25 กันยายน 2025
441

พวกคุณคิดว่าอาการอาเจียนและถ่ายเหลวในสัตว์เลี้ยงเกิดจากอะไรได้บ้าง

แบคทีเรีย?

ไวรัส?

ทดคำตอบไว้ในใจกันก่อน อย่าเพิ่งรีบตอบ

เสียงโทรศัพท์เรียกเข้าเร่งเร้าคนปลายสายให้รีบสาวเท้ายาว ๆ ไปยังที่ตั้งของมัน เมื่อปัดหน้าจอเบา ๆ น้ำเสียงคุ้นเคยของลูกค้าประจำก็ดังขึ้น

“น้องหมอขา โยเยถ่ายเหลวค่ะ” เสียงหวานของ คุณเจี๊ยบ แฝงด้วยความกังวลมาตามสายโทรศัพท์ พร้อมกับนัดเวลาพาลูกสาวสี่ขาเข้ามาตรวจ

หมอค้นดูบันทึกประวัติการรักษาที่ผ่านมาของโยเย นอกจากมาฉีดวัคซีนประจำปีแล้ว เห็นจะมีเพียงมารับยาป้องกันพยาธิหนอนหัวใจเป็นประจำเท่านั้น เป็นเด็กแข็งแรงมาโดยตลอดนี่นา คราวนี้ท้องเสียเพราะอะไรกันนะ

เสียงกรุ๊งกริ๊งที่ประตูเลื่อนดังขึ้น พร้อมกับที่เข็มนาฬิกาชี้ไปที่เวลานัดหมายพอดี 

“หมาน้อยมาแล้วค่ะ” คุณเจี๊ยบอุ้มสุนัขพันธุ์ปอมเมอเรเนียนหน้าตาจ๋อยสนิทเข้ามาในคลินิก 

วันนี้ท่าทางจะป่วยจริงเลยซ่าไม่ออก ตอนที่หมอตรวจร่างกายทั่วไปเสียงหัวใจ เสียงปอด ฟังดูปกติดี แต่ตอนที่วัดอุณหภูมินี่สิคะ ถึงแม้ว่าจะปกติ แต่หมอสังเกตเห็นว่ามีอุจจาระปนเมือกติดปลายปรอทออกมาด้วย ทำให้หมอสงสัยอะไรบางอย่างตงิด ๆ 

“ปกติโยเยเขาชอบเที่ยวอยู่แล้ว เขาจะเกาะรั้วรอหลานชายไปมหาวิทยาลัย พอหลานชายขี่มอเตอร์ไซค์ผ่านมา ก็จะเอามือลอดซี่รั้วเข้าไปช้อนตัวน้องข้ามรั้วออกมา แล้วซ้อนท้ายไปด้วยกัน พอดีวันนั้นหลานชายเอาหมาน้อยไปจีบสาวแล้วสำเร็จ เลยตบรางวัลด้วยการพาไปเลี้ยงหมูกระทะค่ะ” คุณเจี๊ยบให้ข้อมูลเพิ่มเติม

นั่นไง! เรื่องของเรื่อง แต่ยังไม่ใช่ตัวการใหญ่

หมอลองเอาอุจจาระของโยเยไปส่องตรวจด้วยกล้องจุลทรรศน์ เห็นสิ่งมีชีวิตเซลล์เดียวรูปทรงกลม ๆ ล่องลอยไปมาอยู่บนกระจกสไลด์

เป็นเชื้อบิด! เจ้านี่เองตัวการใหญ่

“หนอย กล้ามาแหยมกับเด็กในสังกัดฉัน แกจะโดนไม่ใช่น้อย” หมอคำรามแต่ก็ไม่รู้ว่าพวกเชื้อบิดมันจะฟังรู้เรื่องหรือเปล่า

‘โรคบิด’ มีสาเหตุจาก ‘เชื้อโปรโตซัว’ (Protozoa) ก่อโรคในระบบทางเดินอาหาร พบได้ทั้งในมนุษย์ สุนัข แมว สัตว์ปีก ลิง และสุกร คนมักจะคิดว่าโรคท้องเสียต้องระบาดในฤดูร้อนสิ แต่ความจริงแล้วฤดูฝนก็ตัวดีเหมือนกัน เพราะน้ำเป็นตัวพัดพาเชื้อให้แพร่ไป สัตว์อื่น ๆ จึงได้รับเชื้อบิดโดยการปนเปื้อนในอาหารและน้ำดื่ม

เจ้าเชื้อชนิดนี้สืบพันธุ์ได้ทั้งแบบมีเพศและไม่มีเพศ ไอ้แบบไม่มีเพศนี่ก็ประหลาดแท้ ๆ ภายในเซลล์ส่วนที่เป็นนิวเคลียสจะแบ่งตัวเองออกเป็นหลาย ๆ อัน เมื่อเจริญเต็มที่แล้ว นิวเคลียสแต่อันจะเหนี่ยวนำให้มีการสร้างไซโตพลาสซึมของตัวเอง แล้วแตกออกปล่อยเซลล์ใหม่จำนวนมากมายให้ขยายพันธุ์ต่อไป

เชื้อบิดชอบอยู่ที่ผนังลำไส้ เข้าไปก็ไม่ได้ทำลายสมดุลของจุลชีพเฉย ๆ แต่ทำลายผนังลำไส้ด้วย ทำให้สัตว์อาเจียน ถ่ายเหลว มีเมือกบางครั้งมีเลือดปนมาด้วย เมื่อผนังลำไส้ถูกทำลาย การดูดซึมสารอาหารจึงลดลง สัตว์จึงผอม หรือถ้าปล่อยให้เป็นเรื้อรัง ร่างกายจะแคระแกร็น

สงสัยว่าหลานชายของคุณเจี๊ยบอาจจะย่างหมูไม่สุกดี หรือทางร้านอาจจะล้างผักไม่สะอาด พอไปหยิบไปจับ เชื้อก็อาจจะติดไปกับมือแล้วแพร่สู่หมาน้อยของคุณแม่เจี๊ยบอีกต่อหนึ่ง

หมอจัดยาฆ่าเชื้อสำหรับเชื้อบิดให้โยเยไป 2 สัปดาห์ ทั้งเพื่อกำจัดเชื้อบิดให้สิ้นซาก และป้องกันการดื้อยาด้วย

แต่ความพิสดารของเจ้าเชื้อบิดยังไม่หมดแค่นี้ 

เจ้าเชื้อบิดนี่พอมันรู้ว่าสภาวะในลำไส้ไม่เหมาะสม มันจะสร้างซีสต์มาห่อหุ้มตัวเองเอาไว้ พัฒนาตัวเองแบบเงียบ ๆ กลายเป็นซีสต์ในระยะติดต่อ แล้วขับออกนอกร่างกายสัตว์มาพร้อมกับอุจจาระ รอโอกาสเข้าไปก่อโรคในร่างกายสัตว์ตัวเดิมหรือตัวอื่น ๆ ต่อไป

ดังนั้น นอกจากล้างมือฟอกสบู่ให้สะอาด เราควรทำความสะอาดพื้น กรง หรือบริเวณที่น้อง ๆ ขับถ่าย รวมทั้งข้าวของเครื่องใช้ ด้วยน้ำยาทำความสะอาดที่มีสารเหล่านี้ เช่น สารประกอบแอมโมเนีย, เมทิลโบรไมด์, คาร์บอนไดซัลไฟด์, หรือฟีนอล ทิ้งไว้สัก 5 – 10 นาที แล้วจึงล้างออก เพื่อลดสารเคมีตกค้าง

โยเยเห็นหมอนำขวดยาขึ้นมาเรียงก็ทำจมูกฟุดฟิด ๆ คงจะได้กลิ่นหวาน ๆ ขม ๆ ในนั้น คล้ายกับจะรู้ชะตากรรมต่อจากนี้จึงทำหน้าแหย ๆ 

ถ้าหมาน้อยพูดได้ คงอยากบอกคู่หูสายแวนซ์ว่า “รางวัลรอบหน้าขอเปลี่ยนเป็นอาหารเหลานะ โฮ่ง โฮ่ง” 

หลังอาการท้องเสียดีขึ้น ขนาดตัวของโยเยเติบโตตามวัย หลายปีผ่านไป จากหมาน้อยที่คุณเจี๊ยบเรียก กลายเป็นปอมปอมตัวเขื่อง เวลามาที่คลินิกตามโปรแกรมดูแลสุขภาพหรือแวะมาคุยเล่นกันก็ตาม คำพูดติดปากที่หมอมักจะแนะนำไป คือ “ลดน้ำหนักหมาน้อยด้วยนะคะ” แต่ใครจะใจแข็งกับปอมปอมช่างประจบไหวล่ะคะ โดยเฉพาะคุณเจี๊ยบที่ทั้งรักทั้งตามใจกันมาแต่ต้น โยเยจึงไม่เคยผอมลงเลยสักที

บ่ายวันนี้หมอกำลังนึกถึงทั้งคู่อยู่หยก ๆ คุณแม่ก็อุ้มคุณลูกเข้ามาพอดี แต่แปลกจริง วันนี้เด็กน้อยในชุดลายเสือกลับไม่ร่าเริงเอาเสียเลย

“โยเยอาเจียนหลายครั้งเลยค่ะน้องหมอ” คุณเจี๊ยบรายงาน

“กินอะไรพิสดารมาคะคราวนี้” หมอยังจำเรื่องที่โยเยตามพี่ชายไปกินหมูกระทะได้ดี

“ไม่นะคะ ก็ปกติ แต่กินของชอบนี่บ่อย อย่างไส้กรอก ไอศกรีม ทุเรียน เค้ก”

ไอ้หยา! ไส้กรอก ไอศกรีม ทุเรียน เค้ก นี่ไม่ปกตินะคะ ลางสังหรณ์ของหมอบอกว่างานนี้ต้องมีตรวจเลือดค่ะ เพราะอาการอาเจียนมีสาเหตุจากโรคภัยไข้เจ็บได้หลายต่อหลายโรคด้วยกันเลยล่ะ

แต่ปรากฏว่าผลการทำงานของตับและไตก็ปกติดี ตามขั้นตอนที่ต้องมีการเอกซเรย์และอัลตราซาวนด์ตามมาก็ยังไม่เห็นความผิดปกติใด ๆ ในกอไผ่อีก เอ้า! ลองอีกสักตั้งด้วยเทคนิคพิเศษสำหรับการเอกซเรย์ คือการกลืนแป้งแบเรียม เผื่อว่าจะมีสิ่งแปลกปลอมอุดตันในทางเดินอาหารจะได้เห็นกันให้ชัด ๆ ไปเลย 

เจ้าสุนัขน้อยยอมกลืนแป้งผสมน้ำหวานสีชมพูอย่างง่ายดาย ภาพจากฟิล์มถ่ายรังสีเป็นระยะ ๆ แสดงให้เห็นถึงการไหลผ่านทางเดินอาหารของแป้งอย่างสะดวกโยธิน ก่อนที่โยเยจะอาเจียนออกมาทั้งหมด

ในนาทีนั้น หมอเกิดฉุกใจคิดขึ้นว่า ไส้กรอก ทุเรียน เค้ก อาหารมัน ๆ ทั้งนั้น หมอจึงรีบตรวจเลือดซ้ำอีกครั้งหนึ่งเพื่อตรวจหาเอนไซม์การทำงานของตับอ่อน (Amylase) หลังจากนั้นราวครึ่งชั่วโมง ชาวคลินิกก็ร้องบิงโก! กันใหญ่ ไม่ใช่ดีใจที่เจ้าสก๊อยตัวน้อยป่วยนะคะ แต่ดีใจที่ในที่สุดก็หาเหตุของการป่วยเจอต่างหาก

โยเยมีค่าเอนไซม์ที่บอกถึงสภาวะของตับอ่อนพุ่งสูงปรี๊ดทะลุเพดาน ทำให้ทราบว่าตอนนี้ตับอ่อนของเขากำลังอยู่ในสภาวะอักเสบ 

ปกติตับอ่อนเป็นอวัยวะหนึ่งของระบบต่อมไร้ท่อ ทำหน้าที่ผลิตฮอร์โมนที่ช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในกระแสเลือดอย่างอินซูลินและกลูคากอน รวมทั้งสร้างเอนไซม์ไลเปสที่จะไปทำให้ไขมันที่รับประทานเข้าไปแตกตัวเป็นเม็ดเล็ก ๆ เพื่อให้ง่ายต่อการที่ร่างกายจะนำไปใช้ประโยชน์ 

กลไกของการที่ตับอ่อนอักเสบนั้นทางวิทยาศาสตร์การแพทย์ยังไม่มีใครทราบค่ะ ทราบกันแต่เพียงว่าการรับประทานอาหารมันจัด ๆ แบบนี้แหละเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ตับอ่อนเกิดการอักเสบ

นอกจากการรับประทานอาหารมัน ๆ แล้ว การบาดเจ็บ ยา หรือสารพิษบางชนิดอย่างพิษของแมงป่องก็ส่งผลต่อตับอ่อนได้เช่นกัน

ครั้งนี้หมาน้อยไม่เพียงแค่อาการอาเจียนและเบื่ออาหารเท่านั้น เวลาที่หมอคลำไปที่พุงน้อย ๆ เจ้าสี่ขาถึงกับเกร็งช่องท้องเลยทีเดียวค่ะ แต่ยังไม่ถึงกับหันมาฝากรอยเขี้ยวที่มือของหมอแปลว่าเจ็บแบบยังพอทนได้

เห็นทีคงต้องฝากกันไว้ที่คลินิกนี่ล่ะค่ะ

“โธ่! วันหยุดสิ้นปีของหนู” 

สาว ๆ ที่คลินิกโอดครวญ แหม! สงสารทั้งลูกน้องและลูกสุนัข แต่เดี๋ยวจะชดเชยวันหยุดให้ก็แล้วกันนะ

สก๊อยหางฟูจึงเป็นอีกตัวหนึ่งที่ต้องอดเที่ยว นอนเฝ้ากรงดูซีรีส์เป็นเพื่อนหมอและผู้ช่วยในคืนข้ามปี แต่น่าแปลกใจจริง ๆ ทั้งที่หมอก็ให้ยาตามแนวทางการรักษา ไม่ว่าจะเป็นการให้สารน้ำทางหลอดเลือด ยาลดปวด หรือยาปฏิชีวนะก็ตาม โยเยก็ยังคงอาเจียนวันละหลายเวลาและนอนซุกผ้าผวยอยู่อย่างนั้น

“ลางเนื้อชอบลางยา” 

สุภาษิตโบราณแวบเข้ามาในหัว ในเมื่อรักษาอย่างแนวทางตรงไม่ได้ผล อาจจะต้องลองการรักษาแบบทางเลือก ไวเท่าความคิด หมอรีบต่อสายโทรศัพท์ถึงอาจารย์หมอผู้ประสิทธิ์ประสาทวิชาในสมัยเรียน อาจารย์ผู้ที่ใคร ๆ ในคณะต่างก็แซวว่าเป็นหมอสายชีวจิต หลังจากสอบถามค่าเอนไซม์จากตับที่หมอตรวจครั้งล่าสุด เสียงทุ้มที่ปลายสายก็ให้คำแนะนำมาด้วยความเมตตา

“เอาอย่างนี้ เธอลองหยุดให้ยาทุกอย่างดู ให้เฉพาะสารน้ำ วิตามินซีเมกาโดส (Mega-dose) และวิตามินรวมเอ ดี อี” 

แค่นี้เหรอ ฟังดูแล้วไม่น่าจะใช่สูตรการรักษาที่ได้ผลเลย แต่หมอเองก็จนหนทางแล้ว ลองดูสักตั้งหนึ่งเถอะน่า

สารน้ำที่หยดทางหลอดเลือดของโยเยเปลี่ยนเป็นชนิดที่ไม่มีแคลเซียมเป็นส่วนประกอบตามคำแนะนำของอาจารย์ น้ำยาสีเหลืองของวิตามินซีระดับสูงกว่าขนาดปกติค่อย ๆ หยดผ่านสายน้ำเกลือไปอย่างช้า ๆ สุนัขน้อยอดทนอย่างเหลือเชื่อ ไม่ร้องโวยวายเลยเวลาที่วิตามินรวมเอ ดี และอี ฉีดเข้าที่กล้ามเนื้อข้างสะโพก เหตุการณ์ดำเนินเช่นนี้ไปวันละ 2 เวลา จนล่วงเข้าวันที่ 3 จึงเริ่มมีเสียงเห่าแหลมเล็กดังระรัวเวลาที่มีใครเดินผ่านกรง เป็นนิมิตหมายอันดีว่าการรักษาด้วยการให้วิตามินซีเมกาโดสของเรามาถูกทาง 

เนื่องจากคุณสมบัติในการต้านอนุมูลอิสระของวิตามินซีนี่เองที่ช่วยให้อาการอักเสบของตับอ่อนค่อย ๆ ทุเลาลง ถึงคุณประโยชน์มากมาย แต่ผลข้างเคียงก็เยอะตามไปด้วย เป็นต้นว่าทำให้เกิดลิ่มเลือด นิ่วในไต และอาจกระตุ้นเซลล์มะเร็งบางชนิดได้ ดังนั้น การใช้งานจึงต้องอยู่ภายใต้การดูแลของสัตวแพทย์นะคะ

เรื่องน่ากลุ้มใจของโยเยยังไม่จบแค่นี้ค่ะ เพราะแม้ว่าอาการอาเจียนหายไป แต่เจ้าตัวเล็กก็ยังไม่ยอมกินอาหารเสียที แม้จะเปลี่ยนสูตรนั้นสูตรนี้ให้มีความน่ากินเพิ่มขึ้นก็แล้ว เอ จะทำอย่างไรกันดี

หมาน้อยสก๊อยเกิร์ล…ใช่แล้ว! เขาเป็นสาวสก๊อยนี่นา คิดได้ดังนั้น หมอจึงตระเตรียมที่นั่งพิเศษสำหรับผู้โดยสารวีไอพี ถึงไม่ได้แวนซ์ให้ลมตีหน้าอย่างเวลาขี่รถมอเตอร์ไซค์ ก็ใช้วิธีไขกระจกรถลงนิดหนึ่งให้ลมได้พัดผ่านหูแหลม ๆ พอเป็นกษัย 

1 รอบเมืองผ่านไป บ่ายวันนั้นอาหารสูตรพิเศษก็พร่องไปครึ่งชาม ชาวคลินิกร้องเฮกันเบา ๆ ได้กลับบ้านเสียทีนะโยเย 

วิธีการรักษาที่หมอเล่าไปนั้นไม่ได้หมายความว่าเป็นวิธีการักษาที่ดีที่สุด เพียงแต่เป็นแนวทางหนึ่งเท่านั้น เพราะสัตว์ป่วยแต่ละรายมีการตอบสนองต่อการรักษาที่แตกต่างกัน การปรับเปลี่ยนยาที่ให้ควรอยู่ในดุลพินิจของคุณหมอเจ้าของไข้

เฮ้อ! งานรักษาสัตว์นี่ไม่ง่ายเลยจริง ๆ ค่าที่ต้องใช้ทั้งศาสตร์และศิลป์ร่วมกันนี่ล่ะค่ะ

Writer

นัทธ์หทัย วนาเฉลิม

จบการศึกษาจากคณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ปัจจุบันเลี้ยงชีพด้วยการเป็นนักเขียนอิสระ นิยมศิลปะและวัฒนธรรมพื้นถิ่น