19 กรกฎาคม 2025
2 K

คุณเคยมาเที่ยวเขาใหญ่ช่วงไหนกันบ้าง 

หลายคนคงแพลนมาเขาใหญ่ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ ในช่วงฤดูหนาวเพราะอยากสัมผัสอากาศเย็นจากภูเขา แต่เราอยากลองมาสัมผัสความเขียวขจีของเขาใหญ่ช่วงฤดูฝนดูบ้าง พอสายฝนโปรยปราย ต้นไม้ใบหญ้าก็พลอยเปลี่ยนเป็นสีสวยสดใส และเป็นฤกษ์งามยามดีที่จะได้ชื่นชมความงามจากธรรมชาติ

สารภาพว่านี่เป็นการมาเขาใหญ่ครั้งแรกของเรา ซึ่งจุดหมายคือ GranMonte Vineyard and Winery อาณาจักรไร่องุ่นที่สร้างเอกลักษณ์ให้ไวน์ไทยเป็นที่รู้จักในระดับโลก

ทันทีที่เลี้ยวรถเข้าสู่ GranMonte Estate ดวงตาของเราเบิกกว้าง เพราะตื่นตาตื่นใจกับแปลงองุ่นที่เรียงรายสุดลูกหูลูกตาบนพื้นที่ 100 ไร่ นี่คือภาพที่ชวนให้นึกถึงทิวทัศน์ในแคว้นโพรวองซ์ในฝรั่งเศสหรือทัสคานีในอิตาลี และสิ่งที่รออยู่ตรงกลางของภาพนี้ก็คือคอตเทจหลังเล็ก ๆ – GranMonte Wine Cottage

อาณาจักรไร่องุ่นแห่งนี้ตั้งอยู่บนพื้นที่ในแอ่งเขาที่เรียกว่า ‘อโศกวัลเล่ย์’ อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา ห่างจากทางเข้าอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่เพียง 18 กิโลเมตร ส่วนที่พักเกิดจากความตั้งใจของ วิสุทธิ์ และ สกุณา โลหิตนาวี สามีภรรยาผู้ก่อตั้ง GranMonte ที่อยากให้ผู้มาเยือนได้ใช้เวลาท่ามกลางธรรมชาติและสัมผัสประสบการณ์ต่าง ๆ ที่ GranMonte นานขึ้นอีกหน่อย โดยที่พักที่ว่าเป็นบ้านหลังใหญ่ ที่มีห้องพักเพียง 8 ห้อง เพื่อรักษาความสงบและความเป็นส่วนตัวของแขกผู้มาเยือน

เราลงจากรถเพื่อไปเช็กอิน ขวดไวน์และแก้วทรงสูงใสแจ๋ววางรอไว้อยู่แล้ว

เรามีโอกาสได้พูดคุยกับ Marketing & Event Manager ของ GranMonte เธอทักทายอย่างเป็นมิตร และค่อย ๆ รินไวน์ขาวเป็นเครื่องดื่มต้อนรับ เราจิบ เธอจิบ จนใบหน้าเริ่มเปลี่ยนเป็นสีระเรื่อ

เธอเริ่มต้นเปรยถึงความเขียวขจีของผืนป่าเขาใหญ่ในช่วงหน้าฝน พร้อมเล่าให้เราฟังว่า นอกจากมาสูดอากาศบริสุทธิ์และพักผ่อนแล้ว ที่นี่ยังมีกิจกรรมให้ทำมากมาย อย่าง ‘Winery Tour’ ที่คนรักไวน์ต้องชอบ เพราะจะได้นั่งรถชมไร่องุ่น แวะเข้าโรงบ่มไวน์ เรียนรู้กระบวนการผลิต และชิมไวน์เบื้องต้น

หลังจากดื่มเวลคัมดริงก์จนหมดทุกหยด เธอพาเรานั่งรถรางไปห้องพัก ซึ่งเธอบอกว่าตั้งใจสร้างบนจุดที่สวยที่สุดของไร่องุ่น จากหน้าห้องพัก มองตรงไปจะเห็นแต่แปลงองุ่นที่เรียงเป็นทิวสวยงาม

ห้องพักของเราในคืนนี้ชื่อว่า ‘ห้องหมายเลข 1’ หรือ Forest Deluxe พักได้ 2 คน เป็นห้องเดียวที่มีระเบียง แถมมีไวน์ GranMonte Heritage Syrah ให้ดื่มระหว่างเข้าพัก (ทีเด็ด!) ห้องขนาดกำลังดี ให้ความรู้สึกอบอุ่นตามสไตล์คอตเทจที่กลมกลืนกับธรรมชาติรอบข้าง มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน

เราเก็บของได้เพียงครู่ ก็มีรถสีม่วงคันเดิมมารับไปเริ่ม Winery Tour 

ทัวร์เริ่มต้นด้วยการนั่งรถนำเที่ยวเข้าไปในแปลงองุ่น ไกด์เริ่มแนะนำถึงองุ่นพันธุ์ต่าง ๆ ที่เราอาจคุ้นชื่อจากการเอาไปตั้งเป็นชื่อไวน์อยู่แล้ว เช่น Shiraz, Chenin Blanc หรือ Sauvignon บางแปลงมีอายุมากกว่า 10 ปี และ GranMonte จะเก็บผลผลิตเพียง 1 ครั้งต่อปีเท่านั้น โดยเก็บเกี่ยวในช่วงเวลากลางคืนของฤดูหนาว เพราะต้องการลดปฏิกิริยาออกซิเดชัน และนั่นจะนำมาซึ่งองุ่นที่มีคุณภาพมากที่สุด แม้ว่าปกติแล้วต้นองุ่นให้ผลผลิตหลายครั้งต่อปี แต่เมื่อเริ่มเห็นพวงองุ่นในช่วงที่ยังไม่ต้องการเก็บเกี่ยว ก็จำเป็นต้องตัดทิ้ง เพื่อรักษาสุขภาพของต้นองุ่นให้แข็งแรงที่สุดในช่วงที่ต้องการผลผลิตจริง ๆ

รถรางจอดหน้าโรงบ่มไวน์ ประตูบานใหญ่เปิดรอเราอยู่แล้ว กลิ่นหอมอบอวลลอยออกมาเหมือนทั้งห้องนั้นมีแต่ไวน์ (ก็ใช่สิ) ไกด์พาเราเดินเข้าไปชมข้างในและอธิบายถึงกระบวนการบ่มไวน์ต่าง ๆ เริ่มตั้งแต่การเก็บเกี่ยวไปจนถึงการบ่มในถังไม้โอ๊ก การตรวจคุณภาพในห้องแล็บ และการบรรจุลงขวด ทั้งหมดใช้เวลาไม่ต่ำกว่า 3 ปีกว่าจะได้ไวน์คุณภาพดีออกมา 1 ขวด ไวน์ทุกขวดของ GranMonte ก็ผลิตจากโรงงานนี้ ทักษะการฟังของเราค่อย ๆ หลุดลอยไปกับกลิ่นองุ่นหมักที่หอมเย้ายวน นี่มันสวรรค์ชัด ๆ 

จบทัวร์ด้วยการทดลองชิมไวน์ที่บ่มจากโรงบ่มของที่นี่คู่กับอาหารประเภทต่าง ๆ เริ่มตั้งแต่ไวน์ขาว ‘GranMonte Verdelho’ ไวน์แดง ‘Gradient Cabernet Sauvignon’ ไวน์โรเซ่ ‘Sakuna Rosé’ และไวน์หวาน ‘Bussaba Natural Sweet Wine’ ซึ่งที่ Montino Café ก็มีสินค้า GI ที่คัดสรรจากทั่วประเทศจำหน่าย และไวน์ GranMonte เองก็เป็นหนึ่งในสินค้าขึ้นทะเบียน GI ของนครราชสีมาเช่นกัน

อีกหนึ่งกิจกรรมที่เราอยากให้ทุกคนลองคือปั่นจักรยานช่วงแดดร่มลมตก เป็นช่วงที่อากาศกำลังดี แสงกำลังสวย เหมาะแก่การแวะถ่ายรูปในแปลงองุ่น แต่ไม่แนะนำให้ปั่นก่อน 5 โมงเย็นเพราะแดดยังแรง และเครื่องจักรยังคงทำงานอยู่ เราที่ไม่ค่อยได้ปั่นจักรยานก็เกือบได้ไปนอนคุยกับรากองุ่นแล้ว 

ถึงเวลาดินเนอร์! เราปั่นจักรยานจากที่พักไปที่ร้านอาหาร VinCotto (หอบเอาเรื่อง)

VinCotto เกิดขึ้นอย่างเรียบง่าย เพราะแขกที่มาเยือนไร่องุ่นดันเกิดหิวขึ้นมาเสียอย่างนั้น คุณสกุณาที่ชอบทำอาหารและมีสูตรอาหารฝรั่งมากมายอยู่แล้ว จึงเข้าครัวปรุงอาหารแล้วยกมาเสิร์ฟ

ห้องอาหารแห่งนี้เสิร์ฟอาหารฝรั่งเศส เป็นอาหารสไตล์โฮมคุกจากสูตรของคุณสกุณา มีจานเด็ดที่อยากแนะนำหลายอย่าง ขอชวนเปิดต่อมรับรสด้วย Cheese Platter ที่รวบรวมสารพัดชีสซึ่งผลิตในไทยมาทานคู่กับไวน์ เสิร์ฟพร้อมขนมปังและ Oliva Dip โฮมเมดที่ GranMonte ผลิตเอง

เมื่อต่อมรับรสเริ่มทำงาน ไม่นาน Coq au Vin ไก่อบไวน์ Shiraz ก็มาเสิร์ฟ แน่นอนว่าต้องใช้ไวน์ของ GranMonte เช่นกัน เนื้อไก่นุ่มจนแทบไม่ต้องออกแรงฉีกและซอสไวน์แดงก็รสชาติดี อร่อยกันต่อด้วยเมนูซิกเนเจอร์อย่าง Spaghetti VinCotto Amatriciana จานนี้เราชอบที่สุด ซอสมะเขือเทศเข้มข้น ซึ่งซอสก็ใช้มะเขือเทศที่ปลูกเอง ถัดมาเป็น Pan-seared Foie Gras in Grape and Verjus Sauce ฟัวกราส์ราดซอสองุ่นเวอร์จูสที่เป็นผลผลิตจากองุ่นที่นี่เหมือนกัน มาพร้อม Main Course จานสุดท้าย Lamb Rack with Mashed Potatoes ซี่โครงแกะและมันบด 

กระซิบว่าที่นี่อร่อยทุกอย่างจริง ๆ ไม่เว้นแม้แต่ผักย่าง!

เราเพิ่งรู้ว่าในไทยปลูกวานิลลาได้ก็ตอนกำลังจะชิมขนมหวานของ VinCotto เพราะ Apple Crumble Vanilla Sauce และ Crème Brûlée ก็ใช้วานิลลาที่ปลูกเองหลังไร่องุ่นเป็นส่วนผสม 

หลังจากดื่มด่ำมื้อค่ำและจิบไวน์จนกรึ่มได้ที่แล้ว เราตัดสินใจเดินกลับที่พัก ระหว่างทางได้ยินเจ้าจิ้งหรีดเปล่งเสียงร้องเพลง เราเงยหน้าสังเกตแผ่นฟ้า เห็นดวงดาวระยิบระยับชัดเจนแม้ดวงจันทร์เปล่งแสงเคียงคู่ ที่นี่เป็นหนึ่งในเขตอนุรักษ์ท้องฟ้ามืด (Dark Sky) และจัดกิจกรรมดูดาวช่วงเดือนธันวาคมด้วย 

เช้าวันใหม่ เราตื่นขึ้นพร้อมแสงแดดอ่อนยามเช้าที่ค่อย ๆ สาดผ่านม่านบาง

แสงสีทองเรืองรองสะท้อนใบองุ่นนอกหน้าต่างเป็นประกายสวยงาม แต่สิ่งที่ตรึงสายตาเราที่สุดคือภาพของดวงอาทิตย์ที่ค่อย ๆ ลอยขึ้นเหนือยอดเขาหัวช้าง ซึ่งเป็นเหมือนสัญลักษณ์ของไร่แห่งนี้

หลังจากอาบแสงเช้าจนเรืองรอง เรานั่งรถรางไปกินอาหารเช้าที่ VinCotto ที่เสิร์ฟอาหารเช้าทั้งแบบตะวันตกและแบบไทย ๆ ขนมปังหอมกรุ่นจากเตา เสิร์ฟคู่แยมองุ่นโฮมเมด และ Sparkling Wine ให้เราเริ่มวันใหม่อย่างซู่ซ่าและมีชีวิตชีวา เรานั่งซึมซับบรรยากาศไม่นานนักก็ถึงเวลาเช็กเอาต์

เราชอบที่มาที่นี่ที่เดียว ได้สัมผัสประสบการณ์เกี่ยวกับไวน์หลายอย่าง ผ่านทัวร์ที่ทำให้เห็นต้นองุ่นอย่างใกล้ชิด ได้เข้าใจกระบวนการผลิตไวน์ ได้ชิม ได้กิน และได้นอน แถมอยู่ไม่ไกลจากอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก จะว่าไป เขาใหญ่ก็เหมาะแก่การเที่ยวในทุกฤดูจริง ๆ 

สิ่งที่เรารู้สึกหลังจากพักที่ GranMonte Wine Cottage คือที่นี่ทำให้เรา ‘ช้า’ ลง

เราได้ฟังเสียงธรรมชาติ เสียงป่า และได้ยินเสียงในใจตัวเองชัดขึ้น

ถ้าลองมองผ่านระเบียงออกไปยังแปลงองุ่นที่ทอดยาว พร้อมนั่งจิบไวน์คลอเคล้าบรรยากาศ 

คุณจะเข้าใจว่าทำไม GranMonte ตั้งใจสร้างที่พักไว้ตรงนี้ – บนจุดที่สวยที่สุดของไร่องุ่น

3 Things you should do

at GranMonte Wine Cottage

01

ทัวร์แปลงองุ่นและโรงบ่มไวน์ที่เปิดให้เห็นเบื้องหลังการผลิตไวน์แบบใกล้ชิด

02

ชิมไวน์รางวัลระดับโลกของ GranMonte และซื้อกลับบ้านเป็นของฝาก

03

ดินเนอร์ที่ VinCotto พร้อมไวน์แพริ่งที่ออกแบบมาอย่างตั้งใจ

GranMonte Wine Cottage
  • 52/2 หมู่ 9 ตำบลพญาเย็น อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา (แผนที่)
  • 09 4831 0909, 09 2806 7755
  • @granmonte
  • GranMonte Wine Cottage

Writer

ณฐนนท์ สายรัศมี

เรียนภาษาเพื่อเข้าใจมนุษย์และเรียนสื่อเพื่อถ่ายทอดมันออกมา ชีวิตขับเคลื่อนด้วยกาแฟและเสียงเพลง

Photographer

โตมร เช้าสาคร

ชอบถ่ายวิวมากกว่าคน ชอบกินเผ็ดและกาแฟมาก เป็นคนอีโค่เฟรนลี่ รักสีเขียว ชวนไปไหนก็ได้ไม่ติด ถ้ามีตัง