26 ตุลาคม 2024
1 K

1 วันของชีวิตในเมืองกรุง รถก็ติด อากาศก็ร้อน 

สำหรับทาสแมว แค่เดินผ่านแมวจรลายจุดตัวเดียว ได้ลูบหัวสักหน่อย ถ่ายรูปเก็บไว้ดูเล็ก ๆ น้อย ๆ วันนั้นของคุณก็สดชื่นขึ้นได้แล้ว

แมวดีต่อใจเสมอ งานวิจัยทางด้านจิตวิทยาเองก็ยืนยันว่าแมวส่งผลต่อสุขภาพกายและใจของมนุษย์ ทำให้มนุษย์หัวร้อนเย็นลงได้ คลายระดับความเครียดที่มี

แต่ถึงอย่างนั้น ชีวิตของน้องแมวจรที่เราเดินผ่านอาจไม่ได้สวยหรูเสมอไป หากเมืองนั้น ๆ ไม่ได้ดูแลน้อง ๆ อย่างเหมาะสม

27 ตุลาคมคือวันแมวดำสากล (National Black Cat Day) ของประเทศอังกฤษ วันพิเศษนี้คิดขึ้นโดยมูลนิธิ Cats Protection ในปี 2011 ช่วงนั้นมูลนิธิเปิดตัวโครงการหาบ้านให้แมวจรครั้งแรก และพบว่าแมวดำเป็นแมวที่หาบ้านยากกว่าแมวสีอื่น ๆ จึงคิดวิธีการสื่อสารให้คนรับรู้ว่าแมวดำสำคัญกับชีวิตเรากว่าที่คิด 

แมวเป็นหนึ่งในองค์ประกอบของเมืองเช่นกัน เมียงเมืองตอนนี้เลยอยากเล่าการดูแลแมวจรของเมืองต่าง ๆ ว่าเขาทำกันอย่างไร ส่งผลต่อคุณภาพชีวิตของแมวจรแค่ไหน

เผื่อจะทำให้เราฉุกคิด ชวนมองอนาคตของน้องแมวจรใกล้บ้านคุณด้วย

จากสถิติของกรมควบคุมโรคพิษสุนัขบ้า คณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กรุงเทพมหานครมีแมวที่ไม่มีเจ้าของอยู่ 55,021 ตัว ส่วนกรมปศุสัตว์ก็ประกาศในปีเดียวกันว่า หากรวมทั้งหมดทั่วประเทศไทยแล้ว เรามีแมวที่ไม่มีเจ้าของและอยู่ในสถานะด้อยโอกาสอยู่ราว 1 ล้านตัว

ตามหลักสากลแล้ว แมวทุกตัวที่เราเห็นไม่ได้เรียกรวม ๆ ว่า ‘แมวจร’ เท่านั้น แต่ยังมีคำศัพท์ที่มาแบ่งประเภทน้อง ๆ ออกจากกันตามแต่วิถีชีวิต 

Feral Cats หมายถึงแมวจรที่ไม่คุ้นเคยกับการสัมผัสของมนุษย์ และจะมีความสุขเมื่อใช้ชีวิตนอกบ้าน หากเข้าไปใกล้ก็มักจะกลัวคนและวิ่งหนีไป

Stray Cats โดยทั่วไปคือแมวเลี้ยงที่หายออกจากบ้านหรือถูกทอดทิ้ง หลายตัวอาจระแวงมนุษย์บ้าง แต่เนื่องจากเคยเป็นแมวเลี้ยงมาก่อน ทำให้ไว้ใจมนุษย์มากกว่า Feral Cats และอาจจะชอบเป็นจุดสนใจด้วยซ้ำ พวกที่สนใจแมวเลียที่เราพกไว้ในกระเป๋า ส่วนใหญ่ก็จะจัดอยู่ในจำพวก Stray Cats นี่แหละ

ส่วน Free-roaming Cat จะหมายถึงแมวที่อยู่อย่างอิสระ และรวมถึงแมวเลี้ยงที่เจ้าของปล่อยให้ออกมาใช้ชีวิตข้างนอกด้วย

แมวในท้องถนนแต่ละประเภทที่ว่ามาก็อาจมีสวัสดิภาพในชีวิตต่างกัน ขึ้นอยู่กับมาตรการดูแลของเมืองด้วย

ในโลกนี้มีเมืองที่ขึ้นชื่อว่าเป็น ‘เมืองแมว’ หรือ ‘เกาะแมว’ คอยดึงดูดเหล่าทาสแมวให้ไปเยือนอยู่หลายที่ แค่เจอตัวเดียวก็ชื่นใจแล้ว ถ้ามาเป็นแก๊งใหญ่จะขนาดไหน แต่นอกจากเบื้องหน้าแห่งความน่ารัก ดีต่อใจที่ทุกคนเห็น เบื้องหลังก็มีหลายอย่างที่ต้องจัดการทีเดียว

อย่าง อาโอชิมะ เกาะเล็ก ๆ ที่ญี่ปุ่น ซึ่งเป็นหนึ่งในเมืองแมวที่มีชื่อเสียงที่สุดในโลก มีผู้สูงอายุเพียง 3 คนที่คอยให้อาหารแมวเป็นประจำ หนึ่งในนั้นคือ ‘Cat Mama’ ซึ่งเป็นคุณยายวัย 73 ปี คอยดูแลประชากรแมวนับร้อย กักตุนอาหารไม่ให้น้องแมวอดอยาก และคอยทำความสะอาดอุนจิแมวทั่วเกาะ

แต่ Cat Mama ก็อายุมากขึ้นทุกวัน และอาจจะออกจากเกาะไปในอนาคต ส่วนแมว ทางเกาะก็เริ่มดำเนินการทำหมันให้มาหลายปีแล้ว จนตอนนี้แมวทุกตัวมีอายุมากกว่า 7 ปี

เกาะแห่งนี้เคยมีประชากรอยู่อาศัยราว 600 คนในช่วงปี 1960 แต่นับจากนั้นมา ผู้คนก็ได้ทยอยย้ายออกไปยังแผ่นดินใหญ่ ทำให้มีแมวจรจัดจากบ้านร้าง รวม ๆ แล้วตอนนี้มีจำนวนผู้อาศัยทั้งที่เป็นมนุษย์ ทั้งที่เป็นแมว น้อยที่สุดเป็นประวัติการณ์

ล่าสุดปีนี้ (พ.ศ. 2567) อาโอชิมะออกมาประกาศแล้วว่า ทางเมืองเหลือเวลาเพียงประมาณ 2 ปีในการเป็นเกาะแมว

ถึงจะน่าเสียดายในแง่ของการท่องเที่ยว แต่ว่ากันตามตรงก็โล่งใจ ถ้าประชากรแมวยังหนาแน่นไปเรื่อย ๆ แต่ไม่มีระบบดูแลที่ดี ยั่งยืน (ซึ่งในกรณีนี้ Cat Mama คือระบบ) ก็คงไม่ดีต่อน้องแมวเท่าไหร่

อีกเมืองแมวที่น่าสนใจ คืออิสตันบูล ประเทศตุรกี

อิสตันบูลมีแมวจรนับแสนตัว โดยคนตุรกีหลายคนมองว่าแมวเป็นเหมือนสัตว์เลี้ยงของชุมชน (Community Cats) และประเทศนี้ก็มีนโยบายไม่ฆ่า-ไม่จับสัตว์

ตั้งแต่สมัยออตโตมันที่บ้านเรือนส่วนใหญ่ในเมืองสร้างด้วยไม้และมีหนูมากมาย ชาวบ้านก็นิยมมีแมวไว้ใกล้ตัว ประกอบกับที่ชาวตุรกีจำนวนมากเป็นมุสลิม ซึ่งมีทัศนคติเชิงบวกต่อแมว อิสตันบูลจึงเป็นเมืองเหมียวมานับแต่นั้น

สิ่งที่ดีอย่างหนึ่ง คืออิสตันบูลไม่ได้ปล่อยให้แมวจรอยู่อย่างตามมีตามเกิด แต่มีมาตรการดูแลให้แมวอยู่อย่างสะดวกสบาย

นอกจากทำหมัน-ฉีดวัคซีนเป็นพื้นฐาน ยังมี ‘Cat House’ หรือบ้านแมวขนาดเล็กที่ติดตั้งอยู่ตามถนน และมีชาวบ้านคอยเอาข้าวเอาน้ำมาวางอำนวยความสะดวกแมว ซึ่งทำให้เรานึกถึงโครงการ ‘จรจัดสรร’ ของไทยที่ติดตั้งสถาปัตยกรรมขนาดเล็กไว้ให้หมาแมวจรใช้พักผ่อน บังแดดบังฝน นับว่าเป็นโครงการที่มีประโยชน์ในมุมการจัดการมาก ๆ

ทั้งนี้ เมืองอิสตันบูลยังตั้งติดเครื่องขายอาหารอัตโนมัติสำหรับแมวหมาในเมือง เพื่อที่ผู้คนที่เดินผ่านไปผ่านมาจะหยอดเหรียญเลี้ยงข้าวน้อง ๆ ได้ หรือบางเครื่องก็ต้องใส่ขยะรีไซเคิลแลกอาหารแทนเหรียญ ยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว

อย่างไรก็ตาม แต่นั่นก็เป็นการตัดสินใจของอิสตันบูล และเมืองจะต้องมั่นใจว่าจะดูแลแมวจรได้ แบบที่ปลอดภัยทางสุขภาพกันทั้งแมวทั้งคน (ซึ่งก็มีคนออกมาโต้แย้งว่าอิสตันบูลดูแลแมวนอกเขตท่องเที่ยวไม่ดีเหมือนกัน)

หลายทฤษฎีในปัจจุบันไม่สนับสนุนให้คนให้อาหารแมวจร แน่นอนว่าการเทข้าวให้เด็ก ๆ ที่กำลังหิวไม่ได้เป็นความผิดมากมายขนาดนั้น แต่มันอาจส่งผลเสียต่อแมวโดยรวมได้

เพราะยิ่งที่ไหนมีของกินมากเท่าไหร่ สภาพแวดล้อมเอื้ออำนวยเท่าไหร่ แมวก็ยิ่งไปรวมตัวกันที่นั่นและออกลูกออกหลานมากขึ้น โดยแมวตัวเมีย 1 ตัว มีลูก 4 ครอกได้ใน 1 ปี ซึ่งถ้าแมวเหล่านี้ไม่มีเจ้าของดูแลเป็นกิจจะลักษณะ ก็มักจะได้รับสารอาหารที่ไม่เพียงพอและมีโรคภัยไข้เจ็บตามมาเป็นพรวน อย่างโรคผิวหนังไข้หวัดใหญ่ โรคทางระบบภูมิคุ้มกัน หรือโรคติดต่อต่าง ๆ

จากการสำรวจของบ้านสมเด็จโพลล์ ใน พ.ศ. 2562 กลุ่มตัวอย่างคือคนไทย 1,207 คน ก็พบว่า กว่า 47.9% ทีเดียวที่ต้องการให้คนที่ให้อาหารแมวหมาจรจัดแต่ไม่ดูแลใกล้ชิดหยุดพฤติกรรมนี้

ถึงอย่างนั้น แมวจรหลายตัวก็ต้องฝากท้องไว้กับมนุษย์จริง ๆ ทำให้ไม่อาจหยุดให้ข้าวน้อง ๆ ได้ แต่ทางออกที่ดีเสมอเมื่อยังคงมีแมวจรอยู่ในเมืองมากมาย คือการพาเหล่าแมวไปทำหมัน ฉีดวัคซีนให้ครบ แม้จะต้องพากลับไปคืนที่เดิม แต่ในระยะยาวก็ช่วยลดอัตราการเพิ่มขึ้นของแมวจรได้ ทั้งยังดีต่อสุขภาพของแมวและคนด้วย

เพราะนอกจากโรคติดต่อจากแมวสู่แมว จากแมวสู่คนก็มี เช่น โรคพิษสุนัขบ้า โรคแมวข่วน โรคติดเชื้อจากแผล โรคบาดทะยัก โรคผิวหนังจากเชื้อราแมว นั้นแปลว่า ถ้าเราดูแลแมวจรไม่ดี ก็ส่งผลกับสุขภาพของมนุษย์ร่วมเมืองได้เช่นกัน

จากที่เราได้กล่าวถึงจรจัดสรรไป ในปีนี้พวกเขาก็ได้จัดงาน ‘2024 อัณฑะเหมียวครองเมือง’ และทำหมันแมวจรไปได้ถึง 300 ตัว

นอกจากนี้ Shelter หรือศูนย์พักพิงสัตว์จร ก็สำคัญ เพื่อที่สัตว์จรจะได้รับการดูแลที่เหมาะสม และมีโอกาสจะได้บ้านอันอบอุ่นถาวรในอนาคต

แต่ละพื้นที่ควรจะมี Shelter ที่ดี มีการตรวจสอบคุณภาพอย่างต่อเนื่อง และเพียงพอต่อความต้องการ หากเป็น Shelter ของเอกชน ก็ควรจะได้รับการสนับสนุนจากรัฐ 

ซึ่งเกือบทั้งหมดนั้นอยู่ที่รัฐวางแผนจัดการปัญหาสัตว์จรและจัดสรรงบประมาณดูแลสัตว์จรให้องค์การบริหารส่วนท้องถิ่น

เครื่องมืออำนวยความสะดวกเล็ก ๆ น้อย ๆ อย่างที่บังแดดฝนชั่วคราวตามจุดต่าง ๆ ของเมืองก็ยังคงเป็นไอเดียที่ดีเสมอ และจะดีถ้ามีการสนับสนุนให้ทำอย่างต่อเนื่อง มากพอ (หรืออาจไปรวมฟังก์ชันกับ Street Furniture อื่น ๆ ได้)

เพราะนอกจากจะมองระยะยาวอย่างเรื่องการแพร่พันธุ์ คุณภาพชีวิตของน้องแมวจรที่มีอยู่ในเมืองปัจจุบันก็สำคัญไม่แพ้กัน

ข้อมูลอ้างอิงและที่มาภาพประกอบ
  • www.yahoo.com/lifestyle/story
  • bestfriends.org/pet-care-resources
  • www.thedailyjournal.com/story/news
  • en.wikipedia.org/wiki/Feral_cats_in_Istanbul
  • japantoday.com/category/features/lifestyle
  • think.moveforwardparty.org/article/urban-development
  • www.thairath.co.th/lifestyle/health-and-beauty
  • www.reddit.com/r/cats/comments/bejfie
  • jetsettimes.com/countries/turkey/istanbul
  • www.theatlantic.com/photo/2015/03
  • x.com/aoshima_cat
  • inews.co.uk/news/world
  • curiouscatpeople.com/blogs/cat-talk
  • acreagelife.com/hobby-farming

Writer

พู่กัน เรืองเวส

อดีตนักเรียนสถาปัตย์ สนใจใคร่รู้เรื่องผู้คนและรูปแบบการใช้ชีวิตอันหลากหลาย ชอบลองทำสิ่งแปลกใหม่ พอ ๆ กับที่ชอบนอนนิ่ง ๆ อยู่บ้าน