16 พฤษภาคม 2025
1 K

แม้ว่าคุณจะไม่ใช่คนรักหมา แต่เราเชื่อเหลือเกินว่าคุณต้องเคยได้ยินได้ฟังเรื่องราวของ K9 สักครั้ง อย่างเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ประเทศไทยเกิดแผ่นดินไหวครั้งใหญ่จนเป็นเหตุให้อาคารถล่ม นอกจากความช่วยเหลือของหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ยังปรากฏภาพสุนัข K9 จากหลายสังกัดที่มารวมตัวกันค้นหาผู้สูญหาย และ K9 ที่กลายเป็นซูเปอร์สตาร์จากทั้งความสามารถขณะปฏิบัติหน้าที่และความน่ารักน่าฟัดในเวลาพัก ก็คือ ‘นารี’ ที่ชี้จุดพบแมวประสบภัย กับ ‘สีนวล’ ที่ขี้เล่น พลังเหลือล้น พร้อมหลุดโฟกัสทันทีถ้ามีตุ๊กตา ซึ่งทั้งคู่เป็นสุนัขในสังกัด ‘K9 USAR THAILAND’ 

K9 Urban Search and Rescue หรือ K9 USAR เป็นหน่วยงานระดับโลกที่ร่วมงานกับองค์การสหประชาชาติในภารกิจเพื่อมนุษยธรรม ดำเนินการฝึกสุนัขกู้ภัยด้วยหลักสูตรและการทดสอบในลักษณะเดียวกัน พวกมันจึงปฏิบัติภารกิจค้นหาผู้ประสบภัยร่วมกันได้ และน่ายินดีที่ตอนนี้ K9 Urban Search and Rescue เกิดขึ้นแล้วทั่วโลกรวมถึงในประเทศไทย ในนาม K9 USAR THAILAND หรือองค์การสุนัขกู้ภัยแห่งชาติ

เพราะมีคำถามมากมายและทนความจ้ำม่ำของฮีโร่สี่ขาไม่ไหว เราจึงเดินทางไปถึงฐานที่มั่นของพวกเขา ณ ศูนย์อนุรักษ์ช้างไทยเขาใหญ่ อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา เพื่อคุยกับ ดร.อลงกต ชูแก้ว ผู้อำนวยการมูลนิธิเพื่อสิ่งแวดล้อมและสังคม และรองผู้อำนวยการ K9 USAR THAILAND ถึงเบื้องหลังกว่าจะฟูมฟักให้น้อง ๆ กลายเป็นสุนัขกู้ภัยผู้เก่งกาจ ทำหน้าที่เมื่อมนุษย์หรือเครื่องมือใด ๆ เข้าไปค้นหาผู้ประสบภัยไม่ได้ 

“อย่าประเมินเขาต่ำเกินไป ให้คิดไว้ก่อนว่าสุนัขทุกตัวมีความสามารถในการเรียนรู้และพัฒนา เอาศักยภาพและความสามารถพิเศษอย่างการดมกลิ่นมาช่วยเหลือมนุษย์ได้” ครูกต พ่อของสีนวล (ชื่อเวลาปฏิบัติหน้าทีี่ แต่ถ้าอยู่บ้านพ่อเรียก น้วลนวล – เสียงสูง) บอกเราไว้

สิ่งที่คุณจะได้อ่านต่อไปนี้ไม่ได้มีเพียงเรื่องราวการฝึกสุดทรหดของสุนัขกับผู้บังคับสุนัข แต่จะเต็มไปด้วยถ้อยคำแสดงความรักระหว่างสิ่งมีชีิวิต 2 ชนิดที่อาจจะถูกสร้างมาให้เป็นเพื่อนแท้ของกันและกัน 

 Urban Search and Rescue 

ย้อนกลับไปในเหตุการณ์สึนามิ เกิดการพูดคุยกันว่าประเทศไทยยังไม่มีหน่วยฝึกสุนัขที่ทำหน้าที่ค้นหาผู้ประสบภัยหรือ Search and Rescue Dog ด้วยเหตุนี้เราจึงรับความช่วยเหลือจากบริษัทในประเทศเกาหลีใต้ในการส่งบุคลากรไปฝึกเป็นผู้บังคับสุนัขในสถานการณ์ภัยพิบัติต่าง ๆ เมื่อเสร็จสิ้นก็มีการทดสอบและมอบสุนัขซึ่งเป็น Well-trained SAR Dogs (Well-trained Search And Rescue Dogs) ให้นำกลับประเทศไทย และก่อตั้งเป็น Thailand Rescue Dog Association ภายใต้มูลนิธิพลเอกชาติชาย ชุณหะวัณ” ครูกตเล่าย้อนไปถึงจุดเริ่มต้นเมื่อ 20 กว่าปีก่อน

หลังพวกเขาผ่านหลักสูตรผู้บังคับสุนัขและก่อตั้งหน่วยได้ไม่นานก็เกิดเหตุการณ์น้ำป่าไหลหลากและดินโคลนถล่ม ส่งผลให้หมู่บ้านในจังหวัดอุตรดิตถ์เสียหายและมีผู้คนสูญหาย ใช้กำลังคนออกค้นหาแล้วไม่พบ Thailand Rescue Dog Association หรือ Thai RDA จึงได้รับการประสานให้พาสุนัขกู้ภัยขึ้นเฮลิคอปเตอร์มาร่วมปฏิบัติภารกิจ 

“ตอนนั้นเรากับ K9 ขึ้นเฮลิคอปเตอร์ CH-47 ชินุก ไปลงที่โรงเรียนแล้วเข้าทำการค้นหาซึ่งยากมาก ผลคือพบร่างผู้ประสบภัยถึง 11 ร่าง นั่นคือปฏิบัติการครั้งแรกในประเทศไทยของ Thai RDA และเป็นปฏิบัติการครั้งแรกในชีวิตของเรา” 

หลังจากนั้น K9 และผู้บังคับสุนัขกู้ภัยในหน่วย Thai RDA ก็พัฒนาทักษะพร้อมทั้งรับอาสาสมัครเข้ามาร่วมปฏิบัติงานเรื่อยมา งานที่พวกเขาทำมีทั้งที่ประสานขอความช่วยเหลือจากมูลนิธิกระจกเงา ค้นหาผู้สูญหายกรณีตึกที่กำลังก่อสร้างในย่านรังสิตคลองหกถล่ม และอีกมากมาย ซึ่งหลายครั้งเหล่า K9 ก็กลายเป็นฮีโร่ เพราะพวกเขาค้นพบผู้รอดชีวิตที่กำลังอยู่ในภาวะวิกฤต 

ระหว่างมุ่งหน้าผลิตฮีโร่สี่ขารุ่นแล้วรุ่นเล่า ในที่สุดก็เกิดความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ให้ทั้งองค์กรและครูกต 

 “เมื่อประมาณ 4 ปีที่แล้ว เราได้ลงนามความร่วมมือกับอีก 5 องค์กร ได้แก่ สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกรุงเทพมหานคร, กรมการแพทย์, วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์, บริษัท เอ็นพีซี เซฟตี้ แอนด์ เอ็นไวรอน เมนทอล เซอร์วิส และมูลนิธิเพื่อสิ่งแวดล้อมและสังคม เพื่อที่สุนัขกู้ภัยในหน่วยของเราจะปฏิบัติงานในนามชุดค้นหาและให้ความช่วยเหลือในเขตเมืองได้ (Urban Search and Rescue) และก่อตั้งเป็นองค์กรใหม่ ชื่อว่า องค์การสุนัขกู้ภัยแห่งชาติ หรือ K9 USAR THAILAND” 

หลังผ่านการเปลี่ยนแปลงก้าวใหญ่ได้ไม่นาน เกิดแผ่นดินไหวรุนแรงที่ประเทศตุรกี คราวนี้จึงถึงเวลาที่ K9 USAR THAILAND จะได้ออกปฏิบัติภารกิจช่วยเพื่อนอีกซีกโลก

“เราได้รับการร้องขอจากสหประชาชาติในการเข้าไปปฏิบัติงาน จึงรวมตัวกันภายใน 6 ชั่วโมงที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ จากนั้นเดินทางไปถึงตุรกีและเข้าปฏิบัติการในเมือง Hatay ซึ่งปฏิบัติการครั้งนั้นกินเวลานานนับสิบวัน โดย K9 ที่ได้รับเลือกให้ร่วมปฏิบัติภารกิจ คือ เซียร่า กับ ซาฮาร่า เพราะมีประสบการณ์ในต่างแดน เคยเดินทางโดยอากาศยาน ผ่านการฝึกอบรมในหลักสูตรต่าง ๆ มามากที่สุด ใช้ชีวิตในพื้นที่ที่อุณหภูมิติดลบได้ มีสภาพร่างกายสมบูรณ์พร้อม” 

แม้ว่าสุนัขกู้ภัยจะดูเป็น K9 สายลุย พร้อมบุกป่าฝ่าดงเข้าไปในทุกพื้นที่ แต่ครูกตบอกว่ามีพื้นที่และภารกิจบางประเภทที่สุนัขกู้ภัยจะไม่เข้าร่วม นั่นคือภารกิจเกี่ยวกับคดีอาชญากรรม การก่อการร้าย สงคราม ซึ่งจะปล่อยให้เป็นหน้าที่ของ K9 ประเภทอื่น ๆ 

ฝึกหนักเหมือนนักกีฬาโอลิมปิก 

‘ฝึกหนักเหมือนนักกีฬาโอลิมปิก’ คือนิยามของ K9 ที่ สมจิตร จงจอหอ นักกีฬามวยสากลสมัครเล่นเจ้าของเหรียญทองโอลิมปิก ซึ่งมาพบครูกตก่อนหน้าเราไม่กี่วันบอกไว้ – และเราเชื่อเช่นนั้นหมดใจ หลังจากได้เห็นการฝึกเต็มรูปแบบในวันนั้น 

เราขอให้ครูกตเล่ากระบวนการกว่าจะฟูมฟักหมาบ้านสายแบ๊วให้เป็นสุนัขกู้ภัยที่ช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ให้ฟัง ทีแรกนึกว่าคงเริ่มฝึกกันตั้งแต่ 1 – 2 ขวบ ที่ไหนได้ เขาเริ่มกันแต่อายุหลักเดือน หรืออาจจะเล็ง ๆ ไว้ตั้งแต่บรรพบุรุษเลยก็มี

“เรารับสีนวลมาเพื่อเป็นสุนัขกู้ภัย เมื่อ 2 ปีที่แล้วทวดของสีนวลซึ่งเป็นลาบราดอร์ รีทรีฟเวอร์ ก็เคยทำงานนี้มาก่อน แต่ว่าไม่ดีดเท่านี้นะ” ครูกตเล่าถึงสาวอวบวัย 2 ขวบจากตระกูล Working Line ด้วยเสียงหัวเราะ 

“สีนวลฝึกมาตั้งแต่อายุ 4 เดือน เริ่มจากฝึกค้นหาใกล้ ๆ รู้จักเล่นลูกบอล รู้จักเกม รู้จักว่าเข้าป่าคืออะไร ถ้าไปแล้วพูดกันยังไง ตกลงกันยังไง เสียงเรียกแบบไหนคือเล่น แบบไหนคือปฏิบัติงาน พอเขาเริ่มรู้เรื่องก็พาไปฝึกที่ห้องเรียน ซึ่งเป็น Rubble Search หรือซากตึกพังถล่มจำลอง เริ่มจากอิฐก้อนสองก้อนเป็นกองอิฐที่สูงขึ้น ลองเข้าไปอยู่ในขอบ ๆ พื้นที่ตึกถล่มที่สร้างขึ้นมา แล้วก็ฝึกได้หลักสูตรเข้มข้นเหมือนกับพี่ ๆ ในที่สุด

“สีนวลเป็นหมาประเภทมีแรงขับสูง สมาธิดี ขี้เล่น ซึ่งเป็นทักษะที่เหมาะสำหรับสุนัขกู้ภัย เพราะในการฝึกต้องอาศัยการเล่นค่อนข้างมาก และนอกจากการเล่นแล้วยังต้องดูลักษณะและความพร้อมที่จะลุยไปด้วยกัน” 

ส่วนนารี ดาวเด่นเจ้าของคลิปชี้จุดพบแมวประสบภัยที่กวาดยอดวิวไปหลายล้าน ครูกตบอกว่า เธอมาไกลจากสโลวีเนียและมีค่าตัวอยู่ที่หลักแสนบาท 

“นารีเป็นสุนัขสายพันธุ์เบลเยียม มาลินอยส์ พ่อแม่เป็นพ่อพันธุ์แม่พันธุ์ ต้องจองกันข้ามปีกว่าจะได้ลูกครอกนั้นมา ปกติแล้วสายพันธุ์นี้มักเป็นสุนัขอารักขา (Protection Dog) แต่นารีกลับติดสกินชิป ชอบให้กอด เข้ากับใครก็ได้ ซึ่งนี่เป็นคุณลักษณะสำคัญที่ทำให้เธอเหมาะกับการเป็นสุนัขกู้ภัย” 

The Handler’s Heart 

อีกคนที่สำคัญไม่แพ้กันในการเลี้ยงดูด้วยรักให้น้องหมาเติบโตขึ้นมาเป็นสุนัขกู้ภัย ก็คือ Handler หรือ ผู้บังคับสุนัข ซึ่งต้องอยู่เคียงบ่าเคียงไหล่ร่วมกันในทุกสถานการณ์ และต้องผ่านการสอบตก-สอบผ่าน ไปพร้อม ๆ กัน 

“ผู้บังคับสุนัขกับ K9 เติบโตไปด้วยกัน เริ่มต้นตั้งแต่เป็นลูกหมา เขากับ Handler จะค่อย ๆ เรียนรู้ไปจนรู้ใจ รู้ความคิด รู้พฤติกรรม แล้วผสานกันเป็นหนึ่งเดียวทั้งในตอนทดสอบและปฏิบัติหน้าที่จริง”

ซึ่งการทดสอบไม่ใช่ว่าผ่านครั้งหนึ่งแล้วจบไป แต่ต้องทดสอบอยู่เรื่อย ๆ มีหลายด่าน หลายระดับให้พิชิต หากผ่านหลักสูตรในระดับที่ยากขึ้น นั่นหมายความว่า K9 และ Handler จะเข้าร่วมภารกิจที่ยากขึ้นไปได้อีกขั้น เหมือนอย่างที่ เซียร่า กับ ซาฮาร่า เคยได้รับเลือกให้ไปร่วมปฏิบัติภารกิจที่ประเทศตุรกี 

“การสอบมีหลายระดับมาก แต่ละระดับมีความยากต่างกัน สอบเสร็จแล้วก็ยังต้องทบทวนอยู่เรื่อย ๆ มีอยู่ครั้งหนึ่งสีนวลสอบตก เพราะกรรมการจากสโลวีเนียบอกว่าหาพบแล้วแต่เห่าไม่เต็มเสียง สีนวลเห่านานจนเบื่อเลยแวะไปกินหญ้า พอกินหญ้าปั๊บ ตกเลยทีนี้” ครูกตเล่าวีรกรรมของน้วลนวลด้วยเสียงหัวเราะ แม้ว่าจะทำให้พ่อเสียค่าสอบหลักแสนไปฟรี ๆ ก็ตาม 

“ถ้าสุนัขกู้ภัยสอบตก แปลว่าผู้บังคับสุนัขก็สอบตกไปด้วย และอีกหนึ่งปัจจัยที่ใช้ร่วมในการประเมิน คือภาษาและท่าทีของเราต่อสุนัขว่าบังคับหรือรุนแรงเกินไปหรือเปล่า ซึ่งหากไม่ผ่านข้อนี้อาจทำให้ไม่มีคุณสมบัติที่จะเป็นผู้บังคับสุนัขอีกเลยก็ได้” 

ห้องเรียนของสุนัขกู้ภัย 

หนึ่งในความโชคดีในวันนี้นอกจากจะเป็นการที่ครูกตฝากให้เลี้ยงน้วลนวลจนสนิทกันแล้ว เขายังพาเรานั่งรถตู้สีแดงไปเยือน Rubble Search ห้องเรียนขนาดใหญ่ของ K9 USAR THAILAND และแสดงการฝึกแบบเต็มรูปแบบให้ชม 

บริเวณนี้เรียกว่า Rubble Search จำลองซากตึกพังถล่ม ที่นี่เต็มไปด้วยอิฐ หิน ปูน ยางรถยนต์ และอีกสารพัดสิ่งที่พบเจอได้ในซากตึกปรักหักพัง ใช้สำหรับฝึกค้นหาทั้งตอนกลางวัน-กลางคืน เมื่อเปลี่ยนโหมดให้ K9 สีนวลและนารีใส่ Harness เตรียมปฏิบัติหน้าที่ ผู้บังคับสุนัขก็พาเขาสำรวจรอบ ๆ จนคุ้นชินกับพื้นที่ว่าจะต้องเจอกับอะไร สอดส่องหาจุดอันตรายหรือไม่ควรเข้าไป ถัดไปไม่ไกลกันเป็นบริเวน Area Search มีทั้งป่ากว้างและหน้าผาจำลองภูเขาถล่ม 

เมื่อตัวหนึ่งออกมาฝึก ตัวอื่น ๆ ต้องพักอยู่ด้านข้าง ไม่ออกมาอยู่ในบริเวณเดียวกัน การฝึกค้นหาแต่ละครั้งใช้เวลาราว 10 นาที 

นารีแสดงการฝึกแบบเต็มรูปแบบให้ชมเป็นคิวแรก สาวสโลวีเนียสายพันธุ์เบลเยียม มาลินอยส์ ฝีมือไม่ธรรมดา เธอค้นหาทีมงานที่ปลอมตัวผู้ประสบภัยได้ในไม่กี่นาที (ไวมากขนาดที่ยกกล้องถ่ายไม่ทัน ขนาดว่าตอนไปซ่อน โดนปิดทั้งหู-ตา มั่นใจแล้วว่าน้องไม่ได้แอบมอง) พอจบภารกิจเราเลยมอบรางวัลเป็นกอดแน่น ๆ ทีี่น้องชอบไปหลายที 

“มีใครอยากลองเป็นผู้ประสบภัยให้สีนวลตามหาไหมครับ” ครูกตตะโกนเปิดทาง หลังจากนั้นก็ตามมาด้วยภาพทีมงาน The Cloud ยกมือสุดแขนขออาสา 

ถัดมาเป็นการแสดงของสีนวล หนึี่งในทีมงานของเราขอเข้าไปซ่อนในกองอิฐที่ลึกสุดใจ เพราะยังไงน้องลาบราดอร์ตัวอวบที่เล่นหัวกันมาทัั้งวันคงจะหาเจอในไม่ช้า 

กระบวนการค้นหาดำเนินไปตามปกติ แต่คราวนี้ใช้เวลานานหน่อย นาน และนานเกินไปแล้ว  

ไม่เป็นไร เอาใหม่ลูก หลังเรียกกลับมารีเซตคำสั่งให้ตั้งใจค้นหายิ่งกว่าเดิม ไม่นานนักเสียงเห่าทรงพลังของหมาเด็กหนัก 25 กิโลกรัมก็ดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง พร้อม ๆ กับผู้ประสบภัยตัวปลอมที่ได้รับการช่วยเหลือออกมาอย่างปลอดภัย 

ฉันจะเป็น K9 ให้ได้เลย

หลังรับชมการฝึกค้นหาผู้ประสบภัยไปแล้ว เราก็เกิดอยากจะส่งน้องชายสายพันธุ์ไทยแท้ที่บ้านมาร่วมเป็นส่วนหนึ่งในทีมพี่ ๆ สุนัขกู้ภัยแสนเท่ด้วย จึงขอให้ครูกตเล่าถึงกระบวนการและความเป็นไปได้ให้ฟัง 

คุณสมบัติของ Search and Rescue Dog ได้แก่

  1. มีความสนุกที่จะทำกิจกรรม ชอบเล่นเกมค้นหา มีพลังขับค่อนข้างมาก (High Drive) ตื่นตัวเร็ว เคลื่อนที่เร็ว 
  2. ชอบเล่น สนุกสนานที่ได้เล่นกับเรา อารมณ์ดี ตื่นเต้นที่ได้เจอคนหรืออยู่ในสถานที่ใหม่ ๆ 
  3. สุขภาพแข็งแรง มวลรวมของร่างกายอยู่ในเกณฑ์เหมาะสมที่ปีนป่ายหรือเข้าไปในพื้นที่ลักษณะต่าง ๆ ได้ 

นอกจากสุนัขพร้อมแล้ว คนเลี้ยงหรือผู้ที่จะมาเป็น Handler ของสุนัขตัวนั้น ๆ ก็ต้องพร้อมด้วย เพราะทั้งคู่จะต้องผ่านการคัดเลือก ทดสอบ ฝึกฝน และพร้อมไปปฏิบัติภารกิจทั้งในและต่างประเทศตามที่ได้รับการประสานขอความช่วยเหลือจากหน่วยงานต่าง ๆ อย่างของ K9 USAR THAILAND มีผู้บังคับสุนัขที่เป็นอาสาสมัครหลายคนเป็นพยาบาล ครู พนักงานบริษัท ไปจนถึงชาวต่างชาติเช่น Susan Redmond ชาวแคนาดาที่ี่ร่วมงานกันมานานกว่า 20 ปี และเธอยังเป็น Handler ของซาฮาร่าอีกด้วย 

K9 USAR THAILAND เปิดรับสมัครอาสาสมัครโดยพิจารณาจากทั้งสภาพร่างกายและจิตใจของสุนัขและ Handler ต้องผ่านการทดสอบเช่น สุนัขดุหรือไม่ อยู่บนที่สูงแล้วเป็นยังไง อุ้มสุนัขตัวเองได้ไหม พอผ่านการทดสอบแล้วถึงจะเข้าสู่การฝึกและการทดสอบต่อไป 

ส่วนเรื่องสายพันธุ์ ครูกตบอกว่าเชื่อว่าทุกตัวฝึกได้ เพราะพวกเขาเฉลียวฉลาด รู้จักเรียนรู้และปรับตัวเก่ง แต่อาจมีบางสายพันธุ์ที่ฝึกยากสักหน่อย หรือด้วยลักษณะเบื้องต้นทางกายภาพอาจจะไม่เหมาะกับการเข้าไปในบางพื้นที่ 

“จากประสบการณ์ เราพบว่าบางสายพันธุ์โดยเฉพาะที่เป็น Working Line เช่น โกลเดน รีทริฟเวอร์, เบลเยียม มาลินอยส์, ลาบราดอร์ รีทริฟเวอร์, เยอรมันเชพเพิร์ด สกุลของพวกเขาเหมาะสำหรับการเป็นสุนัขกู้ภัย จึงให้ความสำคัญกับพวกเขาเป็นหลัก แต่ก็ยังมีอีกหลายสายพันธุ์ที่น่าสนใจ” 

ขับเคลื่อนด้วยรัก 

หลังใช้เวลาเช้าจรดค่ำอยู่ท่ามกลางสุนัขกู้ภัยและผู้บังคับสุนัข จากที่เคยสงสัยว่าพวกเขาทำสิ่งเหล่านั้นไปทำไม จะเอาหมาที่รักราวกับลูกชีวิตมาฝึกหนัก เสี่ยงภัย หรือเผชิญอันตรายไปเพื่ออะไร ตอนนี้เราตอบคำถามทั้งหมดนั้นได้แล้ว 

เราถามครูกตว่า หากปฏิบัติภารกิจสำเร็จ สุนัขจะภาคภูมิใจไหม กลับกัน หากหาผู้ประสบภัยไม่พบ เขาจะเสียใจหรือเปล่า คำตอบที่ได้นั้นลึกซึ้งและทำเราซึ่งเลี้ยงหมามาทั้งชีวิตเสียน้ำตา

“ผมว่าเขาคงรู้สึกเหมือนได้เล่นเกม ในอีกทางหนึ่ง Handler ก็คือเจ้าของของเขา เป็นคนที่เลี้ยงดูเขามา คงสนุกดีที่ได้ออกไปทำภารกิจกับเพื่อนของเขา ไม่ว่าจะหาเจอหรือไม่เจอก็ตาม K9 บางตัวชอบของเล่น (Play Drive) บางตัวชอบอาหาร (Food Drive) แต่เหนือสิ่งอื่นใด สิ่งที่มอบให้เขาเสมอก็คือความรักและความห่วงใยขั้นสูงสุด เราสนุกสนานไปด้วยกัน เหน็ดเหนื่อยไปด้วยกัน และเราก็ภูมิใจในกันและกัน

“ตอนไปปฏิบัติภารกิจตึกถล่มที่เขตจตุจักร ระหว่างพักมีคุณยายเดินเข้ามาหา คุณยายทรุดลงแล้วบอกสีนวลว่า ช่วยไปเอาพี่เขาออกมาหน่อยนะ” ครูกตเล่าถึงช่วงเวลาบีบหัวใจจากเหตุตึกถล่มครั้งใหญ่เมื่อไม่นานมานี้ให้ฟัง 

ณ นาทีที่ญาติผู้ประสบภัยไร้ซึ่งความหวัง ตรงหน้าเต็มไปด้วยซากปรักหักพังที่อาจจะกำลังทับถมคนรักของเขาเอาไว้ ท่ามกลางผู้คนมากมายที่รีบเร่งให้ความช่วยเหลือ หากเหลือบตามองต่ำ คุณจะได้พบสุนัขกู้ภัยที่ฝึกฝนอย่างหนักนานนับปี เพื่อรอรับคำสั่งให้ออกตามหาผู้สูญหายในเวลาไม่กี่นาที ข้างกายของมันมีผู้บังคับสุนัขที่ในใจเต็มไปด้วยความรัก ไว้ใจ และห่วงใย เตรียมเปล่งคำสั่งให้เริ่มต้นปฏิบัติการ 

หากพบผู้รอดชีวิต มันจะส่งเสียงเห่าสุดแรง บอกใครต่อใครให้เข้ามาช่วยเหลือมนุษย์ตรงหน้า 

แต่ถ้าไม่พบ ไม่ได้หมายถึงภารกิจล้มเหลว K9 ตัวเดียวกันนั้นก็เพียงกลับบ้าน แล้วกลายร่างเป็นลูกหมาหรือสิ่งมีชีวิตสักชนิดที่สำคัญและมีคุณค่าไม่แพ้สิ่งใดในโลก 

Facebook : K9 USAR THAILAND

Writer

สุดาวรรณ วนสุนทรเมธี

บรรณาธิการฝึกหัดที่มักจะหลงรักพระรองในซีรีส์เกาหลี และอยู่ระหว่างรักษาระยะห่างจากชานมไข่มุก

Photographer

โตมร เช้าสาคร

ชอบถ่ายวิวมากกว่าคน ชอบกินเผ็ดและกาแฟมาก เป็นคนอีโค่เฟรนลี่ รักสีเขียว ชวนไปไหนก็ได้ไม่ติด ถ้ามีตัง