เจ้าของเรื่องเล่าคราวนี้เป็นแมวสาธารณะประจำซอยที่มีชื่อว่า ‘อีแก่’ นางแมวลายเลอะเทอะตัวนี้ถึงไม่มีเจ้าของแต่นับว่ามีบุญมาก ที่หมอกล่าวเช่นนี้เป็นเพราะอีแก่เป็นแมวที่นิสัยแย่เข้าขั้น แต่กลับไม่มีใครด่าว่าหรือทำร้าย มีแต่ให้ความเมตตาอย่างน่าอัศจรรย์
เป็นต้นว่าวันดีคืนดีอีแก่แอบเข้าไปกินปลาทอดในบ้านป้าต้อย แทนที่ป้าต้อยจะโกรธ กลับบอกว่า “โถ แม่ผิดเองที่ไม่ได้วางข้าวไว้ให้” หรือแม้กระทั่งตอนที่นางทำชุดเครื่องเคลือบของสะสมของลุงแสวงแตก ลุงกลับโทษลูกสาวที่ทำความสะอาดแล้วไม่เก็บให้เรียบร้อยเสียนี่
ในซอยระยะสั้น ๆ นี้ แทบทุกบ้านจะมีถ้วยใบเล็กใส่อาหารแมววางไว้หน้าบ้านให้เจ้าแมวขี้เหร่เลือกบุพเฟต์ได้ตามสะดวกจนตัวกลมฟู ผิดขนบสัตว์พเนจรเอามาก ๆ เมื่อถึงกำหนดฉีดวัคซีน หรือยามป่วยไข้ จะร่วมกันลงขันโดยมีตัวแทนประจำซอยเป็นผู้พามาที่คลินิก
“ฮึก ๆ วี้ ๆ กื้ด ๆ ก้าด ๆ” เป็นเสียงสัญญาณว่าผู้ป่วยคิวต่อไปคืออีแก่
เรื่องที่มาที่ไปของเสียงประหลาดประจำตัวนี้ต้องเล่าย้อนไปก่อนหน้าที่นางเอกสามสีของเราจะมาอยู่ประจำซอยนี้ สมัยรุ่น ๆ อีแก่คงจะโชกโชนไม่น้อย พออายุมากขึ้นเริ่มสู้คลื่นลูกหลังไม่ไหว ถูกอัปเปหิออกจากถิ่นเดิม ตอนศึกสุดท้ายกลางสายฝนคงใช้แรงเฮือกที่เหลือพาตัวเองมานอนแบ็บในพงหญ้ากลางซอย จนกระทั่งมีคนมาพบเข้าและเกิดความสงสารและพามาหาหมอ
ไอ้เราก็เป็นคนชอบสร้างภาพเสียด้วย พอได้ยินเสียงหายใจที่ดังกื้ด ๆ ก้าด ๆ ก็อดไม่ได้ ต้องส่งเจ้าแมวเข้าห้องเอกซเรย์ไปสร้างภาพให้เห็นดำเห็นแดงกันไปว่าเกิดความผิดปกติอะไรกับระบบทางเดินหายใจ
สมัยก่อนเวลาล้างฟิล์มเอกซเรย์จะต้องเข้าห้องมืด อาศัยแสงสลัวรางจากหลอดไฟสีแดง คลำหากล่องใส่ฟิล์มแกะออกมาใส่ที่หนีบแล้วเอาลงไปแช่ในน้ำยาดีเวลอปภาพ น้ำยาฟิกซ์ภาพ และน้ำสะอาด จะแช่นานแค่ไหนก็ตามแต่ความเก่าของน้ำยา เพราะน้ำยาพวกนี้ราคาแพงเอาเรื่องอยู่เหมือนกัน จึงต้องใช้อย่างคุ้มค่าที่สุด
พอภาพขาวดำปรากฏขึ้นจึงค่อยเอาไปผึ่งให้แห้ง แล้วค่อยเอาขึ้นมาส่องกับกล่องไฟ ถ้าลูกค้ารีบก็ต้องระดมกำลังมาช่วยกันเอาไดร์เป่าผมเป่าให้แห้ง ปัจจุบันนี้สะดวกขึ้นมากเพราะเครื่องเอกซเรย์พัฒนาเป็นระบบคอมพิวเตอร์แล้ว อ่านภาพจากจอคอมพิวเตอร์ได้เลย และจัดเก็บข้อมูลไว้ในเครื่องคอมพิวเตอร์หรืออุปกรณ์ซอฟต์แวร์ ทำให้ประหยัดเวลาและพื้นที่จัดเก็บข้อมูลมูลไปได้หลาย
ภาพในฟิล์มหากเป็นพวกลมหรือความกลวงของอวัยวะ ช่องท้อง ช่องว่างในลำไส้ ถุงลมในปอด จะเป็นสีดำ ถ้าเป็นสีขาวจะแสดงถึงวัตถุที่มีความทึบแสง ยิ่งภาพที่ได้ขาวมาก มวลของอวัยวะนั้นก็ยิ่งหนาแน่นมาก เช่น กระดูก หรือพวกสิ่งแปลกปลอมต่าง ๆ ในร่างกาย
ปรากฏว่าภาพปอดของอีแก่เป็นริ้วลายสีขาวกระจายไปทั่ว แสดงว่าสมัยเร่ร่อน ปอดของเจ้าแมวผ่านการอักเสบมานานโดยไม่ได้รับการรักษาอย่างถูกต้องจนเนื้อเยื่อเหล่านั้นกลายเป็นพังผืดไปเสียแล้ว เวลาหายใจจึงมีเสียงดังกื้ด ๆ ก้าด ๆ แม้จะไม่มีของเหลวคั่งในปอดก็ตาม กลายเป็นความผิดปกติที่เป็นปกติเฉพาะตัว
และเนื่องจากปอดอ่อนแอ เวลาที่อากาศเย็นหรือชื้น เสียงกื้ด ๆ ก้าด ๆ อย่างกับเครื่องสีข้าวกระตุกจะดังยิ่งขึ้นพร้อมกับน้ำมูกที่ไหลย้อย ถ้าเป็นยาฉีดอีแก่สู้ตาย แต่เป็นยากินที่ต้องเอากลับไปป้อนล่ะก็… เจ้าของไข้ต่างส่ายหน้ากันดิก
ไม่รู้ว่าต่อมรับรสขมของมันจะทำงานดีอะไรนักหนา ไม่ว่ายาเม็ดหรือยาน้ำถ้าได้ลงคอ อีแก่เป็นต้องพ่นทั้งยาทั้งน้ำลายกระจายเต็มฝาบ้าน ทำน้ำลายเป็นฟองฟอดอย่างน่าสงสาร จนเจ้าของไข้แต่ละบ้านยอมแพ้เลิกป้อนยาไป โชคดีที่แต่ละครั้งป่วยไม่กี่วันก็หาย คงจะด้วยธาตุความอึดสู้ชีวิตตามประสาแมวพเนจร

แต่วันนี้ไม่เหมือนทุกครั้งที่มา เสียง ‘ฮึก ๆ ฮากกก ฮึก ๆ ฮากกก’ ดังอย่างกับเสียงเครื่องยนต์รถกระบะเก่า ๆ จนหมออดไม่ได้ต้องเดินออกมาดูว่าเสียงของใคร
“คุณหมอช่วยอีแก่ด้วย กินข้าวก็ไม่ได้ หายใจก็ไม่ออก”
วันนี้เป็นคิวของ น้องปอนด์ ที่พาอีแก่มาหาหมอ สาวน้อยค่อนข้างกังวลกับวิกฤตครั้งนี้ของอีแก่ จึงอาสาพามาตรวจโดยไม่รอเงินลงขัน
นางแมวแก่นั่งชันขาอ้าปากหายใจ น้ำมูกเขียวไหลย้อย หายใจเข้าก็ดังฮึก ๆ ที หายใจออกก็ดังฮาก ๆ ที ทำเอาหมอกังวลใจ เมื่อลองหยิบหูฟังตรวจโรคทาบลงไปที่ตำแหน่งปอด มีเสียงคร่อกแคร่ก อย่างกับเอาหลอดไปดูดน้ำแข็งเปล่า ช่วงนี้ฝนตกติดต่อกันหลายวัน อีแก่คงเป็นปอดอักเสบแบบที่ภาษาบ้าน ๆ เรียกว่า ‘ปอดบวม’ เข้าให้แล้ว พอดูภาพเอกซเรย์ โอ้โห ทั้งปอดทั้งโพรงอากาศในกะโหลกสามัคคีกันอักเสบอย่างน่าปวดกระดองใจ
โดยทั่วไปแผนในการรักษาคือให้ยาขยายหลอดลมเพื่อให้สัตว์หายใจสะดวกขึ้น ให้ยาฆ่าเชื้อเพราะขี้มูกเขียวปั๊ด แสดงว่าอีแก่ติดเชื้อแบคทีเรียแทรกซ้อนเข้าให้แล้ว ให้ยาละลายเมือกสิ่งคัดหลั่งแทนยาลดน้ำมูกไปก่อน เพราะถ้าใจร้อนให้ยาลดน้ำมูกไปเลย จะทำให้ขี้มูกข้น ๆ แห้งและแข็งยิ่งไปอุดตันทางเดินหายใจ ยิ่งหายใจไม่ออกเข้าไปใหญ่
ว่าแล้วก็อุ้มนางแมวสีเปรอะเข้าตู้ออกซิเจน ต่อท่อรมยาขยายหลอดลม ละอองยาขนาดเล็กเข้าสู่ปอดในชั้นลึกได้ดี สัตว์ป่วยหลาย ๆ ตัวชอบมาก เพราะทำแล้วหายใจสะดวก นอนหลับได้สบายขึ้น
แรก ๆ นางแมวเพียงแค่หมอบเก็บขาทำหน้าตื่น แต่พอละอองยาถูกพ่นเข้าไปในกล่อง ควันสีขาวที่พ่นเป็นสาย ทำให้เจ้าแมวเริ่มกระสับกระส่าย อาละวาดจะพังกล่องออกมาให้ได้ จนหมอต้องยอมแพ้
อีแก่นอนเก็บขาอยู่บนฝาตะกร้าจ้องตากับหมอ นางแมวเป็นฝ่ายหลบตาก่อน เท่ากับยอมรับการรักษาด้วยการฉีดยาแต่โดยดี ทั้งน้ำเกลือ ยาขยายหลอดลม ยาละลายเมือกเสมหะ และยาฆ่าเชื้อ ผ่านเข้าไปในตัวเจ้าแมวที่ไม่ขัดขืนแต่อย่างใด แต่พอบอกเจ้าของไข้ว่าต้องเอายาไปกินด้วย ให้ระดับยาคงอยู่ในกระแสเลือดเพื่อการออกฤทธิ์อย่างต่อเนื่อง ทำเอาสาวน้อยหน้าเสีย
“มันจะยากอะไรขนาดน้านนน” หมอลากเสียงยาวอย่างกับไม่เคยเห็นฤทธิ์กันมาก่อน ในขณะที่น้องปอนด์พยักหน้าหงึกหงัก
“ไหนมาลองกันสักตั้งซิ” ว่าแล้วก็หยิบขวดวิตามินชนิดน้ำมาดูดน้ำยาสีเหลืองใสเข้าสู่กระบอกฉีดยาขนาดเล็กที่สุดในปริมาณเท่าปลายนิ้วก้อย รวบหนังคอเจ้าแมวจนตึง ป้อนยาเข้าข้าง ๆ มุมปากด้วยความเร็วระดับสายฟ้าแลบ
นั่นไง ยาเข้าไปแล้ว แต่เพียงไม่กี่วินาที…
‘แฟ่ด แฟ่ด’ เสียงอีแก่พ่นทั้งยาทั้งน้ำลายกระเด็นเต็มฝาห้องตรวจ จนต้องเก็บลงตะกร้าลดความเลอะเทอะเละเทะ เป็นหมอมาจะเข้าปีที่ 20 ไม่เคยมีครั้งไหนป้อนยาไม่ได้ ครั้งนี้นับเป็นการเสียหน้าอย่างที่สุด หมอมองนางแมวจรที่นอนเก็บขาทำหน้าเครียดอยู่บนฝาตะกร้า
เอาล่ะ ถ้าอย่างนั้นคงต้องให้น้องปอนด์พาอีแก่มาฉีดยาทุกวันจนกว่าจะหายใจดีขึ้นและกินข้าวได้ ซึ่งผู้เป็นเจ้าของไข้ดูจะสะดวกกว่าการต้องมานั่งเช็ดน้ำลายแมว เป็นเรื่องน่าอัศจรรย์ที่หลังจากให้น้ำเกลือไปเพียงวันเดียว เจ้าแมวที่ทำท่าจะสิ้นอายุขัยก็ฟื้นกลับมามีเรียวมีแรงและเริ่มกินอาหารนิ่ม ๆ ได้ สมกับที่เขาว่าแมวมี 9 ชีวิต
อีแก่โดนเข็มฉีดยาจิ้มวันละ 3 เข็ม จนตัวแทบพรุน กลายเป็นหมอที่เป็นฝ่ายใจอ่อนเสียเอง 5 วันต่อมา เมื่อหายใจดีขึ้น เสียงแคร่กในปอดลดน้อยลง จึงอนุมัติให้ป้อนยาอยู่กับบ้านได้
แน่นอนว่าหมอต้องเตรียมแผนสำรองไว้สำหรับการป้อนยาให้อีแก่ ดูซิคนกับแมวใครจะแน่กว่ากัน หมอเปลี่ยนจากยาน้ำมาเป็นยาเม็ด แม้ว่ายาเม็ดความเข้มข้นจะค่อนข้างสูงเหมาะกับสัตว์ตัวโต แต่ไม่เป็นปัญหา หมอจิ้มเครื่องคิดเลขคำนวณปริมาณยาที่เหมาะสมออกมา แล้วแบ่งเม็ดยาตามนั้นก่อนจะบรรจุลงในแคปซูล น่าจะยังไม่ทันได้สัมผัสรสขมยาก็ลงท้องไปแล้ว คราวนี้อยากจะพ่นน้ำลายก็พ่นไป ให้น้องปอนด์จับนางใส่ตะกร้า พ่นน้ำลายจนสาแก่ใจเมื่อไรค่อยปล่อยออกมา และนัดตรวจกันทุกสัปดาห์
แผนการรักษาที่เราวางกันไว้เป็นเช่นนี้
แต่น้องปอนด์ไม่มาตามนัด…
สาวน้อยขาดการส่งข่าวไปราว 2 สัปดาห์ ทำเอาหมอใจคอไม่ค่อยดี กลัวว่าความเสื่อมของร่างกายจะไม่ปรานีอีแก่เสียแล้ว แต่ก่อนที่หัวคิ้วจะผูกเป็นโบ เสียงกื้ด ๆ ก้าด ๆ ก็ดังขึ้นที่หน้าห้องตรวจอย่างกับเสียงสวรรค์ หมอรีบรับตะกร้าแมวจากน้องปอนด์มาวางบนโต๊ะตรวจ
นางแมวแก่ขี้มูกแห้งกริบ ส่งสายตาเฉี่ยว หูบิน ตีหางปัก ๆ กางเล็บพร้อมแจกยันต์ 5 แถว จนน้องปอนด์ที่ช่วยรวบหนังคอไว้ให้ต้องทำเสียงปรามเป็นระยะ ๆ และในที่สุดหูฟังตรวจโรคที่ทาบไปที่ช่องอกได้สะท้อนเสียงกื้ดก้าดแห่งชัยชนะ เสียงผิดปกติที่เป็นปกติ
“อนุมัติให้หยุดยาได้” สิ้นเสียงหมอประกาศ น้องปอนด์ดีใจน้ำตาแทบไหล ไม่รู้ว่าเพราะแมวหายป่วย หรือเพราะไม่ต้องป้อนยากันแน่
ตัวหมอเองก็รู้สึกโล่งเหมือนเป็นผู้พิทักษ์สันติราษฎร์แมวที่ปิดคดีได้ ว่าจะจับหัวให้โอวาทก่อนกลับบ้านเสียหน่อย นางแมวอกตัญญูกลับกางเล็บขู่ฟ่อ ทำเอาหมอต้องเป็นฝ่ายยอมแพ้ก่อน เออ อยู่เป็นคู่ปรับกันแบบนี้ไปนาน ๆ เป็นแมว 2,000 ปี เลยนะอีแก่นะ
ป.ล. ปัจจุบัน น้องปอนด์ได้รับเลี้ยงอีแก่แล้ว
