ทำความสะอาด
ตัดต้นไม้
จัดเตรียมพื้นที่
หรือบริการอื่น ๆ ที่คุณต้องการ OKAS ช่วยตอบสนองให้ได้ด้วยฝีมือคนไร้บ้านในขอนแก่น
‘OKAS (โอกาส) ขอนแก่น’ เป็นแพลตฟอร์มที่เริ่มต้นจากหางานให้คนไร้บ้าน ก่อนขยายเป็นคนที่เข้าไม่ถึงโอกาสการทำงานในอำเภอเมืองขอนแก่น ตามคำบอกเล่าของ นัท-ณัฐวุฒิ กรมภักดี หนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้งที่คุยทางไกลมาเพื่อให้เราได้รู้จัก OKAS

การหางานให้คนไร้บ้านอาจไม่ใช่วิธีการใหม่หรือเรื่องน่าแปลกใจสำหรับบางคน รวมถึงตัวเราที่ได้คลุกคลีไปดูองค์กรต่าง ๆ ช่วยเหลือคนไร้บ้านผ่านการหางาน เพราะวิธีนี้ช่วยให้คนไร้บ้านตั้งหลักชีวิตได้เอง และที่สำคัญ ไม่ใช่การยื่นความช่วยเหลือจากฝ่ายเดียว แต่ให้โอกาสเจ้าตัวแก้ไขปัญหาของตัวเอง เพื่อเติมเต็มคุณค่าที่หล่นหายไป
การทำงานของ OKAS จะมีความเฉพาะตัว แตกต่างจากการหางานให้คนไร้บ้านที่อื่น ๆ อย่างไร นัทเตรียมมาเล่าให้เราฟังกันแล้ว
เปิดพื้นที่เพื่อสร้างโอกาส
“ผมเคยทำงานในประเด็นสิ่งแวดล้อม สิทธิชุมชน ไปช่วยเขาคัดค้านการสร้างเหมืองโปแตช หรือการขุดลอกลำพะเนียงที่หนองบัวลำภู จนถึงจังหวะหนึ่งที่เรารู้สึกอยากกลับบ้าน พอดีกับมีรุ่นพี่ชวนไปทำงานวิจัยคนไร้บ้าน เป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เราได้รู้ว่าขอนแก่นก็มีคนไร้บ้านนะ”
พื้นเพของนัทเกิดและอาศัยที่จังหวัดขอนแก่นมาโดยตลอด จนถึงช่วงทำงานที่ต้องโยกย้ายไปจังหวัดต่าง ๆ ในภาคอีสาน กระทั่ง พ.ศ. 2557 นัทได้กลับมาอยู่บ้านเกิดตามความตั้งใจผ่านการช่วยรุ่นพี่ทำงานวิจัยคนไร้บ้านในขอนแก่น ช่วยสำรวจและเก็บข้อมูล เป็นครั้งแรกที่นัทได้สัมผัสเมืองขอนแก่นอีกมุม และค้นพบว่าระยะทางไม่ไกลจากบ้านของเขานัก เป็นพื้นที่อาศัยของคนไร้บ้าน

ห้วงเวลานั้นยังไม่ค่อยมีองค์กรที่ทำงานเรื่องคนไร้บ้านในขอนแก่นอย่างจริงจัง ทำให้กลุ่มของนัทนับเป็นกลุ่มแรก ๆ ที่เข้ามาทำงานนี้ และก่อตั้งเป็น ‘กลุ่มเพื่อนฅนไร้บ้าน (Friends Of The Homeless)’ ทำงานช่วยเหลือคนไร้บ้านในขอนแก่นเรื่อยมา
“สาเหตุที่ทำให้คนไร้บ้านในไทยแบ่งเป็น 2 สาเหตุ คือความเป็นครอบครัวมันเปราะบางหรือแตกสลาย เกิดความขัดแย้งจนอยู่ร่วมกันไม่ได้ ต้องออกจากบ้าน อีกสาเหตุเป็นโครงสร้างทางเศรษฐกิจ ก็คือความเหลื่อมล้ำ การไม่มีต้นทุน เข้าไม่ถึงโอกาสที่จะทำให้ตัวเองมีชีวิตที่ดีได้ 2 สาเหตุนี้มักสัมพันธ์กัน ทำให้คนหลุดออกจากตาข่ายทางสังคม กลายเป็นคนไร้บ้าน
“อาการติดแอลกอฮอล์หรือการใช้สารเสพติดที่คนมักเข้าใจว่าเป็นสาเหตุที่ทำให้คนไร้บ้าน แต่จากการทำงานของเรา พบว่าเป็นปลายทางของปัญหา คือคนไร้บ้านหลายคนใช้สิ่งเหล่านี้เพื่อดับความทุกข์ความเครียดที่เกิดขึ้น”
73 คน คือตัวเลขคนไร้บ้านในขอนแก่นที่สำรวจเมื่อ พ.ศ. 2566 บริเวณที่คนไร้บ้านเลือกอยู่จะเป็นหลังห้างสรรพสินค้า ริมทางรถไฟ และในชุมชนแออัดที่กระจายทั่วเมือง การทำงานของกลุ่มนัทช่วงเริ่มต้น เข้าไปสร้างความสัมพันธ์กับคนไร้บ้านเพื่อให้ไว้ใจและยอมรับความช่วยเหลืออื่น ๆ อย่างการทำเอกสารราชการหรือเข้าสู่ระบบบริการสุขภาพ เพราะคนไร้บ้านหลายคนมีบาดแผลทางใจ เป็นเหตุผลว่าพวกเขาเลือกใช้ชีวิตตัวคนเดียว หลีกเลี่ยงการจับกลุ่ม และไม่ต้องการให้มีคนอื่นเข้ามาในวงจรชีวิต
“การช่วยคนไร้บ้านจึงไม่ใช่แค่ให้งานหรือหาบ้านให้อยู่แล้วจบ แต่เราต้องฟื้นฟูเขาก่อนทั้งทางร่างกายและจิตใจ คนไร้บ้านหลายคนมีภาวะ Self-esteem ต่ำ ขาดความเชื่อมั่นในตัวเอง ถ้าเราไม่ฟื้นฟูเขาก่อน มีโอกาสที่การช่วยจะไม่สำเร็จ เขาอาจล้มเลิกหรือกลับไปเป็นคนไร้บ้านตามเดิม”

เมื่อช่วยจัดระเบียบชีวิตคนไร้บ้านขั้นพื้นฐานแล้ว มาสู่คำถามว่า แล้วทำอย่างไรให้พวกเขาใช้ชีวิตด้วยตัวเองได้ การทำงานเป็นหนึ่งในหนทาง เมื่อมีรายได้ดูแลตัวเอง ลดโอกาสกลับไปเป็นคนไร้บ้าน แต่นัทก็พบว่าการทำงานสำหรับคนไร้บ้านไม่ใช่เรื่องง่าย เริ่มตั้งแต่หางาน พวกเขามักโดนปฏิเสธหรือได้รับเงินน้อยกว่าค่าแรงขั้นต่ำ กลุ่มเพื่อนฅนไร้บ้านจึงคุยกันว่า เพื่อให้พวกเขาเข้าถึงงานและได้รับการจ้างที่เป็นธรรม จำเป็นต้องมีสิ่งที่เรียกว่า ‘ข้อต่อ’ เกิดขึ้น
OKAS กลายเป็นคำตอบนั้น
OKAS ขอนแก่น
การทำงานของ OKAS แบ่งเป็น 2 ฝั่ง ฝั่งคนจ้างจะเริ่มต้นที่จุดติดต่อ คือเพจ OKAS ขอนแก่น ใครที่สนใจอยากจ้างงานอย่างทำความสะอาด ทำสวน จัดการข้าวของ ตระเตรียมสถานที่สำหรับจัดงาน หรืองานบริการอื่น ๆ แจ้งความประสงค์ได้ที่เพจ จะมีแอดมินรับเรื่องและส่งต่อให้ ‘หัวหน้าทีม’ เป็นคนที่ทำงานกับ OKAS มาได้ระยะหนึ่งจนเลื่อนขั้นเป็นหัวหน้า มีหน้าที่ประเมินว่างานนี้ต้องทำอะไรบ้าง ใช้จำนวนคนเท่าไร และค่าตอบแทนที่ควรได้รับ ก่อนส่งข้อมูลกลับไปให้แอดมินคุยกับคนจ้าง หากคนจ้างยินดีจ้างก็ไปที่ช่วงลงมือทำงาน และปิดท้ายด้วยการประเมินงาน หัวหน้างานสอบถามความคิดเห็นของคนจ้างต่อการให้บริการเพื่อนำไปพัฒนาต่อ
“งานเราแบ่งเป็น 3 ไซซ์ คือ S M และ L งานไซซ์ S เป็นงานทำความสะอาดปัดกวาดเช็ดถู ราคาไม่เกิน 1,500 บาท ไซซ์ M ไม่เกิน 10,000 บาท และไซซ์ L ตั้งแต่ 10,000 ขึ้นไป ซึ่งงานไซซ์ L ที่เคยทำคือช่วยเตรียมสถานที่จัดงานวิ่งมาราธอน เราไปช่วยจัดสถานที่ ตั้งกรวยจราจร จุดแจกน้ำดื่ม และเคลียร์พื้นที่หลังจบงาน”


ส่วนฝั่งแรงงาน จำนวนคนทำงานประจำกับ OKAS มีอยู่ 25 คน แบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม กลุ่มแรกเป็นคนที่เสี่ยงต่อการเป็นคนไร้บ้าน คือคนที่ทำงานรับจ้างรายวัน มีรายได้ไม่แน่นอน ไม่มีที่อยู่อาศัยเป็นของตัวเอง พวกเขาต้องการทำงานให้ได้มากที่สุด เพื่อรับประกันว่าจะมีรายได้เพียงพอในแต่ละวัน นัทบอกว่ากลุ่มนี้ถือเป็นแรงงานหลักของ OKAS
กลุ่มที่ 2 แบ่งออกเป็น 2 กลุ่มย่อย คือคนไร้บ้านหน้าใหม่ ซึ่งที่เข้าภาวะไร้บ้านได้ไม่ถึง 1 ปี เป็นกลุ่มที่ทำงานง่าย เพราะเพิ่งใช้ชีวิตในพื้นที่สาธารณะ ยังไม่มีความเคยชินและมีความต้องการกลับไปใช้ชีวิตที่ดีขึ้น
ส่วนคนไร้บ้านอีกกลุ่มเป็นคนที่อยู่ในภาวะไร้บ้านมากกว่า 5 ปีขึ้นไป ทำให้เกิดความเคยชินกับวิถีชีวิตนี้และมีความหวังในชีวิตต่ำ และกลุ่มสุดท้าย คนที่หลุดจากภาวะการเป็นคนไร้บ้าน เป็นกลุ่มที่ทำงานจนมีรายได้พอดูแลตัวเอง มีความมั่นคงเกิดขึ้นในชีวิต และกลับมาช่วยคนอื่น ๆ ได้ ณ ตอนนี้คนใน OKAS ที่เดินไปถึงขั้นนี้ยังไม่ค่อยมี เพราะต้องใช้เวลาเป็นเครื่องพิสูจน์


การเข้ามาเป็นแรงงานใน OKAS ของทุกกลุ่มจะคล้ายกัน คือถ้าใครสนใจก็สมัครเข้า จะมีการคุยเบื้องต้นว่าเขาทำอะไรได้บ้าง สนใจงานประเภทไหน ก่อนจะไปที่ขั้นตอนประเมินหรือ ‘ทดลองงาน’ นัทจะติดต่อกับผู้ประกอบการที่รู้จักเพื่อขอส่งคนไปทดลองงาน ใช้เวลาประมาณ 3 – 4 วัน ถ้าผ่านก็เป็นแรงงานของ OKAS รอรับงานต่อไป
“วิธีพิจารณาของเรา คือเขาทำงานต่อเนื่องไหม ไม่ใช่ทำวันเดียวได้เงินแล้วไปซื้อเหล้า หรือไม่กลับมาทำงานแล้ว ถ้าเขาผ่านช่วงทดลองงานไปได้ก็มาทำงานกับเรา”
กลุ่มคนไร้บ้านมีรายละเอียดต่างออกไป คือต้องดูแลฟื้นฟูกายและใจก่อน ด้วยการพามาที่ ‘บ้านโฮมแสนสุข’ ศูนย์ฟื้นฟูพัฒนาศักยภาพบุคคลและสร้างชุมชนคนไร้บ้าน นัทอธิบายว่าที่ต้องทำแบบนี้ เพราะคนไร้บ้านเป็นกลุ่มที่เผชิญปัญหามากมาย การแก้ปัญหาพวกเขาจึงไม่ใช่แค่หางานหรือที่อยู่ให้ แต่ต้องมีการฟื้นฟูก่อน เพื่อให้สิ่งที่จะทำถัดไปได้ผลและเกิดความยั่งยืน
การจ้างงานที่เกิดขึ้นต้องไม่ใช่เพราะความสงสาร แต่เป็นคุณภาพของคนทำงาน
“แนวคิดในการทำ OKAS ของเรา คือการทำงานช่วยฟื้นฟูหรือเพิ่มศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ให้คนคนหนึ่ง ฉะนั้น เราไม่คาดหวังว่าต้องมีงานเข้ามาเยอะ ๆ หรือต้องได้กำไรมหาศาลจากการทำ OKAS เพราะเราใช้สิ่งนี้เป็นเครื่องมือทำให้คนไร้บ้านหรือคนกลุ่มอื่น ๆ มีตัวตน มีศักดิ์ศรี ผ่านการทำงาน”
ฐานลูกค้าของ OKAS เป็นคนเมืองขอนแก่น บ้างก็เป็นคนรู้จักในเครือข่ายทำงานเรื่องคนไร้บ้าน บ้างก็เป็นผู้ประกอบการทำธุรกิจต่าง ๆ ไปจนถึงหน่วยงานของรัฐที่ทราบการมีอยู่ของ OKAS และอยากจ้างงานที่นัทย้ำว่า ต้องไม่ใช่การจ้างงานเพราะสงสาร แต่เป็นเพราะเห็นความสามารถของแรงงาน OKAS
เป้าหมายการช่วยของ OKAS ไม่ใช่การทำให้คนคนหนึ่งร่ำรวยจากการทำงาน แต่เป็นข้อต่อช่วยคนที่กำลังอยู่ในช่วงตั้งหลักชีวิต คนที่มีปัญหาด้านรายได้ หรือเข้าไม่ถึงการทำงาน ให้เข้าถึงการทำงาน และเพิ่มคุณค่าในตัวเอง เป็นสิ่งที่นัทคิดว่าทำให้ OKAS แตกต่างจากคนอื่นที่หางานให้คนไร้บ้าน
“เราพยายามสื่อสารเรื่องนี้ทั้งในเพจของเราเองกับคนภายนอกตามโอกาสที่มี ช่วงหลังที่ทำ OKAS ดีขึ้นหน่อย เพราะคนเริ่มสนใจเรา สื่อติดต่อขอสัมภาษณ์ ทำให้เราสื่อสารแนวคิดนี้ได้กว้างขึ้น
“มันเป็นการทำงานทางความคิด สร้างทัศนคติใหม่ว่าคนไร้บ้านไม่ใช่คนอันตรายทั้งหมด หรือพวกเขาขี้เกียจไม่ยอมทำงาน ถ้าเพียงเขาเข้าถึงโอกาสได้ เขาก็ลุกขึ้นมามีชีวิตที่ดีได้”

แพลตฟอร์มเพื่อทุกคนที่เข้าไม่ถึงการทำงาน
จะเรียกว่า OKAS เป็นแพลตฟอร์มหางานให้คนไร้บ้านอาจไม่ครอบคลุมเท่าไร เพราะนัทบอกว่า ตอนนี้ OKAS ขยับขยายเป็นแพลตฟอร์มช่วยคนที่เข้าไม่ถึงการมีงานทำในขอนแก่นแล้ว การขยับนี้เพราะทำ OKAS ได้ระยะหนึ่ง ทำให้เห็นว่าไม่ใช่แค่คนไร้บ้านที่เข้าถึงงานยาก ยังมีกลุ่มอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็นนักศึกษาที่ต้องหาเงินเรียนเอง ลูกจ้างรายวัน คนในชุมชนแออัด เป็นต้น
“ที่คนกลุ่มนี้เข้าไม่ถึงงาน ไม่ใช่เพราะเขาขี้เกียจไม่อยากทำงาน แต่บางคนเข้าไม่ถึงเพราะไม่มีต้นทุน ไม่มีทรัพยากรให้เดินไปถึงการมีงานทำ หรือเผชิญปัญหาในชีวิตจนล้มลง จะลุกขึ้นมาก็ยากเพราะสภาพแวดล้อมกดลงเรื่อย ๆ เราอยากให้ OKAS ลดช่องของความเหลื่อมล่ำ โดยทำให้คนเข้าถึงงาน แล้วเราก็เชื่อว่ามันคือกระบวนการสร้างตัวตน สร้างการยอมรับทางสังคมด้วย”
งานต้องสอดคล้องกับวิถีชีวิต เป็นปัจจัยในการพิจารณางานของทุกคน คนไร้บ้านและกลุ่มคนเปราะบางอื่น ๆ เองก็ต้องการงานที่ได้ค่าจ้างทันที หรือไม่ต้องรอให้ถึงสิ้นเดือน เพราะรายจ่ายของพวกเขาเป็นรายวัน ไม่ว่าจะค่าที่พักอาศัย ค่ากินอยู่ รวมไปถึงค่าใช้จ่ายดูแลคนอื่น ๆ ในครอบครัว เลยเป็นเหตุผลหนึ่งที่พวกเขาหางานยาก
“ถ้าเป็นงานที่รัฐหาให้มักเป็นงานที่ได้ค่าจ้างรายเดือนหรือต้องไปอยู่ไกล ๆ แบกรับค่าใช้จ่ายอื่น ๆ เขาก็ไม่อยากเลือกกัน หลายคนพยายามจะอยู่ในเมืองแม้ว่ามันลำบาก เพราะงานกระจุกอยู่ที่นี่ เขามีโอกาสได้งานทำ และเข้าถึงสิ่งพื้นฐานในชีวิตอย่างมีอาหารกินใน 1 วัน”

ให้โอกาสเจ้าของปัญหาได้แก้ไขด้วยตัวเอง
นัทวางแผนให้คนใน OKAS ขยับมาทำงานหน้าที่ต่าง ๆ นอกจากเป็นแรงงานให้บริการ อย่างการเป็นแอดมิน หรือไปถึงขั้นรับช่วงดูแล OKAS ต่อ เพราะสิ่งนี้สร้างมาจากแนวคิดที่อยากให้เจ้าของปัญหาได้แก้ไขปัญหาของตัวเองด้วย จึงจะเกิดความยั่งยืน ยิ่งช่วยเพิ่มคุณค่าในตัวพวกเขา ทำให้มีแรงเผชิญปัญหา ไม่กลายเป็นคนไร้บ้านอีกครั้ง
ขณะเดียวกันก็เริ่มมีกลุ่มทำงานช่วยคนไร้บ้านในจังหวัดอื่น ๆ ที่สนใจอยากหยิบโมเดล OKAS ไปใช้ สำหรับนัทนับเป็นสัญญาณที่ดี รวมถึงว่ากลุ่มเป้าหมายอาจขยายมากขึ้น เช่น คนพิการ คนที่หลุดจากระบบการศึกษา เป็นต้น ซึ่งนัทบอกว่าโมเดลทำงานของ OKAS นำไปใช้ได้ทุกบริบท ข้อสำคัญอยู่ที่การสร้างเครือข่ายในพื้นที่ตัวเองให้แข็งแรง เพื่อแลกเปลี่ยนความช่วยเหลือ และทำให้โมเดลนี้ประสบความสำเร็จ
หลังจากทดลองทำโอกาสมาได้ 3 – 4 ปี ปีนี้นัทตัดสินใจจะจดทะเบียน OKAS เป็นธุรกิจเพื่อสังคม (Social Enterprise) เพื่อให้มั่นคงขึ้นและต่อยอดการทำงานอื่น ๆ เพราะเขามองว่างานในปัจจุบันเป็นงานที่ต้องรอคนมาจ้าง นัทต้องการสร้างงานเชิงรุกอย่างการผลิตสินค้าขาย กำลังอยู่ในช่วงเริ่มต้นทำสินค้าอย่างพรมเช็ดเท้า หรือมีคุณลุงคนหนึ่งที่ทำงานกับ OKAS จนเริ่มตั้งตัวได้ ได้ทำสิ่งที่อยากทำคือขายต้นไม้ OKAS ก็ช่วยรับต้นไม้มาขายให้ด้วย
“เราเริ่มต้นการทำงานด้วยสิ่งที่เรียกว่าอุดมคติก็ได้ ซึ่งไม่ใช่อุดมคติทางสังคมนะ เราแค่รู้สึกว่าถ้าทำสิ่งที่ช่วยให้สังคมดีขึ้น คนรอบตัวเราจะได้รับอานิสงส์ไปด้วย การทำงานที่ผ่านมาของเราเลยเป็นความพยายามที่อยากให้สังคมดีขึ้น
“ระหว่างทำงานเราก็เห็นการออกดอกออกผลของสิ่งที่ทำไป มันอาจเป็นเรื่องเล็ก ๆ อย่างคนที่ไม่มีบัตรประชาชนมา 50 ปี เราช่วยเขาได้ นาทีที่ได้จับบัตรเขาร้องไห้เลย ทำให้เราภูมิใจว่าสิ่งที่ทำมามีคุณค่า มันเติมเต็มชีวิตเราด้วยเหมือนกัน ไม่ได้บอกว่าเราเป็นฮีโร่หรือจะไปแบกโลกหรอก เราก็ทำสิ่งที่เราอยากทำ ไปใช้ชีวิตที่เราอยากเป็นได้”

ติดตามงานของ OKAS ได้ที่ Facebook : OKAS ขอนแก่น
