3 มกราคม 2026
6 K

ออกเดินทาง

แขกคนสำคัญที่สุดสำหรับธุรกิจที่พักอาจไม่ใช่ผู้คนเพียงอย่างเดียว หากแต่รวมถึงธรรมชาติรอบตัวเราด้วย ผืนนา หนองน้ำ ป่าไม้ วัด ตลาด หรือเพื่อนบ้าน บ้านใกล้เรือนเคียงที่ใกล้ชิดกันเสมอมา

เช่นเดียวกันกับความตั้งใจในการออกแบบ ‘บ้านนานวล’ ของ องุ่น-ปรเมษฐ์ ทาเขียว และ ฮา อินยอง เขาและเธออยากให้บ้านหลังนี้เป็นส่วนหนึ่งของธรรมชาติและเคารพพื้นที่เดิม โดยหนุ่มสาวเลือกปรับตัวเข้าหาพื้นที่ ผู้คน ชุมชน ทำความรู้จักสภาพแวดล้อมเดิม และเลือกที่จะอยู่กับธรรมชาติ 

เราออกเดินทางไปบ้านนานวลกับเพื่อน ๆ ค่อย ๆ ซึมซับบรรยากาศของบ้าน ผ่านสองข้างทางที่มองจากกระจกรถ จากถนนสายใหญ่ค่อย ๆ เล็กลงเป็นถนนภายในหมู่บ้าน ผ่านโรงเรียน บ้านไม้ ตลาด บ้านไม้ สีเขียวสลับสีน้ำตาล จนเลี้ยวผ่านวัดมาได้อีกหน่อย เราก็พบกับบ้านที่นัดหมายกันในวันนี้ 

เจ้าของบ้านเดินมาต้อนรับแขกผู้มาเยือนด้วยตัวเองเหมือนกับทุก ๆ ครั้ง เราคิดว่ามันเป็นการให้เกียรติผู้มาเยือน และได้ทำความรู้จักกัน ก่อนจะส่งมอบบ้านให้แขกดูแล (ชั่วคราว) แทนเจ้าบ้าน

ช่วงเวลาทำความรู้จัก

บ้านนานวลเป็นบ้านไม้เก่า 2 ชั้น 

“ตัวบ้าน เราซื้อบ้านไม้เก่าจากในหมู่บ้าน พอมาอยู่ตรงนี้ก็อยากให้สล่าในพื้นที่เป็นคนสร้าง” องุ่นเล่าว่านั่นเป็นวิธีแนะนำตัวเองกับพื้นที่ที่เขาจะไปอยู่ เพื่อจะได้รู้จักกันมากขึ้น

บริเวณบ้านมีตัวบ้านหลัก โรงรถ และสวนผักหลังบ้าน ภายในบ้านหลักแบ่งเป็น 2 ส่วน ส่วนแรกเป็นห้องนอนทั้งชั้นบน-ชั้นล่าง มีห้องน้ำในตัว ส่วนที่ 2 เป็นครัวไทยและห้องน้ำส่วนกลางที่แยกออกมา 

ห้องนอนทั้งหมดอยู่ทางทิศเหนือ เพื่อรับแสงแดดอุ่น ๆ ยามเช้า มีระเบียงและหน้าต่างเปิดรับวิวผืนนากว้างสุดลูกตา จนไปบรรจบกับแนวป่าใกล้เนินภูเขา ส่วนครัวไทยและห้องน้ำส่วนกลางอยู่ทางทิศตะวันตก เป็นครัวเปิดที่รับแสงแดดได้ดี ช่วยไล่ความชื้นและกลิ่นเวลาทำกับข้าว จะได้ไม่รบกวนห้องนอน

เราเชื่อว่าแต่ละคนมีภาพ ‘บ้านในฝัน’ ไม่เหมือนกัน และภาพในใจขององุ่นก็เช่นกัน เขาเริ่มวาดมันจากความคิดที่ว่า ‘ตอนเกษียณอยากมาอยู่กับธรรมชาติ อยากอยู่ชนบท และทำในแบบที่อยากอยู่’

“อยากเป็นส่วนหนึ่งของธรรรมชาติ แต่ไม่อยากให้ตัวบ้านบังวิว เลยทำบรรยากาศบ้านคล้ายบ้านสมัยก่อนที่ยกใต้ถุนโล่ง เพื่อเปิดรับธรรมชาติให้เข้ามา” หรือที่เคยได้ยินเขาเรียกกันว่า ‘ภูมิทัศน์ที่ถูกหยิบยืม’ จากภายนอกเข้ามาสู่ภายในบ้าน เป็นคำที่องุ่นเคยฟังเลกเชอร์จาก ต่าย-ภควัต สัตตะรุจาวงษ์ แห่งใจบ้านสตูดิโอ 

ความตั้งใจทั้งหมดนี้ขององุ่นนำมาเป็นแนวความคิดหลักในการออกแบบบ้าน ซึ่งภาพในใจที่เขาคิดออกมาสู่ภาพความเป็นจริง คือ “บ้านหลังนี้ได้เป็นส่วนหนึ่งของสภาพแวดล้อมใหญ่” องุ่นเล่า

พื้นที่ที่พิเศษที่สุดของบ้านคงเป็นส่วนไหนไม่ได้ นอกจาก ‘ระเบียง’ พื้นที่ที่รอต้อนรับแขกทุกคน ทำหน้าที่เชื่อมความสัมพันธ์และความรู้สึกของทุกพื้นที่ในบ้านหลังนี้ไว้ด้วยกัน แบ่งเป็นระเบียงเล็ก-ใหญ่ เชื่อม-ต่อกันด้วย มีแผ่นไม้กว้างประมาณ 40 เซนติเมตรให้นั่งและเดินข้ามฝั่งถึงกันได้ 

ในแต่ละช่วงเวลาของวัน ของฤดู ณ ระเบียงแห่งนี้ จะสะท้อนแสงและเงา มองเห็นภาพรวมของธรรมชาติที่โอบกอดบ้านนานวลเอาไว้ 

ในฤดูหนาว ผืนนาเป็นสีทอง พื้นไม้ระเบียงก็จะสะท้อนสีเหลืองทอง ดูอบอุ่นเป็นพิเศษ แต่หากเป็นฤดูฝน ต้นกล้าที่กำลังเริ่มโตมองเห็นเป็นสีเขียวอยู่ภายนอกนั้น จะให้ลมเย็น ๆ พัดผ่านมายังระเบียง และมีเสียงฝนโปรยปรายที่คอยกล่อมยามนอนเล่น เห็นภาพวิวทุ่งนาและภูเขาเป็นแนวกว้าง คอยเปลี่ยนสีสันไปตามฤดูกาล เป็นเหมือนกรอบรูปขนาดใหญ่ซึ่งมีชีวิตชีวาที่สุดในบ้าน

“เราเป็นสถาปนิก เราออกแบบสิ่งที่อยากได้ เราฟังเสียงในหัวตัวเราเอง แต่ไม่เคยฟังในมุมมองคนอื่น (ที่มาอยู่อาศัย) 

“บ้านที่ค่อย ๆ ทยอยสร้างตามกำลังและแรงที่มีเริ่มเป็นรูปเป็นร่าง พอจะเข้าอยู่ได้ เลยชวนเพื่อน ๆ มานอนบ้าน เท่านั้นแหละ คอมเมนต์กระจาย เพื่อนแต่ละคนเป็นสถาปนิกกันทั้งนั้น เราอยู่ได้ แต่คนอื่นอยู่ไม่ได้ บางทีบ้านก็ดิบเกินไป พื้นไม้ไม่ขัด กันสาดไม่มี ผนังเป็นแค่โครงเฉย ๆ” 

การมีมิตรที่ดี คนรอบข้างชี้แนะ-สนับสนุน มีส่วนทำให้บ้านนานวลกลมกล่อมมากขึ้น

อยู่ (กับ) บ้าน

“ทุกอย่างไม่สมบูรณ์ 100% ต้องเอาคนลองเข้าไปอยู่ก่อน ให้เข้าไปใช้งาน ถึงจะตอบได้ว่าบ้านที่อยู่สบายดีไหม ฟังก์ชันลงตัวไหม ต้องปรับไหม ถ้าทำที่พักแล้วไม่ลองอยู่เอง เราจะไม่รู้ปัญหาเลย”

เมื่อ 3 ปีที่แล้ว องุ่นแต่งงานและชวนภรรยามาอยู่ที่นี่ด้วย 

บ้านหลังนี้ไม่ได้สร้างเสร็จภายในคราวเดียว จึงต่อเติมหรือตกแต่งเพิ่มเติมตามความเหมาะสม อย่างหลังคากันสาดใบตองตึง ที่แขวนตะหลิว ตำแหน่งกระบะปลูกผักสวนครัว ชิงช้ารับลม มุมทานข้าวแบบนั่งกับพื้น 

“ทุกอย่างเกิดจากฟังก์ชันการใช้งานของเราอย่างแท้จริง จากวิถีชีวิตประจำวัน จากความเป็นเรา มันถ่ายทอดสู่จิตวิญญาณของบ้าน ทำให้สิ่งที่เกิดขึ้นมีความหมายแฝงอยู่ในทุก ๆ จุด

“พื้นระเบียงอาจต่างระดับเยอะหน่อย เพราะอยากให้ใต้ถุนบ้านระบายอากาศได้ดี จึงยกสูงจากพื้นดินและแยกพื้นระเบียงออก ไม่ได้เป็นแผ่นใหญ่แผ่นเดียวกัน เหมือนมีคอร์ตกลางบ้าน ตอนไปทำงานที่สวนหลังบ้านจะได้ไม่ต้องเดินอ้อม แค่ยกแผ่นไม้ทางเชื่อมออกก็เดินลัดสวนจากหน้าบ้านมาหลังบ้านได้เลย 

“กลายเป็นว่าระเบียง 2 ฝั่งนี้เป็นพื้นที่ที่คนในบ้านใช้งานมากที่สุด เพราะเป็นพื้นที่หัวใจและเป็นรอยต่อของบ้าน บางคนอยู่ในมุมเงียบ ๆ อ่านหนังสือ บางคนนอนเล่น บางคนจับกลุ่มนั่งคุยกัน ด้วยความต่างระดับของพื้นที่นั่ง ทำให้ในแต่ละมุมมีพื้นที่และกิจกรรมในแบบของตนเอง แต่ยังเชื่อมต่อและมองเห็นกันได้” 

“เสาทุกต้นที่เห็นเป็นเสาไม้บ้านเก่าเดิมทั้งหมด” อยู่ไปนาน ๆ เสาเริ่มมีอาการปลวกขึ้น เพราะไม่ได้ทำงานวางท่อกันปลวกตั้งแต่แรก ด้วยความที่ไม่อยากใช้สารเคมี เขาจึงแก้ปัญหาโดยทำเป็นแอ่งขอบคอนกรีต เพื่อใส่น้ำมันขี้โล้ป้องกันปลวกขึ้นไว้ หรือแม้แต่องค์ประกอบงานศิลปะชิ้นเล็กบ้าง ชิ้นใหญ่บ้าง ที่ตกแต่งจัดอยู่โดยรอบบ้าน ล้วนเป็นผลงานศิลปะของฮา อินยอง ที่ทำให้บ้านดูสนุกและสดชื่น 

สิ่งเล็ก ๆ น้อย ๆ เหล่านี้ เมื่อนำมาประกอบกัน ทำให้แขกที่มาเยือนต่างชื่นชอบและอมยิ้มเล็ก ๆ ไปกับความน่ารัก ความละมุนของบ้าน เป็นบ้านที่ไม่มีใครเหมือนและไม่เหมือนใคร เพราะเกิดจากการเลือกแต่ละสิ่งให้เหมาะกับบ้านและเป็นสิ่งที่ไว้ใช้สำหรับบ้านนานวลเท่านั้น

“อยากให้แขกรู้สึกถึงความเป็นเจ้าของบ้าน” ข้าวของเครื่องใช้ จานชาม และเฟอร์นิเจอร์ต่าง ๆ สิ่งที่เห็นและใช้มาจากการซื้อเก็บสะสมและคัดมาอย่างดี ‘ทำให้ดี ทำให้สวย ทำให้น่าอยู่’ นี่คือความคิดขององุ่น เขาไม่ได้มองบ้านนานวลเป็นเพียงที่พักที่มุ่งหวังรายได้ แต่เป็นที่พักที่มุ่งหวังอยากแบ่งปันพื้นที่ความฝันของตนเองให้แขก มีความรัก มีความผูกพัน และมีความเป็นเจ้าของร่วมกัน 

เห็นได้จากสมุดเล่มดำประจำบ้าน หรือ Guests Book เชิญชวนให้แขกเล่าความประทับใจ ความรู้สึก ไปจนถึงความผูกพันที่มีต่อบ้านนานวล บางคนเขียนความรู้สึก บางคนวาดรูปในช่วงต่างฤดู ต่างเวลา แต่ทั้งหมดทั้งมวลคือก้อนความรู้สึกที่มีชีวิตและจิตใจ ส่งผ่านแขกผู้มาเยือนถึงเจ้าของบ้าน 

อยู่ (นอก) บ้าน

เราและเพื่อน ๆ นั่งพูดคุยกันอยู่สักพัก ก่อนตะวันจะลับขอบฟ้า องุ่นชวนทุกคนเดินเล่นไปยังหนองน้ำใกล้บ้านด้วยกัน เดินลัดเลาะผ่านคันนาสีทองสุกสวยด้านหลังบ้าน แล้วเดินไปตามถนนผิวดินเรื่อย ๆ เจอต้นจามจุรียักษ์ เจอฝูงวัวควายเข้ามากินหญ้ากำลังแช่บ่อน้ำสบายใจ เท่านั้นยังไม่พอ ถนนสายนี้ยังนำพวกเราไปเจอเพื่อนบ้านสายศิลปิน เพื่อนบ้านสายธุรกิจ ตลาด โรงเรียน และชุมชน 

กว่าจะรู้ตัวเราก็เดินเล่นจนฟ้ามืด นับว่าเป็นเส้นทาง Neighborhood Mini Trail ที่ทำให้เราออกสำรวจธรรมชาติของป่าไม้ ธรรมชาติของคนอยู่อาศัย เข้าใจบริบทของที่นี่โดยเข้าไปสัมผัสด้วยตัวเอง

“เรารู้จักเจ้าของร้านกาแฟ ร้านข้าวใกล้ ๆ ที่แนะนำให้แขกไปได้ พวกเราอยากช่วยกันพัฒนาธุรกิจชุมชนให้กระจายตัวสู่ท้องถิ่นมากขึ้น” เพราะบ้านนานวลอยู่ไกลจากตัวเมือง ร้านข้าว ร้านกาแฟ ร้านรวงต่าง ๆ ในรัศมีที่เดินหรือปั่นจักรยานไปได้ องุ่นจึงรู้จักหมด เพราะทำความรู้จักกันไว้ก่อนแล้วเมื่อมาเป็นสมาชิกชุมชนใหม่ ๆ 

นับว่าเราไม่ได้เพียงแต่อยู่ในบ้าน แต่เราอยู่กับธรรมชาติ อยู่กับชุมชน ซึ่งบ้านนานวลเป็นเพียง บ้านเล็กในภาพใหญ่ของสภาพแวดล้อมธรรมชาติชุมชน หมู่บ้านสันป่ายาง จังหวัดเชียงใหม่ ในแบบที่องุ่นตั้งใจไว้

บ้านนา (ที่) นวลที่สุดในเชียงใหม่

“บ้านนานวลเป็นมากกว่าบ้าน เป็นความผูกพันของช่วงเวลาและหีบความทรงจำขนาดใหญ่” 

เพราะนอกจากธรรมชาติ ผู้คนที่รัก ใกล้ชิด และคอยโอบกอดบ้านหลังนี้แล้ว ยังมีผู้สร้างอีกคนที่สานฝันร่วมกัน นั่นคือ ‘คุณแม่ขององุ่น’ ที่ร่วมกันลงแรงกายและแรงใจ ในวัยที่คุณแม่เกษียณ บ้านหลังนี้กลายเป็นโรงเรียนให้คุณแม่อีกครั้ง ให้เธอได้ออกมาใช้ชีวิต ออกกำลังกาย รดน้ำต้นไม้ และปลูกผักสวนครัว 

“ถ้าไม่ได้สร้างบ้านหลังนี้ คงไม่ได้ใช้เวลาร่วมกับแม่” องุ่นเปรย 

“ช่วงเวลาแห่งความสุขที่สุขยิ่งกว่าตอนสร้างบ้านเสร็จ คือช่วงเวลาที่เราเริ่มปลูกบ้านให้ค่อย ๆ โตไปพร้อมคนที่เรารักและมีความสุขไปด้วยกัน พอขึ้นชื่อว่าบ้านในฝัน ไม่ว่าเล็กหรือใหญ่ ถ้าเรามีความสุข มันก็คือความสุข” บ้านที่จัดการและดูแลเองได้โดยไม่รบกวนคนอื่น นั่นหมายถึงบ้านที่เป็นบ้านของเราจริง ๆ 

ที่จริงแล้ว ชื่อของบ้านหลังนี้มีที่มามาจากชื่อ ‘คุณยายนิ่มนวล’ คุณยายขององุ่น ด้วยความที่บ้านหลังนี้มีทุกอย่างที่คุณยายน่าจะชอบ ไม่ว่าจะเป็นบ้านใกล้วัด ใกล้ตลาด แถมเป็นบ้านไม้ 2 ชั้น ในแบบที่องุ่นเติบโตมากับคุณยาย ทุกครั้งที่เห็นจึงนึกถึง ประกอบกับทุ่งนาที่ดูนวลตา เป็นความประทับใจแรกพบ จึงนำคำในแต่ละส่วนของสถานที่นี้มาประกอบกัน 

ไม่ว่าจะอีกนานแสนนานสักแค่ไหน บ้านหลังนี้คงจะไม่หยุดนิ่งแน่นอน เพราะบ้านนานวลคือสิ่งมีชีวิตที่พัฒนา ยืดหยุ่น และปรับปรุง เพื่อให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นไปเรื่อย ๆ ตามใจผู้อยู่

ใจของผู้อยู่อยู่ที่ไหน บ้านในดวงใจก็จะอยู่ที่นั่น 

“บ้านในมุมมองของสถาปนิกนั้นเหมือนผลงานศิลปะ เมื่อเขาจากโลกใบนี้ไป ผลงานของเขายังคงอยู่ และแน่นอนว่าในชีวิตของสถาปนิกอาจมีหลากหลายผลงานก็ได้” เจ้าบ้านแย้มเป็นนัย ๆ

ขอกระซิบดัง ๆ ว่า เตรียมพบกับบ้านที่ ‘นิ่มนวล’ ที่สุดในเชียงใหม่ เร็ว ๆ นี้

3 Things you should do

at บ้านนานวล

01

ลองนั่งชมวิวทุ่งนาที่ระเบียงบ้าน ช่วงบ่ายแก่ ๆ จะสวยที่สุด

02

ลองเดิน Neighborhood Mini Trail ใกล้ ๆ บ้าน

03

ลองปั่นจักรยานไปตลาด ทำกับข้าวกินตอนเย็นที่บ้าน

บ้านนานวล

Writer

ธีรสุดา วิเชียรสรรค์

สถาปนิกผู้กำลังตามหาตัวตน เลยมาหัดเป็นมือใหม่นักเล่าเรื่อง

Photographer

ศรีภูมิ สาส่งเสริม

ช่างภาพเชียงใหม่ ชอบอยู่ในป่า มีเพื่อนเป็นช้าง และชาวเขาชาวดอย