เราเดินทางมาถึงที่พักย่านช้างคลาน ถนนคชสาร ซอย 5 จังหวัดเชียงใหม่ ในบ่ายวันที่แดดร้อนระอุ ปักพิกัดให้พี่คนขับพามาส่งที่ ‘hotel hommtown’ โรงแรมชื่อแปลกเปิดใหม่ที่สวยจนต้องมาเยือน
โรงแรมแห่งนี้เป็นที่พักแฝงตัวอยู่กับบ้านไม้ในชุมชน ด้านหน้าเป็นเพียงอาคารหลังคาทรงจั่วสีครีม มีป้ายเล็ก ๆ แปะข้างประตูทางเข้าว่าชื่อ hotel hommtown

ทันทีที่เดินเข้าไป hotel hommtown ภายในที่พักพื้นที่เล็ก ๆ แห่งนี้กลับมีสระว่ายน้ำแนวยาว พร้อมด้วยเตียงนอนโก้เก๋เรียงรายอยู่ริมสระ อาคาร 2 หลังที่หันหน้าชนกัน มีใต้ถุนเป็นเคาน์เตอร์ครัว ดูร่มรื่นน่านั่งเล่น
ทั้งหมดนี้รวมกันอยู่ในพื้นที่จำกัดแต่ไม่ทำให้รู้สึกอึดอัด กลับดูโปร่งโล่งสบาย จนเรานึกในใจว่าที่นี่ช่างถ่อมตน อำพรางความละลานตาไว้ด้านในอย่างมิดชิด แฝงตัวกับบ้านเรือนในชุมชนอย่างแนบเนียน

เม้ง-อภิชาติ บุพการะกุล คนรุ่นใหม่ที่เกิดและเติบโตในเชียงใหม่ เป็นเจ้าของโรงแรมหน้าใหม่ อีกทั้งเป็นบล็อกเกอร์ทำเพจรีวิวการท่องเที่ยวและไลฟ์สไตล์ชื่อ APICH Diary ทำให้เขาเข้าใจวงจรของธุรกิจโรงแรมว่า กระแสการรีวิวโรงแรมที่พัดโหมเพียงครู่และสงบลงไป ธุรกิจนี้จึงไม่ค่อยยืนระยะได้นาน
เม้งจึงตั้งใจจะทำให้ hotel hommtown เป็นที่พักยืนระยะได้ยาวนานและคนอยากกลับมาพักซ้ำ
บ้านที่คนอยากกลับ
Homm (ฮอม) ย่อมาจาก (H)appiness (o)n (m)y (m)ind และออกเสียงคล้ายกับคำว่า Home (โฮม) ที่แปลว่าบ้าน พอเติมคำว่า Town เข้าไป กลายเป็น Homm Town (ฮอม ทาวน์) ได้ความหมายว่า ‘บ้านที่มีความสุข’ เพราะเม้งตั้งใจให้ทุกคนที่มาพักมีความสุขเหมือนได้กลับบ้าน

จุดเริ่มต้นของการทำที่พัก hotel hommtown มาจากที่เม้งเคยทำธุรกิจโฮสเทลกับเพื่อนแต่หยุดชะงักไปในช่วงโควิด-19 เมื่อเศรษฐกิจเริ่มฟื้นตัว เขาจึงตัดสินใจฉายเดี่ยวทำธุรกิจโรงแรมด้วยตัวเองอีกครั้ง โดยนำความผิดพลาดในอดีตมาเป็นบทเรียน
ที่ดินผืนนี้เป็นของครอบครัวเม้ง ตั้งอยู่ในย่านเมืองเก่าอย่างช้างคลาน ซึ่งเป็นย่านที่ไม่ใช่แหล่งท่องเที่ยว แต่ก็เดินทางเข้าไปในเมืองได้ง่าย ที่นี่เคยเป็นลานจอดรถมาก่อน มีบ่อน้ำเก่าอยู่ตรงกลาง เม้งตั้งใจแต่แรกว่าจะไม่ถมบ่อทิ้ง แต่นำมาเป็นไอเดียในการสร้างอาคารหลังคาทรงจั่ว 2 หลังหันหน้าชนกัน มีบ่อน้ำและสระว่ายน้ำตรงกลางเป็นตัวเชื่อม
ห้องพักของ hotel hommtown มีเพียง 10 ห้อง พอดีสำหรับพื้นที่ ไม่พลุกพล่านเกินไปสำหรับแขกที่เข้าพัก
“อยากให้คนที่มาพักรู้สึกผ่อนคลายและได้ความเป็นส่วนตัวมากที่สุด” เม้งกล่าว

ห้องพักทุกห้องเป็นแบบเดียวกัน มีเตียงคิงไซซ์ อ่างอาบน้ำขนาดใหญ่ ห้องน้ำกั้นด้วยกระจกใสนอนแช่น้ำพร้อมดูทีวีไปด้วยได้ มีม่านให้รูดปิดเพื่อปรับบรรยากาศ ระเบียงกว้างขวาง เปิดม่านรับแสงได้เต็มที่
ความแตกต่างของห้องพักคือวิวจากระเบียงที่มีให้เลือกหลากหลาย หากใครชอบต้นไม้ก็มีห้องที่เปิดระเบียงออกไปเจอสวนเล็กๆ ซึ่งเม้งลงมือจัดสวนเอง และมีวิวสระว่ายน้ำที่มองไกลเห็นไปถึงชุมชน

เม้งให้ความสำคัญกับพื้นที่ส่วนกลางเป็นอันดับแรก เพราะเขานึกถึงตัวเองตอนได้กลับบ้านและอยู่กับครอบครัวตรงใต้ถุน เอกลักษณ์ของบ้านทางเหนือ เขาจึงตั้งใจสร้างโรงแรมที่มีใต้ถุนให้คนมานั่งกินดื่มใช้เวลาด้วยกัน ออกมามีปฏิสัมพันธ์กับคนอื่น ๆ ได้ตามต้องการ ไม่อุดอู้อยู่แต่ในห้อง
การทำโฮสเทลทำให้เม้งรู้ว่ามีคนที่เที่ยวคนเดียวแล้วอยากมีปฏิสัมพันธ์กับนักท่องเที่ยวคนอื่น ๆ พอทำโรงแรมของตัวเอง เขาจึงตั้งใจทำพื้นที่ส่วนกลางให้น่าใช้ชีวิต มีครัวที่เต็มไปด้วยอุปกรณ์ครบครัน มีน้ำ ขนม ไปจนถึงบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปให้แขกหยิบทานฟรี

สิ่งที่โดดเด่นที่สุดของ hotel hommtown คือสระว่ายน้ำที่กว้างขวางและสวยงาม มีเตียงไม้อย่างดีวางเรียงรายให้นอนเล่น พื้นที่ส่วนกลางจึงเป็นแลนด์มาร์กที่ผู้เข้าพักแทบทุกคนต้องมาใช้บริการ ว่ายน้ำเล่นในสระ หากเหนื่อยหรือหิวก็หยิบน้ำหรือขนมมากินเติมพลัง – เราว่านี่เป็นภาพบรรยากาศโรงแรมที่สนุกดี
“ผมเคยไปพักโรงแรมในประเทศจีนที่มีห้องพักเพียง 5 – 6 ห้อง แต่มีพื้นที่ส่วนกลางใหญ่ เดินออกมาจากห้องตอนบ่าย ๆ เจอเจ้าของโรงแรมนั่งชงชาอยู่ใต้ต้นไม้ เสิร์ฟชาให้แขกที่ผ่านไปมา ผมประทับใจมากจนเก็บมาเป็นไอเดียในการทำโรงแรมของตัวเอง”
พาวัสดุล้านนามาอยู่ร่วมกับความโมเดิร์น
เม้งบอกว่าเขาตั้งใจให้ hotel hommtown แสดงออกถึงความเป็นเชียงใหม่และล้านนา พร้อมกับสาธยายให้ฟังว่าโรงแรมร่วมสมัยสุดโก้แห่งนี้มีความเป็นล้านนาซ่อนอยู่ตรงไหนบ้าง
“วัสดุทุกอย่างที่เราใช้เป็นมาจากเชียงใหม่และในภาคเหนือทั้งหมด แม้รูปลักษณ์อาจจะไม่ได้ดูเป็นเชียงใหม่ขนาดนั้น แต่หากมองไปในรายละเอียด จะเห็นได้ว่ามีความล้านนาแฝงอยู่”
เม้งเล่าให้ฟังพร้อมหยิบยกข้าวของรอบตัวขึ้นมา เขาหลงใหลในความไม่สมบูรณ์แบบของงานคราฟต์ ขนาดป้ายโลโก้โรงแรมยังมีร่องรอยบิดเบี้ยวเหมือนถูกกรรรไกรตัดไม่เท่ากัน


สิ่งที่เราชอบเป็นพิเศษคือพื้นกระเบื้องอิฐที่คละขนาดเล็กใหญ่และสีไม่เท่ากัน กระเบื้องขอบสระว่ายน้ำสีส้มอิฐ มาจากร้านอิฐภราดร เชียงใหม่ ที่นำอิฐมอญแดงมาต่อยอดเป็นชิ้นงานแปลกใหม่ ส่วนกระเบื้องที่ปูในห้องพักมาจากแม่ริม เซรามิค ซึ่งสร้างงานทีละชิ้นด้วย 2 มือ
ของตกแต่งในห้องพักอย่างโต๊ะไม้สักทรงกลมคละทรงเหลี่ยม สั่งทำมาจากบ้านถวาย แหล่งหัตถกรรมไม้แกะสลักชื่อดังย่านหางดง ส่วนจานชามทั้งหมดบนชั้นวางที่ไม่ซ้ำแบบกัน มาจากร้านเปรมประชา คลังเซรามิกจากช่างท้องถิ่นในอำเภอสันกำแพง

สบู่ แชมพู และเครื่องหอมต่าง ๆ ในห้องพัก ให้กลิ่นหอมสบาย ๆ ไม่ฉุนเกิน ลองใช้สบู่ไปครั้งเดียว เราก็ตั้งใจว่าจะไปขอพิกัดเพื่อซื้อตาม ได้ความว่าสบู่และแชมพูนี้สั่งทำพิเศษโดยร้าน KLĀY เชียงใหม่ แบรนด์เครื่องหอมที่ขึ้นชื่อเรื่องการทำกลิ่นให้เหมาะกับบรรยากาศ


“กลิ่นในโรงแรมทั้งหมดมาจากร้าน KLĀY เราสั่งทำสบู่และแชมพูเป็นกลิ่นเฉพาะสำหรับที่นี่เท่านั้น” เม้งกล่าวอย่างภูมิใจและพาเราเดินสูดกลิ่นของโรงแรมต่อ
เราว่า ‘กลิ่น’ เป็นเรื่องสำคัญสำหรับโรงแรม เพราะมันช่วยกระตุ้นความรู้สึกของผู้มาเยือน และเป็นเครื่องย้ำเตือนถึงความทรงจำที่ดี นึกย้อนกลับไปตอนก้าวขาเข้ามาใน hotel hommtown กลิ่นแรกที่ลอยเตะจมูกเราคือกลิ่นเย็นผ่อนคลาย ช่วยทุเลาความเหนื่อยล้าจากโลกภายนอก

ณ ช่วงเวลาที่เขียนบทความนี้ เรายังจำกลิ่นของ KLĀY และลมที่พัดมาโดนผิวเบา ๆ ขณะนั่งใต้ถุนโรงแรมบนถนนคชสาร ซอย 5 ที่อบอุ่นเหมือนบ้านได้เป็นอย่างดี
“เราไม่อยากให้ hotel hommtown เป็นโรงแรมที่ผู้คนมาพักแล้วผ่านไป จึงพยายามหาจุดเด่น คิดว่ารายละเอียดเล็ก ๆ ของวัสดุข้าวของเครื่องใช้หรือแม้กระทั่งกลิ่นของสบู่แชมพู และแดดยามเย็นตรงสระว่ายน้ำ อาจจะพาเขากลับมาอีกครั้งได้”

แดดร่มลมตก เราเดินเลาะขอบสระว่ายน้ำไปดูต้นไม้เล็กใหญ่ที่คาดว่าคนทำเพิ่งเอาลงดินได้ไม่นาน ดอกเกล็ดถวาย พุดซ้อน ตะลอม หอมหมื่นลี้ ที่ปลูกไว้ริมรั้วสร้างความร่มรื่น ล้วนเป็นพรรณไม้เมืองเหนือ
ตอนนี้เราเข้าใจแล้วว่าความเป็นล้านนาที่เม้งหมายถึงคืออะไร มันคือรายละเอียดเล็ก ๆ ที่แฝงอยู่ในความโมเดิร์นร่วมสมัย เหมือนใครบางคนที่เติบโตแล้วเดินทางออกไปห่างไกลจากถิ่น สวมใส่เสื้อผ้าทันสมัยอย่างคนเมือง แต่ตัวตนข้างในของเขาเต็มไปด้วยสำนึกในบ้านเกิด
นั่นแหละคือประสบการณ์ทางความรู้สึกที่เกิดขึ้นกับ hotel hommtown
โรงแรมของนักรีวิว
เป็นเรื่องจริงที่ว่าวัยรุ่นเชียงใหม่เปิดคาเฟ่และโรงแรมเป็นจำนวนมาก ส่วนหนึ่งเป็นเพราะอัตราการจ้างงานในบริษัทมีน้อย แถมเงินเดือนที่ได้ยังไม่สัมพันธ์กับค่าครองชีพ
“ผมเป็นคนเชียงใหม่โดยกำเนิด เรียนจบวิศวกรรมศาสตร์จากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ หลังเรียนจบก็พบว่า ถ้าอยากทำงานเป็นวิศวกรและเติบโตในหน้าที่การงาน อาจจะต้องไปที่อื่น” เม้งกล่าว เราพยักหน้าเห็นด้วย
เชียงใหม่เป็นเมืองท่องเที่ยว ส่วนคนรุ่นใหม่ในเชียงใหม่นิยมทำธุรกิจเป็นของตัวเอง แต่ก็มีธุรกิจทั้งที่รอดและไม่รอด มีกิจการใหม่เกิดขึ้นมากก็จริง แต่อายุขัยของแต่ละกิจการกลับสั้นลง เม้งบอกว่ามีคาเฟ่อายุเพียง 5 – 6 เดือนมีอยู่ไม่น้อย
กิจการที่อยู่รอดมักโดดเด่น มีความเฉพาะตัว หรือมีจุดขายที่ทำให้คนอยากกลับมาซ้ำ
“ยุคนี้คนเที่ยวตามรีวิวกันเยอะขึ้น ในช่วงแรกธุรกิจต่าง ๆ จึงได้ทุนคืนเร็ว เมื่อมีร้านเปิดใหม่ จะมีบล็อกเกอร์ไปรีวิวแล้วคนก็แห่กันไปตาม แต่เราในฐานะนักรีวิวรู้ดีว่าร้านที่จะอยู่รอดต้องมีจุดขายที่แข็งแรง” นักรีวิวที่มียอดผู้ติดตามเกือบ 5 หมื่นกล่าวอย่างเข้าใจวงการ
อาจเพราะเม้งเคยเป็นทั้งผู้บริโภคและผู้ประกอบการ เขาจึงนำประสบการณ์จากทั้ง 2 ฟากฝั่งมาใช้กับโรงแรมของตัวเอง

“ผมว่าการทำธุรกิจต้องมองทั้ง 2 ด้าน อย่ามองเพียงมุมคนทำ ต้องคอยดูว่าจะเพิ่มอะไรให้คนที่เข้าพักเพื่อให้เขาสะดวกสบายขึ้น โดยใช้มุมมองจากที่เคยไปเข้าพักที่อื่นมาด้วย”
เหตุผลที่เม้งพยายามใส่ใจในทุกรายละเอียดของ hotel hommtown อย่างน้อยที่สุดก็เพื่อให้แขกกลับมาเยือนอีกครั้ง ด้วยเหตุผลสักอย่างจากรายละเอียดยิบย่อยที่เขาบรรจงใส่ลงไป
ปัจจุบันอาจมีโรงแรมที่โดดเด่นเรื่องการออกแบบสไตล์ล้านนาอยู่แล้ว หรือที่ออกแบบสไตล์โมเดิร์นร่วมสมัยก็มีมากไม่แพ้กัน แต่โรงแรมที่ซ่อนความล้านนาไว้ภายใต้ความเก๋ ชิก ต้องเข้ามาสัมผัสวัสดุในรายละเอียดปลีกย่อยถึงจะเห็น รวมไปถึงส่วนกลางขนาดใหญ่ในโรงแรมขนาดกะทัดรัด เอื้อให้ผู้คนมาใช้เวลาด้วยกันตามวิถีของหมู่เฮาชาวเหนือ – เสน่ห์แบบนี้อาจจะยังมีไม่มากนัก เม้งจึงเลือกปักหมุดที่ส่วนผสมตรงนี้
ยามเย็น แขกเริ่มออกมาว่ายน้ำ ผู้หญิงโต๊ะถัดจากเราหยิบโน้ตบุ๊กมานั่งทำงาน ข้างกันมีถ้วยบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปที่ใส่น้ำร้อนเสร็จพร้อมทาน สำหรับเรา การมาเยือน hotel hommtown ให้ความรู้สึกเหมือนไปเข้าค่ายตอนสมัยเรียน ออกจากเต็นท์มาเจอเพื่อนร่วมชั้นที่บางคนอาจไม่เคยคุยด้วย แต่กลับสนิทสนมหลังได้คุยกันในบรรยากาศดี ๆ
ผู้หญิงโต๊ะถัดจากเราคนเดิมชะโงกหน้ามาขอยืมสายชาร์จโน้ตบุ๊ก เรายิ้มและยื่นให้ คุยกันนิดหน่อยถึงได้ความว่า เธอเรียนจบจากคณะและมหาวิทยาลัยเดียวกับเรา เลยได้ชวนกันไปเดินทอดน่องที่ถนนคนเดินย่านท่าแพและช้างม่อย
ไม่ว่าเม้งหรือใครก็คงไม่อาจให้คำมั่นว่า hotel hommtown จะยืนระยะได้นานหรือไม่ แต่เราชื่นชมในการหยิบทุกจังหวะของชีวิตมาทำโรงแรมแห่งนี้ เราอยากบันทึกไว้ในฐานะคนที่ได้มาเยือนที่นี่เป็นกลุ่มแรก ๆ ว่า หากเคยมาเยือนสักครั้ง เชื่อเถอะว่าคุณจะอยากกลับมาอีก
3 Things you should do
at hotel hommtown chiang mai

01
ช้อปปิ้งงานคราฟต์ที่ถนนคนเดินท่าแพและช้างม่อย

02
ชิมอาหารมิชลินไกด์ที่ร้านรสิก

03
ชิมขนมหวานหลายร้านในย่านช้างม่อย
