้เข้าพักอยู่แล้วดี มีความสุข

ก่อนจะมี Molly และ Dolly บิ๋มบอกว่าปกติครอบครัวเธออาศัยอยู่ที่กรุงเทพฯ ตอนหมู่บ้านนี้เพิ่งสร้างเสร็จประมาณปี 1980 พ่อและแม่ของเธอซื้อบ้านหลังหนึ่งเอาไว้สำหรับเป็นบ้านพักตากอากาศ ด้วยความที่พวกท่านชอบพื้นที่แถวหัวหินเป็นพิเศษ ทุกครั้งที่มีเวลาว่างก็จะแวะมาพักอยู่ที่บ้านหลังนั้น หรือพาครอบครัวมารวมตัวกันพร้อมหน้าในวันหยุดยาว เด็กหญิงบิ๋มจึงมีความทรงจำดี ๆ กับหมู่บ้านนี้ด้วยเช่นกัน 

บิ๋มเรียนหนังสือที่กรุงเทพฯ และไปเรียนต่อด้าน Art and Design ที่ประเทศอังกฤษเพราะชอบศิลปะ เธอจึงยังไม่ได้กลับมาหัวหิน ระหว่างนั้นมีบ้าน 2 หลังในหมู่บ้านประกาศขาย แม่ของเธอจึงตั้งใจซื้อไว้เพื่อปล่อยเช่า เป็นธุรกิจเล็ก ๆ ไม่โปรโมตที่ไหน นาน ๆ ทีจะมีคนมาขอเช่าเป็นระยะเวลาสั้น ๆ 

เวลาผ่านไป 10 กว่าปี มีคนมาเช่าน้อยลง บิ๋มที่ทำงานเป็นโปรดิวเซอร์โฆษณาที่ Obk Studio อยู่ในขณะนั้น จึงตัดสินใจออกจากงานประจำมารีโนเวตบ้านเก่า 2 หลังให้กลับมาสดใสอีกครั้ง 

แล้วทำไมจู่ ๆ ถึงออกจากงานมาทำบ้านล่ะ – เราถามเธอไปตรง ๆ

“ไม่ใช่ว่าไม่ชอบนะ เราสนุกมากเลยเวลาอยู่กองถ่าย เพื่อนร่วมงานก็ดี สภาพแวดล้อมก็ดี แต่พออายุมากขึ้น เริ่มใช้ชีวิตแบบที่ต้องตื่นตี 3 – 4 ไปกองถ่ายไม่ค่อยได้แล้ว” เธอเล่าพร้อมเสียงหัวเราะ

รีโนเวตใหม่ คงกลิ่นอายเดิม

กฎข้อหนึ่งของหมู่บ้านนี้ คือห้ามเปลี่ยนแปลงภายนอกตัวบ้าน ทำให้บ้าน Molly และ Dolly ยังหน้าตาเหมือนเมื่อปี 1980 ไม่มีผิดเพี้ยน แต่ภายในเป็นการทำใหม่ทั้งหมด โดยยังคงสไตล์จี๊ดจ๊าดของยุค 80 เอาไว้

“เราต้องการให้คนที่มาพักรู้สึกตื่นเต้น เพราะเขาไม่ได้มาอยู่นานเป็นเดือน การที่เราทำบ้านให้มีสีสัน บ้านจะมีความสนุกสนาน ป้ายเล็ก ๆ ที่มีติดไว้ในบ้านก็เพื่อให้มีความขี้เล่นนิด ๆ”

พอได้เดินสำรวจบ้าน Molly เราถึงเข้าใจ การตกแต่งที่ไม่ว่ามองไปทางไหนก็มีแต่ดีเทลน่ารัก ๆ ซ่อนอยู่ ตั้งแต่ใกล้ทางเข้ามีป้ายเขียนว่า ‘PET-FRIENDLY – Dogs are your best friends, but we apologize, snakes and gorillas can’t joint the party!’ 

การออกแบบแต่ละห้องคิดและเลือกสรรมาเป็นอย่างดี ทั้งวัสดุ คู่สีที่ใช้ รวมถึงเฟอร์นิเจอร์ที่มีกลิ่นอายยุค 80 ทำให้บ้านออกมาสดใส มีชีวิตชีวาไปทั้งหลัง 

เมื่อเปิดเข้ามาในบ้านจะสะดุดตากับโต๊ะทานอาหารและเก้าอี้ทรง Cantilever Chair ที่มีสีใสทั้งเซต ดูเก๋ เท่ และน่ารักในเวลาเดียวกัน ข้าง ๆ กันเป็นห้องครัวแบบบาร์ไอซ์แลนด์ มีเครื่องครัวครบครัน มีเก้าอี้บาร์ทรงเก๋ (อีกแล้ว) ไว้ให้นั่งพูดคุยกันระหว่างทำอาหาร

ที่นี่มีถึง 3 ห้องนอนด้วยกัน เป็นห้องเตียงเดี่ยว เตียงคู่ และ Family Bedroom ห้องนอนใหญ่เหมาะสำหรับครอบครัวหรือกลุ่มเพื่อนที่มาแฮงก์เอาต์ มีหน้าต่างที่มองออกไปเป็นวิวหมู่บ้านแสนสงบ ตัดกับสีสันจัดจ้านภายในบ้าน หรือจะเดินออกไปสูดอาการบริสุทธิ์ยามเช้าที่ระเบียงก็ได้ แต่ต้องคอยระวังสัตว์เลี้ยงหรือเด็กด้วยล่ะ (ตรงนี้ก็มีป้ายเตือนน่ารัก ๆ ไว้เหมือนกัน)

อีกความน่าสนใจคือบ้าน Molly มีห้องนั่งเล่นอยู่ชั้น 2 ใช้เฟอร์นิเจอร์แบบ Chrome เงาวับที่ฮิตในยุค 80 สะท้อนกับกระเบื้องสลับลายเพิ่มความสนุก เหมาะที่จะหากิจกรรมมาทำร่วมกันยามค่ำ หรือจะนั่ง ๆ นอน ๆ ดูทีวีด้วยกันก็ยังได้ 

ห้องสุดท้ายที่สวยที่สุดของบ้านคือห้องน้ำบริเวณชั้น 1 เบื้องหลังประตูสีแดงสดนี้คือ ‘Happy Onsen’ ห้องน้ำที่มีอ่างเทอร์ราซโซรูปหัวใจขนาดยักษ์ ล้อมไปด้วยกระจกสะท้อนสีชมพู สวยจนอยากอยู่ในห้องนี้ทั้งวัน ถ้าเหนื่อยจากการทำกิจกรรมมาแล้วได้กลับมานั่งแช่น้ำอุ่น ๆ กลิ่นหอม ๆ เท่านี้ก็คงไม่ต้องการอะไรอีกแล้ว

ถัดมาคือบ้าน Dolly บิ๋มบอกว่าอยากให้บ้านหลังนี้มีต้นมะพร้าวหวายแบบที่บ้านของเธอเคยมีตอนเด็ก ๆ แต่ตอนนี้แทบไม่มีให้เห็นแล้ว

“วันหนึ่งเราไปเจอต้นมะพร้าวหวายที่ร้านขายของวินเทจในตึกแดงวินเทจ จตุจักร เรารีบแบกกลับมาเลย แล้วก็บอกกับนักออกแบบว่าบ้านนี้ต้องมีต้นนี้อยู่” เธอกับนักออกแบบเห็นตรงวันว่าบ้านหลังนี้ควรใช้เฟอร์นิเจอร์ที่ทำจากหวาย แล้วเรียกเป็นชื่อเล่นอีกชื่อหนึ่งว่า บ้านหวาย แม้แต่เก้าอี้ที่เรานั่งสนทนากันอยู่ตอนนี้ก็เป็นเก้าอี้หวายเหมือนกัน

สัดส่วนและแบบห้องที่นี่จะคล้ายกับ Molly แต่ห้องนั่งเล่นของบ้านหลังนี้อยู่ชั้น 1 ส่วนชั้น 2 และ 3 เป็นห้องนอน ความพิเศษคือมี Master Bedroom เป็นเตียงหวายสาน กระเบื้องลายหิน ต้นไม้สีเขียวจากด้านนอก และม่านพัดเมื่อมีลมโกรกให้ความรู้สึกราวกับอยู่ฮาวาย และห้องนี้ยังมีระเบียงกว้างพอที่จะพากันมานั่งจิบกาแฟยามเช้าด้วย 

ด้วยความที่แต่ละห้องใช้เฟอร์นิเจอร์หวายทั้งหมด ทำให้บรรยากาศในบ้านให้ความรู้สึกอบอุ่น สบายตา และมีความเป็นผู้ใหญ่ แตกต่างจากบ้าน Molly ที่จี๊ดจ๊าดถึงใจ เป็นความตั้งใจของเจ้าของบ้านที่อยากให้บ้านแต่ละหลังมีเอกลักษณ์เป็นของตัวเอง 

เช่นเดียวกันกับบ้านอีกหลังของ Yudee Assets ที่เริ่มต้นมาพร้อม ๆ กันแต่ยังไม่เสร็จดี นั่นคือ Mahi Mahi Beachfront Villa บ้านพักตากอากาศริมหาดปึกเตียน จังหวัดเพชรบุรี 

เมื่อ 30 ปีก่อนบ้านหลังนี้มีชื่อเล่นว่า ‘บ้านเกล็ดปลา’ เพราะมีผนังบ้านทั้งหลังเป็นลายเกล็ดปลาสีขาว ออกแบบโดยศิลปินแห่งชาติ จรูญ อังศวานนท์ นักออกแบบภายในหรือคุณลุงของเธอเอง บิ๋มเอาไอเดียเกล็ดปลานี้มาตั้งเป็นชื่อบ้านเป็นปลา 3 ชนิดที่มีเสียงคล้องกัน คือ Molly, Dolly และ Mahi Mahi 

“เพราะมันน่าจะเอามาทำอาร์ตเวิร์กสวยดี” เธออธิบายเหตุผลแบบติดตลก แต่หมายความตามนั้นจริง ๆ 

อยู่ดีมีสุข

Stay Happy, Happy Stay

เป็นสโลแกนที่บิ๋มตั้งใจให้เป็นแนวคิดของบ้านทุกหลังตามชื่อ Yudee Assets

“เราอยากให้บ้านทุกหลังที่อยู่ภายใต้ Yudee Assets มีจุดยืนเดียวกัน คือความเป็นอยู่ที่ดี อยู่แล้วสุขกาย สุขใจ

“สุขใจ คือเวลาที่เราไปเที่ยวกันหลาย ๆ คน ต้องเป็นคนที่ถูกต้อง ไปกับครอบครัวที่เรารัก ไปกับเพื่อนสนิท ฉะนั้น บ้านที่เราทำต้องทำให้สุขกาย ให้กลุ่มคนได้ทำกิจกรรมร่วมกัน ใช้เวลาร่วมกัน รวมถึงการอยู่แล้วสบาย ห้องนอนต้องมืดสนิท เตียงนอนสบาย แอร์เย็น น้ำแรง สบู่และแชมพูกลิ่นหอมคุณภาพดี มีไดร์เป่าผม จะไปว่ายน้ำก็มีผ้าเช็ดตัว ถ้าฝนตกก็มีร่มเตรียมไว้ให้ เราเลือกมาแต่ของดี แม้จะเป็นเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ แต่เราคิดถึงคนที่มาพักว่าอยู่แล้วต้องไม่ติดขัด แบบนั้นถึงจะเรียกว่าอยู่ดี” 

Molly และ Dolly มีทีวีบ้านละ 1 เครื่อง เพราะบิ๋มอยากให้คนมาพักได้ใช้เวลาร่วมกันมากกว่าอยู่ห้องใครห้องมัน ส่วนห้องครัวก็มีของจำเป็นมาให้พร้อม เหมาะสำหรับการซื้อวัตถุดิบมาทำอาหาร หรือถ้าไม่สะดวก ใกล้ ๆ หมู่บ้านก็มีซูเปอร์มาร์เก็ตให้ช้อป หรืออยากหาร้านอาหารอร่อย ๆ ในหัวหินก็มีเพียบ 

ที่สำคัญ ทั้ง Molly และ Dolly ยังต้อนรับน้องหมาขนาดเล็กถึงกลาง

“เราเองก็เป็นแม่หมา บางทีไปเที่ยวนาน ๆ ก็คิดถึงเขา แล้วหัวหินไม่ไกลจากกรุงเทพฯ มาก เป็นโอกาสของคนมีสัตว์เลี้ยงที่พาลูก ๆ ขึ้นรถมาเที่ยวด้วยกันได้”

โฮ่ง!

เจ้าก้านยาวส่งเสียงเตือนว่าเราใช้เวลาพูดคุยกันมากเกินไปแล้ว 

หลังสนุกกับสำรวจบ้านทั้ง 2 หลัง เผลอแป๊บเดียวก็ตกเย็น ฝนยังไม่ยอมหยุดง่าย ๆ แต่มาหัวหินทั้งที ขอไปเดินเล่นริมหาดทรายสักหน่อย ไม่มีอะไรห้ามเราได้ ว่าแล้วก็หยิบร่มที่บิ๋มเตรียมไว้ให้แล้วไปเดินเล่นกัน!

3 Things you should do

at Molly & Dolly Beach House

01

ลองชวนคนที่มาด้วยทำอาหารมื้อพิเศษ

02

ลองแวะไปเล่นเครื่องเล่นที่สวนน้ำ Vana Nava Water Jungle

03

ลองไปเดินเล่นที่หมู่บ้านศิลปิน ชม ช้อป งานศิลป์จากศิลปินหัวหิน

Molly Beach House
Dolly Beach House

Writer

นภัสสร ทรัพย์แหยม

อ่านบ้าง เขียนบ้าง ฟังบ้าง แต่โดยมากจะนอน เป็นทาสแมวที่ชอบแสงแดดแต่ไม่ถูกกับอากาศร้อน

Photographer

ณัฎฐาจิตรา ชินารมย์รัตน์

ช่างภาพที่ชอบการแต่งตัว อยู่กับเสียงเพลงและหลงรักในความทรงจำ