20 มิถุนายน 2024
3 K

ปรากฏการณ์ ‘บ้านร้างในญี่ปุ่น’ หรือที่เรียกกันว่า ‘Akiya’ (空き家) คงไม่น่าสนใจเลย ถ้าเราไม่รู้ตัวเลขอันน่าตกใจมาก่อน

รายงานของ Ministry of Internal Affairs ของประเทศญี่ปุ่น กล่าวว่าปัจจุบันบ้าน 1 ใน 8 หลังของญี่ปุ่นเป็นบ้านร้าง ซึ่งนับได้ประมาณ 8.5 ล้านหลัง มากกว่า 2 ศตวรรษที่แล้วถึง 1.5 เท่า นับเป็นจำนวนที่เยอะมาก

บ้านที่ถูกปล่อยทิ้งไว้ จะได้สถานะ Akiya ก็ต่อเมื่อได้รับการประเมินอย่างละเอียดจากเจ้าหน้าที่ โดยคำนึงถึงปัจจัยต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นการสัญจรของผู้คนตลอดทั้งปี การใช้น้ำ ไฟฟ้า แก๊ส เมื่อพบว่าไม่มีคนอาศัยอยู่จริง ๆ จึงประกาศว่าบ้านหลังนั้นเป็น Akiya อย่างเป็นทางการ

ส่วนใหญ่แล้ว Akiya เป็นบ้านที่ถูกทอดทิ้งตามเมืองเล็ก ๆ ของญี่ปุ่น บางคนแบ่งไว้เป็น 4 ประเภท คือบ้านที่มีไว้เช่า บ้านที่มีไว้ขาย บ้านหลังที่ 2 และอื่น ๆ ซึ่งนานไปบ้านที่มีไว้เช่าและขายก็ลดน้อยลงเรื่อย ๆ ทุกวันนี้ Akiya ส่วนใหญ่ถูกปล่อยทรุดโทรมจนเป็นบ้านร้างในหนังผีไปจริง ๆ เสียแล้ว เมืองในชนบทที่เต็มไปด้วยบ้านร้างถึงกับเรียกว่า Ghost Town ด้วยซ้ำไป

แต่ทุกคนก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ (อะไรขนาดนั้น)

สำหรับเรา บ้านเหล่านี้ไม่เพียงเป็นพื้นที่ที่ไม่มีคนใช้งานเท่านั้น แต่บอกอะไรได้หลายอย่าง ตั้งแต่สภาพสังคมปัจจุบันของญี่ปุ่น มุมมองของคนรุ่นใหม่ ไปจนถึงการตัดสินใจแก้ปัญหาที่น่าสนใจของรัฐบาล

ย้อนไปที่ต้นสายปลายเหตุ ปัญหา Akiya มาจากหลายปัจจัย

ปัจจัยแรก คือจำนวนประชากรที่ลดลง เนื่องมาจากอัตราการเกิดที่ต่ำและการเป็นสังคมผู้สูงอายุ ซึ่งเมื่อมีอายุมากขึ้น ผู้สูงอายุมากมายในญี่ปุ่นก็จะย้ายไปอยู่สถานดูแลผู้สูงอายุด้วย ผลก็คือบ้านเก่าเหล่านี้ไม่มีใครอยู่

ปัจจัยที่ 2 ว่าด้วยเรื่องมรดก เมื่อคนรุ่นก่อนส่งต่อบ้านเก่าให้คนรุ่นใหม่ แต่ลูกหลานไม่ได้อยากอยู่ เลยไม่ได้มาดูแลรักษาบ้านของปู่ย่าตายายหรือซ่อมแซมให้อยู่ได้จริง ๆ บ้านเหล่านี้จึงค่อย ๆ เสื่อมสภาพลง

ปัจจัยที่ 3 คือค่ารื้อถอนแพงมาก ตั้งใจจะไม่อยู่แล้ว แต่รื้อไปทำอย่างอื่นก็ต้องแบกภาระค่าใช้จ่ายอีก อย่างนี้ปล่อยร้างไว้ดีกว่า

ปัจจัยที่ 4 ต่อเนื่องจากข้อที่แล้ว หากครอบครองที่ดินเปล่า ๆ ไร้สิ่งปลูกสร้าง จะต้องเสียภาษีที่ดินแพงขึ้นไปอีก

และปัจจัยสุดท้าย คนรุ่นใหม่ชอบบ้านใหม่ที่ทันสมัยกว่า ตอบโจทย์โมเดิร์นไลฟ์สไตล์มากกว่า กระทรวงที่ดิน โครงสร้างพื้นฐาน การขนส่ง และการท่องเที่ยวของญี่ปุ่น รายงานว่าในปี 2019 มีการสร้างบ้านใหม่ราว 980,000 หลัง แต่บ้านเก่าที่มีอยู่กลับขายไปได้แค่ 170,000 หลังเท่านั้น

บ้านเก่ามากมายถูกปล่อยทรุดโทรม

คุณอาจสงสัยว่าทำไมถึงไม่นำบ้านว่าง ๆ เหล่านี้ไปแก้ปัญหาคนไร้บ้านล่ะ เราก็สงสัยเช่นกัน

จริง ๆ แล้วญี่ปุ่นเป็นประเทศที่มีอัตราการไร้ที่อยู่อาศัยต่ำสุดในโลก จากการประเมินของรัฐบาลในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ตอนนี้จำนวนคนไร้บ้านลดลงเหลือราว ๆ 3,000 คน จากที่ปี 2003 แตะถึง 25,000 คน

หากจะมีปัญหาด้านไหน เราคิดว่าเป็นการที่งานกระจุกอยู่ในเมือง จนผู้คนอยู่กันอย่างแออัด แทนที่จะกระจายไปทั่วประเทศมากกว่า

สังคมญี่ปุ่นทุกวันนี้กำลังเปลี่ยนแปลงไปเรื่อย ๆ National Institute of Population and Social Security Research กล่าวว่า เกือบ ๆ 60% ของคนญี่ปุ่นตอนนี้อาศัยอยู่ในเมือง ถ้านับแค่โตเกียวอย่างเดียวก็ปาไป 13% แล้ว เพราะคนรุ่นใหม่ต่างพากันจากบ้านนา แล้วเข้าเมืองไปหาโอกาสทางอาชีพ ในขณะเดียวกัน ภาคการเกษตรของประเทศก็ซบเซาลง

ปัญหา Akiya จึงมีมายาวนาน และรัฐก็พยายามแก้ปัญหามาเรื่อย ๆ ตั้งแต่การออกกฎหมายเมื่อปี 2015 และล่าสุด ในเดือนธันวาคม ปี 2023 รัฐบาลญี่ปุ่นก็ได้รวบรวมข้อมูลบ้านร้างทั่วประเทศ ออกกฎหมายเพื่อส่งเสริมให้เจ้าของดูแลรักษาบ้านว่าง ๆ ของตัวเอง แล้วออก Incentive (แรงจูงใจ) เพื่อส่งเสริมให้ชาวญี่ปุ่นและชาวต่างชาติซื้อและลงมือปรับปรุง Akiya เหล่านี้เสียที

มีระบบสนับสนุนอยู่ 3 แบบด้วยกัน

ระบบสนับสนุนให้เช่าได้ : รัฐจะช่วยจ่ายค่าเช่าอย่างมากที่สุด 40,000 เยนต่อเดือน

ระบบสนับสนุนค่าซ่อมแซมการก่อสร้าง : ให้เงินอุดหนุนสูงสุด 1 ล้านเยนต่อหลัง เพื่อช่วยในการปรับปรุงโดยมีมาตรฐานความปลอดภัย

ระบบเงินอุดหนุนการรื้อถอน : จากเดิมที่ต้องแบกค่ารื้อถอนกันหลังแอ่น ตอนนี้รัฐมอบเงินจำนวนหนึ่งเพื่อช่วยในการรื้อถอนแล้ว ลูกหลานจะได้นำที่ดินไปใช้ประโยชน์อย่างอื่นต่อไป

นอกจากนี้ แต่ละจังหวัด เมือง และเทศบาลท้องถิ่น ยังมีข้อกำหนดในรายละเอียดที่แตกต่างกันไปด้วย

ที่น่าจับตาอย่างหนึ่ง (และมีมาหลายปีแล้ว) คือสิ่งที่เรียกว่า Akiya Bank หรือ ‘ธนาคารบ้านร้าง’ ซึ่งช่วยเชื่อมคนที่อยากมีบ้านและบ้านร้างไว้ด้วยกัน โดยแต่ละท้องถิ่นก็จะมีเว็บไซต์หรือศูนย์ให้คำปรึกษาทางออนไลน์เป็นของตัวเอง ไม่จำเป็นต้องไปตามหาบ้านอย่างไร้จุดหมาย

ตอนนี้กฎหมายใหม่ออกมาได้ครึ่งปี นับเป็นเวลาที่สั้นมากหากเทียบกับปัญหาที่ยาวนาน และจำนวนบ้านร้างในญี่ปุ่นซึ่งมีแนวโน้มจะเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ

แต่เราคิดว่าบ้านเก่าเหล่านี้จะกลายเป็นพื้นที่ที่น่าสนใจได้มากมาย ตั้งแต่ระดับบ้านคน คาเฟ่ Airbnb จนถึงพื้นที่สร้างสรรค์ในเมือง

ชาวต่างชาติเอง โดยเฉพาะผู้รักในวัฒนธรรมญี่ปุ่นเองก็ให้การสนใจบ้านว่างเหล่านี้มาก ๆ (ดูได้จากจำนวนคลิปสำรวจ Akiya ในยูทูบที่นับไม่หวาดไม่ไหว) แม้บ้านเก่า ๆ เหล่านี้จะหน้าตาธรรมดา ตอบโจทย์ชีวิตญี่ปุ่นยุคเก่า แบ่งห้องตามระบบเสื่อทาทามิ และยังใช้ส้วมนั่งยอง แต่ก็มีเสน่ห์ในสายตาผู้อยากต่อยอดมากมาย หลายคนแค่นึกภาพการได้อยู่ในบ้านสไตล์ญี่ปุ่นแบบที่โนบิตะอยู่ก็แฮปปี้แล้ว

อย่างไรก็ตาม เราเชื่อว่ายังมีขั้นตอนและเงื่อนไขให้ศึกษาอีกมาก หากชาวต่างชาติสักคนจะครอบครอง Akiya ได้จริง

แต่ประเด็นที่น่าสนใจจริง ๆ ในเรื่องนี้ คือ Incentive ของรัฐบาลที่ตอบโจทย์ Pain Point มากกว่า

แม้ว่าที่ไทยจะมีปัญหาที่ต่างออกไปจากทางญี่ปุ่น แต่เชื่อว่าปัญหาต่าง ๆ ที่เรามี เช่น การขาดแคลนพื้นที่สาธารณะ พื้นที่สีเขียว สนามเด็กเล่น หรือแม้แต่ปัญหาฝุ่นควัน ถ้าประชาชนได้ Incentive ดี ๆ จากทางรัฐบาล ก็คงช่วยแบ่งเบาได้ไม่น้อย

ที่มาข้อมูลและภาพประกอบ
  • tokyoportfolio.com/akiyas-houses-japan
  • www.linkedin.com/pulse
  • eavesjapan.com/2023/04
  • jobsinjapan.com/living-in-japan-guide
  • asia.nikkei.com/Spotlight/Society
  • mailmate.jp/blog/japanese-house-construction
  • tokyocheapo.com/living
  • www.developmentaid.org/news-stream
  • www.flavors.qa
  • gethiroshima.com/news
  • itsyourjapan.com/buying-japanese-abandoned-akiya-home

Writer

พู่กัน เรืองเวส

อดีตนักเรียนสถาปัตย์ สนใจใคร่รู้เรื่องผู้คนและรูปแบบการใช้ชีวิตอันหลากหลาย ชอบลองทำสิ่งแปลกใหม่ พอ ๆ กับที่ชอบนอนนิ่ง ๆ อยู่บ้าน