“คุณลูกค้าคะ ช่วงนี้นมสดขาดตลาด สั่งได้แต่เครื่องดื่มที่ไม่ใส่นมค่ะ” บาริสต้าสาวทำหน้าจ๋อย ๆ
แต่ที่จ๋อยยิ่งกว่าเห็นจะเป็นคิวข้างหน้า หมอที่ถึงกับบ่นเบา ๆ ว่า “แล้ววันนี้จะใช้ชีวิตยังไงนี่”
เหตุการณ์น้ำนมดิบขาดตลาดยังดำเนินต่อไป จนบริษัทผู้ผลิตนมพร้อมดื่มต้องออกมาชี้แจงว่า ตอนนี้เป็นช่วงโคพักรีดนม จึงทำให้น้ำนมดิบขาดตลาด
เป็นวัวทำไมไม่มีน้ำนม
ในเมื่อไก่ยังผลิตไข่ให้เรากิน แกะยังผลิตเส้นใยขนให้เราทอ ผึ้งยังผลิตน้ำหวาน สัตว์ทุกตัวมีหน้าที่ แล้วเหตุใดจู่ ๆ เจ้าวัวจึงหยุดให้น้ำนมได้นะ เรื่องนี้คงต้องเล่ากันยาว ยาวไกลถึงฟาร์มวัวนมเลยล่ะค่ะ
สมัยที่หมอเป็นนักเรียนการค้นหาตัวเองว่าอยากเป็นสัตวแพทย์ได้แล้วยังไม่พอ เมื่อเข้ามาเรียนแล้วการค้นหาก็ยังไม่จบ ต้องหาว่าตัวเองอยากเป็นหมออะไร หมอสัตว์เล็ก หมอสัตว์เลี้ยงชนิดพิเศษ หมอวัว หมอม้า หมอหมู หมอไก่ หมอสัตว์น้ำ แม้กระทั่งงานที่ไม่ได้ทำการรักษาอย่างเจ้าหน้าที่ประจำห้องแล็บ ฝ่ายวิชาการประจำบริษัท หรือเซลส์ขายผลิตภัณฑ์ก็ตาม
ด้วยความอยากรู้ หมอจึงลองไปฝึกงานที่ฟาร์มวัวนม ‘อากาศฤกษ์ฟาร์ม’ อำเภอมวกเหล็ก จังหวัดสระบุรี ตอนนั้นเพิ่งจะจบชั้นปี 2 ยังไม่ได้เรียนเกี่ยวกับการรักษาในชั้นคลินิก งานที่ได้รับมอบหมายให้เรียนรู้จึงเป็นงานด้านการสุขาภิบาล
ช่วงเวลาตี 4 – 5 อากาศกำลังเย็นสบาย หลาย ๆ คนยังคงนอนขดตัวอยู่ในผ้านวมหนานุ่มอยู่เลย แต่สำหรับเกษตรกรผู้เลี้ยงวัวนม ภารกิจประจำวันได้เริ่มขึ้นแล้ว เสียงฝีตีนกระทบพื้นซีเมนต์ดังกอบแกบ ๆ ก้องในความมืด สักพักเจ้าของเสียงฝีเท้าจึงทยอยเดินมาเข้าซองรีดนมอย่างรู้งาน เจ้าวัวพวกนี้ฉลาดเสียด้วย เดินตรงเข้าซองใครซองมัน จำได้ไม่มีสลับ
วัวนมสายพันธุ์ที่พบได้ในบ้านเรา ได้แก่ Holstein Friesian, Brown Swiss และ Jersey
แต่ที่ดูจะเป็นที่นิยมเห็นจะเป็นเจ้าวัวสีขาวดำสายพันธุ์ Holstein Friesian ข้อมูลทางวิชาการฝรั่งเขาว่า มันผลิตน้ำนมดิบได้ถึง 6,000 กิโลกรัมต่อรอบการให้นม (ประมาณ 305 วัน) แต่พอมาอยู่บ้านเราที่มี 3 ฤดู คือร้อน ร้อนมาก และร้อนมากที่สุด ช่วงไหนที่อากาศเย็นสบาย อาหารคุณภาพดีอุดมสมบูรณ์ ก็ให้น้ำนมดิบได้ถึงวันละ 15 กิโลกรัมเลยทีเดียว
เอ้า! กลับมาเข้าเรื่องของเรากันต่อ
แต่ละซองรีดนมคนงานจะตักอาหารเตรียมไว้อยู่แล้ว พวกแม่วัวเข้าซองมาก็พากันเคี้ยวไบ่ ๆ สบายอารมณ์ กินเพลินจนลืมสนใจมนุษย์ที่กำลังวุ่นวายเช็ดทำความสะอาดเต้านมเพื่อเตรียมรีด ตอนนี้เองที่เกษตรกรต้องเร่งมือแข่งกับเวลา เพราะแม่วัวบางตัวแค่ได้ยินเสียงฉึก ๆ ของเครื่องรีดนม น้ำนมก็พุ่งปรี๊ดอย่างสุดจะอั้นแล้ว ถ้ามัวแต่ชักช้าน้ำนมดิบก็จะไหลทิ้งเสียเปล่าไปเฉย ๆ
ในวันวันหนึ่งเกษตรกรจะมีช่วงเวลาวุ่นวายแบบนี้อยู่ 2 รอบ คือเช้ามืดและบ่าย จนกระทั่งกลับมาจากส่งน้ำนมดิบรอบบ่ายและล้างถัง ล้างเครื่องรีดเรียบร้อย นั่นล่ะจึงได้นั่งพักกันยาว ๆ สักที
จากที่หมอเล่ามาระบบนมก็ดูเหมือนจะทำงานได้ดีนี่นา แล้วมันผิดพลาดตรงไหนกันนะ ทำไมจู่ ๆ น้ำนมจึงหยุดไหล
โดยธรรมชาติ สัตว์จะผสมพันธุ์ ตั้งท้อง และออกลูก ในช่วงฤดูกาลที่พืชพรรณธัญญาหารสมบูรณ์ เช่น ในช่วงฤดูฝนหรือฤดูใบไม้ผลิ จึงเป็นเหตุผลว่า เพราะอะไรสัตว์ในธรรมชาติจึงมักมีฤดูกาลผสมพันธุ์
แต่สัตว์บางชนิด เมื่อนำมาเลี้ยงภายใต้การจัดการโรงเรือนและได้รับอาหารที่เหมาะสม ช่วงเวลานาทีทองของการผสมพันธุ์จะยาวนานขึ้น และบางชนิดอาจผสมพันธุ์ได้ตลอดปี เช่น วัว ซึ่งเป็นสัตว์ที่มีวงรอบการเป็นสัดได้ตลอด (Polyestrous หรือ Polycyclic Animals)
โดยวัวจะเข้าสู่วัยเจริญพันธุ์ครั้งแรกตอนอายุประมาณ 10 เดือน วัวบ้านไหนเป็นสาวกำลังจะเป็นสัดครั้งแรกเจ้าของต้องคอยสังเกตดูให้ดี เพราะการเป็นสัดครั้งแรกพวกนางมักจะเป็นกันแบบเงียบ ๆ อาย ๆ เขิน ๆ ต้องจูงตัวผู้มาพิสูจน์ ส่วนแม่โคที่ผ่านการมีลูกมาแล้วก็แสดงออกให้เต็มที่ไปเลย ถ้าเห็นอวัยวะเพศบวมแดง มีเมือกไหลเยิ้มล่ะก็ อีก 12 ชั่วโมงต่อมานัดผสมได้เลย ทั้งผสมจริงและผสมเทียม พวกนักส่งเสริมสุขภาพโคนมเขาจะมีสูตรให้เกษตรกรจำง่าย ๆ ว่า ‘จับสัดเช้า ผสมเย็น : จับสัดเย็น ผสมเช้า’ ถ้าพลาดนาทีทองไปแล้วก็ต้องไปนับวันกันใหม่ รอจับสัดรอบหน้า
เมื่อแน่นอนแล้วว่าแม่วัวของเราผสมติด อีก 270 – 280 วันก็เตรียมร้องบิงโก! ได้เลย แต่นั่นก็หมายความว่า อีก 60 วันก่อนคลอด ว่าที่คุณแม่วัวจะต้องพักรีดนมเตรียมคลอดแล้ว อย่างที่ศัพท์แสงในวงการเรียก ‘โคดราย’ (Dry Cow) จึงเป็นคำตอบว่าน้ำนมดิบที่ขาดตลาดก็เกิดขึ้นในช่วงนี้นี่เอง

งานตรวจคุณภาพน้ำนม
Where Where is Where Where ไหน ๆ ก็ไหน ๆ แล้ว ขอเล่าเรื่องเกี่ยวกับมาตรฐานในการผลิตน้ำนมแถมอีกสักหน่อยตามประสาคนขี้โม้
ในการเรียนการสอนของคณะสัตวแพทยศาสตร์ไม่ได้สอนแค่วิชาการรักษาเท่านั้น แต่ยังต้องฝึกทักษะในการตรวจสอบมาตรฐานวัตถุดิบที่จะนำมาปรุงอาหารด้วย ในรายวิชาที่เรียกว่า ‘การผลิตเนื้อและนม’ (Meat and Milk Production) เป็นส่วนหนึ่งของงานในสาขาสัตวแพทยสาธารณสุข
สมมติว่ามีคนส่งแก้วนมให้เราดื่ม เราจะรู้ได้อย่างไรว่านมแก้วนั้นปลอดภัย ลองมาทายกันเล่น ๆ ดีกว่าว่าสิ่งแรกที่ต้องสังเกตคืออะไร ติ๊กต่อก! ติ๊กต่อก! เฉลยกันดีกว่า ถึงไม่ใช่สัตวแพทย์ก็คงพอจะเดาคำตอบกันได้ว่า คือ ‘สี’
น้ำนมที่ผ่านการพาสเจอร์ไรซ์ที่ความร้อน 63 องศาเซลเซียส นาน 30 นาที จะมีสีขาวกว่าน้ำนมประเภทอื่นเนื่องจากซีรั่มโปรตีนตกตะกอน
สำหรับสัตวแพทย์ผู้ทำหน้าที่ตรวจคุณภาพน้ำนมดิบก่อนนำไปผลิตเป็นผลิตภัณฑ์นมต่าง ๆ ก็ไม่ต่างกัน ต้องสังเกตจากกายภาพภายนอกเสียก่อน เริ่มจาก ‘สี’ สีของน้ำนมดิบเป็นไปได้ตั้งแต่สีขาวและสีเหลืองอ่อน ๆ หากมีการลักไก่เติมน้ำเพื่อหวังเพิ่มปริมาณ น้ำนมจะมีสีขาวโปร่ง
ลำดับต่อมาที่ต้องพิสูจน์ คือ ‘กลิ่น’ น้ำนมดิบจะมีกลิ่นสาบวัวเล็กน้อย เนื่องจากคุณสมบัติในการดูดกลิ่น และประสาทสัมผัสสุดท้ายคือ ‘ชิมรสชาติ’ น้ำนมดิบจะมีรสหวานเล็กน้อยจากน้ำตาลแล็กโทสที่เป็นส่วนประกอบ หากเปรี้ยวแสดงว่าพวกแบคทีเรียได้เข้ามาสร้างแลนด์มาร์กเสียแล้ว
หลังจากตรวจสอบด้วยประสาทสัมผัสก็ถึงคิวการใช้อุปกรณ์วิทยาศาสตร์แล้ว เริ่มต้นด้วยเครื่อง Lactometer เป็นอุปกรณ์วัดความถ่วงจำเพาะ ปกติจะอยู่ที่ 1.031 แต่ถ้ามีการเติมน้ำจะทำให้ความถ่วงจำเพาะลดลง
Thermometer เพื่อตรวจวัดอุณหภูมิน้ำนมดิบตอนรีดใหม่ ๆ ควรมีอุณหภูมิ 37 องศาเซลเซียส เท่า ๆ กับแม่วัว และเก็บรักษาไว้ที่อุณหภูมิต่ำไม่เกิน 4 องศาเซลเซียส
pH Meter เพื่อตรวจวัดความเป็นกรด-ด่างในน้ำนม ซึ่งทั่วไปจะมีค่าเป็นกรดเล็กน้อย ประมาณ 6.6 – 6.8
ผ่านขั้นตอนการตรวจพื้นฐานเหล่านี้ไปจะเป็นการตรวจที่เข้มข้นขึ้นแล้ว
มีอยู่โรคหนึ่งที่เป็นไม้เบื่อไม้เมากับหมอวัวมานาน คือ ‘โรคเต้านมอักเสบ’ เป็นโรคที่ทำให้เกิดความเสียหายและนำความสูญเสียทางเศรษฐกิจมาสู่อุตสาหกรรมการเลี้ยงวัวนมเป็นอย่างมาก เนื่องจากน้ำนมจากเต้าที่เป็นโรคจะมีเซลล์อักเสบปะปนมาด้วย จัดเป็นน้ำนมดิบที่คุณภาพไม่ดี เติมลงในถังรวมนมไม่ได้
ไอ้เจ้าโรคเต้านมอักเสบนี่ก็แปลก ไม่ได้เกิดจากเชื้อแบคทีเรียที่ปนเปื้อนเข้าสู่รูนมเท่านั้น แต่การเปลี่ยนมือคนรีดเหมือนเต้าไม่คุ้นมือก็เกิดการอักเสบขึ้นมาเสียอย่างนั้น บางตัวก็อั้นน้ำนมอีกต่างหาก
ในเบื้องต้นตรวจได้ด้วยน้ำยา CMT ซึ่งทำให้เยื่อหุ้มเซลล์เม็ดเลือดขาวแตก โปรตีนที่อยู่ในเม็ดเลือดขาวเกิดการตกตะกอน น้ำนมที่ทดสอบจึงเกิดความหนืด จะหนืดมากหนืดน้อยก็ขึ้นกับจำนวนเซลล์เม็ดเลือดขาวที่เกิดจากการอักเสบ หรือจะนับจำนวนด้วยกล้องจุลทรรศน์เลยก็ได้
ยังมีการตรวจ ‘การปลอมปนนมผง’ ด้วย อ้าว! ผสมนมผงแล้วไม่ดีเหรอ ก็ขึ้นชื่อว่าเป็นนมเหมือนกัน ก็แหม นมผงคือนมที่ผ่านกระบวนการแปรรูป คุณค่าทางสารอาหารย่อมถูกลดทอนลงไป ดังนั้นจะมาเป็นนมเหมือนกันไม่ได้
การผสมนมผงในน้ำนมดิบเป็นการลดต้นทุน แต่ขณะเดียวกันก็เป็นการลดคุณภาพของน้ำนม และยังส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมการเลี้ยงวัวนมในประเทศไทย เพราะทำให้เกษตรกรขายน้ำนมดิบไม่ได้
ถ้าใครยังจำได้ในช่วง พ.ศ. 2545 มีข่าวใหญ่เหตุการณ์เกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมพากันชุมนุมปิดถนนมิตรภาพประท้วง พร้อมทั้งใช้น้ำนมดิบราดรดตัวเองและถนนเนื่องจากน้ำนมดิบล้นตลาด สาเหตุจากรัฐบาลได้เปิดการค้าเสรี (FTA) กับประเทศออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ หนึ่งในสินค้าปลอดภาษีคือนมผง บริษัทนมพาณิชย์ต่างต้องการลดต้นทุนจึงซื้อนมผงมาเป็นวัตถุดิบหลัก ทำให้น้ำนมดิบในประเทศล้นตลาดเพราะขายไม่ออก
ในครั้งนั้นรัฐบาลแก้ปัญหาด้วยการให้โควตา บริษัทใดที่รับซื้อน้ำนมดิบจากเกษตรกรในปริมาณที่มากก็จะได้โควตาในการซื้อนมผง แต่สัญญาการค้าเสรีในครั้งนั้นกำลังจะสิ้นสุดลงใน พ.ศ. 2568 นี้แล้ว ต้องมาลุ้นกันว่านอกจากการปรับปรุงคุณภาพน้ำนมให้ดีขึ้น เกษตรกรและกลุ่มส่งเสริมสุขภาพโคนมต้องปรับตัวไปในทิศทางใดเพื่อตั้งรับสงครามการค้าปลอดภาษีที่กำลังใกล้เข้ามา
การตรวจคุณภาพน้ำนมดิบอย่างสุดท้ายที่จะเล่าถึงในฉบับนี้เป็นการตรวจที่สำคัญมาก คือ ‘การตรวจหายาปฏิชีวนะตกค้าง’ คนจะกินนมวัวแล้วยาปฏิชีวนะหรือยาฆ่าเชื้อนี่มันมาจากไหน อย่างที่หมอเล่าไปเมื่อสักครู่ว่าโรคเต้านมอักเสบเป็นตัวปัญหาประจำฟาร์มวัวนม
วิธีการรักษาคือ ‘ใช้ยาสอดเต้า’ ยาชนิดนี้แท้จริงแล้วคือยาปฏิชีวนะ เรียกกันแบบบ้าน ๆ ว่า ‘ยาฆ่าเชื้อ’ เดินยาผ่านรูนมเข้าไปเพื่อรักษาอาการอักเสบ หลังรักษาอาการจะมีระยะถอนยาเพื่อให้ร่างกายขจัดยาหมดไปเสียก่อนที่จะรีดนม
อ้าว! แล้วดื่มนมผสมยาฆ่าเชื้อไม่ดีตรงไหน ทู อิน วันก็สะดวกดี – ต้องบอกว่าไม่ดีแน่ ๆ เพราะการที่ได้รับตัวยาเข้าไปสะสมในร่างกาย สำหรับคนที่แพ้ตัวยานั้น ๆ คงไม่ต้องบอกผลลัพธ์นะว่าจะเกิดอะไรขึ้น และอีกสิ่งที่สำคัญไม่แพ้กันคือปัญหาเชื้อดื้อยาในอนาคต
ในเรื่องการตรวจคุณภาพน้ำนมดิบก่อนส่งโรงนมนั้นไม่ได้ตรวจกันเฉย ๆ แต่ทางสหกรณ์โคนมจะมีการหักเงินเกษตรกร แต่ถ้าน้ำนมได้คุณภาพดีก็จะบวกเงินเพิ่มให้ อาชีพเลี้ยงวัวนมจึงไม่ใช่ง่าย ๆ แบบในละครเลย ถ้าใครอยากทราบราคาน้ำนมดิบ เข้าไปติดตามได้ที่ Facebook : ชมรมนมคุณภาพ
หลังจากเรียนวิชาจนแก่กล้าแล้ว ช่วงปิดเทอมฤดูร้อน อาจารย์จึงส่งหมอและเพื่อนไปหาประสบการณ์ตามหน่วยงานต่าง ๆ โดยหมอนั้นถูกส่งไปยังโรงงานผลิตนม องค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย จังหวัดขอนแก่น ไม่เพียงฝึกทบทวนเทคนิคทางห้องปฏิบัติการ ยังได้เรียนรู้มาตรฐานโรงงานอย่าง ISO, GMP หรือ HACCP
ในแต่ละวันต้องหมุนเวียนไปฝึกแต่ละแผนก แผนกที่หมอชอบมากที่สุดคือแผนกตักชิมคัดเบอร์ลัง เป็นการสุ่มตรวจคุณภาพด้านรสชาติของนมพร้อมดื่มรสชาติต่าง ๆ ในแต่ละล็อต เช่น นมพร้อมดื่มล็อตนี้ส่วนผสมตามสูตรเป๊ะ ๆ แต่ทำไมหวานกว่าชาวบ้านเขา ก็ต้องตามไปดูว่าน้ำตาลทรายที่ใช้มีปัญหาอะไร อย่างไร หรือถ้ามีรสเปรี้ยวบูด ก็ต้องตามไปดูว่านมพร้อมดื่มล็อตนั้นเก็บรักษาอย่างไร แล้วคัดออกทั้งล็อต
เรื่องที่เล่ามานี้เป็นเป็นเรื่องราวแค่เบาะ ๆ ของงานส่งเสริมคุณภาพน้ำนมดิบเพื่อความปลอดภัยและสุขภาพของผู้บริโภค เรื่องราวการเลี้ยงวัวนมยังมีรายละเอียดยิบย่อยอีกมาก วันหลังจะมาเล่าเรื่องราวชีวิตในฟาร์มให้ฟัง เอ๊ย! ให้อ่านกันค่ะ
