17 พฤษภาคม 2024
2 K

ไปแคมปิ้งมาจ้า…

ฟังดูก็ไม่น่าตื่นเต้นเท่าไหร่เนอะ เดี๋ยวนี้ใคร ๆ เขาก็ไปกัน แต่ที่ต้องมาเล่าให้ฟัง เพราะแคมปิ้งคราวนี้มันอย่างพีก

ก็นี่มันเป็นลานกางเต็นท์เน้นอุปกรณ์ของ ‘Snow Peak’ แบรนด์เจ้าพ่อเดินป่าอายุเกือบ 70 ปีของญี่ปุ่นที่คนสายแคมปิ้งแค่เห็นดอกจันก็หนาว เพราะว่าของเขาดี๊ดีแต่ (โคตร) แพงยังไงล่ะตัว!

อุ้มเคยเขียนเรื่องแคมปิ้งไปเมื่อหลายปีก่อน แล้วก็เล่าว่าเรานี่เป็นพวกเดินป่าสายเอกชนปนเทศบาล คือมีของถูกของแพงปะปนกันไปตามความจำเป็นและสภาพเศรษฐกิจ อันไหนสำคัญก็ลงทุนหน่อย อย่างเต็นท์ ถุงนอน แผ่นรองนอน แต่อันไหนพอลาก ๆ ไปได้ก็ซื้อแม็คโครโลตัสแถวบ้านนี่แหละ กระติกน้ำแข็ง เก้าอี้ เตาเติวอะไรก็ไม่ได้หรูมากหรอก เพราะคิดว่าการไปแคมปิ้งคือการอาสาพาตัวเองไปลำบาก พาลูกหลานออกไปสู่ธรรมชาติให้หัดเอาตัวรอด (แหม พูดอย่างกับพาไปล่ากระทิงยิงเก้ง เห็นเอะอะก็ต้มมาม่า)

แต่หลัง ๆ มานี้ เห็นอินสตาแกรมอินฟลูฯ สายแคมปิ้งเมืองไทย โอ้โห อุปกรณ์โน่นนี่มันช่างศิวิไลซ์จริงวุ้ย คือจากสายตาคนนอกนะคะ จะเป็นแคมเปอร์เมืองไทยนี่ต้องมีเงินถุงเงินถัง ต่างกับที่สหรัฐฯ คนไปแคมป์ส่วนใหญ่ก็เพราะมันถูก หอบลูกหลานไปกางเต็นท์อยู่กันได้เป็นอาทิตย์ ค่าธรรมเนียมคืนละ 20 – 30 เหรียญฯ ไม่แพงเหมือนไปอยู่โรงแรม อาหารก็ทำกินเองได้ไม่ต้องไปซื้อ ปิ้งย่างกันขโมงโฉงเฉง น้ำไม่ต้องอาบ ซักแห้งกันไปจนกว่าจะกลับ ไม่มีใครเขามาสนใจอุปกรณ์อะไรของใคร เพราะมองไปทางไหนก็ดูขะมุกขะมอมพอ ๆ กัน

แต่แล้ววันหนึ่งชีวิตอุ้มก็มีอันต้องเปลี่ยนไป เพราะเพื่อนมาบอกว่าใกล้ ๆ พอร์ตแลนด์มีแคมป์กราวนด์ใหม่เพิ่งเปิด ดีไซน์จัดจ้าน มีออนเซ็นและ Cold Plunge (สระน้ำเย็นเจี๊ยบให้กระโดดลงไปหลังแช่น้ำร้อน) และที่สำคัญ มีให้เช่าอุปกรณ์ด้วยจ้า ไม่ต้องขนอะไรไปเลย ทั้งหมดนี้เป็นไอเดียและดำเนินการโดยแบรนด์ญี่ปุ่นชื่อดังอย่าง Snow Peak

ต่อมตื่นเต้นทำงาน มือลั่น กดจอง แล้วหนีบลูกใส่รถไปเลยจ้า เป็นการแพ็กของไปแคมปิ้งที่เบาหวิวอย่างประหลาด เอาไปแต่ถุงนอน เสื้อผ้า แล้วก็ของกิน

2 ชั่วโมงกว่า ๆ ก็ไปถึง Snow Peak Campfield ซึ่งอยู่เกือบติดหาด Long Beach ที่วอชิงตัน ต้องอธิบายให้เห็นภาพนิดหนึ่งว่าแถวนั้นมันจะโจ๊ะพรึ่ม ๆ นิดหนึ่ง ประมาณขับออกไปบางละมุงไรงี้ แล้วอยู่ดี ๆ ตึกดำ ๆ โลโก้เนี้ยบ ๆ กับลานจอดรถมี EV Charger ก็ปรากฏตัวปึ๊งขึ้นมา มี Tesla มี Rivian จอดกันประปราย รับรองว่ายังไงก็ไม่เลี้ยวผิดแน่นอน

ปกติแล้วเวลาเราจะจองจุดกางเต็นท์ วิธีที่ง่ายที่สุดคือเข้าไปที่เว็บไซต์ www.recreation.gov ซึ่งเป็นเว็บของรัฐบาลสหรัฐฯ ที่รวมเอาลานกางเต็นท์และจุดปิกนิกของทั้งประเทศมาไว้ในที่เดียว (ซึ่งเป็นระบบที่ดีมากนะ เราควรก๊อบ) เลือกจากแผนที่ จอง จ่ายเงินได้เบ็ดเสร็จ ถึงเวลาก็โหลดยืนยันการจองใส่แอปฯ ไว้ (เพราะส่วนใหญ่ที่พวกนี้ไม่มีสัญญาณโทรศัพท์และไวไฟ) ไปถึงก็ขับรถวนไปจอดที่ Tent Site ซึ่งจะมีป้ายกระดาษแปะไว้ว่าครอบครัวนี้อยู่ถึงวันที่เท่านี้ ๆ นาน ๆ ทีก็จะมีเจ้าหน้าที่ใส่เสื้อกั๊กเขียว ๆ ขับรถกอล์ฟมาตรวจความเรียบร้อยบ้าง แต่ส่วนใหญ่แล้วก็ตัวใครตัวมัน รู้หน้าที่จัดการกันเอง

แต่คราวนี้มันไม่ใช่อย่างนั้นน่ะสิคะ เพราะดอกที่ 1 คือมีล็อบบี้เช็กอินหน้าตาเหมือนอยู่ใน Boutique Hotel เช็กอินแล้วก็จะได้ข้าวของอันประกอบด้วยเก้าอี้ โต๊ะพับเป็นพื้นฐาน ต้องใส่รถเข็นลากเข้าไปเพราะรถต้องทิ้งไว้ที่ลานจอด เราเช่าอุปกรณ์ด้วย แต่ดูทรงแล้วพนักงานบอกว่า อย่าเหอะ เดี๋ยวให้เจ้าหน้าที่ขับไปกองให้แล้วกัน แต่เกิดมาไม่เคยใช้เต็นท์ Snow Peak อีก เจ้าหน้าที่คนเดียวกันนั่นแหละจะอยู่ช่วยกางให้อีกแรง

ดอกที่ 2 คือเดินเข้ามาด้านในแล้วก็ต้องร้องว่า ว้าว! เฮ้ย มีคาเฟ่ มี Campstore ขายของเก๋ไก๋เหมือนอยู่ไดคังยามะ มีสุขาและห้องอาบน้ำอุ่นโคตรเนี้ยบเรียงเป็นพรืดดดดด บอกลาความรู้ที่คุณเคยมีมาเกี่ยวกับการไปแคมปิ้งที่สอนลูกว่าต้องทนความลำบากให้ได้ เอาใส่เตา Takibi เผาเหลือแต่ขี้เถ้าเลยมั้ยเนี่ย (ขี้เถ้ายังมีถังให้ทิ้งอี๊ก คิดดู!)

ลากรถเข็นมาจนถึงจุดกางเต็นท์ของเรา เจอหนุ่มใส่ชุดหมีกันน้ำสีส้มยืนรออยู่กับถุงอุปกรณ์ ปกติเต็นท์ REI ที่มีอยู่ ดิฉันกางคนเดียว 10 นาทีก็เสร็จ แต่เต็นท์ Snow Peak นี่ต้องยอมรับว่ากางยากนิดหน่อย (อาจจะแล้วแต่รุ่น อันที่ได้มาคือ Amenity Dome) แต่ที่อยากมอบไหรางวัลให้ คืออุปกรณ์เสริมค่ะพี่น้อง ตั้งแต่ผ้าใบหรือ Ground Sheet ที่เอาไว้รองกันความชื้นก่อนวางเต็นท์ลงไป ขนาดมันก็พอดีเป๊ะ ไม่ต้องทุลักทุเลพับเหมือนผ้าใบพลาสติกที่เราซื้อเอาตามร้านอุปกรณ์ก่อสร้าง กางเสร็จข้างในยังมี Mat บุฟองน้ำ กาง ๆๆ ออกมา กลายเป็นพื้นห้องค่อนข้างนิ่ม นั่งเล่นนอนเล่นได้สบายอีก

2 วันที่เราไป ฝนตกตลอดเวลา อุ้มเคยคิดว่าแคมปิ้งเวลาฝนตกนี่มันคือนรกขนาดย่อม แต่ปรากฏว่าเที่ยวนี้กลับรู้สึกเพลิน ๆ ดีแฮะ เพราะมีดอกที่ 3 คือ Vestibule กับ Tarp ซึ่งกลายเป็นหลังคากันฝนอย่างดี หน้าตาก็ไม่เหมือนกันสาดเต็นท์ที่เคยเห็นมา เพราะมีเสากางตั้งฉากกับพื้น ด้านข้างเลยโปร่ง ๆ เดินเข้าออกสบาย แล้วออกแบบมายังไงไม่รู้ น้ำฝนไหลลงด้านข้างดีมาก ไม่กระเด็นมาโดนเราเลย นอนอ่านหนังสือฟังเสียงฝนอยู่ในเต็นท์หรือนั่งจิบกาแฟอยู่ใต้ Tarp แล้วมันดีต่อใจแท้

อุ้มนั่งดูคนอื่นที่มาในสุดสัปดาห์เดียวกัน เกือบ 90% เป็นคนเอเชีย (ไอ้ที่เขียนอยู่นี่ก็คนหนึ่งนะ) น่าจะเพราะที่นี่เพิ่งเปิดได้เดือนกว่า แล้วคนที่มาส่วนใหญ่ก็เป็นแฟน Snow Peak ซึ่งฐานทัพใหญ่น่าจะอยู่ในเอเชียมากกว่า ตอนกลางคืนเขามีจุดแคมป์ไฟ อุ้มเลยได้ไปนั่งคุยกับแคมเปอร์คนอื่น ๆ มีคู่หนึ่งเป็นฝรั่งอายุ 30 กลาง ๆ ขับมาจากซีแอตเทิล เพราะว่าฝ่ายชายเป็นแฟนคลับเหนียวแน่น (แต่ MUJI ไม่รู้จักนะ ยังไงก่อน) อุ้มไปขอส่องดูที่ไซต์เขา โอ้โห อุปกรณ์แคมปิ้งนี่อย่างพีก แต่เจ้าตัวบอกอย่าไปดูที่บ้านล่ะ เพราะมันจะเหมือนใบตองรองห่อหมกที่คนจกปลาไปหมดแล้ว (อันนี้ดิฉันเล่าให้พิสดารเอง จริง ๆ เขาแค่บอกบ้านดูไม่ค่อยจะได้)

อีกอย่างที่หมิ่นเหม่จะเข้าข่าย Glamping (Glamorous + Camping) คือบริการที่เรียกว่า Tent Suite อันนี้หนักกว่าอีก คือไม่ต้องทำอะไรเลย เพราะมีเต็นท์กางไว้ให้ พร้อมอุปกรณ์หม้อไหจานชาม Snow Peak ทุกสิ่งอัน สิ่งเดียวที่ต้องทำคือการพาตัวเองมาเข้าอยู่ ได้ประสบการณ์ แล้วก็กลับบ้านไปสวย ๆ เหมือนไปอยู่โรงแรมดี ๆ นี่เอง

อุ้มไปแคมปิ้งในป่าเขาของสหรัฐฯ (และแคนาดา) มาเป็นสิบปี หลายแห่งอยู่ในธรรมชาติมาก ๆ ไม่มีไฟฟ้าประปา ไม่มีสัญญาณอินเทอร์เน็ตหรือสัญญาณโทรศัพท์ สิ่งอำนวยความสะดวกอะไรก็ไม่ค่อยมี จึงค่อนข้างทุลักทุเล แต่กลับมาแล้วรู้สึกหัวโล่งจิตใจสบายเหมือนได้ไปชาร์จแบต

ส่วน Snow Peak Campfield ที่เพิ่งไปมานี้มีความสะดวกสบายทุกอย่าง มีไวไฟ มีร้านกาแฟ มีร้านสะดวกซื้อที่สต็อกของดี ๆ ไว้เพียบ มีน้ำอุ่นให้อาบในห้องน้ำสวย ๆ (ตอนอุ้มไปออนเซ็นยังไม่เปิด) ทุกอย่างเปิดโล่ง มองไปทางไหนก็เจริญตาเจริญใจ มีไฟส่องสว่าง แต่ก็แอบพรากเอาเสน่ห์ของการไปแคมปิ้งแบบดิบ ๆ ที่ทำให้เรารู้สึกขอบคุณเวลากลับมานอนสบายที่บ้านไปด้วย

แต่สรุปว่าก็ชอบทั้ง 2 แบบแหละ ซัมเมอร์นี้ตั้งใจไว้ว่าจะไปสลับ ๆ กัน แบบบ้าน ๆ มั่ง แบบพีก ๆ มั่ง แล้วต้องสารภาพว่าไปมาแค่คืนเดียว ตอนนี้ถึงกับจะเปลี่ยนลัทธิมานับถือ Snow Peak ไปแล้วเนี่ย ถือว่าเป็นการตลาดที่ได้ผลเหลือหลาย อุ้มเพิ่งไปร้าน Snow Peak Flagship Store ของสหรัฐฯ ที่มาตั้งอยู่พอร์ตแลนด์ (เท่เนอะ) โอ้โห ล้มละลายทางความคิดไปแล้วเรียบร้อย คืออยากได้ไปหมด แต่ถ้าซื้อทุกสิ่งที่อยากได้นี่คงปาเข้าไปเป็นแสน นี่เลยถ่ายรูปมาสร้างกิเลสร่วมกันค่ะ มันน่าใช้จริง ๆ เนอะ

ยิ่งตอนนี้เขามี The Camping Essentials อันนี้อะยูววว หมดเนี่ย 2,000 เหรียญฯ หยิบการ์ดแล้วนะ ใครก็ได้ช่วยห้ามที (หัวเราะ)

Snow Peak Campfield ที่อุ้มไปมาเป็นแห่งแรกในทวีปอเมริกา แต่ว่าแห่งแรกจริง ๆ น่ะอยู่ที่ญี่ปุ่น ที่จังหวัดนีงาตะ ซึ่งเป็นบ้านเกิดของคุณ Yukio Yamai ผู้ก่อตั้ง Snow Peak เมื่อปี 1958

อุ้มไปส่องรูป Campfield อีกหลาย ๆ แห่งในญี่ปุ่นแล้วตื่นตาตื่นใจมาก ได้แต่หวังว่าสักวันจะมีโอกาสไปกางเต็นท์ก่อไฟดูดาวแถวนั้นบ้าง ดูรูปกันไปพลาง ๆ ก่อนแล้วกันนะจ๊ะ

Writer & Photographer

สิริยากร พุกกะเวส มาร์ควอร์ท

อดีตนักแสดงและพิธีกร จบการศึกษาจากคณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ย้ายมาเป็นพลเมืองพอร์ตแลนด์ ออริกอน ตั้งแต่ปี 2012 ปัจจุบันเป็นคุณแม่ลูกสองของน้องเมตตาและน้องอนีคา เธอยังสนุกกับงานเขียนและแปลหนังสือ รวมทั้งเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ในเมืองนอกกระแสที่ชื่อพอร์ตแลนด์