7 กุมภาพันธ์ 2025
2 K

เมื่อปี 2019 The Cloud มีโอกาสพูดคุยกับ Steps With Theera คาเฟ่และโรงเรียนฝึกสอนผู้ที่มีภาวะ Autism 

6 ปีผ่านไป พวกเขาเติบโตขึ้นเป็นองค์กรที่มีชื่อว่า ‘Steps’ ที่ยังคงทำงานเพื่อสร้างสังคมให้น่าอยู่สำหรับผู้ที่มีความหลากหลายทางการรับรู้ (Neurodivergent) นอกเหนือจากการฝึกทักษะที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตและการทำงาน Steps ขยับไปทำงานร่วมกับภาครัฐและธุรกิจที่ตั้งใจสนับสนุนคนกลุ่มนี้ผ่านการจ้างงาน

บทสนทนาครั้งนี้จึงจะพาคุณย้อนไปไกลถึงจุดเริ่มต้น แต่เราชวน แมกซ์ ซิมป์สัน (Max Simpson) ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และ ยิ้ม-ศศิภา มีนชัยนันท์ หัวหน้าฝ่ายบริหารการศึกษา มาเล่าช่วงระหว่างการเดินทางที่ทำให้ Steps เป็นอย่างทุกวันนี้

ดร.โอมาร์ ไคน์, แมกซ์ ซิมป์สัน, ศศิภา มีนชัยนันท์, คอร์ทนีย์ โคนิน และ ณัฐวุฒิ ชวินกุล

Neurodivergent : ผู้ที่มีความหลากหลายทางการรับรู้

ก่อนอื่นเราอยากชวนผู้อ่านทำความเข้าใจคำศัพท์อย่าง Neurodivergent ที่เราจะพูดถึงอีกหลายครั้งในบทความนี้ 

Neurodiversity หรือแปลเป็นไทยได้ว่า ความหลากหลายทางการรับรู้ เป็นศัพท์ใช้อธิบายคนที่มีระบบการรับรู้และวิธีปฏิสัมพันธ์กับโลกแตกต่างกันไป เช่น ออทิสซึมสเปกตรัม (Autism Spectrum Condition – ASC), ดิสเล็กเซีย (Dyslexia), ADHD (Attention Deficit Hyperactivity Disorder), ย้ำคิดย้ำทำ (Obsessive-compulsive Disorder) ฯลฯ

คนที่คิดค้นคำนี้ คือ จูดี้ ซิงเกอร์ (Judy Singer) นักสังคมวิทยาชาวออสเตรเลียที่มีภาวะออทิสซึมด้วยเช่นกัน เธอจึงอยากใช้คำนี้เพื่อสื่อสารว่า นอกเหนือจากภาวะออทิสซึมที่คนส่วนใหญ่รู้จักยังมีความหลากหลายอีกมาก และความหลากหลายเหล่านั้นไม่ได้เป็นอาการป่วยที่ต้องได้รับการรักษา แต่เป็นส่วนหนึ่งของตัวตนคนคนหนึ่งที่ควรได้รับการยอมรับและเคารพไม่ต่างจากมนุษย์คนอื่น
ในตอนนี้ Neurodivergent จึงเป็นคำที่นิยมใช้เรียกแทนพวกเขา 

จากคาเฟ่สู่องค์กรสร้างสังคมให้น่าอยู่สำหรับชาว Neurodivergent 

Steps มีจุดเริ่มต้นจากการทำ Steps Cafe ที่ปัจจุบันมีด้วยกัน 3 สาขา คือเอกมัยซอย 10, Theera Healthy Bake Room สุขุมวิท 42 และภายในโรงเรียนนานาชาติเซนต์แอนดรูว์ส สุขุมวิท 107 เป็นการทำงานร่วมกันระหว่าง Steps และโรงเรียน เพื่อสร้างโปรแกรมการเรียนการสอนสำหรับนักเรียน Neurodivergent ให้มีทักษะชีวิตและวิชาชีพที่ต้องการ

แมกซ์และยิ้มนัดเรามาคุยกันที่ Steps Cafe สาขาเอกมัยซอย 10 บรรยากาศร้านอบอุ่นเหมือนในรูปที่เราเคยเห็น ตู้ขนมเรียงรายไปด้วยเค้กหลากหลายรสชาติ มีให้เลือกทั้งแบบธรรมดา หรือจะเป็น Gluten-Free และ Vegan นอกจากนี้ ทางร้านยังมีอาหารคาวและของหวานเพื่อสุขภาพอื่น ๆ ให้เลือกอีกด้วย ซึ่งเป็นฝีมือของนักเรียน Steps ที่ยังคงใช้คาเฟ่เป็นพื้นที่ฝึกงานหลังจากผ่านการอบรมมาแล้ว 

นอกเหนือจากงานในจุดเริ่มต้นที่ยังคงทำอยู่ Steps ขยายขอบเขตงานเพิ่มอีก 3 ด้าน ด้านแรก คือ Business Service Centre หรือศูนย์บริการงานเอกสารธุรกิจ ยิ้มอธิบายงานนี้ให้เราฟังว่า เป็นการต่อยอดอาชีพให้ผู้ฝึก เพราะธรรมชาติของบางคนไม่ถนัดในการพูดคุย หรืออยู่ท่ามกลางคนจำนวนมาก 

Steps จึงเริ่มให้บริการด้านงานเอกสารให้กับบริษัทที่สนใจ โดยมีขั้นตอนคือบริษัทส่งเอกสาร หรือไฟล์งานที่ต้องการให้จัดการ ซึ่งผู้ฝึกของ Steps จะเป็นคนรับหน้าที่ดูแลเอกสาร สแกน ป้อนข้อมูล เรียบเรียงไฟล์ หรือจัดหมวดหมู่ให้เรียบร้อย

งานด้านที่ 2 คือ Steps Inclusion Consulting ที่ปรึกษาสำหรับองค์กรที่สนใจอยากจ้างงานผู้ที่มีความหลากหลายทางการรับรู้ Steps ทำหน้าที่ให้คำแนะนำและวางระบบทำงานแบบ Inclusive Workplace โอบรับทุกความหลากหลายของคนทำงาน

และงานด้านสุดท้าย คือการทำศูนย์วิจัยด้านความหลากหลายทางการรับรู้ในสถานที่ทำงาน หรือ Neurodiversity at Work Research Centre (NWRC) เป็นการต่อยอดจากการทำงานสองด้านแรก แมกซ์เล่าว่าลูกค้าส่วนใหญ่ต้องการข้อมูลประกอบการตัดสินใจ การจะเปลี่ยนระบบทำงานสักจุดพวกเขาต้องการข้อมูลที่เชื่อถือได้ และตัวอย่างที่เกิดขึ้นจริง รวมถึงยังไม่ค่อยมีงานวิจัยเกี่ยวกับ Neurodivergent ในไทย แมกซ์ตัดสินใจสร้างศูนย์นี้เพื่อสำรวจและให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ในการจ้างงานคนที่มีความหลากหลายทางการรับรู้

“บทความก่อนหน้านี้ช่วยพวกเรามาก ๆ คนเข้าใจในสิ่งที่เราทำมากขึ้น” แมกซ์และยิ้มบอกตรงกันว่า คนไทยยังไม่ค่อยรู้จักพวกเขา ทำให้ลูกค้าส่วนใหญ่เป็นชาวต่างชาติในไทย พวกเขาอยากให้คนไทยรู้จักมากขึ้น จะได้ช่วยกันทำให้ทุกบริษัทน่าอยู่สำหรับพนักงานทุกรูปแบบ

มีหลายหัวดีกว่าหัวเดียว

องค์กรที่เข้ามาปรึกษากับ Steps ส่วนใหญ่เป็นบริษัทข้ามชาติ ใช้นโยบายตามบริษัทแม่ แต่บริบทในประเทศไทยอาจแตกต่างกับประเทศอื่น ๆ พวกเขาต้องการคนช่วยปรับระบบการทำงานให้เข้ากับบริบทพื้นที่ Steps จึงเข้ามาทำหน้าที่นี้ 

แมกซ์เล่าว่าลูกค้าของ Steps มีทั้งภาครัฐและเอกชน เช่น กรุงเทพมหานคร (Bangkok Metropolitan Administration – BMA), สถานทูตออสเตรเลีย, IKEA ประเทศไทย และอีกมากมาย ซึ่งต่างมุ่งมั่นที่จะสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่โอบรับความหลากหลาย

แม้ว่าเป้าหมายหลักในการทำงานของ Steps คือเพื่อสร้างสภาพแวดล้อมและระบบในที่ทำงานให้สอดคล้องกับวิถีชีวิตของชาว Neurodivergent แต่ผลลัพธ์ที่ได้ทำให้ที่ทำงานสามารถโอบรับความหลากหลายของพนักงานทุกคนได้มากยิ่งขึ้น

“เราเริ่มตั้งแต่พูดคุยกับคนในองค์กร โดยเฉพาะฝ่ายทรัพยากรบุคคล ดูทัศนคติของพวกเขา จากนั้นจึงค่อย ๆ ปรับเปลี่ยนระบบให้เหมาะสมมากขึ้น เราช่วยจัดการตั้งแต่ระดับสภาพแวดล้อม เช่น แสงไฟที่เหมาะสม ลักษณะโต๊ะทำงาน ไปจนถึงระบบการทำงาน เช่น รูปแบบการรับสมัครงาน โดยทั่วไปการวางขอบเขตการทำงานค่อนข้างมีรายละเอียดพอสมควร คนเพียงคนเดียวไม่สามารถทำทุกอย่างได้ เราจึงต้องช่วยกำหนดว่างานส่วนใดที่จำเป็นต้องทำ ทักษะใดที่เขาจำเป็นต้องมีจริง ๆ” แมกซ์กล่าว

วุฒิการศึกษาเป็นอุปสรรคอย่างหนึ่ง บริษัทหลายแห่งมักกำหนดวุฒิการศึกษาขั้นต่ำของผู้สมัคร คือระดับปริญญาตรี แต่ระบบการศึกษาไม่ใช่สิ่งที่ชาว Neurodivergent เข้าถึงได้ง่ายเหมือนคนอื่น ๆ ผู้ที่มีความหลากหลายทางการรับรู้บางคนจึงไม่มีวุฒิการศึกษาสูง ถูกตัดโอกาสตั้งแต่มีความคิดที่จะสมัครงาน

แมกซ์จึงต้องอาศัยการพูดคุยเพื่อปรับความเข้าใจ ให้ข้อมูลที่ฝ่ายทรัพยากรบุคคลไม่รู้ จากนั้นจึงออกแบบวิธีรับสมัครที่เอื้อให้ทุกคนมีโอกาสตั้งแต่ขั้นตอนแรกของการสมัครงาน 

“จากประสบการณ์การทำงานที่ผ่านมา เราพบว่าฝ่ายทรัพยากรบุคคลมีบทบาทสำคัญต่อการสร้างระบบจ้างงานในบริษัทด้วยหลายเหตุผล ในบางกรณีพวกเขาไม่ได้รับการสนับสนุนจากฝ่ายบริหาร หรือเคยปรับเปลี่ยนแล้วแต่ไม่สำเร็จ จึงกลัวการเริ่มต้นใหม่อีกครั้ง 

“ฉะนั้น ช่วงแรกที่เราเข้าไปทำงาน เราอาจพบว่าบางคนยังมีความกังวลหรือมุมมองที่แตกต่างออกไป แต่พอทำงานไปด้วยกันเรื่อย ๆ มุมมองของเขาจะค่อย ๆ เปลี่ยนแปลงไป สิ่งที่เราทำคือการเปลี่ยนแปลงวัฒนธรรมองค์กร ต้องให้ใช้ได้จริง และทำให้เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันทุกคน”

เมื่อพูดถึงการปรับสภาพแวดล้อมองค์กร หลายคนมักคิดว่าต้องมีต้นทุนสูง แต่ยิ้มบอกว่าการปรับสภาพแวดล้อมเป็นเรื่องที่ต้องทำอยู่แล้ว ไม่ว่าคนทำงานจะเป็นใคร เพื่อให้ได้สภาพแวดล้อมที่ทุกคนอยากอยู่และส่งผลต่อประสิทธิภาพที่ดีในการทำงาน

“การปรับเปลี่ยนสิ่งแวดล้อมเป็นเรื่องที่ทำได้ง่ายมาก บางทีก็ไม่ต้องเสียเงิน เช่น พนักงานสามารถเลือกปรับที่นั่งหันหน้าเข้ากำแพงแทนที่จะหันหน้าเข้าหาคน เพราะบางคนมีความไวต่อการรับรู้ หรือจากที่เคยใช้ไฟ Cool Light ปรับมาเป็น Warm Light แทน” 

เหตุผลหนึ่งที่ทำให้ Steps เพิ่มบทบาทเป็นที่ปรึกษาองค์กร เพราะพวกเขาพบช่องว่างระหว่างพยายามฝึกผู้ฝึกให้พร้อมเข้าสู่ตลาดทำงาน แต่ปลายทางไม่ค่อยมีนายจ้างที่พร้อมรับพวกเขา Steps มองว่าต้องขยับมาทำงานกับปลายทางด้วย แทนที่จะเน้นผลิตคนอย่างเดียว

“พ่อแม่ที่มีลูกในกลุ่ม Neurodivergent ค่อนข้างมีความกังวลสูง องค์กรต่าง ๆ มองว่าพ่อแม่จะมีคำถามเยอะ สร้างความลำบากใจในการจ้างงาน เป็นเรื่องที่ผมเข้าใจได้ เพราะว่าผมก็มีลูกที่มีภาวะออทิสซึม ถ้าลูกจะสมัครงานสักที่หนึ่ง ผมคงต้องหาข้อมูลเยอะมาก ดูนโยบายบริษัท ดูว่าสภาพแวดล้อมในที่ทำงานเหมาะกับลูกไหม ลูกจะอยู่ได้อย่างปลอดภัยหรือเปล่า 

“มันเป็นเรื่องของการสร้างความเชื่อใจ เราจึงเชิญผู้ปกครองเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในกระบวนการทำงาน ให้ครอบครัวได้มีส่วนร่วม ฝั่งบริษัทเองก็พอใจ” แมกซ์เล่า

เติบโตไปเป็นองค์กรระดับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ภาวะเศรษฐกิจทุกวันนี้ทำให้หลายคนต้องการมีงานทำเพื่อให้มีรายได้ หลายบริษัทอาจตั้งคำถามว่า ทำไมพวกเขาต้องรับคนที่ต้องใช้เวลาในการปรับตัว ต้องปรับเปลี่ยนองค์กร แทนที่จะเลือกคนอื่น

คำตอบของยิ้ม คือ “บริษัทเลือกได้ไหมว่าจะเลือกลูกค้าเฉพาะกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งเท่านั้น ในเมื่อทุกคนในสังคมเป็นลูกค้าของเขาได้ ฉะนั้น คนที่มีส่วนร่วมในการทำงานก็ควรเป็นทุกคนในสังคมด้วยเช่นกัน บริษัทก็ได้เติบโตขึ้น ได้ไอเดียทำงานจากคนหลากหลาย และได้ออกผลิตภัณฑ์หรือบริการที่ตอบสนองลูกค้าหลายกลุ่ม”

แมกซ์เสริมต่อว่า หลายบริษัทอาจคิดว่าพวกเขาไม่มีพนักงานที่เป็นผู้มีความหลากหลายทางการรับรู้ แต่จากที่ Steps ได้เข้าไปทำงานกับหลายบริษัท พบว่านั่นไม่เป็นความจริง พนักงานบางคนอาจไม่กล้าเปิดเผยสิ่งที่ตนเป็นเพราะรู้สึกไม่ปลอดภัย และหากเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้น สิ่งที่ทำได้ไม่ใช่การจ้างคนใหม่ แต่เป็นการสร้างสภาพแวดล้อมและระบบให้เหมาะสมกับคนทำงาน

ศูนย์วิจัยแห่งนี้เป็นอีกเครื่องมือที่ช่วยสนับสนุนจุดยืนของ Steps เกิดจากความร่วมมือกับ Sasin School of Management เพื่อสำรวจและทำงานวิจัยให้ได้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อการทำงานร่วมกับองค์กรต่าง ๆ ไปจนถึงปฏิรูปนโยบายระดับประเทศ เพิ่มโอกาสจ้างงานคนในกลุ่ม Neurodivergent (ติดตามข้อมูลงานวิจัยได้ที่นี่)

แม้อยู่ช่วงเริ่มต้น แต่แมกซ์มีแผนจะขยายศูนย์วิจัยไปยังประเทศอื่น ๆ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ด้วย เพราะพวกเขาพบว่าหลายประเทศในภูมิภาคนี้มีปัญหาเรื่องการจ้างงาน Neurodivergent การทำศูนย์วิจัยและขยายพื้นที่ทำงานจะช่วยให้เป้าหมายที่พวกเขาอยากสร้างสังคมที่ยอมรับทุกความหลากหลายให้เติบโตมากขึ้น ไม่ใช่แค่ในไทยเท่านั้น

นอกจากเป้าหมายนี้ Steps ยังมีโครงการที่ตั้งใจทำเพื่อพัฒนาสังคมไทยให้ดีขึ้น ไม่ว่าจะเป็นโครงการสนับสนุนการจ้างงานคนพิการ 3 ดี (สนับสนุนดี กระบวนการดี คนทำงานดี) ที่ทำร่วมกับกรุงเทพมหานคร สนับสนุนการจ้างงานคนพิการในองค์กร โครงการอบรมกุมารแพทย์เพื่อส่งเสริมความเข้าใจคนที่มีความหลากหลายทางการรับรู้ และโครงการ NWRC Open House 2025 เปิดศูนย์วิจัยด้วยการนำเสนอนวัตกรรมและสร้างเครือข่ายระหว่างนักวิจัย องค์กร ภาคธุรกิจ และหน่วยงานรัฐ

“They are talented.”

อาชีพยอดนิยมของชาว Neurodivergent คืออะไร 

เราถามคำถามนี้ไป เพราะเชื่อว่าการพูดคุยถึงความฝันเป็นวิธีการที่ทำให้รู้จักคนคนนั้นมากขึ้น และเราเชื่อว่าชาว Neurodivergent ซึ่งมักถูกนำข้อจำกัดทางร่างกายมาตีตราก็น่าจะมีความฝันเช่นกัน 

คำตอบของแมกซ์และยิ้มคือ มีเยอะมาก เพราะพวกเขาก็เหมือนกับคนอื่น ๆ ที่มีความฝัน มีอาชีพที่อยากทำ ขาดเพียงแต่พื้นที่ที่จะทำให้ความต้องการนั้นเป็นจริง

“นี่ก็เป็นปัญหาหนึ่ง บางคนมีภาพจำว่าพวกเขาต้องทำงานที่ไม่ยุ่งเกี่ยวกับคนอื่น หรือพวกเขาคงทำอาชีพนั้นอาชีพนี้ไม่ได้ ผมว่าเราแค่ต้องเคารพกันและปรับมุมมองว่าพวกเขาก็ทำงานได้เหมือนคนอื่น ๆ” แมกซ์ตอบ

‘มีความสามารถ’ เป็นคำที่แมกซ์พูดอยู่บ่อยครั้งในบทสนทนาครั้งนี้ และคำนี้ยังเป็นเหตุผลที่ทำให้เขาริเริ่ม Steps เรื่อยมานับตั้งแต่ปี 2016 จนถึงวันนี้

“เรารู้ว่าพวกเขามีความสามารถ พวกเขาทำงานได้ งานของเราก็คือการทำให้คนอื่น ๆ เข้าใจสิ่งนี้เช่นเดียวกัน ไม่ว่าจะผ่านการฝึกอบรม การทำงานร่วมกับองค์กรต่าง ๆ หรือสร้างศูนย์วิจัย ตัวอย่างเช่นสถานการณ์โควิด-19 ทำให้เรารู้ว่ายังมีวิธีทำงานอีกหลายรูปแบบ การทำงานของ Neurodivergent ก็เช่นเดียวกัน” แมกซ์ทิ้งท้าย

หากคุณ หรือองค์กรที่ต้องการสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อให้ทุกคนมีส่วนร่วม (Inclusive Environment) ติดต่อ Steps ได้ที่เว็บไซต์ www.stepscommunity.com

Writer

เพ็ญสินี ธิติธรรมรักษา

ชีวิตขับเคลื่อนด้วยแสงแดดและหวานร้อย

Photographer

ผลาณุสนธิ์ ผดุงทศ

ช่างภาพที่โตมาจากเมืองทอง รักแมว ชอบฤดูฝน และฝันอยากไปดูบอลที่แมนเชสเตอร์