ย้อนกลับไปเมื่อ พ.ศ. 2550 เรามีสถานะเป็นนักศึกษาฝึกงานที่สถานีรถไฟกรุงเทพ เพื่อนๆ หลายคนเลือกไปฝึกงานที่สนามบินมากกว่าสถานีรถไฟ ซึ่งแน่นอนว่าเราเป็นคนเดียวในแก๊ง ไม่สิ ในคณะเลยที่มาฝึกที่การรถไฟฯ เหตุผลเดียวที่ยื่นเรื่องมาฝึกงานเลยคืออยากมาอยู่ใกล้รถไฟล้วนๆ ซึ่งการมาฝึกงานที่สถานีรถไฟกรุงเทพนั้น ได้พาเรามาเจอกับสิ่งหนึ่งที่เรียกว่าน่าจะเป็นการฝึกความจำของเราไปอีกนาน
สิ่งนั้นไม่ใช่รถไฟ แต่มันคือตัวย่อมหาศาลบานบุรีที่การรถไฟใช้มากันอย่างยาวนาน และคิดว่าคงใช้ตลอดไป ใช้กันจนเป็นเรื่องปกติที่ทุกคนต้องเข้าใจตัวย่อนั้น ประหนึ่งภาษาทิพย์ที่ไม่มีใครเข้าใจนอกจากคนรถไฟกันเอง
จริงๆ เรารู้เรื่องตัวย่อของการรถไฟมาก่อนหน้านั้นแล้วในคราบของประเภทตู้โดยสารกับชื่อสถานี แต่พอมาฝึกงาน สิ่งที่พบเจออีกนั่นคือตัวย่อของหน่วยงานภายใน ชื่อตำแหน่ง ที่เรียกได้ว่าต้องมานั่งจดจำกันยิ่งกว่าตารางธาตุหรือตารางสูตรคูณกันไปอีก สำหรับเรื่องชื่อย่อตำแหน่งนั้นไม่ค่อยแปลกใจเท่าไหร่เพราะมักคุ้นอยู่แล้ว แต่ตัวย่อที่สร้างความประทับใจให้มากที่สุดคงไม่พ้นการย่อชื่อตู้รถไฟยาวๆ หรือย่อชื่อสถานีรถไฟทั่วประเทศให้คงเหลือแค่ 2 ตัวอักษร (บางทีก็มีสระด้วย) และไม่ซ้ำกันเลย นี่คือความน่าอัศจรรย์ใจที่สุดจริงๆ

ย่อรถ
ตู้รถไฟที่มีใช้งานนั้นเยอะแยะมาก ทั้งรถโดยสาร รถสินค้า รถดีเซลราง การเรียกขานชื่อเต็มนั้นยาวเหยียดซะจนแทบจะบอกสถานะของรถคันนั้นๆ อย่างเห็นภาพ เช่นรถนั่งและนอนปรับอากาศชั้นที่ 2 ก็บอกชัดเลยว่านั่งก็ได้นอนก็ได้ หรือรถกำลังดีเซลรางมีห้องขับปรับอากาศ บ่งบอกสถานะได้ว่านอกจากเป็นรถดีเซลรางที่มีเครื่องยนต์ขับเคลื่อนในตัวแล้วก็ยังเป็นรถแอร์อีกด้วย
แต่แน่นอนว่าชื่อยิ่งยาวยิ่งเข้าใจยาก ก็เลยมีการสร้างตัวย่อขึ้นมาให้เรียกง่ายๆ เข้าใจง่าย อ่านปุ๊บรู้ปั๊บ การย่อชื่อรถนั้นก็แยกออกมาได้ 4 แบบ
แบบที่ 1 รถ 4 ล้อ ก็คือรถไฟรุ่นเก่าที่มีตู้ขนาดเล็ก สั้น มีล้อแค่ 4 ล้อ ซึ่งแต่ก่อนมีทั้งรถโดยสารและรถสินค้า ตัวย่อประกอบไปด้วยตัวอักษร 2 ตัว เน้นๆ เพื่อบอกสถานะว่ามันคือรถประเภทไหน เช่น รถตู้ใหญ่ ก็ย่อว่า ตญ. รถข้างสูง ก็ย่อว่า ขส. เป็นต้น

แบบที่ 2 รถ 8 ล้อ ก็คือตู้รถไฟที่มีโบกี้เป็นส่วนประกอบเข้าไป เรียกในทางเทคนิคว่า ‘รถโบกี้’ เพราะรถมีขนาดใหญ่ขึ้น ตัวรับน้ำหนักจึงต้องมากขึ้น ตัวย่อจะเริ่มบังเกิดเป็น 3 ตัวอักษรโดยมี บ ย่อมาจาก ‘รถโบกี้’ นั่นเอง เพื่อให้บรรดาคนทำงานรู้ได้ว่ารถแบบนี้มีโบกี้เป็นส่วนประกอบนะ เช่น รถโบกี้ชั้นสาม ก็ย่อว่า บชส. (บ = รถโบกี้, ช = ชั้น และ ส =สาม) รถโบกี้ตู้ใหญ่ ก็ย่อว่า บตญ. (บ = รถโบกี้, ต = ตู้ และ ญ = ใหญ่) เป็นต้น

ก่อนขึ้นแบบที่ 3 อันนี้ขอเล่าก่อนว่าการเรียกขานชั้นของรถไฟนั้นใช้คำโบราณ กล่าวคือ ชั้นสามจะใช้ตัวย่อ ส ตามปกตินี่แหละ แต่ว่าถ้าเป็นชั้นสองจะมาใช้ ส ย่อเหมือนกันไม่ได้ ไม่งั้นจะงงแน่นอน เลยย่อเป็น ท = โท และชั้นหนึ่ง ย่อว่า อ = เอก ฉะนั้น รถนั่งชั้นสองจึงย่อว่า บชท. รถนอนชั้นหนึ่งจึงย่อว่า บนอ. แบบนี้ยังไงล่ะ


แบบที่ 3 รถดีเซลราง คือรถที่มีกำลังขับเคลื่อนในตัวเองโดยไม่ต้องใช้หัวรถจักรลาก ตัวย่อมี 3 ตัว อันนี้การรถไฟเขากำหนดตัวย่อไว้คือ ซ เห็น ซ เมื่อไหร่ตีความได้เลยรถดีเซลรางแน่นอน เช่น รถกำลังดีเซลรางมีห้องขับ ก็ย่อว่า กซข. (ก = รถกำลัง, ซ = ดีเซลราง, ข = มีห้องขับ) หรือรถพ่วงดีเซลรางมีห้องขับ ก็ย่อว่า พซข. (พ = รถพ่วง, ซ = ดีเซลราง, ข = มีห้องขับ) แบบนี้

แบบที่ 4 รถแอร์ ไม่มีอะไรซับซ้อนครับอันนี้ แค่ห้อยตัวย่อ ป ที่ย่อมาจากคำว่า ‘ปรับอากาศ’ ลงไปได้เลยเป็นตัวอักษรที่ 4 เช่น รถโบกี้ชั้นสองปรับอากาศ ก็ย่อว่า บชท.ป. รถโบกี้นั่งและนอนชั้นหนึ่งปรับอากาศ ก็ย่อว่า บนอ.ป. แบบนี้เป็นต้น

แน่นอนว่าเรื่องการย่อรถจะงงๆ หน่อยสำหรับคนที่ไม่คุ้น จะต้องมีความเข้าใจเรื่องเทคนิคของรถ และการจัดกลุ่มตัวอักษรสำหรับใช้เฉพาะคำนิดหนึ่ง แต่ถ้าจับทางได้เราก็ดูในตั๋วได้เลยครับว่ารถที่เรากำลังจะนั่งนั้นเป็นรถประเภทไหน
ต่อไปนี้ก็จะขอยกตัวย่อของรถโดยสารและรถสินค้าที่เราเจอกันบ่อยๆ มาให้คุ้นตานะครับ พร้อมแล้วไปดูกันได้เลยครับ
รถโบกี้ชั้นสาม – บชส.
รถโบกี้ชั้นสอง – บชท.
รถโบกี้นั่งและนอนชั้นสอง – บนท.
รถโบกี้นั่งและนอนชั้นสองปรับอากาศ – บนท.ป.
รถโบกี้นั่งและนอนชั้นหนึ่งปรับอากาศ – บนอ.ป.
รถกำลังดีเซลรางมีห้องขับ – กซข.
รถกำลังดีเซลรางมีห้องขับปรับอากาศ – กซข.ป.
รถโบกี้บรรทุกตู้สินค้า – บทต.
รถตู้ใหญ่ – ตญ.
รถโบกี้ตู้ใหญ่ – บตญ.
พอจะจับทางการย่อได้แล้วใช่ไหมครับ มาดูเรื่องย่อเรื่องต่อไปครับ

ย่อสถานี
จริงๆ แล้วการใช้ตัวย่อหรือรหัสเรียกขานของสถานีรถไฟ (หรือแม้แต่สนามบิน) เป็นสิ่งที่หลายคนน่าจะคุ้นเคยดี อย่างกรณีสนามบินก็ใช้ตัวย่อเป็นโค้ดเนมเช่นเดียวกัน เช่น สนามบินกรุงเทพ (สุวรรณภูมิ) ก็ย่อว่า BKK สนามบินโตเกียว (นาริตะ) ก็ย่อว่า NRT สนามบินเชียงใหม่ก็ CNX หรือสนามบินดอนเมืองก็ DMK
สถานีรถไฟเราก็พบโค้ดเนมแบบนี้เหมือนกัน แต่ละสายก็เลือกวิธีการย่อของตัวเองที่แตกต่างไป ถ้าเป็นรถไฟฟ้าสายสีเขียวจะใช้โค้ดเนมเป็นตัวอักษรบอกทิศเหนือ ใต้ ตะวันออก ตะวันตก แล้วตามด้วยรหัสตัวเลข โดยมีสถานีสยามเป็น CEN
จากสยามไปคูคตเป็นโซนทิศเหนือ ตัวย่อนำหน้าด้วย N แล้วตามด้วยเลขประจำลำดับสถานีจากสยาม ราชเทวี N1 พญาไท N2 อนุสาวรีย์ชัยฯ N3
หากไปทางสุขุมวิทก็เป็นโซนตะวันออก ไล่จากสยามไปเป็นสถานีชิดลม E1 เพลินจิต E2 นานา E3 เป็นต้น
นี่ก็พอหอมปากหอมคอกับระบบรถไฟฟ้าในเมืองแล้ว มาพูดถึงรถไฟ รฟท. ที่เป็นตัวจี๊ดกันบ้าง

ทำไมถึงจี๊ด ก็เพราะสถานีมีครึ่งพัน จะทำยังไงให้ง่ายต่อจำมากที่สุด ที่คนทำงานเห็นปุ๊บรู้ปั๊บ อีกทั้งการส่งข้อความด้วยโทรเลขในสมัยก่อนต้องกระชับ สั้น เพื่อลดค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้น ทำอย่างไรจึงจะย่อให้เข้าใจง่ายที่สุด จึงเกิดเป็นศาสตร์ของการย่อสถานีรถไฟจำนวนเกินครึ่งพันของ รฟท. ที่มหัศจรรย์มากว่าไม่มีที่ไหนซ้ำกันเลย และความยากสุดขีดคือ มันถูกกำหนดให้ใช้ตัวอักษรหรือสระแค่ 2 ตัวมาประกอบกันเท่านั้น มาดูกันครับว่าศาสตร์การย่อใช้เทคนิคอะไรบ้าง
ย่อ 1 : ตรงตัวเอาอักษรต้นมาย่อ
สถานีแบบนี้ไม่ค่อยมีปัญหาเท่าไหร่ เบสิกสุด ย่อไม่ยาก เดาไม่ยาก ออกเสียงยังไงก็ย่อแบบนั้น ส่วนใหญ่จะเน้นไปที่สถานีใหญ่ๆ สถานีสำคัญๆ เช่น กรุงเทพ ย่อว่า กท. ดอนเมือง ย่อว่า ดม. พิจิตร ย่อว่า พจ. หัวหิน ย่อว่า หห. กันตัง ย่อว่า กต. เป็นต้น
ถ้าเป็นสถานีที่มีชื่อ 2 พยางค์จะเดาง่ายหน่อย แต่ถ้าหากมีจำนวนพยางค์มากกว่านั้นก็อาจนำอักษรต้นของพยางค์ไหนก็ได้มาย่อ เช่น อุตรดิตถ์ ย่อว่า อด. นครลำปาง ย่อว่า ลป. ปาดังเบซาร์ ย่อว่า ปซ. นครราชสีมา ย่อว่า รส. เป็นต้น
ย่อ 2 : ตรงตัวแต่ดึงอักษรอื่นที่ไม่ใช่พยัญชนะต้นมาช่วย
ย่อแบบนี้อาจมีชะงักเล็กน้อย เพราะว่าตัวย่อที่ดึงมาจากชื่อสถานีเป็นตัวสะกด อักษรนำ ตัวการันต์ หรือตัวอักษรใดๆ ที่ไม่ใช่พยัญชนะต้น เช่น สวรรคโลก ย่อว่า สว. มาบพระจันทร์ ย่อว่า บจ. ขอนแก่น ย่อว่า ขอ. พัทลุง ย่อว่า พท. เป็นต้น

ย่อ 3 : สลับตัวอักษร
อันนี้คือการเอาหลักการที่ 1 และ 2 มาผสมผสานกัน แต่เรียงตัวย่อไม่ตรงพยางค์ คืออาจจะเอาพยางค์หลังมาขึ้นก่อนพยางค์หน้า แต่สุดท้ายแล้วตัวอักษรนั้นก็อยู่ในชื่อสถานีนั้น เช่น ห้วยยายจิ๋ว ย่อว่า จย. (เอาจิ๋วมาก่อนยาย) แต่แบบนี้มีน้อยมากกกกกก

ย่อ 4 : เอาสระและวรรณยุกต์มาช่วย
อันนี้เป็นอีกอันที่พบได้บ่อยครับ แต่จะอยู่ในกรณีที่ย่อแบบ 1 และ 2 ไม่ได้แล้ว คือไม่ซ้ำกับสถานีอื่นๆ ก็ไม่รู้จะย่อยังไงแล้ว เลยต้องดึงสระในชื่อสถานีออกมาช่วย ซึ่งจะเรียงตรงพยางค์หรือสลับพยางค์ก็ได้เช่นกัน ยกตัวอย่างเช่น ควนเนียง ย่อเป็น เน. สุไหงโก-ลก ย่อเป็น โล. ลำนารายณ์ ย่อเป็น ลา. แต่ก็ต้องระวังด้วยว่าบางสถานีตัวย่อคล้ายกันมากแค่สลับตัวอักษรกันเท่านั้น ถ้าเรียงผิดคือผิดสายไปเลย เช่น หาดใหญ่ ย่อเป็น หใ. ก็มีสถานีที่คล้ายกันคือ บุใหญ่ ย่อเป็น ให. ซึ่งหาดใหญ่อยู่สงขลาและบุใหญ่อยู่สระบุรี

ย่อ 5 : เอาเสียงมาเป็นตัวย่อ
เทคนิคนี้คือการใช้เสียงมาย่อแทน ความมหัศจรรย์ของตัวอักษรไทยคือการที่มีพยัญชนะเสียงเดียวกันหลายรูปแบบ ทำให้ดึงตัวอักษรอื่นๆ มาใช้แทนกันได้ จึงช่วยเรื่องการย่อได้ดีอีกวิธี เช่น นครศรีธรรมราช ก็ย่อว่า ธำ. ซึ่งสระอำในตัวย่อมาจากคำว่า ‘ธรรม’ ที่ออกเสียงว่า /ทำ/ นั่นแหละ หรือจะเป็นสถานีคลองพุทรา ย่อว่า พซ. ซึ่ง ซ. ตัวนี้มาจากการออกเสียงพุทราว่า /พุด-ซา/ หรือแม้แต่สุราษฎร์ธานี ย่อว่า รท. คือก็ไปเอา ท. มาจากคำว่า ‘ธา’ ที่ออกเสียง /ทา/ นั่นเอง
ย่อ 6 : เอาตัวอักษรที่ไหนไม่รู้มาช่วย
อันนี้นับว่าเป็นที่สุด คือไม่รู้จะย่อยังไงแล้วก็ไปดึงตัวอักษรอื่นมาใช้ซะเลย ซึ่งสถานีที่ย่อในลักษณะนี้ถือว่ามีน้อยมากที่สุด (คือถ้าไม่เหลืออดคงไม่ย่อแบบนี้เป็นแน่แท้) ผมจะขอยกตัวอย่างเช่น ที่หยุดรถบางบอน ตัวย่อคือ าา. ใช่ครับ คุณอ่านไม่ผิด มันคือสระอาสองตัว ใครเห็นตอนแรกก็ต้องชะงักงันเป็นแน่แท้

แต่ว่าการย่อแบบที่ 6 นี่มันก็ต้องดูดีๆ อีกครับ เพราะบางสถานีที่เหมือนจะไปเอาตัวอักษรที่อยู่นอกชื่อสถานีมาย่อนั้น มันอาจจะไม่ได้เอาตัวอักษรอื่นมาก็ได้ ตัวอักษรนั้นอาจเคยอยู่ในชื่อสถานีมาก่อน เพราะมีการเปลี่ยนชื่อสถานีมาแล้ว ยกตัวอย่างเช่น สถานีคลองมะพลับ ตัวย่อคือ มป. ซึ่งเจ้าตัว ป. ปริศนาเนี่ยหลายคนอาจงงว่ามาจากไหน ซึ่งถ้าให้ย้อนดูประวัติแล้ว เจ้าสถานีคลองมะพลับเคยชื่อ ‘คลองมะปรับ’ มาก่อนที่จะเปลี่ยนชื่อเป็น ‘คลองมะพลับ’ อย่างในปัจจุบัน


ถ้าถามผมว่าผมชอบตัวย่อไหนมากที่สุด เอาตลกเลยก็คือ โต๊ะเด็ง ย่อว่า ตด. เห็นอันนี้แล้วจะกลั้นขำตลอด หากชอบในความสู้จนหยดสุดท้ายขอยกให้ ‘สถานีสระบุรี’ ครับ
สระบุรีเป็นการย่อออกมาเกือบทุกรูปแบบก็ซ้ำกับสถานีอื่นเกือบหมดเลยครับ
สบ. ซ้ำกับ สำโรงทาบ
สร. ซ้ำกับ สุรินทร์
สะ. ซ้ำกับ รือเสาะ
สี. ซ้ำกับ สะพลี
อะ พอๆ เลิกๆ ย่อแบบนี้เลยแล้วกัน ‘ะร.’
สระบุรีจึงกลายเป็นสถานีหลักที่มีการย่อแปลกที่สุด ซึ่งจริงๆ ตามหลักมันควรจะต้องย่อง่ายกว่านี้

เป็นยังไงกันบ้างครับกับเรื่องย่อของตัวย่อทั้งหลายของการรถไฟ เรียกเอาได้ว่างงกันไปเลยใช่ไหมครับ เหตุที่ผมเอามาเล่าให้อ่านนั้นก็เพราะว่าเวลาคุยกับคนที่ชอบรถไฟหรือเข้าไปดูข้อมูลรถไฟ จะได้ไม่งงกับตัวย่อที่ปรากฏให้เห็นในเอกสารหรือเว็บไซต์ครับ เวลาพวกคนรักรถไฟเขาคุยกันหรือสื่อสารกันเขาก็จะพิมพ์ตัวย่อสถานีหรือตัวย่อประเภทตู้รถไฟลงไปเลยประหนึ่งเป็นภาษาทิพย์ แล้วก็เป็นสิ่งที่น่าสนใจด้วยว่าหากอนาคตมีสถานีรถไฟเพิ่มมากขึ้นกว่าปัจจุบันหลายร้อยสถานีเขาจะย่อกันยังไง หรือก็ไม่แน่ว่าตัวย่อชื่อสถานีอาจจะมีมากกว่า 2 อักขระก็เป็นได้


