4 กันยายน 2024
2 K

ครั้งหนึ่งทางอุทยานแห่งชาติเฉลิมรัตนโกสินทร์ ได้โพสต์ภาพกิจกรรมสร้างฝายชะลอน้ำที่ร่วมกับนักศึกษาจัดทำฝายชะลอน้ำ และเพื่อเป็นการส่งเสริมการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ ต่อมา นพ.รังสฤษฎ์ กาญจนะวณิชย์ หรือ หมอหม่อง นักอนุรักษ์ธรรมชาติชื่อดัง ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นในเฟซบุ๊กส่วนตัวว่า

เห็นรอยยิ้มอาสาสมัครทั้งหลายแล้ว เห็นใจน้อง ๆ มาด้วยความตั้งใจดี เปี่ยมล้นไปด้วยความกระตือรือร้นอยากทำความดี น่าเสียดายที่การลงแรง มุ่งหวังทำดี อยากอนุรักษ์ธรรมชาตินั้น กลับกลายเป็นสร้างผลกระทบเสียหายร้ายแรงต่อระบบนิเวศด้วยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ เพราะถูกชักนำโดยอวิชชา

ลำธารที่โดนสร้างฝายนี้ เป็นลำธารสภาพดีมากในป่าสมบูรณ์ ไม่มีเหตุผลอันใดที่เหมาะสมในการเอากระสอบพลาสติกบรรจุทรายไปขวางกั้นให้น้ำเน่าเสีย ลำธารตื้นเขิน บ้านสัตว์น้ำถูกทำลาย ขยะพลาสติกปนเปื้อนสายน้ำ

อยากให้การจัดการต่าง ๆ ของอุทยานอยู่บนแนวทางวิทยาศาสตร์ มิเช่นนั้น แม้เรามีเจตนาดี แต่ขาดความรู้ความเข้าใจที่ลึกซึ้ง

ก็เหมือนหมอเถื่อนที่ลงมือรักษาคนไข้โดยขาดความรู้จริง ความตั้งใจดีนั้นก็เลยก่อผลเสียมากกว่าผลดี

ดูจะเป็นธรรมเนียมปฏิบัติของหน่วยงานราชการหลายแห่งและรัฐบาลไทยทุกยุค เมื่อขึ้นมาครองอำนาจก็จะประกาศจัดงบประมาณมหาศาลสนับสนุนการสร้างฝายหลายหมื่นแห่งต่อปี

รัฐบาลอ้างว่าเพื่อสร้างแหล่งน้ำให้ชุมชน แก้ภัยแล้ง ลดความรุนแรงของน้ำในฤดูฝน

ในช่วงเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2567 ที่ผ่านมา ทางภาคเหนือของประเทศประสบอุทกภัยหนักมาก ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมทะลักหลายพื้นที่ นักการเมืองหลายคนแสดงความเห็นทันทีว่า เพราะที่ผ่านมาโดนตัดงบประมาณสร้างฝายหลายพันล้านบาท เลยทำให้ไม่มีฝายป้องกันน้ำท่วมได้ ทั้ง ๆ ที่รู้ว่าฝายส่วนใหญ่ไม่ได้ถูกออกแบบมาให้ป้องกันน้ำท่วม และจะพังทลายเมื่อเจอความรุนแรงของน้ำป่าที่ไหลหลาก หรือเมื่อน้ำเอ่อล้นก็ท่วมบ้านเรือนใกล้เคียง

ปัญหาน้ำท่วมใหญ่ในจังหวัดน่าน สาเหตุมาจากสภาพภูมิประเทศของน่านส่วนใหญ่เป็นภูเขา พื้นที่ราบมีน้อย และพื้นที่ป่าที่เคยมีประมาณ 6 ล้านไร่ถูกทำลายเพื่อเปลี่ยนเป็นพื้นที่เกษตรกรรมไปถึง 1.8 ล้านไร่ ทำให้บนภูเขาไม่มีต้นไม้ใหญ่ไว้ชะลอความรุนแรงของน้ำป่า ทำให้เกิดน้ำไหลทะลักลงสู่บ้านเรือนบนที่ราบอย่างรวดเร็ว

ยกตัวอย่างภาพของฝายที่ถูกน้ำซัดบริเวณบ้านเหล่า ตำบลตับเต่า อำเภอเทิง จังหวัดเชียงราย ที่ปรากฏในสื่อจำนวนมาก ซึ่งฝายอาจช่วยชะลอน้ำแล้ง แต่ในฤดูฝนฝายก็เป็นสิ่งกีดขวางทางน้ำ ทำให้น้ำยกระดับบริเวณนี้มากกว่า 3 เมตร กลายเป็นกำแพงน้ำซัดบ้านหายไปทั้งหลัง และเสียหายไปทั้งหลัง รถยนต์ ข้าวของพัดไปกับน้ำ

ในขณะเดียวกัน บริษัทยักษ์ใหญ่หลายแห่งก็ทำโฆษณาอย่างครึกโครม ประกาศจะทำการสร้างฝายให้ชาวบ้าน ให้กับชุมชนในท้องถิ่น ถือเป็นการคืนกำไรให้สังคม

ทุกวันนี้หน่วยงานรัฐหรือภาคเอกชนเวลาจะจัดกิจกรรมด้านสิ่งแวดล้อมหรือการทำกิจกรรม CSR (Corporate Social Responsibility) ในพื้นที่ต่าง ๆ หากคิดกิจกรรมอะไรไม่ออก ก็คือการหาพื้นที่ สร้างฝายชะลอน้ำ จนกลายเป็นกิจกรรมที่ได้รับความนิยมมากที่สุดอันหนึ่ง

หากเป็นสมัยก่อน การหาพื้นที่ปลูกป่าเป็นกิจกรรมที่ได้รับความนิยมสูงมาก แต่ตอนนี้ดูเหมือนการสร้างฝายชะลอน้ำกำลังแซงหน้าการปลูกป่า ฝายชะลอน้ำกำลังเป็นเครื่องมือสำคัญในการสร้างภาพลักษณ์ให้กับองค์กร

ตลอดระยะเวลา 20 ปีที่ผ่านมา ผู้เขียนมีโอกาสเดินทางไปดูป่าชุมชนหลายร้อยแห่งทั่วประเทศที่ชาวบ้านมีส่วนสำคัญในการรักษาป่าบริเวณชุมชนของพวกเขา ป่าชุมชนเกือบทุกแห่งมีการสร้างฝายหลายแห่งในป่ากันหมด ฝายกลายเป็นกิจกรรมและเครื่องมือสำคัญของชาวบ้าน ด้วยความเชื่อว่าจะทำให้มีการเก็บกักน้ำและป่าชุ่มชื้นตลอดปี

ฝายชะลอน้ำ หรือ Check Dam คือสิ่งก่อสร้างที่ทำขึ้นเพื่อขวางหรือกั้นทางน้ำ ลำห้วย ลำธาร ในพื้นที่ต้นน้ำหรือพื้นที่ที่มีความลาดชันสูง โดยมีประโยชน์เพื่อช่วยลดความรุนแรงและอัตราเร่งของกระแสน้ำในลำธาร ช่วยบรรเทาความรุนแรงอันเกิดจากการกัดเซาะพังทลายของดินบริเวณ 2 ฝั่งลำธารบนพื้นที่ต้นน้ำ

เพื่อช่วยกักเก็บตะกอนที่ไหลลงมากับน้ำในลำธารบนพื้นที่ต้นน้ำ ทำให้คุณภาพน้ำดีขึ้น

เพื่อช่วยให้พื้นที่ต้นน้ำซึ่งมีความชุ่มชื้นเพิ่มมากขึ้น จะทำให้ความหนาแน่นของชนิดพันธุ์พืชต่าง ๆ มีมากขึ้นด้วย

 หลายสิบปีที่ผ่านมา การสร้างฝายในประเทศไทยจึงเกิดขึ้นหลายแสนแห่งทั่วประเทศ

ฝายชะลอน้ำแบ่งออกได้เป็น 3 ประเภท คือฝายชะลอน้ำแบบท้องถิ่นหรือฝายแม้ว ทำจากวัสดุธรรมชาติ ฝายกึ่งถาวรหรือฝายชะลอน้ำแบบเรียงด้วยหิน และฝายถาวรแบบคอนกรีตเสริมเหล็ก 

เชื่อกันว่าฝายชะลอน้ำจะช่วยทำให้บริเวณดังกล่าวมีความอุดมสมบูรณ์ ดินเกิดการอุ้มน้ำ ต้นไม้เจริญเติบโตได้ดียิ่งขึ้น พื้นที่มีความชุ่มชื้น อันจะส่งผลดีต่อบริเวณโดยรอบ

ฝายยังมีประโยชน์มหาศาล ราวกับยาสามัญประจำบ้านรักษาได้สารพัดโรค

จนมีคำพูดว่า ฝายมีชีวิต

แต่ทุกอย่างล้วนมี 2 ด้านเสมอ

ฝายอาจจะเหมาะสมหากสร้างในพื้นที่ป่าแห้งแล้ง พื้นที่เกษตรกรรม สร้างความชุ่มชื้นในดิน แต่อีกด้านหนึ่งฝายก็สร้างปัญหาและผลกระทบมากมายตามมาภายหลัง หากสร้างในป่าที่มีความอุดมสมบูรณ์อยู่แล้ว 

ก่อนการสร้างฝายจำนวนมาก เชื่อแน่ว่าส่วนใหญ่ผู้คนที่รับผิดชอบคงไม่ได้ศึกษาผลกระทบต่อการสร้างฝายในลำธาร ว่าการเอาสิ่งแปลกปลอมเข้าไปกั้นลำน้ำในระบบนิเวศบริเวณนั้นจะส่งผลกระทบอะไรบ้าง เพราะธรรมชาติแต่ละท้องที่ไม่เหมือนกัน มีรายละเอียดแตกต่างกันมาก 

ก่อนอื่น หากเราเข้าใจก่อนว่าลำธารไม่ใช่มีเพียงน้ำอย่างเดียว แต่ยังมีสิ่งมีชีวิตนานาชนิด กุ้ง หอย ปู ปลา กบ เต่า แมลง นก พืชริมน้ำชนิดต่าง ๆ อันเป็นที่อยู่อาศัยของลูกสัตว์น้ำต่าง ๆ ถัดขึ้นมาริมตลิ่งก็จะมองเห็นต้นไม้ชนิดต่าง ๆ ทุกสิ่งล้วนสัมพันธ์กัน ปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อมลำธารแห่งนี้ และการไหลของน้ำที่ผ่านหิน ก้อนกรวด ก็ช่วยทำให้เกิดฟองอากาศ เติมออกซิเจนให้กับลำธาร และบริเวณ 2 ฝั่งของลำธารจะมีต้นไม้น้อยใหญ่คอยทำหน้าที่เป็น ‘ร่มบังแดด’ ให้กับน้ำในลำธาร เมื่อน้ำมีอุณหภูมิต่ำ ก๊าซออกซิเจนจึงละลายลงสู่น้ำได้มาก น้ำในลำธารจึงเย็นและใสสะอาด 

ลำธารจึงมีชีวิตมากมายอยู่ในนั้น ไม่ใช่มีเพียงแค่น้ำอย่างเดียว เป็นสายพานลำเลียงธาตุอาหารจากต้นน้ำไปหล่อเลี้ยงปลายน้ำให้อุดมสมบูรณ์ และยังช่วยพัดพาตะกอนจากแผ่นดินไปสู่ทะเล แหล่งน้ำธรรมชาติจึงเป็นระบบที่เต็มไปด้วยความซับซ้อน 

แต่เมื่อมีการสร้างฝายเสร็จ ลำธารที่เคยไหลอย่างอิสระถูกปิดขวางทางน้ำด้วยฝายจนระดับน้ำหน้าฝายเริ่มเอ่อล้นท่วมพืชริมน้ำ ต้นไม้ใหญ่รากเริ่มเน่าเละยืนต้นตายในที่สุด ต้นไม้ที่มีอายุยืนนานมาหลายสิบปี ส่วนใหญ่ยืนตายจากน้ำท่วม พอช่วงฤดูแล้ง น้ำในฝายอาจจะเริ่มหยุดไหล เนื่องจากน้ำไหลกลายเป็นน้ำนิ่ง ก่อให้เกิดปัญหาน้ำเน่า ขาดออกซิเจน และทำให้สิ่งมีชีวิตในน้ำค่อย ๆ หายไป

มีงานวิจัยมากมายที่ศึกษาเรื่องผลกระทบของความหลากหลายทางชีวภาพของสัตว์และพรรณพืช พบว่าทั้งจำนวนของสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลังขนาดใหญ่ แพลงก์ตอนพืช แพลงก์ตอนสัตว์บริเวณต้นน้ำมีจำนวนมากกว่าปลายน้ำ เพราะการสร้างฝายได้ปิดกั้นความหลากหลายของสิ่งมีชีวิต

ปัญหาปลาในลำธารว่ายทวนน้ำขึ้นมาวางไข่ เพาะพันธุ์ไม่ได้เนื่องจากฝายเป็นตัวกีดขวางทางน้ำ

หลายปีก่อนจะมีการสร้างฝายในอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ ได้มีการค้นพบปลาค้างคาวดอยอินทนนท์ (Siamese Bat Catfish) สัตว์ป่าคุ้มครองตามกฎหมาย พบได้เพียงแห่งเดียวเท่านั้นในโลกที่ลำธารน้ำไหลแรงบนอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ แต่หลังจากมีการสร้างฝายบนน้ำห้วยทรายเหลืองในอุทยานแล้ว ไม่พบปลาค้างคาวชนิดนี้อีกเลย 

ประเทศไทยมีความหลากหลายของชนิดพันธุ์ปลาน้ำจืดสูงมากแห่งหนึ่งของโลก คือในทวีปอเมริกาเหนือพบพันธุ์ปลา 760 ชนิด ในยุโรปพบพันธุ์ปลา 546 ชนิด แต่เฉพาะเมืองไทยพบพันธุ์ปลาสูงถึง 600 ชนิด แต่ใกล้สูญพันธุ์ถึง 94 ชนิด 

ยังไม่มีการวิจัยว่าปลากี่สายพันธุ์และสิ่งมีชีวิตตามลำน้ำกี่ชนิดที่ค่อย ๆ หายไป ภายหลังจากการสร้างฝายตามลำน้ำเกือบทุกแห่งในประเทศ

ผลกระทบจากฝายอีกอย่างคือปัญหาขยะจำนวนมหาศาลที่กองไว้

หลังฤดูฝนผ่านไป ฝายส่วนใหญ่จะพัง ขยะจากกระสอบทราย เศษปูน จะกระจัดกระจายไปทั่ว จนทำให้น้ำเน่า ไม่นับปัญหาจากเศษพลาสติกที่จะค่อย ๆ กลายเป็นไมโครพลาสติกที่มีขนาดเล็กกว่า 5 มิลลิเมตร ขยะขนาดจิ๋วที่แทรกซึมไปทุกหนแห่งสร้างปัญหาใหญ่ในระบบนิเวศ รวมถึงอาหารแทบทุกชนิดที่มนุษย์กิน

และที่สำคัญคือฝายรุ่นใหม่นิยมเอาปุ๋ยคอกใส่ลงไปในกระสอบ เพื่อเป็นปุ๋ยให้กับต้นไม้ที่จะปลูก ซึ่งปุ๋ยคอกมีแบคทีเรียจำนวนมาก เมื่อละลายในน้ำ เกิดปัญหาตามมาแน่นอน

ตะกอนดินที่มาตามสายน้ำคือแหล่งแร่ธาตุอันอุดมสมบูรณ์ที่น้ำจะพัดพาไปเติมปุ๋ยให้กับแผ่นดินด้านล่าง แต่เมื่อมีฝายมากั้น ตะกอนดินที่ควรจะไหลลงสู่ทะเลก็ตกค้างอยู่ในป่า ผ่านไปนานเข้า ตะกอนเหล่านี้จะทับถมลำธารจนตื้น ทำให้สิ่งมีชีวิตอาศัยอยู่ไม่ได้ เมื่อฝายทำหน้าที่ดักตะกอน อีกด้านหนึ่งก็ทำให้เกิดปัญหาไม่มีตะกอนไปสะสมปลายน้ำ อันเป็นธรรมชาติของสายน้ำที่นำพาตะกอนและแร่ธาตุอันอุดมสมบูรณ์จากต้นน้ำไปปลายน้ำ และทำให้เกิดปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งทะเล เพราะไม่มีตะกอนไหลไปต้านการกัดเซาะ แต่ละปีจะมีตะกอนจากแม่น้ำหลายสายออกสู่อ่าวไทย 18.7 ล้านตันต่อเดือน แต่ปัจจุบันได้ลดลงถึง 75% เมื่อเทียบกับเมื่อ 35 ปีก่อน

แต่ปัญหายังไม่หนักหนาเท่ากับการไปสร้างฝายชะลอน้ำในทุกพื้นที่ โดยเฉพาะพื้นที่ป่าอนุรักษ์ ตามเขตอุทยานแห่งชาติอันอุดมสมบูรณ์ มีลำธารน้ำใสตลอดปี เพราะไม่ใช่ทุกที่ที่สร้างฝายได้ และไม่มีความจำเป็นในการสร้างฝายชะลอในป่าที่มีผืนดินชุ่มชื้นอยู่แล้ว ซึ่งจะส่งผลกระทบตามมาอย่างมากมาย โดยเฉพาะฝายที่มีปัญหามากที่สุดคือฝายถาวร เพราะจะทำลายระบบนิเวศอย่างถาวร 

และพื้นที่ที่ควรสร้างฝายควรอยู่ในพื้นที่เกษตรกรรม ไม่ควรอยู่ในพื้นที่ป่า แต่ดูเหมือนนโยบายของรัฐตั้งใจจะสร้างฝายในป่าอนุรักษ์เป็นหลัก โดยไม่มีการศึกษาผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมว่าการทำฝายชะลอน้ำผิดที่ผิดทาง อาจส่งผลเสียระบบนิเวศมากกว่า และที่สำคัญคือหลายคนเข้าใจผิดว่าฝายเป็นเสมือนยาสามัญประจำบ้าน แก้ปัญหาได้หลายอย่าง โดยเฉพาะตอนนี้ป้องกันน้ำท่วมได้

นพ.รังสฤษฎ์ กาญจนะวณิชย์ เคยกล่าวไว้กรณีเกิดน้ำท่วมใหญ่ทางภาคเหนือเมื่อเร็ว ๆ นี้ว่า

ฝายไม่ใช่สูตรสำเร็จในการแก้ปัญหาน้ำท่วมทุกกรณี และไม่ใช่การแก้ปัญหาที่ยั่งยืน ในบางครั้งฝายอาจทำให้ปัญหาน้ำท่วมรุนแรงขึ้นด้วยซ้ำ เมื่อน้ำป่าทะลักจนล้นฝาย อัตราการไหลลงปลายน้ำก็ไม่ได้ลดลงแต่อย่างใด

น้ำที่เอ่อล้นเหนือฝายกลับสร้างปัญหาให้บ้านเรือนประชาชนเหนือฝายแทนน้ำที่ไหลทะลักจากภูเขาหัวโล้น จะพัดพาตะกอนดินมหาศาลจากต้นน้ำ เมื่อเจอฝายชะลออัตราไหลก็ตกตะกอนสะสม ทำให้พื้นน้ำหน้าฝายตื้นเขินอย่างรวดเร็ว 

การแก้ไขปัญหาจึงไม่ควรเป็นการตอบสนองด้วยกรอบความคิดเดิม ๆ หลายคนนำเสนอวิธีแก้ไขที่หวังควบคุม ต่อสู้ เอาชนะธรรมชาติ ทั้งที่ผ่านมาก็เป็นที่ประจักษ์ครั้งแล้วครั้งเล่าแล้วว่าการสู้รบกับธรรมชาติ เราไม่เคยได้ชัยชนะอย่างเด็ดขาด มนุษย์กลับเจ็บตัวทุกครั้ง

เราต้องหันมาคิดกันใหม่ ปัญหาธรรมชาติก็ต้องอาศัยความเข้าใจธรรมชาติ แทนที่จะสู้กับธรรมชาติ ก็หันมาทำงานร่วมกับธรรมชาติ คิดนวัตกรรม แก้ปัญหาที่ต้นตอ บนพื้นฐานของความสอดคล้องกับกฎเกณฑ์ของธรรมชาติ หรือที่เรียกว่า Nature-based Solution 

เบื้องต้นที่ชัดเจนที่สุดคือการฟื้นฟูป่าต้นน้ำอย่างถูกวิธี ให้ธรรมชาติฟื้นตัว หยุดการบุกรุกทำลาย ป้องกันไฟป่าอย่างมีประสิทธิภาพ ฟื้นฟูพื้นที่ชุ่มน้ำที่เสื่อมโทรมหมดสภาพให้มีศักยภาพในการรองรับน้ำ (แก้มลิง) อย่างเพียงพอ

เพราะหลายครั้งที่ผ่านมา ฝายอาจไม่ได้สร้างชีวิต แต่ลำธารและธรรมชาติในป่าล้วนสร้างชีวิตมาก่อนอย่างยาวนานแล้ว

ผู้อ่านคงเห็นแล้วว่าฝายคือสิ่งประดิษฐ์ที่สร้างขึ้นเพื่อการบริหารน้ำของมนุษย์ ฝายจะมีประโยชน์เมื่อถูกสร้างบนพื้นที่ชลประทานที่ไม่รบกวนระบบนิเวศ แต่เมื่อใดก็ตามที่ฝายรุกล้ำกล้ำกรายเข้ามายังอาณาเขตของผืนป่าและธารน้ำธรรมชาติ ฝายจะกลายเป็น ‘สิ่งแปลกปลอม’ ที่สร้างความหายนะมากมายหลายประการ

Writer & Photographer

วันชัย ตันติวิทยาพิทักษ์

นามปากกา วันชัย ตัน นักเขียนสารคดี นักวิจารณ์สังคม การเมือง และสิ่งแวดล้อม ผู้ร่วมก่อตั้งและบรรณาธิการบริหารนิตยสารสารคดี อดีตรองผู้อำนวยการองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพแห่งประเทศไทย (THAIPBS) อดีตผู้อำนวยการฝ่ายข่าว สถานีโทรทัศน์ PPTVHD36 มีผลงานเขียนตีพิมพ์เป็นหนังสือ 28 เล่ม เป็นนักเดินทางตัวยง จากความเชื่อที่ว่า การใช้ชีวิตให้มีความสุขควรประกอบด้วยสามสิ่ง คือ ทำงานที่ใจรัก ช่วยเหลือคนรอบข้าง และเดินทางท่องเที่ยว