15 สิงหาคม 2025
3 K

คุณชอบเดินไหม

เวลาไปเดินเที่ยวที่ญี่ปุ่น เดินช้อปปิ้งที่ฝรั่งเศส หรือเดินตระเวนกินที่ไต้หวัน พอยกสมาร์ตวอตช์ขึ้นมาดูจำนวนก้าวก็ตกใจว่า ทำไมฉันเดินได้เป็นหมื่น ๆ ก้าว… แต่อยู่ไทย แค่ร้านส้มตำหน้าปากซอยยังไม่อยากเดินไป walk wander คือโปรเจกต์ที่เกิดจากกลุ่มคนรักการเดิน ที่อยากชวนคนเมืองออกมาสนุกกับการเดินเท้า เชื่อมเส้นทางระหว่างผู้คนกับ เมือง และ สวนสาธารณะ พร้อมสร้างแรงบันดาลใจให้มี Walk-Life Balance ในชีวิตประจำวัน

แอน-เดือนเพ็ญ จุ้ยประชา และ เป๊ป-อธิพัฒน์ พูนสินบูรณะกุล คือคนชอบเดินที่สงสัยว่า ทำไมคนรอบตัวถึงเดินได้เดินดีเวลาไปต่างประเทศ แต่อยู่ไทยกลับไม่ชอบเดิน พวกเขาจึงริเริ่มโปรเจกต์ ‘walk wander’ ชวนคนมาเดินเท้าให้สนุก เมื่อสนุกแล้วมี Walk-Life Balance ประโยชน์อื่น ๆ ก็จะตามมาเอง

ผู้เขียนเลยหยิบรองเท้าที่ถนัด สวมเสื้อผ้าที่ทะมัดทะแมง ออกเดินเท้าไปกับพวกเขา เพราะอยากรู้ว่าจะสนุกกับการเดินได้ขนาดไหน

มุมมองเมื่อได้เดิน

ฝนกรุงเทพฯ ในฤดูนี้ที่มักตกมาช่วงบ่าย ๆ ทำให้ช่วงเวลาเช้าอากาศไม่ร้อน ไม่อบอ้าว เหมาะแก่การเดินเท้า สวนลุมพินีเช้าวันอาทิตย์จึงมีผู้คนมาเดิน วิ่ง ขี่จักรยานกันพอสมควร 

เรานัดเจอกันที่ลานพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว เพื่อเดินเท้า…แค่เดินเท้า ไม่ได้เดินทัวร์ ไม่ได้เดินออกกำลังกาย ไม่ได้เดินสำรวจพรรณไม้ ไม่ได้เดินเพื่อทักทายน้องแมวและตัวเงินตัวทองที่ขึ้นชื่อประจำสวนลุมฯ… ก็แค่เดินเฉย ๆ

จากประตูทางเข้าเดินเท้าไปจนถึงประตูทางออก ระหว่างนั้นก็มีทั้งน้องแมวและตัวเงินตัวทองผ่านทางมาทักทายพวกเรา เราเดินต่อไปยังสะพานเขียวที่เชื่อมต่อสวนลุมฯ กับสวนเบญจกิติ ซึ่งเราทราบคร่าว ๆ อยู่แล้วว่ามีการปิดเส้นทางเพื่อปรับปรุง แต่ก็ยังมาเดินลุ้นว่าปิดช่วงไหนบ้าง ปรากฏว่าพอเดินข้ามถนนวิทยุไปแล้ว เส้นทางหลังจากนั้นที่ตัดผ่านชุมชนซอยโปโลก็ปิด เดินต่อไม่ได้ เราจึงต้องเปลี่ยนจากวิวมุมสูงบนสะพานลงมาเดินเท้าบนพื้นราบ เปลี่ยนภาพตึกระฟ้าที่เป็นฉากหลังให้กับบ้านเรือนชุมชนมาชมบ้านคนในระดับสายตา

ทางเดินเท้าเบื้องล่างอยู่เคียงข้างคูน้ำที่หากสะอาดก็อาจเป็นทั้งพื้นที่ผ่อนคลายและแหล่งอาหารของคนเมือง แต่ชุมชนโดยรอบก็เข้ามาหาความสุขกับสิ่งที่มีกันตามอัตภาพ โซฟาม้านั่งตั้งริมน้ำพอรับไอเย็นจากสายน้ำสีดำคล้ำ มีชาวบ้านมาตั้งแผงขายกบ ขายปลานิล บนถนนในซอยเส้นแคบ ๆ ที่ผู้คนส่วนมากสัญจรด้วยสองเท้าและสองล้อ

“หากเดินบนสะพานเขียว ร้านที่อยู่ริมสะพานจะมีรอกให้ชักเรียกจากบนชั้น 2 จะได้มาขายของให้คนบนสะพาน” แอนอธิบาย ถึงแม้ว่าเธอจะเดินเส้นทางสะพานเขียวมาหลายต่อหลายครั้งแล้ว แต่ก็เพิ่งได้เดินเท้าผ่านชุมชนเป็นครั้งแรก

สะพานเขียวเปิดให้บริการอีกตรงช่วงข้ามถนนใหญ่ แล้วตัดตรงเข้าไปเชื่อมกับสกายวอล์กในสวนเบญจกิติ เมื่อเดินเท้าผ่านสวน ถึงตรงนี้ก็นับก้าวเดินได้กว่า 8,000 ก้าวแล้ว สำหรับแอน เป๊ป และตัวผู้เขียนเองที่เป็นนักเดินอยู่แล้ว ในวันนี้ที่อากาศเป็นใจ ระยะทางแค่นี้เราเดินกันได้สบาย ๆ แต่พี่ช่างภาพที่ไม่ค่อยชินกับการเดินไกลนักก็แอบบ่นเล็กน้อย

“อย่างน้อยก็ได้ออกกำลังกาย” แอนให้กำลังใจ

เราเดินต่อไปยังศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ เพื่อให้รางวัลตัวเองด้วยกาแฟเย็นและนั่งคุยถึงที่มาของโครงการส่งเสริมให้คนมาเดินเท้าฉบับประชาชน walk wander แต่ก่อนจะเริ่ม แอนก็ถามขึ้นว่า

“ที่เราเดินมาด้วยกันเนี่ย ทําให้เราสนิทกันมากขึ้นใช่ไหม”

และก็ใช่ เราที่ต่างเป็นคนแปลกหน้ารู้สึกสนิทกันมากขึ้นจริง ๆ

เริ่มก้าวเดิน

“แอนชอบพาเพื่อนไปเดิน พาน้องในออฟฟิศไปเดิน เดินแล้วได้คุยกันเยอะ ทําให้สนิทกันง่ายกว่าเวลานั่งคุยประจันหน้ากัน แต่การเดินไม่ต้องประจันหน้ากัน อันนี้เป็นจิตวิทยาที่แอนอ่านมา แอนเลยใช้การเดินเป็นวิธีละลายพฤติกรรม ทําให้สนิทกับคนในออฟฟิศหรือเพื่อนมากขึ้น”

แอน บรรณาธิการคอนเทนต์ประจำ Urban Creature สื่อสร้างสรรค์เพื่อคุณภาพชีวิตคนเมือง เล่าถึงบทบาทของการเดินเท้าต่อการสร้างความสัมพันธ์ ซึ่งงานของเธอต้องหาโอกาสไปเดินเมืองบ่อยอยู่แล้ว บวกกับการเป็นคนชอบเดินเป็นทุนเดิม วันหนึ่งเพื่อนรุ่นพี่ซึ่งเป็นชาวอินโทรเวิร์ตก็มาเล่าเป้าหมายรายเดือนว่า ต่อจากนี้หากมีใครมาชวนไปไหนจะไปให้หมด เพื่อเพิ่มความเอ็กซ์โทรเวิร์ตในตัวเอง แอนเห็นดีเห็นงามด้วยก็เอาอย่าง แต่เธอก็พบข้อเท็จจริงอีกอย่างว่า 

“ทำไมคนรอบตัวถึงไม่ค่อยเดินกัน”

ช่วงนั้นแอนกำลังสนใจทำโปรเจกต์ส่วนตัวที่ทุกคนเข้าถึงได้ การเดินจึงเป็นโจทย์ที่เธอสนใจและสังคมยังขาดอยู่ ด้วยความถนัดที่เธอมีคือการสร้างสรรค์คอนเทนต์ด้วยข้อความไม่ใช่ภาพ จึงยังเป็นข้อจำกัดอยู่ แต่พอเธอเล่าความสนใจนี้ให้เป๊ป รุ่นน้องกราฟิกดีไซเนอร์ในออฟฟิศที่สนิทกันจากการเดินเท้ากลับบ้านพร้อมกัน เป๊ปก็อาสาเข้ามาร่วมโปรเจกต์นี้ด้วย

“แอนต้องรีบบอกก่อนว่าไม่ได้ตังค์นะ แล้วก็ไม่ได้วางแผนว่าจะต้องมีลูกค้าหรือสปอนเซอร์อะไรเลย แค่อยากสื่อสารวัตถุประสงค์นี้เพื่อให้คนออกมาเดินกัน และจะได้สื่อสารเรื่องเมืองมากขึ้น”

เป๊ปซึ่งเรียนจบด้านการออกแบบสถาปัตยกรรมผังเมือง ชื่นชอบการทำงานด้านเมืองอยู่แล้ว และเขาก็เชื่อว่าการเดินคือหนึ่งในวิธีที่ทำให้เข้าใจเมืองได้ดีที่สุด

“เราอยากทำอะไรแบบนี้อยู่แล้ว แต่เผอิญเขียนไม่เป็น”

ในโลกออนไลน์มีสื่อที่สื่อสารด้านการเดินอยู่บ้างแล้ว แต่อาจเน้นไปที่การเดินเพื่อสร้างสุขภาวะ หรือการเดินเพื่อสำรวจปัญหาของทางเดินเท้า ในขณะที่ walk wander แค่อยากชวนคนมาสนุกกับการเดิน โดยใช้ความถนัดด้านการสร้างสื่อของทั้ง 2 คนเป็นเครื่องมือ 

ถึงจะเป็นโปรเจกต์ส่วนตัว แต่ทั้งแอนและเป๊ปก็ทำกันอย่างจริงจังเหมือนลงสนามให้สื่อจริง มีการทำพรีเซนเทชันวางกลยุทธ์ วาง Mood and Tone ให้สื่อสารด้วยภาพถ่าย กราฟิก และข้อความ โดยไม่มีอะไรหวือหวาอย่างวิดีโอตามสมัยนิยม เพราะทั้งคู่ไม่ชอบออกกล้อง และเน้นน้ำเสียงที่สนุกประหนึ่งเพื่อนคุยกัน โดยใช้ช่องทางหลักคือ Instagram และ Twitter

“เราสื่อสารโดยใช้น้ำเสียงเราเลยให้คนเข้าถึงง่าย วางแผนไว้หมดว่าจะใช้คําแทนตัวเองว่าอะไร จะใช้ walk wander ไม่ใช้แอดมิน เพราะมันตลก แล้วเวลาแทนคนจะใช้คําว่า สมาคมนักเดิน เป๊ปรับผิดชอบฝั่งกราฟิกทั้งหมด แล้วแอนก็ตรวจว่าตรงนี้อ่านยากไป ปรับอันนี้เพิ่มได้มั้ย คุยกันเหมือนตอนทำงานเลย”

พอสรุปแนวทางทุกอย่างได้แล้ว คอนเทนต์ชวนเดินชุดแรกจาก walk wander ก็ปล่อยออกไปในเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา 

เดินให้สนุก

วิธีเดินเมืองหน้าร้อนให้เอนจอยและไม่ยม

หนังสือสำหรับเดินไปอ่านไป

เพลย์ลิสต์เพื่อคนเดินเมือง

ฯลฯ

เหล่านี้คือตัวอย่างคอนเทนต์กระตุ้นคนออกมาเดินเมืองให้สนุก และสอดแทรกแรงบันดาลใจในการเดินระหว่างทาง Between the Line อย่างเช่น เดินไปเติมแมว เดินดูงานศิลปะข้างทาง เดินตามหาสีที่ชอบ เดินส่องฟอนต์ไทย เดินดูการจัดวางหน้าร้าน เพื่อให้การเดินเท้ามีสีสันมากขึ้น

“เรานำเสนอเส้นทางด้วย แล้วก็มาเขียนสรุปเส้นทางว่าเป็นยังไง เหมาะกับใคร มีอินโฟกราฟิกประกอบด้วย ไม่ใช่แค่พาไปเดินเฉย ๆ แต่มีการสังเคราะห์ข้อมูลเอามานําเสนอ ซึ่งเราหาข้อมูลกันหนักมาก”

หนึ่งในวิธีหาแรงกระตุ้นให้ออกเดินที่แอนและเป๊ปมักใช้ คือ Small Win อย่างเดินเสร็จได้กินร้านอร่อย หรือแค่ได้ไปเจออะไรแปลก ๆ ที่คิดไม่ถึง ก็รู้สึกว่าวันนี้มีชัยชนะในการเดินแล้ว อย่างบางวันก็เดินไปเจอเต่าหน้าบ้านคน ค้นพบสวนใหม่ในย่านคลองสาน หรือได้เห็นมุมมองใหม่เพราะสะพานเขียวกำลังปิดปรับปรุง

แอนเป็นยอดนักเดิน พอมาทำคอนเทนต์ชวนคนออกเดิน ทำให้เธอเองมีแรงบันดาลใจให้เดินเส้นทางไกลขึ้น 

“แอนชอบแนว Creative Space แล้วบ้านเราอยู่แถวอุรุพงษ์ แถวนั้นมี GalileOasis แต่วันนั้นเราก็เดินย้อนกลับไปบีทีเอสราชเทวีเพื่อจะได้ทำคอนเทนต์ชวนคนเดินตั้งต้นจากรถไฟฟ้า แล้วค่อยเดินไป GalileOasis เจออะไรบ้างก็เขียน ระหว่างทางมีคําที่เราชอบใช้ คือ The Art of Noticing สังเกตว่ามีอะไรบ้างที่น่าสนใจ แล้วก็เรียงมา มีร้านอะไร ตรงไหนเจอแมว ซึ่งถ้าวันนั้นไม่ไปเดินก็ไม่รู้ว่าเขาทําทางเดินเลียบคลองใหม่ แล้วก็เดินต่อไป BACC ไปจบที่สวนปทุมวนานุรักษ์ที่อยู่ข้างเซ็นทรัลเวิลด์”

และพอคนเดินมีเป้าหมายในการเดิน ก็จะสนุกกับการเดินมากขึ้น

เดินเพื่อเปลี่ยนแปลง

“เมื่อก่อนเราก็เดินของเรา ไม่ค่อยได้สังเกตอะไรมาก รู้แค่ว่าตรงนี้ทางเท้าดี เราก็ชอบมาเดิน ย่านที่ชอบไปเดินก็เป็นย่านเดิม ๆ ไม่ค่อยเอาตัวเองไปเจออะไรใหม่ ๆ ไม่ได้ตั้งเป้าหมายอะไรไว้”

แอนเล่าว่า ทุกวันนี้เธอใช้การเดินเท้าเพื่อคลายเครียด การเดินประจำยังทำให้เธอได้ออกกำลังกายไปด้วย สภาพแวดล้อมในกรุงเทพฯ ที่มีความท้าทายเยอะ ทั้งแดด มลภาวะ สภาพทางเท้า บังคับให้แอนต้องวางแผนการเดินเท้าเป็นประจำ จนรู้วิธีรับมือกับอุปสรรคแห่งการเดินเท้านานาประการ และแปลงมาเป็นคอนเทนต์ชวนคนฝ่าอุปสรรคมาเปิดใจให้การเดินไปด้วยกัน

จากเดิมที่เป๊ปทำงานกราฟิกอยู่แต่กับคอมพิวเตอร์มากกว่าอยู่กับคน การเดินทำให้เขาเจอผู้คนใหม่ ๆ ได้หลงทาง ได้ถามทาง ได้คุยกับคนระหว่างทาง และพัฒนาทักษะในการเข้าสังคมของตัวเอง

อีกสิ่งที่แอนและเป๊ปรู้สึกตรงกันเกี่ยวกับการเดิน คือมันทำให้พวกเขารู้จักเมืองของตัวเองมากยิ่งขึ้น ก่อนหน้านี้แอนและเป๊ปไม่เคยรู้มาก่อนว่าแถวช่องนนทรีมี ‘สวนสุขภาพสมาคมแต้จิ๋วฯ’ เป็นสวนสาธารณะที่ใช้พื้นที่ร่วมกับสุสาน แต่ก็ยังมีผู้คนมาใช้บริการเยอะมาก ทั้งออกกำลังกาย ร้องเพลง อยู่ข้าง ๆ ฮวงซุ้ย โดยบรรยากาศในสุสานแทบไม่ส่งผลกับการใช้ชีวิตของผู้คนเลย แต่ความน่ากลัวคือกว่าจะเดินเท้าเข้าซอยไปถึงสวนได้นั้นอันตรายมาก เพราะไม่มีทางเท้า และต้องเดินสัญจรร่วมกับรถยนต์

“แอนสนใจเรื่องเมืองขึ้นเยอะมาก และมีความรู้เรื่องเมืองเยอะขึ้นจากการไปเดินด้วยกันกับเป๊ปที่เรียนผังเมืองมา อย่าง Urban Oasis คืออะไร รางวีคืออะไร หรือว่าไปเดินแถวช่องนนทรีมาแล้วไม่มีทางเท้า เราก็จะตั้งคําถามและสังเกตเมืองมากขึ้น เวลาพาใครไปเดิน เราจะมีความรู้รอบตัวเยอะมากจนเพื่อนงงว่ารู้ขนาดนี้ได้ไง เพราะเราไปเดินมาแล้วก็เลยเล่าได้”

เป๊ปเสริมต่อว่า “มักมีบางประเด็นที่ยิ่งไปเดินจะยิ่งเข้าใจเมืองมากขึ้น อย่างบนถนนในบางชุมชน ที่จริงวางกระถางต้นไม้ไม่ได้ มันผิดกฎหมายนะ แต่ถ้าต้องเอาออกหมดจริง ชุมชนจะแห้งแล้งเลย หรือหาบเร่แผงลอยข้างทางที่คนบอกว่าเกะกะขวางทาง แต่พอเราไปเดิน มีถนนที่ตั้งแผงลอยแล้วไม่ขวางทาง ซึ่งหากคนที่บริหารเมืองนำเรื่องพวกนี้มาคิดด้วย เมืองก็จะมีเสน่ห์ไปอีกแบบเหมือนกัน” 

หากเคยไปเดินคลองโอ่งอ่าง คงได้เห็นกราฟฟิตี้รูปปลาที่อาจไม่ได้อยู่ในจุดของงานศิลปะหลักที่เป็นจุดเช็กอิน พอ walk wander โพสต์รูปนี้ลงทวิตเตอร์ก็มีคนมาตั้งคำถามว่าผิดกฎหมายมั้ยที่ศิลปะจะมาอยู่ตรงนี้ ซึ่งทางแอนและเป๊ปคงไม่อาจตอบคำถามได้ แต่พวกเขาก็เจอปลาตัวเดียวกันอยู่บนกำแพงในย่านตลาดน้อย ย่านบางรัก จนเกิดความคิดว่าน่าจะสร้างเส้นทางเดินเท้าตามเก็บปลาตัวนี้

“แล้วแต่ว่าจะมองให้เป็นปัญหาหรือมองเป็นความสนุกนะ มันทําให้เราเข้าใจบริบทของเมืองมากขึ้นโดยไม่ไปตัดสิน บริหาร Empathy ของตัวเองว่าอยากแก้ปัญหาหรือลบมันออกไปเลย” แอนแสดงทัศนะ

“เป็นสมดุลระหว่างระเบียบของเมืองกับความมีชีวิตชีวา กรุงเทพฯ นี่เดินดีไหมไม่รู้ แต่ที่แน่ ๆ คือเดินได้สนุก” เป๊ปเสริม

และในยุคนี้ที่มี Traffy Fondue เป็นตัวช่วย เพียงแค่คุณเปิดใจออกไปเดินแถวบ้าน ก็เป็นส่วนหนึ่งในการสร้างความเปลี่ยนแปลงได้แล้ว 

เมืองเพื่อคนเดินเมือง

เมื่อได้เดินเท้าบนหลายพื้นที่ แอนและเป๊ปรู้สึกเหมือนกันอย่างหนึ่ง

“รู้สึกว่าเราตัวเล็ก”

เพราะถนนในกรุงเทพฯ มักจัดลำดับให้รถเป็นใหญ่ จึงไม่น่าแปลกใจที่หลายครั้งจะต้องเดินไปลุ้นไป แม้จะอยู่บนทางม้าลายหรือทางเท้า หรือแม้แต่สะพานลอยที่ทางขึ้นลงขวางกลางทางเท้า จนต้องทำตัวให้ลีบเล็กเพื่อลอดช่องแคบระหว่างกำแพงและสะพาน หรือเลี่ยงเดินลงถนนใหญ่ไปเลยเพื่อเดินกลับขึ้นทางเท้า

“แอนมองว่าเวลาคนเดิน เราควรเดินได้อย่างสง่าผ่าเผย ไม่ใช่ต้องคอยหลบสะพาน หรือขอบคุณมอเตอร์ไซค์ที่ไม่วิ่งมาชนบนทางเท้า ทําไมเราถึงลดศักดิ์ศรีคนเดินเท้าให้กลายเป็นลำดับรอง พอคนเดินเท้ารู้สึกว่าตัวเองมีศักดิ์ศรีน้อยกว่ารถยนต์ เขาก็ไม่อยากเดิน อยากไปซื้อรถเพราะจะได้ขับอย่างสบายใจ”

ส่วนหนึ่งของการผลักดันประเด็น Walkable City หรือเมืองที่ให้ความสำคัญกับคนเดินเท้าที่ walk wander ทำ คือการชวนคนที่ขับรถประจำลองออกมาเดินเท้า จะได้เห็นในสิ่งที่อยู่บนรถไม่เคยได้เห็น สัมผัสในสิ่งที่รถให้ไม่ได้ แล้วเข้าใจคนเดินเท้ามากขึ้น

“ตอนนี้เราก็ดีใจที่ได้เห็นกรุงเทพมหานครให้ความสําคัญกับทางเดินเท้ามากขึ้น พยายามเชื่อมทั้งจักรยานและการเดิน แต่ปัญหาคือทำไปแล้วไม่ค่อยมีใครไปโปรโมต walk wander เลยพยายามทำตรงนี้” แอนกล่าว

ในฐานะผู้หญิง แอนมองเรื่องเพศเป็นอีกปัญหาหนึ่งของการออกแบบเมือง ซึ่งหากมองในมุมของผู้ชาย หลายอย่างอาจสร้างมาเหมาะสมแล้ว แต่ไม่ใช่สำหรับผู้หญิงที่มีเรื่องให้กังวลมากกว่าผู้ชาย

“อย่างเรื่องความปลอดภัย แสงสว่าง บางทีเดินไปคนเดียวแล้วโดนมอเตอร์ไซค์แซวก็ไม่กล้าเดินต่อแล้ว บางทีอาจต้องให้ผู้หญิงเข้ามามีส่วนร่วมในการออกแบบเมืองที่เหมาะกับการเดินของทุกคนด้วย”

เดินไปด้วยกัน

ส่งการบ้านครับ วันนี้เดินไปได้ 20,000 ก้าว

“แอนไม่รู้จักเขาเลยนะ เขาก็แท็กมาว่าไปเดินตามเส้นทางที่เราแนะนำ เราก็แบบ โห มีคนเดินตามด้วย มีคนมาคอมเมนต์ ชอบมาก ทำให้อยากเดิน อย่างในทวิตเตอร์ พอเราแชร์พื้นที่สีเขียวไป ก็มีคนมาแชร์พื้นที่สีเขียวที่ตัวเองเดินไปเจอ มันมีความเป็นคอมมูนิตี้ของคนที่อยากเดินอยู่”

การมาทำ walk wander ทำให้แอนและเป๊ปรู้ว่าที่จริงมีคนอยากเดินอยู่เยอะมาก แต่ด้วยข้อจำกัด ทั้งอากาศร้อน มลภาวะ สภาพถนนที่ไม่เหมาะสมแก่การเดินเท้า ทำให้การเดินเมืองเป็นเรื่องที่จะว่าง่ายก็ไม่ง่าย ต้องฝากโจทย์ให้ผู้เกี่ยวข้องแก้ไขปรับปรุงกันต่อไป และปล่อยให้ walk wander เป็นสื่อหนึ่งที่ทำหน้าที่จุดประกายให้คนอยากเดิน และอีกไม่นานคงได้เห็นกิจกรรมชวนคนมาเดินเมืองไปพร้อมกัน เพื่อให้ผู้คนสนุกกับการเดินมากขึ้น สนใจเมืองมากขึ้น และอยากดูแลเมืองมากขึ้น

และที่สำคัญคือได้มี Walk-Life Balance ดี ๆ ในชีวิต

หากอยากได้เทคนิคการเดินเท้า รู้จักอุปกรณ์ที่เหมาะกับการเดินเท้า หรือหาเพื่อนเดินเท้า เข้าไปติดตาม walk wander ได้ทาง Instagram : walk.wanderth และ Twitter : walk_wanderth

Writer

นิธิตา เฉิน

นักเล่าเรื่องและครีเอทีฟอิสระผู้อยากสื่อสารประเด็นทางสังคมและสิ่งแวดล้อมให้สนุกและสร้างสรรค์

Photographer

ดวงสุดา กิตติวัฒนานนท์

ช่างภาพ และ baker ฝึกหัด