…หมูเด้งไม่ใช่ข้าวขาหมู ใครเรียกชื่อหนูจะทำหูบินให้ดู
ชอบจะกิน และก็ชอบจะเด้ง จะกินไม่แคร์ตาชั่ง ถ้าไม่ให้กินจะสวบ…
เพลง หมูเด้ง Little Hippo จาก GMM SAUCE
ช่วงนี้ความน่ารักของ ‘น้องหมูเด้ง’ เจ้าฮิปโปแคระแก้มชมพู กลายเป็นกระแสฟีเวอร์ให้กับวงการสวนสัตว์อย่างไม่เคยมีมาก่อน ไม่ว่าจะเป็นการมารอให้สวนสัตว์เปิด เผื่อแผ่ความเมตตาเอ็นดูให้พวกเพื่อน ๆ สัตว์ของหมูเด้ง ไปจนถึงโครงการหมูเด้งชวนช่วยผู้ประสบอุทกภัย-ดูแลสวัสดิภาพเพื่อนสัตว์ ปรากฏการณ์นี้ทำให้วัยรุ่นยุค 90 เพื่อน ๆ ของหมอหลายคนอดคิดถึงสวนสัตว์ที่เกิดมาก็เห็นแล้วอย่างเขาดินวนาไม่ได้
เมื่อวันที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2561 เป็นวันทำการวันสุดท้ายของสวนสัตว์เขาดิน ‘สวนสัตว์แห่งแรก’ ของคนไทย หลาย ๆ คนรู้สึกใจหายแวบ เพราะเป็นสถานที่ที่เต็มไปด้วยความทรงจำ ไม่อยากให้ปิดลง
แต่เมื่อหมอนึกถึงวิชาอายุรศาตร์สัตว์ป่าที่เคยเรียน ซึ่งมีเนื้อหาครอบคลุมไปถึงเรื่องการจัดการสวนสัตว์ ก็เห็นว่าการย้ายนั้นเหมาะสมแล้ว เพราะสถานที่เดิมค่อนข้างคับแคบเกินไปแล้วสำหรับสัตว์กว่า 1,300 ตัว เสียงการจราจรจากถนนภายนอกที่คับคั่งมากขึ้นส่งผลให้สัตว์เครียดได้ และการแสดงสัตว์โดยการขังกรงถือว่าล้าสมัยไปแล้ว
การออกแบบสวนสัตว์ (Zoo Design) ในปัจจุบันพยายามปรับลดการแสดงโดยการกักขังลงเพราะทำให้คนดูรู้สึกสังเวชใจ แต่จะใช้ข้อจำกัดทางพฤติกรรมหรือสรีระของสัตว์มาปรับใช้ร่วมกับการออกแบบ เพื่อให้คนดูรู้สึกใกล้ชิดสัตว์มากขึ้น เช่น ชะนี ลักษณะขนของเขาจะปุย ๆ เหมือนสำลี เมื่อเปียกจะอุ้มน้ำมาก เขาจึงค่อนข้างกลัวที่จะต้องลงน้ำ เพราะมีสิทธิ์จมน้ำตายเอาง่าย ๆ
ผู้ออกแบบจึงใช้วิธีขุดคูน้ำโดยรอบให้มีความลึกและกว้างในระดับหนึ่ง เสมือนเป็นเกาะชะนี และหมั่นตัดแต่งกิ่งไม้เพื่อป้องกันการหลบหนีไปยังบริเวณอื่นทางอากาศแทน แบบนี้เวลาที่เราไปดูก็จะให้ความรู้สึกเหมือนกำลังชมเขาห้อยโหนในธรรมชาติที่ปราศจากกรงขัง
หรือสัตว์กีบเท้ากินพืชจากแอฟริกา เช่น แอนทีโลป อิมพาลา ทอมสันส์กาเซลล์ พวกนี้เขาจะอยู่ร่วมกันได้ (ซึ่งแน่นอนว่าถ้าเอาพวกสัตว์กินเนื้อมาเลี้ยงปน เจ้ากวางพวกนี้ก็เหมือนภัตตาคารพลีชีพดี ๆ นี่เอง)
กวางพวกนี้โดยภูมิประเทศพื้นฐานที่ทวีปบ้านเกิดของเขามีลักษณะเป็นทุ่งหญ้าสะวันนาโล่งกว้าง เขาจึงวิ่งกันหญ้ากระจุยได้ ด้วยพฤติกรรมและลำดับในห่วงโซ่อาหารที่ต้องดีดตัวหนีให้ทันท่วงที ดังนั้นทำให้สิ่งที่เขากลัวที่สุดคือ ‘กลัวขาหัก’
เมื่อรวมกับสัญชาตญาณที่คุ้นชิน การปรับแต่งพื้นที่ให้มีลักษณะแบบหน้าผาโขดหิน เขาจะกลัว ทางสวนสัตว์หลายที่จึงใช้วิธีขุดคูดินโดยรอบ นำหินขนาดใหญ่และขนาดย่อมมาตกแต่งให้มีศิลปะ หลอกให้พวกสัตว์รู้สึกว่าอันตราย ขอบคูดินด้านนอกอาจทำรั้วสักหน่อยกันคนดูพลัดตกลงไป เมื่อไม่มีอะไรมาบังสายตา ก็จะให้ความรู้สึกใกล้ชิดกับสัตว์มากขึ้น
หมอเคยไปเที่ยวสวนสัตว์แห่งหนึ่ง ตามข้างทางและบริเวณต่าง ๆ จะพบเก้งและกระจงที่หนีออกจากบริเวณที่เลี้ยง มาใช้ชีวิตอิสระถึงขั้นออกลูกออกหลานกันภายนอกส่วนจัดแสดง เมื่อถามเหตุผลจากรุ่นพี่ซึ่งเป็นสัตวแพทย์ประจำสวนสัตว์ว่าเหตุใดถึงปล่อยเพ่นพ่าน ไม่จับกลับเข้าไปให้เรียบร้อย
หมอได้รับคำตอบจากรุ่นพี่ที่ชำนาญการดูแลสัตว์ป่ามากกว่าว่า เจ้าพวกนี้ตัวเล็กและเปรียวมากจึงหนีออกมาได้บ่อย ๆ ครั้นจะไล่จับ ไล่ยิงยาสลบแต่ละตัวก็ใช้งบประมาณมากและมีความเสี่ยงถึงชีวิตสัตว์ด้วย จึงใช้วิธีขุดร่องแล้วเอาตะแกรงเหล็กซี่หางสักหน่อยไปวางตามจุดที่จะเชื่อมต่อไปยังเขตต่าง ๆ เพราะเขากลัวว่าถ้าเจ้าพวกนี้ตกลงในช่องตะแกรงแล้วขาจะหัก จึงได้ทั้งกักตัวไว้ในอาณาเขตที่กำหนด ส่วนคนมาเที่ยวก็รู้สึกเป็นธรรมชาติและใกล้ชิดกับสัตว์ด้วย

การออกแบบส่วนจัดแสดงไม่ใช่แค่ต้องใส่ใจกับสัตว์หากินกลางวันซึ่งส่วนใหญ่เป็นที่นิยมของเด็ก ๆ เท่านั้น ยังต้องรวมถึงสัตว์ที่หากินกลางคืนอีกด้วย เช่น สัตว์พวกนางอาย สัตว์พวกนี้มีดวงตาที่ใหญ่ ซึ่งภายในจอตามีเซลล์พิเศษ ช่วยรับแสงอันน้อยนิดในยามค่ำคืน ดังนั้น ถ้าเจอแสงจ้าเข้าก็มีสิทธิ์ตาบอดได้ ห้องจัดแสดงจึงต้องใช้ไฟสลัว ๆ และเคยสังเกตกันไหมคะว่าห้องกระจกที่จัดแสดงสัตว์จำพวกนี้มักจะติดกระจกเอียง ๆ นั่นไม่ใช่เพื่อความเก๋ไก๋เท่านั้น แต่มีการทดสอบแล้วว่ากระจกที่ทำมุม 60 องศาจะช่วยลดการสะท้อนแสงได้ดีที่สุด เป็นการช่วยถนอมสายตาของเขา และสำหรับมนุษย์สายถ่ายภาพทำคอนเทนต์ ต้องอย่าลืมจุดสังเกต ‘ห้ามใช้แฟลช’ ด้วยนะคะ
นอกจากเรื่องส่วนจัดแสดงสัตว์แล้ว ในการจัดการสวนสัตว์ยังมีสิ่งที่ต้องคำนึงถึง คือ ‘สวัสดิภาพสัตว์’ (Animal Welfare) ด้วย เรื่องของสวัสดิภาพสัตว์ที่จริงละเอียดยิบย่อยมาก แต่ถ้าเล่าคร่าว ๆ คือสัตว์จะต้องมีที่อาศัย มีอาหาร เมื่อเจ็บป่วยต้องได้รับการรักษา และแสดงพฤติกรรมโดยธรรมชาติได้
เมื่อพูดถึงเรื่องสวัสดิภาพสัตว์แล้ว จะไม่เล่าเรื่องการแสดงพฤติกรรมตามธรรมชาติก็คงไม่ได้ เพราะเป็นสิ่งที่เวลาเราไปเที่ยวสวนสัตว์ก็มุ่งหวังจะเห็น ไม่มีใครออกเห็นสัตว์นอนซึมกระทือทำหน้าเบื่อ ๆ ไปวัน ๆ จริงไหมคะ
เรื่องนี้ถ้าจะให้เห็นภาพชัดเจนต้องย้ายไปเล่ากันที่ส่วนแสดงเสือเลยค่ะ สมัยก่อนเวลาไปเที่ยวเราก็จะเห็นแค่เสือเดินวนไปมาในกรง แต่เดี๋ยวนี้เมื่อเลิกใช้กรงก็ทำเป็นบ่อแทน โดยยกขอบบ่อให้สูงเกินระยะที่เสือกระโดดได้ถึง และมีน้ำกั้นอีกชั้น เจ้าลายจะโผนขึ้นจากน้ำมาหยอกคนแบบโลมาก็ลองดู
ทีนี้ด้วยความที่เขาเป็นนักล่า เวลาให้อาหาร เจ้าหน้าที่จะต้องเอาไปซ่อนตามจุดต่าง ๆ ให้ได้ตามหาเสมือนการล่า บางทีเจ้าหน้าที่ใช้ไก่แขวนไว้แล้วชักรอกไปกลางบ่อ ให้เสือได้กระโดดตะปบ ถ้าเราไปได้ถูกจังหวะก็จะได้ร่วมกิจกรรมกับเขาด้วย ยิงปืนนัดเดียวได้นก 2 ตัว เสือได้แสดงพฤติกรรมด้วย นักท่องเที่ยวสนุกด้วย
อ้อ! ขอเล่าเสริมสักหน่อยในเรื่องอาหารที่ให้เสือและสัตว์กินเนื้อต่าง ๆ เอาไว้ไป ‘โม้’ ให้คนพิเศษที่พาไปเที่ยวสวนสัตว์ฟังได้ คืออาหารที่ให้สัตว์นักล่าพวกนี้ต้องเป็นเนื้อดิบ ซึ่งต้องมีการกำจัดพยาธิและไข่พยาธิกันเสียก่อน เป็นหนึ่งในมาตรการการดูแลสุขภาพสัตว์ควบคู่กับโปรแกรมถ่ายพยาธิ แต่จะมานั่งเขี่ยเนื้อดูที่มัดกล้ามเนื้อเส้นใยก็ไม่ได้ เสือคงหิวจนกินเจ้าหน้าที่เสียก่อน ต้องอาศัยเทคนิคนิดหน่อย โดยการนำเนื้อนั้นไปแช่แข็ง เมื่อนำมาละลายน้ำแข็งไข่พยาธินั้นก็จะแตก สัตว์จึงปลอดภัยในระดับหนึ่ง
นอกจากเสือแล้ว สัตว์ชนิดอื่นก็มีวิธีการให้อาหารที่ทำให้เขาได้พฤติกรรมโดยธรรมชาติด้วย เช่น การเอาพวกปลวกหรือหนอนนกใส่ในกระบอกไม้ไผ่เจาะรู ให้พวกตัวกินมดได้ใช้ทักษะสัญชาตญาณสัตว์ของเขา ก็จะช่วยลดทอนความเบื่อลงได้ บางทีในวันที่อากาศร้อนก็เอาผลไม้ใส่ถังบรรจุน้ำไปแช่แข็งแล้วเคาะออกมาให้พวกลิงได้เลียได้แทะกันแบบหวานเย็น เหมือนได้เล่นเกมในวันอากาศร้อน ๆ คนดูก็ได้เห็นพฤติกรรมที่ต่างออกจากการห้อยโหนหรือนั่งหลบแดดใต้ร่มไม้ เป็นต้น
นอกจากส่วนจัดแสดงที่ให้พวกสัตว์ได้โชว์ตัวแสดงพฤติกรรมแล้ว ยังมีบริเวณที่คนภายนอกไม่ได้เห็นอีก คือบริเวณที่พักสัตว์ที่อยู่ด้านหลังส่วนจัดแสดง บริเวณนี้เป็นส่วนที่มีความสำคัญไม่ต่างจากส่วนหน้าเลยทีเดียว เพราะเป็นทั้งที่พักผ่อนนอนหลับของสัตว์ ที่กินอาหาร บางครั้งต้องรักษาอาการเจ็บป่วยด้วย ซึ่งต้องมีคอกเฉพาะที่แบ่งเป็นตอน ๆ สำหรับแยกสัตว์ป่วยออกไป บริเวณนี้จะต้องไม่แออัด แสงสว่างส่องถึง มีระบบระบายเพื่อกำจัดของเสียได้ดี และมีความแข็งแรง เป็นต้น
จากที่หมอเล่ามา สวนสัตว์ไม่ได้มีส่วนอาคารโครงสร้างเพียงเท่านี้ ยังต้องมีโรงพยาบาลสัตว์ซึ่งต้องแบ่งโซนกันอยู่ระหว่างสัตว์เจ็บป่วยกินเนื้อ กินพืช ตัวใหญ่ ตัวเล็ก ถ้าปะปนกันไม่เพียงแต่หมอและผู้ช่วยจะปฏิบัติงานลำบาก พวกสัตว์เองก็จะเครียด ทำให้หายป่วยช้า ยังต้องมีแผนกอาหาร ซึ่งสวนสัตว์บางแห่งมีการเพาะปลูกเสริมเพื่อทุ่นค่าใช้จ่ายด้วย
ไม่เพียงแค่ส่วนสำหรับสัตว์ ยังต้องมีส่วนสำหรับคนด้วย เป็นต้นว่าอาคารสำนักงาน อาคารจัดนิทรรศการ รวมถึงการปรับภูมิทัศน์ให้สวยงามด้วย ซึ่งสถานที่ใหม่บนที่ดินพระราชทานบริเวณคลอง 6 รังสิต มีเนื้อที่กว่า 300 ไร่ ซึ่งใหญ่กว่าสวนสัตว์ดุสิตเดิมถึง 3 เท่า โดยแบ่งออกเป็น 6 โซน
ทั้งยังอยู่ใกล้กับพิพิธภัณฑ์และแหล่งเรียนรู้ถึง 9 แห่ง อย่างกับสถาบันสมิธโซเนียน (Smithsonian Institute) ที่วอชิงตัน ดี.ซี. (Washington D.C) อย่างไรอย่างนั้น ตามกำหนดการว่าสวนสัตว์เขาดินวนาแห่งใหม่จะเปิดให้ชมเฟสแรกภายใน พ.ศ. 2569 และ เปิดเต็มรูปแบบใน พ.ศ. 2571 นี่ก็ใกล้ถึงเวลาที่จะได้เข้าชมกันแล้วนะคะ
โดยในระหว่างที่สวนสัตว์แห่งใหม่กำลังดำเนินการก่อสร้าง พวกสรรพสัตว์ทั้งหลายจึงต้องไปฝากเลี้ยงไว้ตามสวนสัตว์อื่น ๆ 6 แห่งทั่วประเทศ เป็นการอำลากันชั่วคราวด้วยรอยยิ้ม แล้วเตรียมพร้อมที่จะพบกันใหม่ในรูปแบบที่ไฉไลกว่าเดิม และช่วงนี้ถ้าใครไปเยี่ยมน้องหมูเด้ง ก็ขอฝากไปทักทายแม่มะลิ ขวัญใจของหมอด้วยนะคะ

