14 มิถุนายน 2024
1 K

ตั้งแต่ตื่นมาใช้ชีวิตจนถึงเข้านอน เราเห็นปัญหาอะไรในเมืองบ้าง เห็นช่องว่างตรงไหนที่จะพัฒนาเมืองให้ดีขึ้นได้บ้าง 

ฝุ่นเยอะ ควันพิษมากมาย ทางเท้าไม่ดี คมนาคมก็ไม่ได้ จะออกไปสูดอากาศบริสุทธิ์แถวบ้านก็ไม่มีสวน ถ้าจะให้พูดทั้งหมดก็คงต้องขอเวลาหลายชั่วโมงหน่อย แต่แค่ที่ว่านี่ใครบ้างล่ะที่จะแก้ปัญหาได้

เรื่องเมืองเป็นเรื่องซับซ้อน และการจะทำให้ ‘เมืองดี’ จริง ๆ ได้ก็ต้องอาศัยหลายมิติประกอบกัน บ้างเล็ก บ้างใหญ่ บ้างต้องอาศัยประสบการณ์เฉพาะในพื้นที่

นั่นเป็นเหตุผลที่ทำให้เกิด Collaborative Platform เจ๋ง ๆ ที่ไม่เคยมีมาก่อน ชื่อ Healthy Space Alliance (HSA)

HSA เป็นเครือข่ายที่รวมผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนาเมืองในมิติต่าง ๆ มาทำงานด้วยกัน โดยผู้เชี่ยวชาญนั้น ๆ ก็ไม่ได้จำกัดแค่นักวิชาการหรือสถาบันการศึกษาเท่านั้น แต่รวมถึงเอกชน ชุมชน และท้องถิ่นต่าง ๆ ด้วย โดยทุกคนมีเป้าหมายใหญ่ร่วมกัน คืออยากให้เมืองมีสุขภาวะที่ดีขึ้นเรื่อย ๆ

ยศพล บุญสม แห่ง we!park ตัวตั้งตัวตีของ HSA และ อาจารย์เมย์-ผศ.ปาณิทัต รัตนวิจิตร จากภาควิชาภูมิสถาปัตยกรรม มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ดูแลเรื่องการอบรมบุคลากรมาตั้งแต่เริ่มต้น จะมาเล่าถึงเบื้องหลังของเครือข่ายให้เราฟัง

และนี่คือปรากฏการณ์สำคัญของการทำงานพัฒนาเมืองในประเทศไทยยุคปัจจุบัน

Healthy Space Alliance (HSA) มีสารตั้งต้นเป็นโครงการ we!park ที่เริ่มเมื่อ 3 ปีก่อน

we!park เน้นไปที่การจัดการพื้นที่ที่ไม่ได้ใช้แล้ว เพื่อพัฒนาเป็นพื้นที่สีเขียวขนาดเล็กสำหรับการใช้งานในชีวิตประจำวันของชาวชุมชน อย่างที่คุณอาจได้เห็นในกรณีของสวนหัวลำโพงรุกขนิเวศน์

พอมาถึงคราวของ HSA ก็ยังคงทำเรื่องการพัฒนาพื้นที่อยู่เช่นเดิม แต่ทำงานในทุกสเกล ระดับประเทศ ระดับนานาชาติ มีการดึงองค์ความรู้จากเครือข่ายต่าง ๆ มาใช้จริง และมีพาร์ตการพัฒนาบุคลากรเพื่อความยั่งยืนในการทำงานเพิ่มขึ้นมาเป็นส่วนสำคัญ (มาก ๆ) ในคราวนี้

ถามว่า ‘บุคลากร’ ที่ว่านั้นมีใครบ้าง 

ก็ตั้งแต่เจ้าหน้าที่รัฐที่ต้องลงมือพัฒนาพื้นที่ในเขตรับผิดชอบ 50 กลุ่มเขตในกรุงเทพฯ เยาวชนผู้สนใจด้านเมือง เอกชน เพื่อให้เข้าใจบทบาทในการพัฒนาพื้นที่สาธารณะของตัวเอง และชุมชนที่ต้องมีศักยภาพในการดูแลพื้นที่รอบบ้านด้วยตัวเอง

“ความเชี่ยวชาญเฉพาะของทีมงานเป็นจุดแข็งของ HSA เราคนเดียวมีมุมมองที่รอบด้านไม่ได้ รัฐเองก็ไม่ได้รู้ทุกอย่าง มันก็เลยต้องทำงานร่วมกัน” ยศพลเล่าอย่างมีไฟ

“เราทำหลายโครงการย่อย ใช้หลายเครื่องมือ และทำงานหลายมิติเชื่อมกัน เครือข่ายแบบนี้อาจจะเคยมีมาก่อน แต่ก็คงไม่ได้ครบทุกมิติอย่างที่พยายามทำกันตอนนี้ เป็นงานท้าทายสำหรับพวกเรามาก”

แต่มากคน ก็วุ่นวายได้ง่าย

พวกเขาใช้วิธีแบ่งคนทำงานออกเป็น 5 ส่วนหลัก ๆ Discovery Trend, Mission Studio, Method, Grant Provider และ Fostering Venture 

ถ้าพูดถึงการลงมือทำกับ ‘พื้นที่’ ก็จะอยู่ในส่วน Mission Studio โดยในนั้นก็จะแบ่งเป็นความถนัดของบุคลากรอีกที คนนี้ถนัดเรื่องความหลากหลายทางชีวภาพ คนนี้ถนัดเรื่อง Blue Green Infrastructure คนนี้ถนัดเรื่องชุมชน คนนี้ถนัดเรื่อง Policy และอื่น ๆ อีกมากมาย

ความสามารถแตกต่างกันแบบนี้ ถ้าแยกย้ายกันไปทำงาน โปรเจกต์ดี ๆ ก็คงไม่เกิด

นับตั้งแต่เหล่าอเวนเจอร์สได้ฤกษ์มารวมพลังกัน ตอนนี้ก็เป็นเวลา 1 ปีแล้ว และมีผลงานเป็นที่ประจักษ์มากมาย ตั้งแต่โปรเจกต์ POP PARK BKK สวนชั่วคราวรอบกรุงที่จะพัฒนาเป็นสวนถาวร, On Project Training : Reclaim and Reconnect ที่ให้ทุนคนทำงานเมืองรุ่นใหม่ทำโปรเจกต์เปลี่ยนพื้นที่รกร้างเป็นพื้นที่สร้างสรรค์ ไปจนถึงการร่วมมือกับประเทศเก่งเรื่องเมืองอย่างเนเธอร์แลนด์ จัด Summer Course: Future’s City System for Resilient and Healthy City ให้เยาวชนเรียนรู้การทำงานเมืองผ่านการทำโปรเจกต์ โดยมีคนเก่ง ๆ จากประเทศเขาคอยชี้แนะ

Pop-up Park ปรากฏการณ์สวนชั่วคราวผุดรอบกรุงนับสิบ กับเป้าหมายอีกนับร้อยเพื่อทุกละแวกบ้าน
Pop-up Park ปรากฏการณ์สวนชั่วคราวผุดรอบกรุงนับสิบ กับเป้าหมายอีกนับร้อยเพื่อทุกละแวกบ้าน
POP PARK BKK
โปรเจกต์ชุบชีวิตที่รกร้างรอบกรุงโดยคนรุ่นใหม่ ทั้งทัวร์โรงหนังร้าง จัดแกลเลอรีในป่า
โปรเจกต์ชุบชีวิตที่รกร้างรอบกรุงโดยคนรุ่นใหม่ ทั้งทัวร์โรงหนังร้าง จัดแกลเลอรีในป่า
On Project Training : Reclaim and Reconnect
Summer Course ห้องเรียนพิเศษที่ชาวเนเธอร์แลนด์ถ่ายทอด DNA นักพัฒนาเมืองให้คนไทยรุ่นใหม่
Summer Course ห้องเรียนพิเศษที่ชาวเนเธอร์แลนด์ถ่ายทอด DNA นักพัฒนาเมืองให้คนไทยรุ่นใหม่
Summer Course: Future’s City System for Resilient and Healthy City

ทำงานกันมาทั้งปี สุดท้ายก็ได้ ‘10 ข้อค้นพบการพัฒนาพื้นที่สีเขียวสาธารณะให้ยั่งยืนและตอบโจทย์อนาคต’ ออกมาในตอนจบ เพื่อเป็นข้อมูลสำคัญให้นำไปประยุกต์ใช้กันต่อไป

ข้อ 1 เกี่ยวกับการพัฒนาพื้นที่สุขภาวะประเทศไทยตามเป้าหมายสากล 2030

ข้อ 2 เกียวกับโครงสร้างพื้นฐานสีเขียวและการพัฒนาพื้นที่

ข้อ 3 เกี่ยวกับข้อเสนอเชิงนโยบายเพื่อส่งเสริมการพัฒนาพื้นที่เอกชนสู่พื้นที่สาธารณะ

ข้อ 4 เกี่ยวกับความร่วมมือเพื่อขับเคลื่อนพื้นที่สาธารณะสีเขียว

ข้อ 5 เกี่ยวกับกระบวนการพัฒนาพื้นที่สาธารณะและเครื่องมือในการทำกระบวนการมีส่วนร่วม

ข้อ 6 เกี่ยวกับฐานข้อมูลเพื่อการประเมินความเร่งด่วนในการพัฒนาเมือง

ข้อ 7 เกี่ยวกับหลักสูตรการพัฒนาบุคลากรและการจัดตั้งคณะกรรมการระดับกลุ่มเขต

ข้อ 8 เกี่ยวกับ Park Ecosystem หรือกลไกการพัฒนาพื้นที่สาธารณะสีเขียวอย่างยั่งยืน

ข้อ 9 เกี่ยวกับการพัฒนาพื้นที่สาธารณะเชื่อมโยงโครงข่ายพื้นที่สีเขียวสู่ระดับเมือง (สวน สู่ ย่าน)

ข้อ 10 เกี่ยวกับแนวทางการขับเคลื่อนพื้นที่สาธารณะสีเขียวสู่ทุกเมือง ทั่วไทย

คุณคิดว่าทำงานที่ผ่านมา มีส่วนไหนที่เวิร์ก ส่วนไหนไม่เวิร์กบ้าง – เราถาม ใช้เวลาสักพักอาจารย์เมย์ก็ตอบกลับมา

“เมย์ว่ามันเวิร์กเพราะทุกคนมีเป้าหมาย ทุกคนรู้ว่าเรากำลังทำอะไรกันอยู่

“แต่ส่วนที่ไม่เวิร์กคือการเชื่อมโยงข้อมูลแต่ละสเกลเข้าด้วยกัน เมย์ว่าแต่ละพาร์ตได้ผลลัพธ์ที่น่าสนใจมากเลยนะ แต่บางทีภาพเล็กก็ยังไม่สอดคล้องกับภาพใหญ่” นั่นเป็นสิ่งที่พวกเขาต้องทำงานกันต่อไป

สิ่งที่อยากปรับปรุงในครั้งหน้าก็คือการนำข้อค้นพบที่เราได้มาต่อยอด อย่างเช่นเรื่อง Trend ของเมืองสุขภาวะในระดับนานาชาติที่ อาจารย์พีรดร ทำ เราจะลองเอามาประยุกต์ใช้กับย่านใน กทม. ดู

ส่วนสิ่งที่พวกเขาอยากผลักดันให้ไปไกลกว่าเดิม คือการขยายผลไปที่ต่างจังหวัด

เนื่องด้วยที่ผ่านมา ไซต์ทั้งหมดที่ทำล้วนอยู่ในกรุงเทพมหานคร หากมีโอกาสต่อยอดในคราวหน้าก็อยากให้ไปสู่พื้นที่อื่น ๆ ในประเทศบ้าง ซึ่งแน่นอนว่าบริบทก็คงต่างกัน แต่สิ่งที่นำไปใช้อาจไม่ใช่องค์ความรู้ดิบ ๆ หากเป็น ‘วิธีการ’ ที่เคยทำมา

ในต่างจังหวัดเอง HSA ก็มีเครือข่ายอันประกอบไปด้วยมหาวิทยาลัยในภูมิภาค ภาคเอกชน ภาควิชาชีพ ที่ร่วมงานกันได้ และดึงศักยภาพคนในท้องถิ่นให้พร้อมสำหรับการพัฒนาพื้นที่มากขึ้นได้ด้วย

ฟังดูแล้วน่าตื่นเต้น ถ้าศักยภาพในการพัฒนาเมืองกระจายไปได้ทุกพื้นที่อย่างที่ HSA ว่าจริง ๆ ประเทศไทยจะเปลี่ยนไปขนาดไหน

“ถ้าถามเมย์ เมย์สนุกนะ” อาจารย์เมย์ซึ่งรับผิดชอบด้านการอบรมบุคลากรตอบ เมื่อเราถามถึงความรู้สึกที่ได้ร่วมงานกับทุกคนในปีที่ผ่านมา “ตอนแรกตกใจนิดหนึ่งที่ภาพมันใหญ่ขึ้นจาก we!park มาก เราไม่ได้ทำแค่พื้นที่แล้ว เราอยากให้ความรู้และให้แรงบันดาลใจแก่คนด้วย ซึ่งด้วยพื้นฐานที่เป็นครูอยู่แล้ว เมย์ชอบที่จะเห็นแววตาเป็นประกายของคนที่สอน เท่านั้นก็ใจฟูแล้ว

“การอบรมเจ้าหน้าที่รัฐซึ่งเป็นคนทำงานแล้ว ไม่ใช่นักศึกษา เป็นความท้าทายสำหรับเรามาก แต่จริง ๆ แล้วเมย์ก็ได้เรียนรู้จากเขาหลายอย่าง เขามีข้อมูลที่อินไซต์มาก ๆ เพราะเขาทำงานจริง เห็นปัญหาจริง ๆ ที่มันมีอยู่ในพื้นที่ตรงนั้น”

ฟังอาจารย์เมย์จบ เราก็หันไปฟังความรู้สึกของตัวต้นเรื่องอย่างยศพลบ้าง 

“ถ้าถามว่าประทับใจอะไร คิดว่าการที่เรารวมเครือข่ายมาทำงานร่วมกันได้เยอะขนาดนี้ มันต้องอาศัยความทุ่มเท เชื่อใจ ให้ใจกันมากประมาณหนึ่งเลย ไม่ใช่ว่าอยู่มาวันหนึ่งจะชวนกันทำเรื่องแบบนี้ด้วยกันได้ แล้วเราก็ได้เครือข่ายใหม่ ๆ โดยเฉพาะกลุ่มเยาวชนมาเข้าร่วมกับเราด้วย

“และสิ่งที่มันประสบความสำเร็จมาก คือเครือข่ายทุกคนอยากทำงานในระยะต่อไปกับเรา”

ถึงตรงนี้ เราก็เข้าใจขึ้นมาทันทีว่าความพิเศษของ Healthy Space Alliance ไม่ได้อยู่ที่สวนสาธารณะใหม่ ๆ ที่จะเกิดขึ้นในอนาคตเท่านั้น แต่พิเศษที่ผู้คนหัวใจเดียวกันที่เข้ามารวมพลังกันระหว่างทาง ไม่ว่าจะเป็นนักผังเมือง ภูมิสถาปนิก นักศึกษา คนรุ่นใหม่ เจ้าหน้าที่รัฐ ภาคเอกชน หรือผู้คนตัวเล็ก ๆ ในชุมชนทั่วประเทศ

ทุกคนจะช่วยกันพัฒนาเมืองอย่างยั่งยืนได้แน่นอน ถ้ามีระบบที่ดีเป็นพื้นฐาน และนี่เป็นสิ่งที่ HSA ต้องช่วยกันพัฒนาไปเรื่อย ๆ

“อยากให้ความร่วมมือกลายเป็นวัฒนธรรมของการสร้างเมือง และทำให้คนรู้สึกว่ามันไม่ใช่เรื่องประหลาดที่จะต้องมาทำสิ่งเหล่านี้ เรื่องแบบนี้ก็ไม่ได้มีเส้นชัยด้วยนะ สมมติว่ามีผู้ว่าใหม่ รัฐบาลใหม่ ก็ต้องมีความท้าทายใหม่ ๆ เกิดขึ้นตลอดเวลา เพราะอย่างนั้นเลยสำคัญที่จะทำให้การทำงานแบบนี้อยู่ในวัฒนธรรมของเรา” ยศพลปิดท้าย

Writer

พู่กัน เรืองเวส

อดีตนักเรียนสถาปัตย์ สนใจใคร่รู้เรื่องผู้คนและรูปแบบการใช้ชีวิตอันหลากหลาย ชอบลองทำสิ่งแปลกใหม่ พอ ๆ กับที่ชอบนอนนิ่ง ๆ อยู่บ้าน

Photographer

เธียรสิน สุวรรณรังสิกุล

ปัจจุบันกำลังหัดนอนก่อนเที่ยงคืน