19 กรกฎาคม 2025
1 K

หมอเป็นคนหนึ่งที่ไม่ค่อยเชื่อเรื่องผีเท่าไรนัก แต่ไม่เคยลบหลู่ มีบางสถานการณ์ที่นึกระแวงขึ้นมา ก็จะเตือนตัวเองว่า ‘จิตปรุงแต่ง ๆ’ ตามที่เพื่อนนักปฏิบัติธรรมแนะนำมา จนกระทั่งวันที่ได้พบ อาจารย์สุนทรียา ความคิดของหมอจึงเปลี่ยนไป

“คุณหมอ มีลูกค้าแนะนำไปหา เป็นอาจารย์สอนภาษาอังกฤษที่โรงเรียนเก่าเราเอง” เพื่อนคนหนึ่งโทรศัพท์มาแนะนำลูกค้าใหม่

“ได้ ๆ เดี๋ยวดูแลให้” หมอตอบกลับไป

หลังวางหูโทรศัพท์ไปไม่ถึง 5 นาที รถญี่ปุ่นสีขาวกลางเก่ากลางใหม่ก็แล่นเข้ามาจอดเทียบที่หน้าคลินิก หญิงวัยกลางคนสวมแว่นกันแดดอันโต ผูกผ้าพันคอลาย Polka Dot กอดเจ้าชิห์สุหน้าหวานเอาไว้ในอ้อมแขน ท่วงท่าเก๋ไก๋ตามสไตล์คุณครูหมวดวิชาภาษาต่างประเทศ นั่นเป็นครั้งแรกที่หมอได้พบอาจารย์สุนทรียา และ ‘ต้นหอม’ 

“คุณหมอช่วยจัดการเห็บ-หมัด ให้ต้นหอมหน่อยค่ะ” ผู้มาใหม่ใช้เสียงสองกับลูกสาวสี่ขาด้วยความเอ็นดู แต่ในเสียงเล็กเสียงน้อยนั้นยังแฝงไว้ด้วยความเนี้ยบความเจ้าระเบียบที่หมอจับสังเกตได้

เมื่อลองแหวกขนของต้นหอมออกดู พบว่าผิวหนังชุ่มชื้นสุขภาพดีทีเดียว ไม่มีร่องรอยผิวหนังอักเสบจากคมเขี้ยวเห็บ-หมัดเลย และที่สำคัญ ไม่พบเจ้าแมลงดูดเลือดที่ว่าแม้แต่ตัวเดียว

ในบรรดาจักรวาลยารักษาเห็บ-หมัด ไล่ไปตั้งแต่ยาผสมน้ำอาบน้ำ ยาฉีด ยาหยดหลัง และยากิน เหลือแต่ยาแบบดมนี่ละที่ยังไม่มี 

ความที่ตรวจตราดูแล้วไม่พบร่องรอยผู้ต้องสงสัยเลย แถมต้นหอมยังทำหน้าเหมือนว่า ‘หนูถูกปรักปรำ’ อีกด้วย แต่เพื่อให้เจ้าของสัตว์สบายใจ หมอจึงแนะนำยาในระดับพื้นฐานให้ก่อน คือ ‘ยาฉีด’ 

แม้ว่ายาฉีดสัตว์จะต้องเจ็บตัวนิดหน่อย แต่ราคาก็ย่อมเยา เหมาะกับสถานการณ์ที่ไม่ต้องกำจัดแบบเร่งด่วนอย่างสัตว์บางตัวที่มีเห็บแพรวพราวไปทั้งตัว แต่อย่าเห็นว่ายาชนิดฉีดเป็นยาโบราณแล้วจะมาดูถูกสรรพคุณของมันไม่ได้เชียว

ย้อนอดีตไปไม่ต้องถึง 100 ปีก็ได้ เอาเป็นว่าไกลนิดหน่อยแล้วกัน เจ้ายาฉีดกำจัดเห็บ-หมัดที่ใช้ในสุนัข (น้องแมวใช้ไม่ได้) แต่เดิมใช้กันในกลุ่มสัตว์ใหญ่และสัตว์เศรษฐกิจอย่างโค กระบือ และสุกร ในยุคสมัยที่ยาสำหรับสัตว์เล็กยังมีไม่มาก ยาฉีดกำจัดเห็บ-หมัด จึงนำมาทดลองใช้และปรับขนาดยาให้เหมาะสมจนใช้งานได้ดี

สรรพคุณของตัวยานั้นครอบคลุมทั้งปรสิตภายนอก-ภายใน และปรสิตภายนอก เช่น เห็บ หมัด เหา ไรต่าง ๆ รวมถึงไรขี้เรื้อนด้วย และปรสิตภายในจะมีผลกับพวกพยาธิตัวกลม โดยเฉพาะตัวอ่อนพยาธิหนอนหัวใจที่อยู่ในกระแสเลือด ป้องกันไม่ให้พวกพยาธิตัวอ่อนไปโตในหัวใจ ในสุนัขที่สภาพร่างกายไม่พร้อมใช้ยาฆ่าพยาธิตัวแก่ในหัวใจ ใช้วิธีกำจัดพยาธิตัวอ่อนในกระแสเลือดไปเรื่อย ๆ ได้สัก 3 ปี พวกตัวแก่ในนั้นก็จะสิ้นอายุขัยไปเอง ทั้งยังไม่มีทายาทอสูรไปโตในหัวใจอีกด้วย

สรรพคุณยาวเฟื้อยขนาดนี้ แต่กระนั้นอาจารย์สุนทรียาก็ยังรู้สึกว่ายาที่ฉีดไปได้ผลไม่เป็นที่น่าพอใจนัก จึงนัดวันมาพบหมออีกครั้งในอีก 2 สัปดาห์ต่อมา

ถึงวันนัดหมอตรวจดูอย่างไรก็ไม่เจอเห็บอย่างที่คุณครูสอนภาษาอังกฤษต้องการกำจัดเลย เห็นน้องต้นหอมยังหน้าตาเริงร่า ไร้อาการคัน จึงไม่อยากใช้ยาที่มีสรรพคุณรุนแรงขึ้น

ระหว่างที่พูดคุยซักประวัติกันอีกรอบ แม่ของต้นหอมสารภาพว่าได้ซื้อยาผสมน้ำอาบมาอาบให้ต้นหอมด้วยเพื่อปราบเห็บให้ราบคาบ หมอพยักหน้าหงึกหงักรับทราบ 

เจ้ายาผสมน้ำอาบถือว่าเป็นยาโบราณอีกชนิดหนึ่ง สมัยก่อนใช้ผสมน้ำฉีดพ่นกำจัดเห็บ-หมัด ในการปศุสัตว์ ทางสัตว์เล็กก็ได้นำมาประยุกต์ใช้อีกเช่นเคย พบว่าใช้รักษาขี้เรื้อนเปียกได้ผลดีทีเดียว ใช้กันมายาวนาน จนกระทั่งราว 10 ปีที่แล้ว ทางสัตวแพทยสภาจึงระบุให้ยาผสมน้ำอาบนั้นมีความรุนแรงเกินไปในสัตว์เล็ก คือทำให้มีอาการซึม น้ำลายยืด และอาเจียน หลาย ๆ สถานพยาบาลสัตว์จึงต้องเตรียมยาต้านพิษเผื่อไว้ด้วย ผ่านไปสักระยะจึงมีบริษัทที่ผลิตยาผสมน้ำอาบที่ตัวยามีความปลอดภัยต่อสัตว์เล็กออกมาจำหน่าย

กลับมาที่เรื่องของเรากันต่อ

เห็นคุณแม่ของต้นหอมบอกว่า “ไม่ดีขึ้น ๆ” ทั้ง ๆ ที่บนตัวเจ้าสุนัขน้อยก็ไม่มีเห็บ-หมัดแม้สักตัว แล้วปัญหามันหามันอยู่ที่ไหนกันแน่นะ

“เนี่ย ก็เห็บมันไต่ขึ้นมากัดบนตัวอาจารย์จนคันยิบ ๆ ไปหมดแล้ว” อาจารย์ยื่นแขนที่ลายไปด้วยรอยเกามาให้หมอดู

เอ แต่หมอก็ทั้งยืนยัน นั่งยัน และนอนยันว่า ต้นหอมไม่มีเห็บ-หมัด เลยจริง ๆ

“หมอว่าอาจารย์อาจจะแพ้แชมพูอาบน้ำหมาก็ได้นะคะ” หมอตั้งข้อสังเกต พร้อมกับหยิบแชมพูสูตรผสมจมูกข้าวสาลี ปลอดสารพาราเบน ลดอาการแพ้คันทั้งเจ้าของและสัตว์เลี้ยงส่งให้อาจารย์

เห็นอาจารย์สุนทรียาทำท่าทีลังเล ไม่แน่ใจ ยังยึดมั่นกับความคิดว่าตนโดนเห็บจากสุนัขแสนรักกัด หมอจึงจัดการไถขนให้เจ้าชิห์สุน้อยเป็นทรงสกินเฮด เพื่อให้ง่ายต่อการดูแลรักษาและเห็นตัวเห็บ เจ้าเปี๊ยกดูจะเซ็งสุดจิต แต่ก็ขัดขืนไม่ได้ จำต้องยอมรับสภาพ เลยยืนนิ่งให้หยดยากำจัดเห็บลงบนต้นคอแต่โดยดี

ยาหยดหลังกำจัดเห็บ-หมัด มีสรรพคุณแตกต่างกันไปในแต่ละยี่ห้อ บางยี่ห้อเป็นอนุพันธ์ที่พัฒนามาจากยาฉีด สุนัขบางสายพันธุ์อย่างคอลลี่ที่ใช้ยาฉีดไม่ได้ แต่ใช้ยาหยดหลังชนิดนี้ได้ บางยี่ห้ออาศัยกลไกที่ทำให้พวกเห็บ-หมัด ร้อนตีน แล้วออกจากตัวสัตว์เลี้ยงไป บางชนิดกำจัดได้แต่หมัด ส่วนเห็บและพยาธินั้นกำจัดไม่ได้ก็มี

สำหรับครั้งนี้หมอเลือกใช้ยาหยดหลังชนิดที่ต้องอาศัยไขมันที่เคลือบผิวหนังพาตัวยาไปทั่วร่างกาย เมื่อเห็บ-หมัด สัมผัสโดนตัวยาก็จะแห้งตายไป กำจัดเห็บ-หมัดได้ 95 เปอร์เซ็นต์ ภายใน 24 ชั่วโมง แต่มีข้อแม้ว่าต้องงดอาบน้ำก่อน-หลังหยดยา 2 วัน 

มาถึงบรรทัดนี้ ผู้อ่านหลายท่านอาจจะเริ่มรู้สึกหงุดหงิดว่า เพราะเหตุใดหมอถึงไม่ใช้ยากำจัดเห็บ-หมัด ชนิดกินที่ทันสมัยกว่า ออกฤทธิ์เฉียบขาดรุนแรงภายใน 4 ชั่วโมงให้จบ ๆ ไปตั้งแต่ครั้งแรก หมอเลี้ยงไข้หรือเปล่า

ใจเย็น ๆ ฟังหมอก่อน…

ยากำจัดเห็บ-หมัด ชนิดกินปัจจุบันมีแบบที่ปลอดภัยขึ้นทะเบียนองค์การอาหารและยาอยู่หลายยี่ห้อ แม้จะออกฤทธิ์รวดเร็วทันใจเจ้าของสัตว์ภายใน 4 ชั่วโมง แต่ก็มีผลข้างเคียงที่รุนแรงไม่แพ้กัน สัตว์เลี้ยงที่มีปัญหาโปรตีนในร่างกายต่ำ เช่น เป็นโรคตับ โรคไต มีพยาธิในเม็ดเลือด ไปจนถึงอาจจะมีตัวอ่อนพยาธิหนอนหัวใจในกระแสเลือดเป็นจำนวนมาก การกำจัดด้วยยาเต็มโดสในคราวเดียวก็เหมือนทิ้งบอมบ์ลงไปกลางฝูงชน เศษซากตัวอ่อนพยาธิที่ตายอาจจะไปอุดตันหลอดเลือดได้ 

ความผิดปกติที่แฝงเร้นนี้บ่อยครั้งที่สัตว์ยังไม่ได้แสดงอาการผิดปกติออกมา มันเพียงรอจังหวะเหมาะ ๆ กับปัจจัยภายนอกที่พอดีกันมาซ้ำเติมร่างกาย ดังนั้น จึงควรมีการตรวจเลือดเพื่อเช็กสุขภาพก่อนได้รับยา หรือใช้ยาภายใต้คำแนะนำของสัตวแพทย์จะดีที่สุด

ภายหลังการดูแลแบบจัดเต็ม อาจารย์สุนทรียาและต้นหอมไม่ได้กลับมาใช้บริการที่คลินิกอีก บางทีอาจารย์อาจจะหายคันแล้ว หรือบางทีอาจารย์อาจจะปันใจไปใช้บริการสถานพยาบาลสัตว์แห่งอื่นแล้ว ล้วนเป็นเหตุผลที่เป็นไปได้

3 ปีต่อมา…

มีอาจารย์ผู้หญิงท่านหนึ่งสอนอยู่โรงเรียนเดียวกันกับอาจารย์สุนทรียาติดต่อให้หมอไปฉีดวัคซีนสุนัขและแมวในโรงเรียน อาจารย์จะอำนวยความสะดวกด้วยการมารับหมอที่คลินิก

ถึงกำหนดวันนัดอาจารย์มารับหมอตอนบ่าย 2 โมงตรงเวลา ระหว่างทางไปโรงเรียนเราคุยกันถึงเรื่องการดูแลสัตว์เลี้ยง และเรื่องขำขันของพฤติกรรมสัตว์เลี้ยงตนอย่างออกรส จนกระทั่งรถผ่านประตูโรงเรียนเข้าไป หมอเหลือบไปเห็นอาจารย์สุนทรียาสวมแว่นกันแดดอันโตสะดุดตาเก๋ไก๋เหมือนเคย ยืนอยู่ข้างศาลตายายหน้าโรงเรียน หมอจึงรีบกดกระจกรถลงกระพุ่มมือไหว้ แต่อาจารย์สุนทรียาเพียงมองตอบมาด้วยสีหน้าเรียบเฉยเท่านั้น

“หมอไหว้ใครคะ ตายายเหรอ น่ารักจริงมีทักทายเจ้าถิ่นด้วย” คู่สนทนาของหมอยิ้มขำ

“อ๋อ เปล่าค่ะ ไหว้อาจารย์สุนทรียาที่ยืนอยู่ตรงศาลตายาย” 

อาจารย์หญิงท่านนั้นเงียบไปราว 5 วินาที หันมามองหมอด้วยสีหน้าตื่น ๆ ก่อนจะพูดเสียงสั่นเบา ๆ ว่า

“คุณหมอ คุณหมอจะเห็นอาจารย์สุนทรียาไม่ได้นะคะ ท่านเป็นโรคภูมิแพ้ตัวเอง เสียไปได้ปีกว่าแล้ว”

ความเงียบเข้าปกคลุมภายในห้องโดยสาร

พวกคุณเชื่อเรื่องผีกันหรือเปล่า…

Writer

นัทธ์หทัย วนาเฉลิม

จบการศึกษาจากคณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ปัจจุบันเลี้ยงชีพด้วยการเป็นนักเขียนอิสระ นิยมศิลปะและวัฒนธรรมพื้นถิ่น