7 กันยายน 2024
3 K

Blu มีพื้นฐานมาจากคำว่า Blue สีฟ้า เป็นตัวแทนของความสบาย ความอิสระ

Monkey เป็นตัวแทนของความสนุก ไม่อยู่นิ่ง มีอะไรทำอยู่ตลอดเวลา

ต๊อบ-พศิน มณีศรี ผู้อำนวยการฝ่ายปฏิบัติการ บริษัท แอทติจูดสเตย์ จำกัด บอกถึงที่มาที่ไปของชื่อโรงแรม เมื่อดูจากความหมายของแต่ละคำแล้ว โรงแรมในบทความนี้เห็นจะเพียบพร้อมไปด้วยความสบาย อยู่ท่ามกลางอิสระของธรรมชาติ ขณะเดียวกันก็ไม่ตกหล่นด้านความสนุก ส่วนเรื่องของความไม่อยู่นิ่งนั้น ขอยกให้ต๊อบเห็นจะเป็นการเหมาะสมกว่า

Blu Monkey Pooltara Krabi Hotel & Villas’ เป็นโรงแรมที่ถูกส่งต่อและรับมาด้วยความรัก

เริ่มต้นด้วยสายตาของธุรกิจและตัวเลข

เดินหน้าต่อด้วยความยืดหยุ่น โอนอ่อน และเป็นมิตรต่อแขก ชุมชน และสัตว์เลี้ยงคู่ใจ

ในตอนนี้ความอยู่ไม่นิ่งของต๊อบก็ได้นำ Sustainable Event เข้ามาสู่โรงแรมของเขา ความยั่งยืนที่ไม่ใช่แค่เพื่อเรียกแขก แต่เป็นการกระทำที่เกิดจากความรู้สึกว่านิ่งเฉยต่อสิ่งที่รับรู้ไม่ได้อีกแล้ว

โรงแรมกลางธรรมชาติของเขาจึงไม่ได้จบแค่คำว่า ‘รัก’ แต่ยังเติมคำ ‘ษา’ ต่อท้ายเพื่อความยั่งยืนของผืนป่ารอบข้างที่รอคอยให้แขกหน้าใหม่เข้ามาแวะเวียน และแขกหน้าเก่าเข้ามาเยี่ยมเยียน

Nature Touch

“เราเป็นบริษัทอสังหาริมทรัพย์ที่ทำโดยคนภูเก็ตเป็นหลัก จนเมื่อประมาณปี 2010 เราทำโรงแรมแรกขึ้นมาในชื่อว่า ‘Foto Hotel’ แล้วประสบความสำเร็จ ต่อมาในปี 2011 เราทำ ‘Blu Monkey Bed & Breakfast Phuket’ เป็นไซต์แรกที่ภูเก็ต ซึ่งปัจจุบันมีทั้งหมด 18 สาขาทั่วประเทศไทย เปิดไปแล้ว 13 สาขา ใน 7 จังหวัด ส่วน Pooltara เป็นสาขาที่ 10” ต๊อบเล่าถึงภาพใหญ่ก่อนเพื่อความเข้าใจโดยทั่วกัน

แน่นอนว่าต่างอำเภอ ต่างจังหวัด ทุกโรงแรมจะมีบริบทของจังหวัด สถานที่ และความเป็นท้องถิ่นแฝงเอาไว้อย่างโดดเด่น เหมือนกับที่ Pooltara มีคลองน้ำใสไหลผ่านให้แขกได้ใกล้ชิดธรรมชาติ อย่างไรก็ตาม ทุกที่จะยึดเอาไว้ด้วย 4 แกน นั่นคือ 

Lifestyle ส่วนนี้ขึ้นอยู่กับบริบทของจังหวัดนั้น ๆ อาจนำเสนอในรูปแบบงานสถาปัตยกรรม งานศิลปะแขนงอื่น ๆ หรืองานบริการ

“ส่วนที่เหมือนกัน คือ 3 แกนที่เหลือ” ต๊อบเปรย

Imaginative ความเพ้อฝัน สร้างสรรค์ โดยยังไม่หลุดไปจากมาตรฐานของโรงแรม

Socialize ความพยายามในการเป็นคนน่ารักของพื้นที่ และทำงานร่วมกับชุมชนให้มากที่สุด

Casual ความยืดหยุ่นที่โรงแรมมี

“โดยแกนใหญ่ของ Blu Monkey เราใช้นิยามว่า Creative Community อันนี้เป็นภาพใหญ่ของธุรกิจ แต่ของ Pooltara เราให้นิยามว่า Nature Touch เราอยากให้ลูกค้าเจอธรรมชาติให้ได้มากที่สุด” ต๊อบพูดถึงโรงแรมสาขาที่ 10 ที่อยู่ในการดูแลของตน

ถ้าอย่างนั้นความพิเศษของ Pooltara มีอะไรบ้าง – เราถามต่อทันที

เขาตอบเราทันทีเช่นกัน ที่นี่คือ Blu Monkey ที่ซ่อนอยู่ในธรรมชาติ สื่อสารมาตรฐานของโรงแรมผ่านงานศิลปะ โดยให้ศิลปินถ่ายทอดตามโจทย์ว่า ลิงที่อยู่ในพื้นที่ของ Pooltara นั้นเป็นมิตรกับใครบ้าง คลอง กระบี่ ธรรมชาติ และสัตว์ เพราะที่นี่เป็น Pet-friendly แห่งแรกจากทั้งหมดอีกด้วย อีกส่วนหนึ่งคือการออกแบบงานบริการให้แตกต่างไปจากทุกที่ หรือพูดให้ถูก คือเขาปฏิรูประบบงานบริการหลังเปิดได้ 6 เดือน

Brand Manual

เมื่อได้นิยามมาแล้ว การสร้างแบรนดิ้งจึงเป็นสิ่งที่ตามมาสำหรับโรงแรมที่มีหลายสาขา และต้องพยายามให้ทุกสาขามีความโดดเด่น มีเอกลักษณ์ และเป็นที่น่าจดจำ

สิ่งน่าสนใจ คือต๊อบมีคู่มือในการทำโรงแรม

“เรามี Brand Manaul หรือคู่มือแบรนด์ที่ทีมส่วนกลางเป็นคนเขียนขึ้นมา มันเป็นกรอบและจุดตั้งต้นที่ทำให้ทุกคนคิดและมองในภาพเดียวกัน เพราะบางครั้งถ้าไม่มีกรอบ เราอาจจะใช้ประสบการณ์จากที่ที่หนึ่งมาใช้กับอีกที่หนึ่งจนไม่มีความชัดเจนในการสื่อสารออกไป เมื่อไหร่ที่รู้สึกหลงทาง เราจะเอาเล่มนี้มาเปิดเพื่อดูว่ากำลังทำอะไรและต้องทำอะไร อีกส่วนคือภาพแรกที่เราอยากได้จากตรงนี้คืออะไร ภาพที่ 2 ภาพที่ 3 คืออะไร” ต๊อบเล่า

ถ้าหากยังไม่เห็นภาพ เราขอใช้ Facility พื้นฐานบางอย่างเป็นตัวอย่าง

ต๊อบบอกกับเราว่า Blu Monkey ทุกแห่งจะต้องมี Co-working Space ซึ่งที่ Pooltara สร้างเป็นรูปแบบของศาลาริมน้ำแทนห้องสี่เหลี่ยมที่มีโต๊ะและโคมไฟ หรือในส่วนของสะว่ายน้ำ ที่โรงแรมนี้ก็มีสระธรรมชาติที่ใสสวยราวมรกตตลอดปี แต่สำหรับแขกที่อาจจะไม่สะดวกใจ ทางโรงแรมก็ยังคงมีสระว่ายน้ำทั่วไปให้ลงเล่นตามใจชอบ 

อย่างหนึ่งที่น่าสนใจเป็นพิเศษ คือฟิตเนส ที่นี่ไม่มีห้องฟิตเนสให้เล่น แต่จะมีเส้นทางให้แขกได้เดิน วิ่ง ซึ่งโรงแรมจะสื่อสารกับแขกว่า คุณจะได้เจอความสวยงามอะไรในเส้นทางนั้นบ้าง หรือถ้าใครมาพักผ่อนทั้งที ฉันไม่อยากเดินแล้ว โรงแรมก็มีคลาสโยคะที่สอนโดยคนในชุมชนให้เข้าร่วม

ส่วนห้องพัก ที่นี่มี 7 รูมไทป์ แต่ความน่าสนใจหรือพูดให้ถูกคือความน่ารักไม่ได้อยู่ตรงนั้น เพราะสิ่งที่ดึงดูดรอยยิ้มของเราให้ออกมาอย่างไม่รู้ตัวคือ 3 ชื่อที่เป็นตัวจัดกลุ่มทั้ง 7 รูมไทป์ 10 ห้อง 10 วิลล่านี้เอาไว้อีกทีหนึ่ง

Chimpanzee เป็นตัวแทนของห้อง Superior

Gorilla เป็นตัวแทนของวิลล่า 1 ห้องนอน

ท้ายสุด Orangutan เป็นตัวแทนของวิลล่า 2 ห้องนอน

“ในแง่ฟังก์ชันของห้องจะเหมือนที่อื่น ๆ แต่ในเรื่องดีไซน์ มีความเป็นธรรมชาติสูงกว่าที่อื่น ๆ ระเบียงกว้างขวางเป็นพิเศษ แขกใช้ชีวิตอยู่ที่ระเบียงได้เลยในวันที่อากาศเป็นใจ หรือแม้แต่ในวันฝนตก เราก็ตั้งโจทย์ไว้ว่า ฝนตกต้องสวย และเราอยากให้เขาเห็นความมีชีวิตของสถานที่ เราจึงมีฟาร์มเป็ด พร้อมเปิดเสียงเพลงคลอให้ลูกค้าอยากอยู่ข้างนอกมากกว่าอยู่ในห้อง” ต๊อบอธิบายถึงห้องพักที่อยากให้แขกใช้เวลาอยู่นอกระเบียงมากกว่าอยู่บนเตียง

Human Friendly

ในส่วนต่อจากนี้เป็นต้นไป เราขอให้ต๊อบรับหน้าที่เล่าสู่กันฟังเป็นส่วนใหญ่เพื่อให้เห็นภาพ ครบถ้วนทางข้อมูล และไม่ผิดเพี้ยนไปจากที่เขาต้องการจะสื่อ

“Blu Monkey เปิดมาร่วม 11 – 12 ปี เรามีสถิติจากหลังบ้าน รู้ว่าลูกค้ามีความต้องการที่จะพาสัตว์เลี้ยงมายังโรงแรมของเรา ซึ่ง Pooltara เป็นไซต์เปิดใหม่ใกล้ธรรมชาติ ทำให้ความอยากของลูกค้าเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว เราเลยตัดสินใจลองทำ Pet-friendly กับไซต์นี้เป็นครั้งแรก แน่นอนว่ากังวล แต่เราก็พิสูจน์ให้เห็นว่า จริง ๆ แล้วเราก็จัดการได้นี่นา” ต๊อบเล่าถึงการตัดสินใจเปิดโรงแรมสาขาที่ 10 ของเขาให้เป็น Pet-friendly สาขาแรก

ต๊อบเล่าต่อว่าในระยะเวลา 2 ปีของ Pooltara ช่วงเริ่มต้นเขาเคร่งกับมาตรฐานของโรงแรมที่ตัวเองวางเอาไว้มาก ๆ ระบบที่ต้องเป็นระเบียบเรียบร้อย ข้อจำกัดที่ต้องทำตาม ไป ๆ มา ๆ กลายเป็นว่าเขาคิดเรื่องของธุรกิจมากเกินไป โฟกัสเรื่องตัวเลขมากเกินไป จนเขาลืมไปเลยว่าทีแรกที่รับช่วงต่อสถานที่แห่งนี้มา มันเป็นเพราะความรัก หาใช่ธุรกิจไม่

“เรามักจะมาใช้บริการ Pooltara ทุกครั้งที่มีโอกาสได้หยุดพักผ่อน ซึ่งเจ้าของเดิมเองก็ไว้วางใจในทีมของเราให้เข้ามาดูแลสถานที่แห่งนี้ต่อในนามของ Blu Monkey แต่พอเราเข้ามาเริ่มต้นด้วยระบบที่เป็น 1 2 3 4 ทำให้เราลืมหันกลับไปมองว่าบางทีตรงนี้อาจไม่เหมาะกับระบบแบบเรา” ต๊อบย้อนคิดกลับไป

แปลว่าเราโอนอ่อนขึ้นมากเลยใช่ไหม – เราถาม

“โอนอ่อนขึ้นมากเลยครับ” ต๊อบตอบพร้อมเสียงหัวเราะ “หลังจากเปิดมา 6 เดือน เราเลยตัดสินใจ ปรับทีมทั้งหมดเลย โครงสร้างเดิมจะทำให้ลูกค้าคาดหวังว่าจะมีเมเนเจอร์หรือคนที่จะมาเคลียร์ปัญหาให้เขาได้ทุกเมื่อ แต่ในเมื่อคนของเรา 100% เป็นคนท้องถิ่น เราเลยเปลี่ยนโครงสร้าง และบริการผ่าน Super Host โดยเราจะตามหาช้างเผือกจากพนักงานทั้งหมดขึ้นมา 1 คนที่มีใจบริการและพร้อมช่วยเหลือ เพราะฉะนั้น ไม่ว่าลูกค้าจะทำอะไร เขาจะเข้าไปทันที มันช่วยจะลดช่องว่างระหว่างแขกกับพนักงานได้ แต่ด้วยความเป็นแบรนด์ เราก็จะมีส่วนกลางที่คอยจัดการปัญหาบางส่วนให้”

ต๊อบเสริมว่า Super Host ต่างจากเมเนเจอร์ตรงส่วนของหน้าที่และความรับผิดชอบที่ต่างกัน Super Host จะดูแลและช่วยเหลือลูกค้าให้ดีที่สุด ขณะเดียวกันต๊อบเองก็ต้องกล้าให้อำนาจกับพนักงานในการตัดสินใจและจบงานได้เลย

“เราบอกพนักงานเสมอว่า วันนี้คุณทำงานให้เต็มที่นะ และทำงานให้ครบชั่วโมง แต่ในระหว่างนั้นคุณอาจจะขอไปรับลูก หรือพาครอบครัวไปทำธุระก่อนมาเข้างาน เรายอมรับได้เพราะมันคือชีวิตเขา ไลฟ์สไตล์การทำงานของคนเราย่อมมีส่วนที่แตกต่างกัน แต่เราเองก็พยายามเพิ่มสกิลล์ให้เขา สิ่งหนึ่งที่เราให้วิธีการเขามาตลอด คือสอนวิธีคิดเรื่องของแบรนดิ้งที่จะช่วยเพิ่มเสน่ห์ให้ตัวเขาเองได้” ต๊อบเล่า

Farm Market

Farmer Market จะมีทุกวันเสาร์ แต่ก่อนจะไปถึงวันเสาร์ ขอย้อนกลับยังวันที่เริ่มต้นความคิดนี้สักหน่อย เพราะตลาดเล็ก ๆ แห่งนี้ต่อยอดมาจาก Blu Monkey Friendly Market ซึ่งเป็นโครงการที่ต๊อบตั้งใจอยากให้คนในพื้นที่เข้ามาใช้พื้นที่ในโรงแรมของเขา แล้วเขาจะได้เดินเข้าไปบอกว่า สวัสดีครับ ผมทำ Blu Monkey ครับ อยากให้ผมช่วยเหลืออะไรบอกผมได้เลยนะครับ

“เราจะคิดเสมอว่าคนที่ทำงานกับเราเป็นพาร์ตเนอร์ ไม่ใช่คู่ค้า ต่างกันตรงที่อย่างหลังจะมองเรื่องของเงิน ของผลประโยชน์ แต่พอเป็นพาร์ตเนอร์จะมองเรื่องการสนับสนุน การทำ Farmer Market สำหรับเราคือการสนับสนุนซึ่งกันและกัน” ต๊อบขยายความ

แน่นอนว่าถ้ามองจากข้างนอกบริษัท ภาพลักษณ์ของต๊อบย่อมเป็นธุรกิจขนาดใหญ่ที่มีทีท่าว่าจะเข้าไปหากินกับชุมชน ทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม นำมาซึ่งกำแพงจากคนท้องถิ่นที่หวาดกลัวว่าจะถูกนายทุนโฉบฉวยประโยชน์ไป

‘ให้เขารู้ว่าเราทำอะไร และเรามีความตั้งใจอย่างไร’ สิ่งนี้คือหลักการของต้อบที่อยากจะทลายกำแพงที่ก่อเอาไว้บนย่อหน้าข้างต้น อาจไม่ต้องเริ่มจากทั้งชุมชน ขอแค่ทำความเข้าใจจาก 1 ครอบครัว 1 เครือญาติ บอกเล่าวิธีการทำงานร่วมกัน หากคุณนำของมาขายที่ Farmer Market ทางโรงแรมจะการันตีรายได้ให้ 300 บาท ด้วยการรับซื้อของที่ขายมาทำให้ลูกค้ากิน

“เราพยายามให้ Know-how เรื่องการทำแบรนดิ้งกับเขา มันเข้าใจยากมาก ๆ ก็จริง แต่เราพยายามทำให้เขาเห็นว่าสินค้า 1 ชิ้น ผัก 1 กำ วันนี้เขาขายได้ 15 บาท แต่เราทำให้เขาขาย 95 บาทได้ ของที่สวยขึ้นจะทำให้ขายได้ดีมากขึ้น ของที่มีเรื่องราวจะทำให้มีคุณค่ามากขึ้น เราพยายามทำให้เขาเห็นผ่านผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น

“ข้อสำคัญ เราไม่ขโมย แต่เราจะซื้อจากเขา ทำงานร่วมกับเขาเท่านั้น” ต๊อบเผยให้เห็นถึงปณิธาน

Sustainable Event

การเข้ามาทำโรงแรมในกระบี่ทำให้ต๊อบได้พบกับแนวคิด ‘Krabi Goes Green’ ที่เขามองว่าคือการ Educate หรือการให้ความรู้คน สร้างความเข้าใจ และร่วมปรับเปลี่ยนพฤติกรรม อย่างไรก็ตาม แนวคิดนี้ก็ทำให้ต๊อบถึงกับต้องเริ่มโครงการสำคัญของบริษัทขึ้นมา นั่นคือ ‘Blu Monkey Goes Green’

เริ่มจากสิ่งที่ปรับเปลี่ยนได้ทันตาเห็น คือการลดขวดน้ำพลาสติกแจกฟรี แล้วหันมาใช้ขวดแก้วแทนในโรงแรมที่เขาดูแล รวมถึงการแยกขยะอย่างถูกวิธี รู้ที่มาที่ไปของขยะชิ้นนั้น ๆ

“เรากลับมารีเฟรชแบรนด์ของธุรกิจทั้งหมดที่เราถือ 837 คีย์ การทำไซต์เดียวคงไม่สร้างผลกระทบได้มากพอ การที่ทุกคนเข้าใจคอนเซปต์นี้มันส่งต่อได้เร็วกว่าแน่ ๆ” ต๊อบพูดถึงความตั้งใจของเขา

พร้อม ๆ กัน เขายังศึกษาเกี่ยวกับเรื่องของ Sustainable Event จนไปเจอเข้ากับคำคำหนึ่งที่ดูแล้วเจ้าตัวน่าจะชอบมากที่ว่า ‘เข้าให้น้อย ออกให้น้อยกว่า’ วลีนี้ฟังต๊อบอธิบายน่าจะเข้าใจมากขึ้น

“เราเริ่มให้ความรู้กับชุมชน อะไรที่เขาจะเอาเข้ามา ให้เขาส่งสินค้าเข้ามาก่อน แล้วเราจะส่งภาพกลับไปให้เขาว่าเราอยากได้แบบนี้ ทำแค่นี้ได้ไหม จากนั้นเราก็คิดถึงลูกค้าที่เข้ามา พอลูกค้ากลับไปจะทำยังไงให้เข้าน้อย ออกน้อยกว่า แสดงว่าเราก็ต้องมีของให้เขาสิ เราเลยเปิดบริจาคแก้วน้ำที่ไม่ได้ใช้แล้วจากบ้านพนักงาน แล้วเอามาตั้งในงาน พร้อมเขียนว่า ‘หยิบหนูไปใช้ได้เลยค่ะ’ และลูกค้านำกลับบ้านไปด้วยได้

“เรารู้สึกว่าความสำเร็จของรอบนี้ คือทุกคนเข้าใจมัน” ต๊อบเล่าอย่างภูมิใจ

ถึงอย่างนั้นเรื่องแบบนี้ยังคงเป็นสิ่งที่ต้องสร้างความเข้าใจ ปลูกฝังแนวคิด หรืออาจปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อธรรมชาติที่ดีขึ้น เพราะต๊อบไม่ได้อยากให้แขกที่มารู้สึกรักธรรมชาติเพียงอย่างเดียว เขาอยากให้ทุกคนอยากรักษามันไปด้วยพร้อม ๆ กัน แน่นอนว่าทุกคนย่อมเลือกความสบายให้ตัวเองเสมอ แต่เขาก็เชื่อว่า ถ้าเริ่มรู้สึกว่าเราก็อาจจะทำได้เหมือนกัน และเมื่อลองลงมือทำ คำว่า ‘อาจจะ’ จะหายไป และนั่นเองคือก้าวแรกของการไม่นิ่งเฉยต่อสิ่งที่เรารับรู้เกี่ยวกับโลกใบนี้อยู่ตลอดเวลา

“เหมือนเป็นคนดีขึ้นอีกสเตปหนึ่ง” ต๊อบจบบทสนทนาด้วยเสียงหัวเราะ

3 Things you should do

at Blu Monkey Pooltara Krabi

01

ลองตื่นเช้าไปสัมผัสธรรมชาติ สายลม เม็ดฝน และลำธาร

02

ลองไปเลือกอาหารเช้า คุยกับคนในชุมชน ไปดูว่าวันนี้ตลาดมีอะไรให้กิน

03

ลองสำรวจรอบ ๆ ชุมชนบ้านในสระ เพื่อให้เห็นว่ากระบี่มีมากกว่าทะเล

Blu Monkey Pooltara Krabi

Writer

พันธุภา

จากเด็กที่ฝันว่าอยากไปซื้อของเล่นญี่ปุ่น สู่ผู้ใหญ่ที่ฝันว่าอยากไปจับมือกับอุลตร้าแมนตัวเป็น ๆ ที่ญี่ปุ่น

Photographer

ทยาวีร์ สุพันธ์

ช่างภาพอิสระ บ้านอยู่ภูเก็ต หลงรักการดื่มกาแฟ ขับรถเที่ยว ชมธรรมชาติ การถ่ายรูปทะเลและผู้คน ชอบดนตรี ตีกลองเป็นงานอดิเรก