“โคตรอร่อยเลยครับ” จิรณรงค์ วงษ์สุนทร บรรณาธิการไลฟ์สไตล์ของเราเอ่ยหลังตักข้าวซอยเนื้อตุ๋นเข้าปาก นอกจากเมนูนี้ ตรงหน้าพวกเรายังมีอาหารเด็ดอีกหลายจาน ตั้งแต่กะหล่ำปลีทอดน้ำปลา ส้มตำ จนถึงตับและหมูทอดพร้อมเศษแป้งกรุบกรอบ
ไม่เพียงอร่อยไม่ต่างจากเมนูตามร้านดัง อาหารแต่ละจานยังมีเรื่องราวแสนพิเศษ เพราะพวกมันปรุงอย่างใส่ใจจากพ่อครัวแม่ครัวที่เป็นผู้พ้นโทษและผู้พักโทษซึ่งเข้าร่วมอบรมกับ ‘โรงเรียนตั้งต้นดี’ หรือ ‘Restart Academy’ โครงการสอนทักษะอาชีพและทักษะชีวิตจากสถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย (องค์การมหาชน) หรือ TIJ
การฝึกอาชีพให้ผู้ที่เคยกระทำผิดไม่ใช่สิ่งแปลกใหม่ แต่โรงเรียนตั้งต้นดีพิเศษกว่านั้น เพราะที่นี่เริ่มจากตั้งคำถามว่า ทำไมการฝึกอาชีพที่ทำกันมานานถึงไม่ค่อยประสบความสำเร็จ ผู้ที่ก้าวพ้นห้องขังมาแล้วมักลงเอยด้วยการกลับสู่วังวนการทำผิด
จากนั้นก็ทดลองตอบด้วยโมเดลโรงเรียนที่ดูแลครบทั้งด้านการงานและชีวิต อุดช่องโหว่จากสิ่งที่เคยทำกันมา และ Customize ให้พอดีตัวผู้เคยก้าวพลาดแต่ละคนที่ล้วนไม่ต่างจากสมาชิกกลุ่มเปราะบางอื่น ๆ คือมีบาดแผลลึก ก้าวต่อเองยากกว่าคนอื่น ต้องการทั้งความเข้าใจและการใส่ใจจากผู้ดูแล
ลองมาฟังทีมโรงเรียนตั้งต้นดีเล่าถึงโรงเรียนแห่งนี้ ที่เรื่องราวเข้มข้นรสชาติดีไม่แพ้อาหารจากเหล่านักเรียนเลย
ห้องทดลองที่เรียกว่าโรงเรียน
“เราเริ่มจากการตั้งคำถามว่า ที่ผ่านมามีการฝึกอาชีพให้กับผู้ต้องขัง แต่หลายคนเมื่อพ้นโทษออกมาแล้วไม่ได้ทำต่อ เราพยายามจะนำทักษะพื้นฐานที่เคยฝึกอบรมในเรือนจำมายกระดับและให้ความรู้เพิ่มเติมโดยมืออาชีพ เพื่อการทำงานจะได้ตรงกับความต้องการของตลาดข้างนอกมากขึ้น” จุ้น-เพิ่มพร มณีสินธุ์ ผู้จัดการโครงการโรงเรียนตั้งต้นดี ย้อนเล่าจุดเริ่มต้นการตั้งโรงเรียน

จากการมองเห็นสิ่งนี้ ทำให้ทีมโรงเรียนตั้งต้นดีตัดสินใจสร้างสิ่งที่เรียกว่า Social Lab หรือห้องทดลองเพื่อหาโมเดลการฝึกอาชีพอดีตผู้ต้องขังที่เหมาะสม โดยมีที่ตั้งโรงเรียนคือส่วนศูนย์อาหารขนาด 6 คูหาบริเวณชั้นล่างของอาคารใหม่ของ TIJ ที่ว่างอยู่เพราะตึกเพิ่งสร้าง ทำให้ผู้ประกอบการไม่แน่ใจว่ามาลงทุนขายอาหารแล้วจะรอดไหม
“Social Lab คือเครื่องมือเพื่อการพยายามมองหาปัจจัยและพัฒนารูปแบบกระบวนการที่ได้ผล โดยมุ่งเน้นความสำเร็จในการกลับคืนสู่สังคมอย่างยั่งยืนและมีความสุขของพี่ ๆ เป็นที่ตั้ง
“เหตุผลที่เราเลือกเริ่มต้นในธุรกิจอาหาร เพราะเราเชื่อว่าอาหารเป็นภาษาสากลที่เข้าถึงผู้คนได้ เริ่มต้นง่าย เรียนรู้ง่าย ไม่ซับซ้อน จึงเป็นเครื่องมือที่เหมาะสมสำหรับการสร้างความมั่นใจของพี่ ๆ และการยอมรับจากลูกค้า”
หลังจากนั้น โครงการตั้งต้นดีก็เปิดรับสมัครผู้พ้นโทษและผู้พักโทษ (นักโทษที่รับโทษโดยการจำกัดบริเวณและติดกำไล EM สำหรับติดตามตัว) มาเป็นนักเรียนเพื่อเรียนรู้ไปด้วยกัน
เมื่อห้องทดลองพร้อม อุปกรณ์ครบ มีกลุ่มตัวอย่างเรียบร้อย การทดลองก็เริ่มต้น

On-the-Job Testing
หนึ่งในความต่างที่ห้องทดลองชื่อโรงเรียนตั้งต้นดีตั้งใจทำ คือการเรียนการสอนแบบ On-the-Job Training โดยใช้พื้นที่ศูนย์อาหารของ TIJ ให้อดีตผู้ก้าวพลาดทุกคนได้ฝึกฝนทักษะจริง
“ตอนเปิดรับสมัคร ไม่ว่าผู้สมัครจะทำผิดในคดีอะไรมาก็ตาม แค่ใจเขาอยากเริ่มใหม่ เราก็พร้อมรับเขา เขาแค่ต้องมาสัมภาษณ์ให้เราได้เห็นหน้าตา รู้ว่าต้องดูแลเรื่องไหนเป็นพิเศษ จากนั้นเขาจะมาเข้ากระบวนการที่เรียกว่า ‘21 วันพิชิตใจ’ เหมือนการฝึกงานเพื่อดูพฤติกรรม โดยเน้นเรื่องจิตอาสา เพราะฝีมือพัฒนากันได้ เมื่อผ่านแล้วถึงเริ่มทำงานเป็นพนักงานเงินเดือน

“ส่วนเรื่องตำแหน่งงาน ทุกคนจะเริ่มจากช่วยงานในครัว ใครทำอาหารไม่เป็นเลยก็ช่วยดูแลทำความสะอาด ใครทำเป็นก็จะได้เริ่มทำอาหารเร็วกว่าคนอื่น” เอิงเอย-รชยา จิโนรส เจ้าหน้าที่ประสานงานโครงการ สำนักส่งเสริมข้อกำหนดกรุงเทพและการปฏิบัติต่อผู้กระทำผิด อธิบายกระบวนการฝึกอาชีพของโรงเรียน
นอกจากการเรียนรู้ผ่านการทำงานจริง อีกหนึ่งจุดแข็งของตั้งต้นดี คือโรงเรียนนี้ไม่ใช่แค่เปิดขายอาหารเพื่อให้นักเรียนได้ฝึกฝนวิชา แต่ตั้งใจอยู่รอดในฐานะธุรกิจจริง ๆ ให้ผู้เรียนมีรายได้ต่อเนื่องยั่งยืน โดยโรงเรียนแห่งนี้มีการชวนผู้ร่วมก่อการที่เป็นตัวจริงมาร่วม ทั้งจุ้นที่แต่เดิมเคยบริหารกิจการฟู้ดคอร์ตมาก่อน และ ปู่-ศุภอรรถ อ่อนละมัย เจ้าของร้านอาหารและที่ปรึกษาด้านการทำร้านอาหารมากประสบการณ์เข้ามาเป็นหัวหน้าหลักสูตรกลุ่มธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มให้

อาหารของตั้งต้นดีจึงอร่อยโดดเด่นระดับที่พอเปิดทำการจริง คนจากตึกอื่นก็เดินข้ามมาขอร่วมฝากท้องช่วงพักกลางวัน และขณะเดียวกัน ทางโรงเรียนก็รับงานจัดเลี้ยงนอกสถานที่ ทำให้มีรายได้เพิ่มอีกทาง ธุรกิจที่ดำเนินงานโดยผู้พ้นโทษและผู้พักโทษนี้จึงเข้มแข็งอยู่รอด
จุ้นเล่าว่าในปีแรกเริ่มก่อตั้ง โรงเรียนตั้งต้นดีได้เงินสนับสนุนมาประมาณ 30% ของรายจ่ายทั้งหมด ส่วนอีก 70% นั้น อาหารฝีมือพ่อครัวแม่ครัวกลุ่มนี้ปิดจบได้ทั้งหมด เรียกได้ว่าหากเป็นพนักงานตั้งต้นดี ก็การันตีอนาคตที่มั่นคง ไม่ต้องแบกรับความเสี่ยงเอง
อย่างไรก็ตาม การช่วยให้ทุกคนได้ฝึกฝนจริงและมีรายได้ต่อเนื่องยั่งยืนนั้นยังไม่ได้แก้ปัญหาทั้งหมด เมื่อเวลาผ่านไป ทีมตั้งต้นดีพบว่าผู้พ้นโทษและผู้พักโทษชุดแรกยังกลับไปทำผิดซ้ำหลายคน
ทำไมถึงเป็นแบบนั้น – คำตอบอาจไม่ได้อยู่ที่ตัวเงิน
Larger than Work
มนุษย์เป็นสิ่งมีชีวิตซับซ้อน การที่คนหนึ่งจะตัดสินใจทำผิดอีกไม่ใช่เรื่องบังเอิญ
ทีมโรงเรียนตั้งต้นดีพบว่า 2 เหตุผลใหญ่ที่ทำให้ผู้คนก้าวพลาด คือความอ่อนแอของจิตใจและสภาพแวดล้อมที่เป็นพิษ
“พอนักเรียนมีเงิน ชีวิตเริ่มมั่นคง เริ่มยอมรับตัวเองได้ เขาก็จะเริ่มอยากให้รางวัลหรือปลอบใจตัวเอง โดยไปใช้ของที่รุนแรงและผิดกฎหมาย เช่น ยาเสพติด เพราะความเคยชิน ซึ่งแปลว่าเขาไม่มีความแข็งแกร่งทางใจ ส่วนอีกปัจจัย คือภัยจากครอบครัวที่เป็นพิษ ทวงบุญคุณและกดดัน เช่น สมาชิกครอบครัวที่บอกเขาว่า ตอนแกอยู่ข้างในคุก ฉันดูลูกให้แกนะ แกต้องเอาเงินให้ฉันยืม ไม่งั้นฉันจะด่าว่าแกใจดำ ซึ่งข้อนี้ไม่ใช่แค่ทำให้เขาเครียด แต่ทำให้เขาจนด้วย ได้เงินมาเท่าไหร่ส่งให้ที่บ้านหมด

“เราก็เลยพบว่าแค่เงินอย่างเดียวไม่พอ เขาต้องมี Safety Net ทางใจ และทางข้อมูลความรู้ด้วย” จุ้นเล่าสิ่งที่ค้นพบจากการทดลองให้เราฟัง
ด้วยเหตุนี้ โรงเรียนตั้งต้นดีจึงไม่ได้แค่สอนทักษะอาชีพ แต่ยังตั้งใจถ่ายทอดทักษะชีวิตให้นักเรียนด้วย
เริ่มตั้งแต่การอบรมทักษะทางการเงินกับองค์กรอย่าง Noburo การบำบัดพูดคุยเชิงจิตวิทยากับคณะจิตวิทยาจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยที่เพิ่งเปิดตัวไปหมาด ๆ ไปจนถึงการเชิญชวนให้นักเรียนตั้งต้นดีย้ายออกจากสภาพแวดล้อมแย่ ๆ และสร้างบรรยากาศการอยู่ร่วมกับแบบพี่น้อง แบ่งปันสุขทุกข์ กอดคอกินเหล้ากันได้ หรืออาจจะพูดได้ว่าสร้างครอบครัวใหม่ให้นักเรียนได้มีพื้นที่ปลอดภัยและที่พึ่งทางใจ
“โปรเจกต์เรากลายเป็นเหมือน Lifetime Project ไปแล้ว ใครเข้ามาแล้วออกไม่ได้ ต่อให้ออกจากโครงการไป ผมก็โทรถามทุกอาทิตย์ว่า เป็นไงบ้าง สบายดีมั้ย เสพยาหรือเปล่า ถ้าเยี่ยมบ้านได้ก็ไปเยี่ยม” จุ้นบอก ขณะที่ เมฆ-ธนะชัย สุนทรเวช ผู้จัดการอาวุโสด้านการพัฒนาหุ้นส่วนทางสังคมและการมีส่วนร่วม สำนักส่งเสริมข้อกำหนดกรุงเทพและการปฏิบัติต่อผู้กระทำผิดของ TIJ เสริมว่าการทำงานของตั้งต้นดีนั้นเก็บครบทุกมิติจริง ๆ
“เราทำงานละเอียด ไม่ใช่แค่ให้เงินอย่างเดียว ซึ่งบางคนอาจตั้งคำถามว่า ทำอย่างนี้แล้วเมื่อไหร่จะขยายธุรกิจได้ ก็ต้องใจเย็น ๆ เพราะเราทำไปเรียนรู้ไป”

ขยายยานแม่ เพิ่มยานลูก
ชาวโรงเรียนตั้งต้นดีมักพูดถึงโรงเรียนแห่งนี้ว่าเป็น ‘ยานแม่’ บางทีอาจเพราะการสร้างห้องทดลองแห่งนี้ในแง่หนึ่งก็ไม่ต่างจากการเดินทาง จากจุดหนึ่งสู่อีกจุด เรียนรู้และปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง
เมื่อพูดถึงอนาคต ทีมงานของโรงเรียนที่ตั้งมาได้ 2 ปีแล้วบอกเราว่า ยังตั้งใจให้โรงเรียนนี้เป็นห้องทดลองเพื่อหาวิธีการดีที่สุดสำหรับช่วยเหลือผู้ก้าวพลาดคืนสู่สังคมต่อไป และมีหลายแผนการที่กำลังเป็นรูปเป็นร่าง
อย่างแรกสุด พวกเขากำลังขยายขนาดของยานลำนี้ ผ่านการขยายโอกาสสร้างวิชาชีพ จากพ่อครัวแม่ครัว สู่อาชีพใหม่ ๆ อย่างหมอนวดแผนไทย ช่างทำผม (ดูตัวอย่างผลงานฝีมือนักเรียนได้ที่ทรงและสีผมของเมฆในภาพถ่าย) และอีกทางเลือกใหม่เอี่ยม คือรุกขกร หรือผู้ดูแลจัดการต้นไม้ใหญ่
โดยทั้งหมดนี้ทางโรงเรียนร่วมงานกับผู้เชี่ยวชาญไม่ต่างจากตอนเริ่มหลักสูตรสอนทำอาหารและการอบรมทักษะชีวิต อาทิ ร่วมกับ BIG Trees องค์กรที่ทำงานรักษาพื้นที่สีเขียวและสิ่งแวดล้อม จัดอบรมวิธีการเป็นรุกขกรให้กับนักเรียน
นอกจากเปิดเส้นทางอาชีพใหม่ ๆ ให้ผู้พ้นโทษและผู้พักโทษได้เลือกให้ตรงตามความสนใจ โรงเรียนตั้งต้นดียังสร้าง ‘ยานลูก’ หรือหน่วยงานย่อยเพื่อเพิ่มโอกาสในการทำงานให้นักเรียน เช่น การไปทำศูนย์อาหารพนักงานในห้าง
จริงอยู่ว่านักเรียนของโรงเรียนตั้งต้นดีเคยก้าวพลาด แต่นักเรียนทุกคนที่นี่ล้วนอยากมีโอกาสเริ่มต้นใหม่ ทีมตั้งต้นดีบอกเราว่าโรงเรียนนี้เป็นยานพาหนะที่บ่มเพาะและพานักเรียนกลับสู่จุดเริ่มต้นได้ แต่นักเรียนทุกคนจะคืนสู่สังคมได้อย่างแท้จริงก็ต่อเมื่อสังคมพร้อมโอบกอดต้อนรับ

“ผมไม่อยากให้สังคมตีตราไปก่อนว่าคนเหล่านี้เป็นคนไม่ดี เหนือไปกว่านั้น ผมไม่อยากให้รู้สึกสงสาร ดีที่สุดคือมองที่ผลงาน วัดกันตรงอาหารที่เขาทำและบริการที่เขาให้ แล้วค่อยทบทวนอีกครั้งว่าจะมองเจ้าของผลงานยังไง สุดท้ายปลายทาง มนุษย์ทุกคนก็เคยทำผิดกันหมด เขาก็คือมนุษย์คนหนึ่งเหมือนเรา” จุ้นทิ้งท้าย
โรงเรียนตั้งต้นดี และ BIG Trees กำลังจะทำโครงการระดมทุนเพื่อจัดอบรมทักษะการเป็นรุกขกรให้กับนักเรียน ติดตามรายละเอียดได้เร็ว ๆ นี้

“เราเป็นผู้พ้นโทษจากคดี พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ เราคิดว่าโรงเรียนตั้งต้นดีช่วยให้คนที่ตั้งใจจริงไปต่อได้ ให้เงินเดือน ให้เกียรติพวกเรา ให้โอกาสกับคนที่ทำงานอื่นยาก อย่างคนที่ติดกำไล EM ออกนอกพื้นที่ไม่ได้ก็ยังทำงานอยู่ตรงนี้ได้ เราเองทำอยู่ตรงนี้ก็มีเงินเก็บ มีเงินส่งไปจุนเจือแม่เราทุกเดือน ชีวิตก็ดีขึ้น”
แม่แหมว-โสภา กำจัดโรค
ผู้ดูแลครัวตั้งต้นดี
