16 มิถุนายน 2025
944

พลบค่ำ กอล์ฟ ชายหนุ่มวัย 19 ขี่มอเตอร์ไซค์ตามหลังพี่ ๆ 2 คน พวกเขาเดินทางกลับจากลาพัก มุ่งหน้ากลับสถานีวิจัยสัตว์ป่า ผ่านเข้ามาในป่า ขึ้นเนินสูงอีกราว 2 กิโลเมตรก็จะถึงบ้านพักในสถานี เลี้ยวตามโค้งมาทางซ้าย มีร่างทะมึนยืนขวางระยะกระชั้นชิด

พี่คนขี่รถคันหน้าล้มรถและกลิ้งตัวลงไหล่ทาง คนที่ 2 ทำเช่นเดียวกัน ทั้ง 2 คนมีประสบการณ์พอ ส่วนกอล์ฟตกใจ ได้แต่หยุดนิ่งและพยายามหนีขึ้นทางขวามือซึ่งเป็นไหล่ทางสูง

ที่ยืนขวางคือช้างร่างทะมึน มันถึงตัวกอล์ฟ ใช้งวงดึงเขาลงมา เตะแถวหน้าอกด้วยตีนและเดินจากไป

พี่คนที่กลิ้งลงข้างทางลุกขึ้นและรีบเข้ามาที่สถานี เพื่อบอกให้คนมาช่วย พวกเขาพากอล์ฟขึ้นรถกระบะรีบเร่งไปโรงพยาบาล ซึ่งใช้เวลากว่าชั่วโมงจึงถึง

บนรถกอล์ฟบอกพี่ซึ่งประคองเขาว่า “หายใจไม่ออก”

กอล์ฟถึงโรงพยาบาล ไม่ถึง 10 นาทีก็สิ้นใจ

ช้างร่างทะมึนตัวนี้ถูกเรียกว่า ไอ้ด้วน ตามลักษณะหางที่ขาดไปเกือบครึ่ง กอล์ฟไม่ใช่คนแรกที่มันเข้าโจมตีกระทั่งเสียชีวิต ไอ้ด้วนมีประสบการณ์ที่ไม่ดีกับคน เคยถูกฟัน ถูกยิง จุดประทัดไล่ มันจึงไม่ลังเลที่จะเข้าโจมตีทันทีที่พบไม่ว่าจะเป็นใคร

ครั้งหนึ่งผมพบไอ้ด้วนบนเส้นทาง มันวิ่งเข้าหาทันที ผมต้องถอยรถร่วมครึ่งกิโลเมตรก่อนมันจะผละเข้าข้างทาง

ผมมีโอกาสสบสายตาเล็กยิบหยี ไม่ได้เห็นแววแห่งความดุร้าย แต่ผมเห็นแววตาหวาดหวั่นของสัตว์ป่วยตัวหนึ่ง

ด้วยท่าทีก้าวร้าว ไอ้ด้วนถูกหมายหัวว่าเป็น ‘ฆาตกร’ แต่ผมไม่ได้เห็นว่ามันเป็นศัตรู และมันทำให้ผมรู้ว่าถึงวันที่ป่าไม่ได้มีแค่เพียงลำธารใส ผีเสื้อบินร่อน เสียงนกไพเราะ อย่างที่ผมคิดว่าเป็นแล้ว

โลกหมุนไปเร็ว ความเจริญก้าวหน้าของมนุษย์ไม่เคยหยุดพัก เมือง ถนน และชุมชน ขยายตามไป พรมแดนของชีวิตชนิดหนึ่งกว้างขึ้นเรื่อย ๆ ขณะที่อีกชนิดหนึ่งค่อย ๆ ถูกเบียดบัง พื้นที่ของสัตว์ป่าหดเล็กลงจนบางครั้งแทบไม่มีที่ยืน

ภาพช้างบุกไร่ สวนผลไม้ บ้านเรือน แม้กระทั่งในร้านขายของชำ กระทิงลงมาในหมู่บ้าน หมดเวลาที่เราจะตั้งคำถามว่า ‘พวกมันบุก’ หรือในอีกมุมหนึ่ง มนุษย์ต่างหากที่รุกล้ำไปทุกที่แล้ว

แม้แต่ในฤดูฝนที่อาหารและน้ำในป่าสมบูรณ์ แต่ช้างที่ออกมากินอาหารข้างนอกตั้งแต่เกิดยังคงออกมาจากป่าเพราะความคุ้นเคย ไม่ต่างจากเด็ก ๆ ที่ไม่รู้จักขนมห่อด้วยใบตองแล้ว

การถามและหาคำตอบที่แท้จริงว่า ‘พวกมันมาทำไมและเพราะเหตุใด’ จึงจำเป็น

“กลางคืนไม่ได้นอนหรอกครับ ต้องนำคนไปคอยเฝ้าระวังกระทิงที่ลงมาไร่ข้าวโพด” เต่า ชายวัยกลางคน เกิดที่บ้านวังหมี อำเภอวังน้ำเขียว ในพื้นที่ซึ่งเคยเป็นป่าทึบวันนี้เขาทำหน้าที่เป็นผู้ใหญ่บ้านบอก

“ตอนผมเด็ก ๆ จะหากระทิงสักตัวแถวนี้ยากครับ แต่ช่วง 20 กว่าปีมานี้มันเพิ่มจำนวนจริง ๆ”

ก่อนหน้านั้นเรียกได้ว่าเป็นยุคแห่งการทำลายล้าง หลังการปกป้องดูแลสัตว์ป่าและแหล่งอาศัยอย่างเอาจริง ชีวิตในป่ามีโอกาสมากขึ้น ความก้าวหน้าอย่างรวดเร็วของโลกทำให้เหล่าสัตว์ป่าไม่ได้เผชิญเพียงแค่การถูกไล่ล่า แต่มีปัญหามากมายที่มาพร้อมกับความเจริญ

แหล่งอาศัยถูกตัดขาดเหลือเพียงหย่อม ๆ การติดอยู่ใน ‘เกาะ’ เลี่ยงไม่พ้นว่าพันธุกรรมจะด้อยลงเพราะผสมกันเองภายในกลุ่ม เส้นทางที่เคยเดินไปยังแหล่งอาหารตามฤดูกาลขวางกั้นด้วยถนนและชุมชน สัตว์ป่าหลายตัวเครียดจนมีสภาพไม่ต่างจาก ‘สัตว์ป่วย’ หลายชนิดอาศัยอยู่ในแหล่งที่มั่นสุดท้าย

สัตว์บางตัวเตลิดหนี หลายตัวเลือกที่จะหันกลับมาสู้เมื่อจนมุม

ในหลายพื้นที่สัตว์ป่าบางชนิด เช่น ช้างหรือกระทิงเพิ่มจำนวนอย่างไร้การควบคุม เพราะสมดุลธรรมชาติที่เคยมี เสือที่เคยเป็นผู้ล่าหายไปจึงไม่มีผู้ควบคุม ไม่มีการกลั่นกรองตามวงจรชีวิต ลำพังหมาในซึ่งยังคงทำหน้าที่อย่างแข็งขัน แต่มีเพียงช้างและกระทิงก็เกินกำลัง ชายป่าบางแห่งจึงคล้ายกลายเป็นสมรภูมิชีวิตชนกับชีวิต ความขัดแย้งที่ไม่เคยมีในอดีตกลายเป็นเรื่องประจำวัน และแน่นอนว่ามีทรัพย์สินและชีวิตต้องสูญเสียทั้งของสัตว์ป่าและคน

เราจำเป็นต้องหยุดและมองให้ลึกกว่าที่ตาเห็น มอง ‘ผ่านหัวใจ’ เรื่องนี้ไม่ใช่แค่ ‘สัตว์บุกคน’ หรือ ‘คนรุกป่า’ แต่คือสัญญาณจากธรรมชาติที่กำลังบอกว่า ‘บางอย่างเสียสมดุลไปแล้ว’

การควบคุมประชากรสัตว์ป่า เช่น การคุมกำเนิดช้างในบางพื้นที่ ไม่ใช่การเอาชนะธรรมชาติ หากแต่เป็นความพยายามคืนสมดุลที่ถูกทำลายไปแล้วโดยฝีมือมนุษย์เอง การแก้ไขในแต่ละพื้นที่ย่อมมีวิธีแตกต่างกัน เช่น การช่วยกวางผาที่ติดอยู่ตามดอยในเรื่องเลือดชิด ไม่ใช่การแทรกแซงที่ไม่ควรเกิดขึ้น แต่ในโลกที่ธรรมชาติไม่มีโอกาสฟื้นฟูตัวเองอย่างอิสระอีกต่อไป การนิ่งเฉยหรือพยายามแก้ไขเพียงแค่ปลายเหตุก็อาจเป็นการปล่อยให้ปัญหาขยายไปจนเกินเยียวยา

ป่าสอนให้รู้ว่า ‘ทุกสิ่งล้วนสัมพันธ์กัน’ ไม่มีสิ่งใดดำรงอยู่อย่างโดดเดี่ยว ชีวิตของสัตว์ในป่ากับชีวิตคนในเมืองไม่ได้แยกขาดจากกัน พูดแบบให้เห็นภาพก็คือเราล้วนเป็นเส้นด้ายคนละเส้นในผืนผ้าเดียวกัน เมื่อเส้นหนึ่งขาดผืนผ้าก็เริ่มร่วงหลุด

และไม่ใช่เรื่องของ ‘โลกสวย’ หรือไม่สวย

เราเดินหลงห่างความพอดีมาแสนนาน การรักษาสมดุลไม่ใช่แค่เรื่องของสัตว์ป่าหรือระบบนิเวศเท่านั้น แต่คือกระบวนการที่ทุกคนต้องมีส่วนร่วม ตั้งแต่ความเข้าใจไปจนถึงความเห็นใจ ฟังดูคล้ายจะง่าย แต่ในความเป็นจริงนั้นยาก แต่ย่อมไม่ยากเกินกว่าจะลงมือทำ

ไอ้ด้วนไม่ได้ทำให้ความรักของผมหายไป ในอีกหลาย ๆ ครั้ง ผมยอมรับการบาดเจ็บที่เกิดขึ้นเพราะสัตว์ป่า เสียใจกับความบาดเจ็บ รวมทั้งเสียชีวิตของเพื่อนร่วมทีม การแทรกแซงเพื่อแก้ไขปัญหาตามหลักวิชาการไม่ได้แปลว่าเรากำลังทำร้ายพวกมัน แต่คือการยอมรับถึงปัญหาที่กำลังเกิดขึ้น รวมทั้งยอมรับความจริงที่ว่า สัตว์ป่ามีสิทธิ์อยู่บนโลกใบนี้เช่นเดียวกัน

แม้ว่าจะดูวุ่นวาย มีชีวิตที่ต้องสูญเสีย และมีการปะทะ แต่โลกก็ไม่ได้สวยน้อยลง และคล้ายกับว่าโลกจะงดงามยิ่งขึ้นกว่าเดิม

ถ้าเราเริ่มมองโลกอย่างเข้าใจ มองเห็นว่าชีวิตทุกสายพันธุ์กำลังพยายามเอาตัวรอดและรับมือกับความเปลี่ยนแปลง แม้ว่าโลกดูจะหมุนไปเร็วเกินกว่าหลายชีวิตจะปรับตัวหรือตามทัน

ความงดงามที่แท้จริงคงไม่ใช่โลกอันสงบไร้ปัญหา แต่คือโลกที่เต็มไปด้วยความพยายามทำความเข้าใจที่จะอยู่ร่วมกันได้อย่างแท้จริง

Writer & Photographer

ปริญญากร วรวรรณ

ถ่ายทอดเรื่องราวของสัตว์ป่าและดงลึกทั่วประเทศไทยผ่านเลนส์และปลายปากกามากว่า 30 ปี มล. ปริญญากร ถือเป็นแบบอย่างสำคัญของการใช้ชีวิตอย่างเคารพธรรมชาติให้คนกิจกรรมกลางแจ้งและช่างภาพธรรมชาติรุ่นปัจจุบัน