21 กรกฎาคม 2025
698

ผืนหญ้าไกลสุดตา ความกว้างใหญ่นี้ยิ่งทำให้เรารู้สึกตัวเล็กลง เส้นถนนที่ตัดผ่านพื้นหญ้าดูเป็นสิ่งแปลกปลอมที่สุดเท่าที่เราเห็น ที่นี่แทบจะไม่มีสิ่งที่ไม่เป็นธรรมชาติปะปนอยู่เลย วิวตรงหน้าให้ความรู้สึกคล้ายภาพวอลล์เปเปอร์บนจอคอมพิวเตอร์ สวยงามแบบไม่มีมนุษย์เจือปน

ถ้ามีใครสักคนบอกว่าจะไปเที่ยวประเทศมองโกเลีย คนส่วนใหญ่น่าจะคิดถึงการแต่งตัวเป็นก๊วยเจ๋ง มีนกอินทรีเกาะที่แขนนั่งอยู่บนหลังม้า แต่มองโกเลียของเราไม่มีแบบนั้น

มองโกเลียของเรานั้นมีแต่ทุ่งหญ้ากว้าง เงียบสงัด เนินเขาซ้อนเหลื่อมกันไกลสุดสายตา โขดหินประปราย ดอกไม้ป่าเล็ก ๆ บานสะพรั่งแทรกอยู่ตามโขดหินที่ดูแห้งผาก และกลิ่นสมุนไพรของ Sagebrush ที่ลอยฟุ้งกระจายมาทุกครั้งเมื่อขาของเราปาดผ่านพุ่ม

สถานที่เดียวกัน แต่ไม่เหมือนกัน มองโกเลียเหมือนกัน แต่ก็ต่างกัน

พื้นที่กว้างของเขตอนุรักษ์ Ikh Nart เป็นวิวทุ่งหญ้าสเตปป์ที่เมื่อเดินผ่านแล้วจะมีกลิ่นหอมของต้น Sagebrush ลอยออกมา

ทุทเว่ ไกด์ของเรา ตั้งคำถามมาในระหว่างมื้ออาหารว่า คำพูดว่า ‘Same Same but Different’ ที่เคยได้ยินตอนที่เขาแบกเป้เที่ยวเมืองไทยนั้นหมายความว่าอย่างไร มันคือคำพูดที่เอาไว้ใช้หลอกขายของให้นักท่องเที่ยวหรือเปล่า เราไม่แน่ใจต้นตอที่มา แต่สำหรับเรามันแสดงให้เห็นความซับซ้อนของสิ่งหนึ่ง ๆ ที่แม้จะดูเหมือน แต่กลับแตกต่างกัน

“เหมือน ๆ กันแหละ แต่แตกต่าง” ความขัดแย้งกันเองในวลีแบบนี้ผิดหลักการใช้ภาษา อาจจะเป็นคำพูดที่แสดงให้รู้สึกว่าปัดรำคาญถ้าหากใส่น้ำเสียงห้วน ๆ เข้าไป แต่ถ้าดูให้ละเอียดขึ้น มันแสดงให้เห็นความเป็นมนุษย์มากเช่นกัน

ทุกครั้งที่อยู่ในพื้นที่โล่งและกว้างใหญ่ สร้างความสบายใจให้เรามากกว่าอยู่ในเมือง

เนื้อแกะที่เราคุ้นเคยกับการเรียกว่า Lamb ที่นี่เรียก Mutton ที่นี่ไม่กินสัตว์เด็ก เนื้อแกะที่นี่จึงไม่มีเนื้อลูกแกะหรือว่า Lamb ในการเอามาทำอาหาร คนมองโกเลียเชื่อว่าทุกชีวิตมีค่าเท่ากัน ไม่ว่าจะเป็นชีวิตมดหรือชีวิตม้า พวกมันมีค่าเท่ากันทั้งหมด พวกเขาจึงไม่ฆ่าสัตว์วัยเด็ก เพราะถ้าหากต้องพรากหนึ่งชีวิตแล้ว ยิ่งได้ปริมาณเนื้อมากกว่าก็ถือว่าเป็นการพรากชีวิตที่คุ้มค่ามากกว่า

ในเมืองไทยบางแห่งมีความเชื่อที่สวนทางกัน เราเคยได้ยินความเชื่อในการทำบุญไถ่ชีวิตสัตว์ใหญ่ว่าได้บุญมาก หรือบางคนที่ไม่กินเนื้อวัวเพราะเป็นสัตว์ใหญ่ แต่หันไปกินไก่และสัตว์ทะเลแทน ไม่มีใครตอบได้ว่าอันไหนถูกหรือผิด แต่เราชอบความคิดของชาวมองโกล เพราะทำให้เรามองเห็นและถนอมชีวิตเล็ก ๆ มากขึ้น 

เมื่อฆ่าสัตว์ 1 ตัวเพื่อเป็นอาหาร พวกเขาจะใช้เนื้อทุกส่วนอย่างคุ้มค้า อาหารของที่นี่จึงไม่มีการเรียกแยกชิ้นส่วนเนื้อ อาหารที่มาเสิร์ฟให้พวกเรากินด้วยกัน แต่ละคนจึงอาจได้ไม่เหมือนกัน บางจานอาจเป็นเนื้อส่วนที่เหนียวกว่า บางจานอาจเป็นเนื้อส่วนที่มีมันมากกว่า 

“เหมือน ๆ กันแหละ แต่แตกต่าง” เป็นคำตอบที่ลงตัวมากเมื่อเราเอาอาหารในจานเทียบกัน

แกะและแพะที่นี่เลี้ยงปนกันไปโดยปล่อยให้เดินหาอาหารกินเอง ขนแพะของที่นี่ขายทำเป็นผ้าแคชเมียร์ราคาแพง เรานั่งมองมันเดินขบวนข้ามเนินเขา 2 – 3 ลูกโดยใช้เวลาไม่นาน

ที่พักนอกเมืองแห่งแรกของเราเป็นเกอร์ (Ger) ในพื้นที่อนุรักษ์ Ikh Nart อยู่ห่างจากตัวเมืองไปประมาณ 6 ชั่วโมงหากขับรถ ที่นี่ไม่มีไฟฟ้า ไม่มีน้ำประปา ไม่มีสัญญาณโทรศัพท์ 

ทันทีที่เรารู้ว่าไม่มีไฟฟ้าในห้องพัก เราหยิบโทรศัพท์มาเปิดโหมดเครื่องบินเพื่อให้มันหยุดหาสัญญาณ ปิดคอมพิวเตอร์และเครื่องเกม หยิบไฟฉายคาดหัวมาติดตัวไว้ และเปิดใช้เฉพาะตอนที่จำเป็น ทุกครั้งที่ถ่ายรูปเสร็จก็จะปิดสวิตช์กล้องกลับทุกรอบ ไม่มีการหยิบโทรศัพท์มือถือมาดูแก้เบื่อ ใช้พลังงานไฟฟ้าทุกหยดราวกับเป็นของล้ำค่า

เรามักจะเห็นคุณค่าของสิ่งหนึ่งชัดเจน ในวันที่ขาดมันไป

เกอร์ที่พักที่เขตอนุรักษ์ Ikh Nart แถวด้านหน้าเป็นห้องนอนของพวกเรา ส่วน 2 หลังแถวถัดไปคือห้องอาบน้ำที่ใช้ร่วมกัน

ไม่ใช่ว่าที่นี่จะขาดแคลนไฟฟ้าจนลำบาก เรานำเครื่องใช้ไฟฟ้าไปฝากให้น้องสาวเจ้าของที่พักช่วยชาร์จให้ได้เฉพาะเวลาที่มีแดดออก มีอยู่วันหนึ่งที่ช่วงกลางวันมีเมฆครึ้ม วันนั้นของที่ฝากชาร์จไว้ไม่เสร็จเลยต้องฝากต่ออีกวัน

ทุกคืนหลังอาหารค่ำครอบครัวที่เป็นเจ้าหน้าที่ดูแลอุทยานควบกับเจ้าของที่พักจะไปต้มน้ำให้เราอาบกัน ถึงแม้จะเป็นหน้าร้อน แต่ช่วงเย็นอุณหภูมิก็ลดต่ำลงไปจนถึงเลขตัวเดียวในบางวัน ที่นี่มีเกอร์ที่ทำเป็นห้องอาบน้ำให้ใช้ร่วมกัน พื้นตรงกลางเกอร์เป็นไม้ระแนงเปิดช่องให้น้ำที่อาบไหลลงไปสู่พื้นดินได้โดยตรง ในเกอร์มีเตาและหม้อโลหะใบใหญ่วางคาไว้สำหรับต้มน้ำ ที่พื้นมีถังพลาสติก 2 ใบ ใบหนึ่งใส่น้ำอุณหภูมิห้องไว้เต็ม อีกใบเอาไว้ผสมน้ำอุ่นตักอาบ น้ำที่ผสมให้บางคนโดนตักหนักมือมีน้ำร้อนเยอะ ก็ต้องนั่งรอให้เย็นสักหน่อยจึงจะตักอาบได้ ไม่มีอะไรรวดเร็วทันใจเหมือนตอนอยู่ในเมืองใหญ่ แต่การใช้ชีวิตก็ดำเนินไปได้ไม่แตกต่างกัน

ห้องส้วมแยกออกไปต่างหากเป็นอาคารอีกหลัง ส้วมที่มีเป็นห้องน้ำสำเร็จรูปที่มีบ่อเกรอะด้านล่าง ส้วมแบบนี้ห้ามทิ้งกระดาษลงไป ทิ้งได้แต่อินทรียวัตถุ เพราะใช้วิธีถมปิดให้กลายเป็นปุ๋ยเมื่อบ่อเต็ม การทิ้งกระดาษจะทำให้ย่อยสลายช้าลง

น่าแปลกใจที่เราไม่ได้คิดถึงเฟซบุ๊ก โลกโซเชียล หรือแม้กระทั่งอินเทอร์เน็ตเท่าไหร่นัก สิ่งเหล่านั้นไม่สำคัญเท่าน้ำร้อน ไฟส่องสว่าง หรือแม้กระทั่งกาแฟทุกเช้าด้วยซ้ำ การนั่งไถฟีดเฟซบุ๊กถูกแทนที่ด้วยการนั่งพูดคุยกันของคนที่เดินทางด้วยกัน สลับกันเล่าเรื่องราวสารพัด เหมือนกับได้นั่งอ่านเรื่องราวจากหน้าฟีด แตกต่างตรงที่เราเห็นหน้าคนเล่าเรื่อง ได้มองตากัน ได้หัวเราะไปพร้อม ๆ กัน

เหมือน ๆ กันแหละ แต่แตกต่าง

หนู Pika แอบมองเราจากหลังหิน มันเป็นหนึ่งในอาหารหลักของแมวพาลัส

เป้าหมายหลักของการเดินทางครั้งนี้ของเราอยู่ที่แมวพาลัส (Pallas’s Cat) แมวป่าที่แทบจะไม่มีใครสนใจ ไม่ได้ติดบัญชีสัตว์หายาก แต่มีคนรู้เรื่องราวเกี่ยวกับมันน้อยมาก แมวพาลัสมีสีขนที่กลืนกับสภาพที่อยู่อาศัยซึ่งเป็นโขดหินประปราย ลายพรางของตัวมันเนียนตาขนาดที่นั่งเฉย ๆ อาจจะมองไม่เห็นตัว ซึ่งนี่เป็นอาวุธหลักในการอยู่รอดของมัน และเป็นเทคนิคในการเอาตัวรอดที่มันมั่นใจเอามาก ๆ

เราไล่ตามคำบอกทางของชาวบ้านในพื้นที่ไปเรื่อย ๆ ว่าเคยพบเห็นแมวพาลัสที่ไหนบ้าง สำหรับชาวบ้านในพื้นที่ แมวพาลัสเป็นแค่สัตว์ตัวหนึ่ง ไม่ได้มีความพิเศษแต่อย่างใด หน้าที่ตามธรรมชาติของพวกมันคือเป็นตัวควบคุมประชากรสัตว์ประเภทหนูตามทุ่งหญ้า ซึ่งเป็นสัตว์ที่มีจำนวนเยอะมากที่นี่ พื้นที่ที่เหมาะสมในการตามหาแมวพาลัสจึงเป็นโขดหินที่มีช่องโพรงไว้หลบภัย ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากทุ่งหญ้ากว้างที่มีประชากรหนูทุ่งอยู่หนาแน่น 

ทุ่งหญ้ากว้างใหญ่ของมองโกเลียที่ดูเหมือนทุ่งหญ้าร้าง เมื่อเราเดินเข้าไปใกล้ บางทีจะเห็นหนูตัวเล็ก ๆ วิ่งผ่านตัดหน้าเราไปอย่างรวดเร็วเพื่อหนีกลับลงรู และบ่อยครั้งเราจะได้ยินเสียงร้องระงมเพื่อเตือนภัยของพวกมันดังขึ้นมาจากใต้ดิน เมื่อมีเงานกนักล่าขนาดใหญ่บินอยู่เหนือหัว

นกแร้ง Cinereous เป็นหนึ่งนกนักล่าขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ซึ่งพบได้บ่อยมากในทริปนี้ เมื่อเงาของมันบินผ่าน จะได้ยินเสียงหนู Gerbil ร้องระงมเพื่อเตือนภัยกันดังออกมาจากใต้พื้นบริเวณใกล้รังหนู

หลังจากผ่านการไล่ตามหาแมวพาลัสมา 4 วันโดยที่ยังไม่พบอะไรมากไปกว่าซากหนูที่โดนกิน และขี้แมวแห้งบนก้อนหิน พวกเราเริ่มท้อแท้กับการมองผ่านกล้องส่องทางไกล ไล่ไปตามก้อนหินเพื่อหาสัญญาณของสิ่งมีชีวิต ในจังหวะพักสายตา เราก้มลงมองลานหินที่นั่งอยู่ จู่ๆ ก็เริ่มมองเห็นชีวิตในพื้นที่ที่ใกล้ตัวมาก ๆ ช่วงหน้าร้อนแบบนี้ ต้นหญ้าเล็ก ๆ ที่ขึ้นกระจายเหมือนวัชพืชตามพื้นหินกำลังขยันออกดอกบานสะพรั่ง 

เราจึงพักสายตาจากการมองหา มามองเห็นสิ่งมหัศจรรย์ใกล้ตัว

ส่วนหนึ่งของการสะสมภาพดอกไม้ป่าตามลานหินและทุ่งหญ้าหน้าร้อน

ดอกไม้ป่าบนลานหินดึงความสนใจของเราออกห่างจากแมวโดยไม่รู้ตัว เราเริ่มถ่ายรูปดอกไม้สีและชนิดต่าง ๆ รวมถึงแมลงในทุ่งหญ้าเก็บรวบรวมไว้ นึกไปก็แอบขำว่าแอบเหมือนกับอัลบัมสวัสดีวันจันทร์ของเหล่าคุณป้าที่ขยันส่งมาให้ทางไลน์ 

เหมือน ๆ กันแหละ แต่แตกต่าง เราพูดกับตัวเองในใจทุกครั้งที่กดชัตเตอร์ 

หนู Gerbil เป็นอีกชนิดที่เป็นอาหารหลักของแมวพาลัส หนูชนิดนี้ขุดรูอาศัยบนพื้นทุ่งหญ้า

บ่ายวันหนึ่งเราตั้งใจจะขึ้นไปเที่ยวชมซากวัดเก่าและพื้นที่ยอดเขาซึ่งเป็นอุทยานแห่งชาติ ในระหว่างทางที่ขับรถไป จู่ ๆ ทุทเว่ก็จอดรถกะทันหัน แมวพาลัสที่เราตามหานั่งอาบแดดนิ่งอยู่บนแผ่นหินริมถนน จอดอยู่สักพักมันก็เริ่มรู้ตัวว่าลายพรางที่มีไม่ช่วยพรางมันอีกต่อไปแล้ว มันจึงกระโดดหลบลงไปหลังก้อนหิน

เราสละการเที่ยวซากวัดด้านบนเขามานั่งซุ่มเฝ้ารอแมวพาลัสทันที หยิบกล้อง กระเป๋า น้ำดื่ม แล้วนั่งรอเงียบ ๆ หลังหินที่ห่างออกมาไกลมาก ถึงแม้ว่าจะไกลมากแล้ว แต่ทุทเว่ก็ยังกำชับเรื่องการซุ่มรอ อย่าโผล่ตัวออกไปนอกหิน อย่าพูดคุยกัน เพราะแมวเป็นสัตว์ที่สัมผัสไว มันรู้แล้วว่าเราอยู่ที่นี่ โอกาสถ่ายรูปของเราจะมาถึงได้ถ้ามันยินดีมอบให้

เกือบครึ่งชั่วโมงเรานั่งนิ่งรออยู่ที่เดิม ที่นั่งเป็นหินแข็งคมที่พร้อมจะบาดเนื้อของเราได้ทันทีถ้าไม่ระวัง ท่านั่งที่ต้องหลบซ่อนนั้นก็เป็นมุมประหลาดที่ไม่สบายตัวเอาซะเลย ลมเริ่มแรงขึ้น ฝนกำลังมา เราส่งสัญญาณมือบอกเพื่อนอีก 2 คนที่นั่งซุ่มอยู่ด้วยกันว่า จะขยับตัวลงไปใส่เสื้อกันฝนและครอบกันฝนที่กระเป๋ากล้อง พอจัดการธุระเสร็จ กลับเข้าประจำที่เหมือนเดิม ก็พบว่าหินที่นั่งจ้องมาตลอด 30 นาที มีวิวที่ไม่คุ้นตาเพิ่มขึ้นมา มีหินสีเทาเพิ่มมาตรงหน้าถ้ำที่ฐานด้านล่าง เราหยิบกล้องขึ้นมาส่อง จึงพบว่าก้อนหินที่เพิ่มมาคือแมวพาลัสที่มานั่งมองเราอยู่ตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้

 หลังจากใส่เสื้อกันฝนเสร็จ หันกลับไปมองหินเป้าหมาย เราก็ได้เห็นก้อนหินแปลกตาเพิ่มขึ้นมาอีกก้อนที่หน้าโพรงถ้ำ เมื่อซูมเข้าไปดูจึงเห็นแมวพาลัสนั่งจ้องเราอยู่จากระยะไกล

ถึงแม้จะห่างออกมาไกลมาก แบบที่ถ้ามองด้วยตาเปล่าเราก็คงเป็นแค่จุดในสายตามมัน แต่มันกลับจ้องนิ่งมาทางที่เรานั่งอยู่ มันรู้แน่นอนว่าเราอยู่ตรงนี้ 

หลังจากยืนนิ่งอยู่ซักพัก มันเริ่มเลียขนทำความสะอาดตัวอย่างใจเย็น แล้วเดินช้า ๆ ไต่ขึ้นด้านบน หมอบซุ่มเหลือแต่ส่วนหัวที่จ้องเราเขม็งอยู่ซักพักแล้วก็หลบหายไป

ภาพแมวพาลัสที่เราถ่ายเอง ในเย็นวันนั้น

เช้าตรู่วันต่อมา พวกเราพากันไปนั่งซุ่มแมวพาลัสที่เดิมอีกครั้ง คราวนี้ทุทเว่พาเราเดินลัดเลาะมาจากระยะไกลเป็นร้อยเมตรเพื่อเข้ามาที่หินก้อนเดิมที่นั่งซุ่มเมื่อวาน พวกเราเดินตามกันเป็นแถวเดี่ยวด้วยความเงียบ เพราะรู้แล้วว่ามันมีสัมผัสไวแค่ไหน เมื่อเดินมาถึงเรามองเห็นแมวพาลัสบนก้อนหินก้อนเดิม นั่นน่าจะเป็นที่นั่งประจำ แต่ทันทีที่พวกเรากำลังเตรียมตัวเข้าซุ่ม จู่ ๆ มันก็กระโดดหลบหายไป เช้าวันนี้เราอยู่ใต้ลม ทิศของลมไม่เป็นใจทำให้กลิ่นของพวกเราพัดไปทางที่มันอยู่เข้าตรง ๆ 

พวกเรานั่งรออยู่นานไม่มีวี่แววว่ามันจะออกมา จึงตัดสินใจเปลี่ยนจุดซุ่ม เราเคลื่อนตัวขึ้นด้านบนเพื่อที่จะได้มองลงมาเห็นหินก้อนที่แมวพาลัสเคยนอนอยู่ด้วยความเงียบและระมัดระวัง ระหว่างทางก็เจอซากกระดูกหนูและขี้แมวเป็นระยะ ๆ นี่คงจะเป็นพื้นที่อยู่หลักของมัน

เราไต่ขึ้นสันหินไปนั่งซุ่มจากด้านบน ทิศลมพัดจากหินเป้าหมายมาทางเรา ตอนเช้าอากาศยังคงหนาว ลมเย็นพัดแรงจนหูอื้อ น้ำมูกน้ำตาไหล หนาวสั่น น้ำตาที่ไหลออกมาแห้งไปด้วยความรวดเร็ว ทำให้ผิวหนังตรงหัวตาแสบเจ็บตลอดเวลา เป็นการซุ่มรอที่ไม่สบายเลยจริง ๆ ลำบากยิ่งกว่าเมื่อวานเสียอีก หลังจากอดทนอยู่ได้เกือบ 30 นาที เราก็ยอมแพ้ไต่หินกลับลงมาด้านล่าง 

ทริปนี้เราไม่มีโอกาสได้เจอแมวอีกเลย มันมอบโอกาสให้เราแค่ครั้งเดียว แต่เป็นครั้งเดียวที่เราจะจำได้ไปอีกนาน

ในภาพนี้ยังมองเห็นแมวพาลัสซ่อนตัวอยู่ แม้ว่าจะอยู่ห่างกันไกลมาก แต่มันยังคงจ้องมองมาทางเราเขม็ง

ทุกวันนี้ AI สร้างภาพและวิดีโอสัตว์ป่าได้เหมือนจริง แสงสีและฉากหลังจากภาพ AI ก็สวยงาม แบบที่ช่างภาพอย่างเราอยากได้ในชีวิตจริงโดยที่ไม่ต้องซื้ออุปกรณ์ถ่ายรูปราคาแพงเสียด้วยซ้ำ ช่างภาพ AI ไม่ต้องจ่ายค่าเดินทางและอดทนกับความลำบากในการนั่งรอให้ได้ภาพมา แค่เขียนประโยคบรรยายก็จะได้ภาพแมวพาลัสพร้อมใช้

แต่การที่ไปอยู่ตรงนั้น ได้กดชัตเตอร์ด้วยตัวเอง ทำให้เรารู้จักแมวพาลัสมากขึ้น เห็นลายพรางที่มันมั่นใจ ได้เรียนรู้ว่ามันมีประสาทสัมผัสเฉียบไวแค่ไหน ภาพแมวที่เราถ่ายได้หรือภาพแมวจาก AI ก็เป็นภาพแมวเหมือน ๆ กันแหละ แต่แตกต่างกันมากมายเหลือเกิน

Writer & Photographer

ชุตินันท์ โมรา

ช่างภาพ/วิดีโอใต้น้ำมือรางวัลระดับเอเชีย ที่เห็นความเปลี่ยนแปลงของโลกใต้น้ำทั้งในและนอกประเทศมากว่า 17 ปี ทำหนังสือดำน้ำระดับนานาชาติหลายเล่ม เป็นทีมวิดีโอใต้น้ำและคนเบื้องหลังสารคดีและโฆษณาหลายตัว นอกจากนี้ยังเป็นแอดมินเพจ digitalay