28 กุมภาพันธ์ 2026
17 K

เราไม่ค่อยมีโอกาสไปเยือนแถบภาคอีสานมากนัก 

ไม่นานมานี้มีเหตุต้องไปทำงานที่จังหวัดหนองคาย เลยได้เล่นเลียบริมแม่น้ำโขง ช่วงเย็นย่ำเราเห็นผู้คนทยอยมาใช้ชีวิต บ้างกินข้าว บ้างวิ่ง บ้างปั่นจักรยาน และบ้างมานั่งรับลมและรอดูพระอาทิตย์ตกดินริมแม่น้ำโขง เราก็เป็นหนึ่งในนั้น ทุกคนเฝ้ามองอาทิตย์ดวงโตค่อย ๆ หายวับลงในสายน้ำ แผ่นฟ้าเปลี่ยนเป็นสีแสดส้มสวย งดงามและประทับใจ ประทับใจจนอยากชวนคุณไปพักผ่อนริมโขงด้วยกัน

จึงเกิดบทความรวม 5 ที่พักเลียบริมแม่น้ำโขงใน 5 จังหวัดภาคอีสาน เลย หนองคาย
นครพนม มุกดาหาร และอุบลราชธานี ขึ้นมา เพื่อหวังให้คุณไปยลความงามด้วยตัวเอง ถ้าคุณไปแล้วประทับใจ โปรดอย่าเก็บไว้คนเดียว บอกเพื่อน บอกพี่ บอกน้อง ให้ไปสัมผัสเสน่ห์และประสบการณ์อย่างที่คุณเคยสัมผัส

เหมือนที่เราประทับใจจนมิอาจเก็บไว้คนเดียว เลยต้องบอกต่อชวนคุณไปด้วยกัน

#01

จังหวัดเลย

Nachan The Antique Courtyard

ปักหมุด ณ อำเภอเชียงคาน จังหวัดเลย 

เข้าพักที่ ‘Nachan The Antique Courtyard’ บ้านไม้ที่สร้างจากไม้เก่าทั่วประเทศไทยและวัสดุธรรมชาติ ให้ความรู้สึกอบอุ่น ดูกลมกลืน ไม่แปลกแยกจากสภาพแวดล้อมโดยรอบ บ้านพักแต่ละหลังได้รับแรงบันดาลใจจากบ้านไม้พื้นถิ่นในจังหวัดเลย และทุกหลังก่อสร้างโดยช่างท้องถิ่นทั้งสิ้น 

นาจันทร์มีทำเลอยู่บนที่ดินบริเวณสามเหลี่ยมปากแม่น้ำโขงตัดแม่น้ำเลย ที่นี่นำเสนอแนวคิด Slow Life หมายถึงว่าเป็นที่พักที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม สนับสนุนท้องถิ่น แขกได้สร้างสมดุลระหว่างชีวิต (ตัวเอง) กับธรรมชาติ แถมได้นั่ง ๆ นอน ๆ มองวิวแม่น้ำโขงไหลช้า ๆ ช่วยผ่อนคลายความเหนื่อยล้า

ที่นี่มีบ้านให้เลือกพัก 7 หลัง มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน รวมถึงอาหารมื้อเช้า และมีกิจกรรมมากมายให้เราได้ลองใช้เวลาอยู่กับตัวเองและธรรมชาติ อย่างการเดินเท้าเปล่าบนสนามหญ้าปรับประจุลบในร่างกาย (Grounding) การอาบแสงจันทร์ (Moon Bathing) หรือจะเดินเล่นในสวนก็ได้

เรารับรองว่าประสบการณ์พักผ่อนริมโขงที่นาจันทร์จะทำให้คุณจดจำมิรู้ลืม

Nachan The Antique Courtyard
#02

จังหวัดหนองคาย

ศิลป์โสภา โฮสเทล

ศิลป์โสภา’ เป็นโฮสเทลในเมืองหนองคาย อยู่ตรงข้ามกับศาลจังหวัดหนองคาย เยื้องกับพิพิธภัณฑ์จังหวัดหนองคาย ทำเลไม่ไกลจากย่านเดินเที่ยว และเดินเพียง 600 เมตรก็ไปชื่นชมวิวริมแม่น้ำโขงได้

ก่อนจะเปลี่ยนรูปโฉมเป็นที่พัก อาคารเก่าแก่สไตล์โคโลเนียลอายุกว่า 60 ปีแห่งนี้เคยเป็นบ้านของคู่บ่าวสาวสำหรับแต่งงานออกเรือน ร้านอาหาร ออฟฟิศสำนักงานคลังจังหวัด ตลอดจนมูลนิธิอิสระ 

เจ้าของศิลป์โสภาลงความเห็นตรงกันว่า อยากให้ที่นี่เป็นที่พักสำหรับคนรักศิลปะ พวกเขาบอกว่าในหนองคายมีคนทำงานแวดวงศิลปะอยู่พอสมควร แต่ขาดพื้นที่แสดงผลงาน บางส่วนจึงผันตัวไปทำอาชีพอื่น สถานที่แห่งนี้จึงเป็นทั้งที่พักต้อนรับแขกบ้านแขกเมืองและพื้นที่ศิลปะขนาดย่อมของเมือง

มุมต่าง ๆ ของโฮสเทลตกแต่งด้วยศิลปะ แถมห้องหับก็ออกแบบและเรียกชื่อตามศิลปินไทยและต่างประเทศ เช่น ห้องเฉลิมชัย ห้องกุสทัฟ คลิมท์ (Gustav Klimt) ห้องปิกัสโซ (Pablo Picasso) ห้องวินเซนต์ แวนโก๊ะ (Vincent van Gogh) และห้องมอเน (Claude Monet) ใครโปรดศิลปินคนไหนก็จองพักห้องนั้นได้ มีตั้งแต่ห้องสไตล์หอพัก (Dorm) ห้องคู่รัก และห้องครอบครัว (บางห้องไม่มีห้องน้ำในตัวนะ)

เราไปนอนพักที่ศิลป์โสภามาแล้ว ชอบที่ทำเลดี เดินไปไหนมาไหนสะดวก บรรยากาศที่พักเป็นกันเอง ที่สำคัญ เย็นสบายและร่มรื่น เหมาะกับการมาพักระยะยาวหรือแวะมา Workcation ก็เข้าที

อ้อ ไปถึงเมืองหนองคาย ต้องไปกินอาหารเวียดนาม แนะนำร้านแดงแหนมเนือง (ไปช่วงเย็นจะได้ชมวิวพระอาทิตย์ตกริมโขง) ร้านขนมเบื้องสองพี่น้อง และร้านเลือดแปลงอั่วใส้หมู หนองคาย

ศิลป์โสภา โฮสเทล
#03

จังหวัดนครพนม

แสงทองเฮอริเทจ

ย้ายจังหวัดมาที่นครพนม เข้าเช็กอินที่ ‘แสงทองเฮอริเทจ’ โรงแรมบูทีกในตึกโคโลเนียลยุคคุณปู่ยังหนุ่ม เปิดทำการมามากกว่า 70 ปี ปัจจุบันรีโนเวตใหม่และดูแลกิจการโดยทายาทรุ่นสามของครอบครัว

ที่พักแห่งนี้อยู่ใจกลางเมืองนครพนม ห่างจากวัดพระธาตุพนมประมาณ 400 เมตร ห่างจากริมโขงประมาณ 200 เมตร เจ้าบ้านแนะนำให้ตื่นนอนแต่เช้าตรู่ แล้วเดินไปดูพระอาทิตย์ขึ้นริมแม่น้ำโขง 

เราว่าไฮไลต์ของแสงทองเฮอริเทจ คือการรักษาประวัติศาสตร์ของสถานที่และสถาปัตยกรรม หากมีโอกาสไปเยือน ลองไปพินิจ ‘ตึกโคโลเนียล 2498’ ที่ดีไซน์มาจากสถาปัตยกรรมตะวันตก เพราะสวยงามและมองไม่เบื่อ ส่วนข้าวของต่าง ๆ ในโรงแรมก็เป็นของเก่าเก็บที่คุณปู่ชื่นชอบ และบางชิ้นก็บอกเล่าเรื่องราวของโรงแรม อย่างป้ายโรงแรมเก่าที่ยังมีชื่อ ‘แสงทอง’ เขียนเอาไว้ ป้ายประกาศกฎข้อบังคับของโรงแรมที่ใช้จริงกับผู้เข้าพัก เขียนด้วยลายมือตั้งแต่ พ.ศ. 2529 และสมุดลงนามผู้เข้าพักจากโรงพิมพ์ตำรวจ

แสงทองเฮอริเทจ ให้อารมณ์ ‘คลาสสิก-วินเทจ’ หากคิดถึงบรรยากาศการเข้าพักโรงแรมในวันวานที่นี่เหมาะยิ่งนัก ขอให้มั่นใจในมาตรฐานการบริการของที่นี่ได้เลย การันตีประสบการณ์ถึง 3 รุ่น

หากไม่ได้แวะพัก เข้ามาใช้บริการคาเฟ่และชื่นชมความงามของอาคารได้นะ

แสงทองเฮอริเทจ
#04

จังหวัดมุกดาหาร

สะหวันสำราญ

คู่รักที่อยากเติมความหวานหรือวัยเก๋าที่อยากย้อนวันวานกลับไปเดตแรก เราแนะนำให้เดินทางไปจังหวัดมุกดาหาร และนอนพักผ่อนที่ ‘สะหวันสำราญ’ บูทีกโฮเทลที่สุดแสนโรแมนติกริมแม่น้ำโขง

เจ้าของโรงแรมแห่งนี้คือ เล็ก ใบเมี่ยง หรือ อัศวิน คงศุภมานนท์ นักเขียนจากเมืองมุกดาหารที่ไปทำงานและใช้ชีวิตยังเมืองหลวง (กรุงเทพฯ) แต่เขาตัดสินใจพาตัวและหัวใจกลับบ้านมา 16 ปีแล้ว 

สะหวันสำราญ มีที่มาจาก ‘สะหวันนะเขต’ วัยเด็กเขาเติบโตที่นั่น เมืองที่มีสถาปัตยกรรมโคโลเนียลทั้งเมือง เพราะเคยเป็นเมืองขึ้นของฝรั่งเศส ผสมกับคำว่า ‘ถนนสำราญชายโขง’ ซึ่งเป็นที่ตั้งของโรงแรม แถมเขายังคิดสโลแกนไว้ว่า ที่ซึ่งความโรแมนติกของสายน้ำ แกล้มด้วยความงามของวันวาน -​ Where good old days meet romance. – คุณเชื่อหรือยังว่าเขาเป็นนักเขียน โรแมนติกกว่านี้ไม่มีอีกแล้ว 

เล็กตั้งใจสร้างที่พักที่เคารพอดีต ตึกที่เห็นเป็นตึกที่สร้างขึ้นใหม่แต่งามราวกับอาคารโบราณ ห้องพักมีเพียง 5 ห้อง 5 อารมณ์ ได้แก่ French Colonial แรงบันดาลใจจากฉากเต้นรำยามค่ำคืนในห้องครัวของหนัง The Bridges of Madison County, The Keeper of Light เน้นภาพถ่ายสถาปัตยกรรมโคโลเนียลที่รุ่นน้องของเขาชื่นชอบ, Good Old Days แรงบันดาลใจจากหนังของ หว่อง กาไว บรรยากาศห้องนี้เหมือนจำลองภาพของฮ่องกงในยุค 60, Sumroeng ห้องนี้ได้อารมณ์ลอฟต์ มีหัวรถโฟล์กหน้าวีปี 1959 ประดับเด่นสง่าอยู่บนหัวเตียง และ Vintage Emotion ผสมผสานระหว่างความเนี้ยบและความดิบ

มาพักที่สะหวันสำราญ อยากให้ลองอาหารเวียดนามฝีมือแม่ยายเชื้อสายเวียดนามของเล็ก และต้องไม่พลาดสารพัดเมนูจากปลาแม่น้ำโขง เขากระซิบว่า การันตีว่ารสชาติตราตรึงจนต้องอยากมาซ้ำ! ปิดท้ายคำคื่นด้วยการไปดื่มด่ำที่ So Bar -​ Cocktail & vinyl บาร์ใต้โรงแรมบรรยากาศ ยุค 50 ที่ขับกล่อมด้วยบทเพลงจากแผ่นไวนิล ซึ่งดูแลโดย บลูสกาย ลูกชายเพียงคนเดียวของ เล็ก ใบเมี่ยง

สะหวันสำราญ
#05

จังหวัดอุบลราชธานี

ทอแสง เฮอริเทจ โขงเจียม

อุบลราชธานีขึ้นชื่อเรื่องแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ มีทั้งป่า น้ำตก ทุ่งดอกไม้ แม่น้ำ

หนนี้ชวนสัมผัสเสน่ห์ริมแม่น้ำโขงที่ ‘ทอแสง เฮอริเทจ โขงเจียม’ โรงแรมที่วางตัวกลมกลืนกับสายน้ำโขงมากกว่า 30 ปี เบื้องหน้ามีทิวเขาและผาชันจากฝั่งลาว ถัดไปราว 4 กิโลเมตร เป็นจุดตัดของแม่น้ำโขงและแม่น้ำมูลที่เราคุ้นกันในชื่อ ‘แม่น้ำสองสี’ แหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมของอำเภอโขงเจียม

ทอแสงฯ เป็นโรงแรมสีเขียว นอกจากร่มรื่นด้วยหมู่มวลแมกไม้ ยังเป็นโรงแรมที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม รวมถึงวัตถุดิบปรุงอาหารที่เป็นผักปลอดสารซึ่งปลูกเองบริเวณโรงแรม มีคุณภาพและปลอดภัย

ที่สำคัญยังเป็นส่วนหนึ่งกับชุมชนใกล้เคียง พ่วงเรื่องการอนุรักษ์ภูมิปัญญา เพราะไม่ไกลจากโรงแรม มี ‘ทอแสง คอตตอน วิลเลจ’ ศูนย์การเรียนรู้เกี่ยวกับฝ้าย ตั้งแต่การปลูก การทอ จนถึงการย้อม และมีหน้าร้านขายสินค้างานทำมือ ให้แขกและนักท่องเที่ยวซื้อกลับบ้านเป็นของฝากได้ด้วย 

อ้อ ความพิเศษอีกอย่าง ห้องพักที่นี่มองเห็นวิวแม่น้ำโขงเท่าเทียมกัน เพราะห้องพักหันหน้าไปยังสายน้ำ ชมวิวได้ทั้งยามรุ่งอรุณและอาทิตย์ลาลับขอบฟ้า ห้องพักมีทั้งในอาคารและวิลล่า (เป็นส่วนตัวและพื้นที่กว้างขวาง) มีอาคารใหม่ชื่อ ‘ตึกอินดิโก’ ดีไซน์ให้ทันสมัย เพิ่มความสดใส ขณะเดียวกันก็อบอุ่น 

ถ้ามีแพลนไปอุบลราชธานีเร็ว ๆ นี้ เซฟ ทอแสง เฮอริเทจ โขงเจียม ไว้เป็นหนึ่งในลิสต์นะ

ทอแสง เฮอริเทจ โขงเจียม

ภาพ : ทศพล คามะดา, รักอิสระ มุกดาม่วง, เจษฎาภรณ์ บัวสาย, อิสรพงษ์ ชาภูบาล และ ธีระชัย สาหัสสา

Writer

สุทธิดา อุ่นจิต

กรุงเทพฯ - เชียงใหม่ สู่ ลาดพร้าว - สุขุมวิท , พูดภาษาพม่าได้นิดหน่อย เป็นนักสะสมกระเป๋าผ้า ชอบหวานน้อยแต่มักได้หวานมาก

Photographer

The Cloud

นิตยสารออนไลน์ที่เล่า 3 เรื่องหลักอย่าง Local, Creative Culture และ Better Living ส่งเนื้อหารายวัน แต่เสิร์ฟความประณีตแบบนิตยสารรายเดือน