การให้เวลาคือการให้ความรัก ถ้าเราเชื่อเช่นนั้น ทุกวินาทีของเวลาที่ผ่านไป เราจะใช้เวลาอย่างมีคุณค่าให้มากที่สุด We Live in Time เวลานั้นฉันและเธอ คือหนังรักที่ฉายภาพทุกขณะของความรักได้อย่างละเอียดอ่อน งดงาม เปี่ยมพลัง แตกสลาย และโอบกอดทุกโมงยามของความรักได้อย่างละเมียดละไม
บทความชิ้นนี้ชวนสังเกตความงดงามของความรักและเวลา โดยไม่เปิดเผยเนื้อหาสำคัญของเรื่อง
We Live in Time เวลานั้นฉันและเธอ
Type : ภาพยนตร์
Genre : โรแมนติก ดราม่า
Director : จอห์น โครว์ลีย์ (John Crowley)
Writer : นิค เพย์น (Nick Payne)
Producer : อดัม แอคลันด์ (Adam Ackland), ลีอาห์ คลาร์ก (Leah Clarke), กาย ฮีลีย์ (Guy Heeley)
Actors : ฟลอเรนซ์ พิวจ์ (Florence Pugh), แอนดรูว์ การ์ฟิลด์ (Andrew Garfield)
ความยาว : 108 นาที

เวลาและภาษารักคือพลังสำคัญในการขับเคลื่อนเรื่องราว จอห์น โครว์ลีย์ (John Crowley) ผู้กำกับชาวไอริสที่สร้างสรรค์ภาพยนตร์รักที่หลายคนประทับใจอย่าง Brooklyn (ปี 2015) หนึ่งในภาพยนตร์ที่อยู่ในความทรงจำและได้เข้าชิงรางวัลออสการ์ครั้งที่ 88 หลายรางวัล โดยเฉพาะรางวัลใหญ่อย่างภาพยนตร์ยอดเยี่ยม และ นิค เพย์น (Nick Payne) ผู้เขียนบทชาวอังกฤษที่มีผลงานเขียนบทละครและบทภาพยนตร์มากมาย
We Live in Time คือหนังรักจากสตูดิโอ A24 สัญชาติอเมริกันที่ก่อนหน้านี้สร้างกระแสในไทยด้วยหนังรักสไตล์มินิมอลอย่าง PAST LIVES (ปี 2023) ที่เล่าเรื่องความรักในวันวานอันเรียบง่าย น้อยแต่มาก ทว่าทัชใจคนดู กลับมาครั้งนี้ A24 นำเสนอหนังรักที่เล่นกับความหมายของเวลา ซึ่งทำได้อย่างน่ามหัศจรรย์ ลื่นไหล อธิบายความรักผ่านเรื่องของเวลาอย่างน่าสนใจ พาผู้ชมไปเฝ้าสังเกตความรักที่เกิดขึ้นในหลากมิติของเวลา แบ่งเวลาออกเป็นห้วงขณะ เรียงสลับไปมา ไม่มีจุดเริ่มต้น ไม่มีที่สิ้นสุด ทุกเหตุการณ์ที่ร้อยเรียงกลับเชื่อมประสานกันได้อย่างลงตัว และผู้ชมคือนักสังเกตการณ์เรื่องราว เกิดรสชาติของหนังรักลึกซึ้ง แปลกใหม่ ต่างจากเรื่องอื่นด้วยวิธีการนำเสนอ

ช่วงชีวิตหนึ่งของมนุษย์ เราจะมีเวลาสักเท่าไหร่ สำหรับบางคนเวลาเดินช้า ไม่ต้องเร่งรีบ และสำหรับบางคนอาจจะมองว่าเวลาเหลือไม่มาก ต้องทำทุกนาทีอย่างเต็มที่ นี่คือเรื่องราวของคน 2 คนที่พบกันโดยบังเอิญ เมื่อจังหวะของเวลาหมุนทั้งคู่ให้มาพบกันด้วยอุบัติเหตุที่ไม่คาดฝัน
อัลมุต (รับบทโดย ฟลอเรนซ์ พิวจ์) เชฟสาวเจ้าของร้านอาหารผู้มุ่งมั่นในการทำอาหารเป็นชีวิตจิตใจ เธอบังเอิญขับรถชน โทบิอัส (รับบทโดย แอนดรูว์ การ์ฟิลด์) ชายหนุ่มพนักงานบริษัทผลิตภัณฑ์อาหารเช้า (Weetabix) ของอังกฤษ
เริ่มต้นจากการพูดคุยในยามค่ำคืนที่โรงพยาบาล ทั้งสองสานสัมพันธ์ เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของกันและกันในชีวิต แม้จะมีความต่าง พวกเขาก็พยายามปรับเข้าหากัน อัลมุต หญิงสาวที่เข้มแข็ง ตรงไปตรงมา ตั้งใจทำสิ่งใดแล้วก็อยากทำอย่างเต็มที่ ไม่ชอบให้ใครเห็นความอ่อนแอ แต่ที่จริงเธอเป็นคนอ่อนโยนภายใน โทบิอัส ชาวหนุ่มผู้อบอุ่น อ่อนไหว โรแมนติก เขามีความฝันอยากสร้างครอบครัว อยากมีลูก และเชื่อมั่นในความรักเสมอ


การดูหนังเรื่องนี้คือการเฝ้าสังเกตความงดงามของความรัก หลากอารมณ์ หลายช่วงเวลา และทำความเข้าใจภาษารักที่ซ่อนอยู่ในภาษาภาพยนตร์ ถักทอสายใยของความรัก เก็บทุกช่วงเวลาได้อย่างงดงาม
เวลาตกหลุมรัก การโอบกอด สัมผัส
ยังจำได้ไหม ถึงเวลาที่ตกหลุมรัก โลกทั้งใบที่เคยหม่นหมอง กลายเป็นมีชีวิตชีวา โทบิอัส ชายหนุ่มผู้ศรัทธาในความรัก พยายามประคับประคองความสัมพันธ์ทางไกล แต่ก็ต้องหย่าร้างกับภรรยา ความรักครั้งใหม่ก็พุ่งเข้าชนอย่างไม่คาดฝัน อัลมุต หญิงสาวที่ร่าเริง เข้มแข็ง สดใส ตรงไปตรงมา จริงใจ เธอเต็มเปี่ยมไปด้วยพลังงานในการใช้ชีวิต พวกเขาสานสัมพันธ์กันหลังจากโทบิอัสเซ็นใบหย่าแล้ว

เวลาที่เรารักใครสักคน เวลาแห่งความสุขเดินไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว ทุกขณะของเวลาราวกับภาพฝัน มีสีสัน มีไออุ่น มีความอ่อนโยนของความรักโอบล้อม หนังฉายภาพรายละเอียดของความรักผ่านการสัมผัสอย่างลึกซึ้ง การโอบกอด การแสดงความรักผ่านทางสัมผัสของร่างกาย
เมื่อคน 2 คนรักกันอย่างเปี่ยมล้น การมีลูกคืออีกหนึ่งก้าวเดินของการใช้ชีวิตร่วมกัน ในเรื่องถ่ายทอดให้เห็นการกำเนิดของชีวิต การคลอดลูกแบบธรรมชาติ การโอบกอดที่ถ่ายทอดความอบอุ่นของแม่กับลูก พ่อกับลูก ความรักของครอบครัว มีการถ่ายภาพในระยะใกล้ มุมกล้อง สีสัน และแสงเงา บ่งบอกอารมณ์ความรู้สึก ทำให้เห็นสัมผัสที่ใกล้ชิด อบอุ่น และสื่อสารความสัมพันธ์ของตัวละครได้อย่างไม่จำเป็นต้องมีคำพูดบอกรัก


เวลาของครอบครัว การใช้เวลาร่วมกัน
การใช้เวลากับครอบครัวคืออีกหนึ่งมิติที่ภาพยนตร์เรื่อง We Live in Time เลือกนำเสนอ ภาพของครอบครัวชาวอังกฤษนั่งรับประทานอาหารร่วมกัน การพูดคุย เสียงดนตรี และการแบ่งปันสิ่งที่พวกเขาสนใจร่วมกัน นี่คือภาษารักที่บอกผ่านการแสดงออก การกระทำ และการให้เวลากันและกัน พร้อมกับมีฉากหลังที่งดงามของลอนดอนและเมืองชนบทท่ามกลางธรรมชาติ ช่วยขับเน้นมิติของความอบอุ่นที่เกิดขึ้นท่ามกลางความธรรมดาและเรียบง่าย
อัลมุต เธอเติบโตมาในครอบครัวใหญ่ คุณพ่อ คุณแม่ พี่ชาย เธอมีพ่อที่พร้อมสนับสนุนทุกความฝันที่เธออยากทำ พ่อคือผู้จุดประกายให้เธอเป็นนักกีฬาสเกตน้ำแข็ง กีฬาที่เปรียบได้กับงานศิลปะ มีความงดงาม มีวินัยในการฝึกซ้อม ให้เวลา ทุ่มเท สม่ำเสมอ อัลมุตได้รับความอ่อนโยนมาจากแม่ ขณะที่ความเข้มแข็ง ความเป็นนักสู้ มีวินัย ได้มาจากพ่อ

ขณะที่โทบิอัส ในเรื่องอาจจะได้เห็นภูมิหลังของเขาไม่มากนัก สิ่งที่พอจะตีความได้คือเขามีคุณพ่อที่อ่อนโยน อบอุ่น คุณพ่อที่คอยดูแลเขาตั้งแต่เล็กจนโต คุณพ่อช่วยผูกเนกไท ตัดผม เป็นคุณพ่อที่พร้อมจะอยู่ข้างเขาในวันที่เขาเจ็บปวด ผิดหวัง และสูญเสีย ในวันที่เขาตัดสินใจคบกับอัลมุต คุณพ่อช่วยตัดผมให้เขา ก่อนที่เขาจะมาพบเธอ เขามักจะพูดถึงคุณพ่อด้วยความภาคภูมิใจเสมอ
โทบิอัสมีความฝันว่าจะสร้างครอบครัว มีลูก แต่อัลมุตไม่เคยคิดเรื่องมีลูก จนได้พบโทบิอัส แม้เธอจะไม่สบาย ป่วยด้วยโรคมะเร็งรังไข่ แต่อัลมุตก็พยายามที่จะมีลูกกับโทบิอัส เป็นความพยายามหลายครั้ง ที่มีทั้งความเจ็บปวด เสียน้ำตา แต่เธอก็ไม่ยอมแพ้
เวลาที่ให้กับครอบครัวจึงเป็นเวลาที่มีความหมายสำหรับทั้งคู่ การเลี้ยงลูกคืองานอันยิ่งใหญ่ ได้เฝ้าดูเด็กน้อยคนหนึ่งเติบโต และเรียนรู้ชีวิตไปด้วยกันระหว่างทาง

เวลาของความฝัน การลงมือทำอย่างไม่ยอมแพ้
ชีวิตของอัลมุตในทุกวันคือการทำอาหาร ความหลงใหลในการทำอาหารของเธอมีอย่างเปี่ยมล้น ทุกวันเธอจะเข้าครัวเพื่อทำอาหารเมนูใหม่ โทบิอัสจะเป็นคนแรกที่ได้ลองชิมฝีมืออาหาร อัลมุตเป็นเชฟอาหารสไตล์บาวาเรียน (Bavarian-fusion Chef) อาหารสไตล์นี้มีที่มาจากแคว้นบาวาเรียน ประเทศเยอรมนี วัตถุดิบที่ใช้ทำอาหารเป็นเนื้อสัตว์ แป้ง ข้าวสาลี ข้าวบาร์เลย์ กะหล่ำปลี เป็นต้น ภาพความมุ่งมั่น ความสุขในการทำอาหาร นำเสนอใน We Live in Time ได้อย่างสวยงาม
อาหารเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในชีวิต ไม่ใช่เพียงแค่อร่อยอย่างเดียว แต่การทำงานของอัลมุตเปรียบได้กับการทำงานศิลปะ ทุกองค์ประกอบในการทำอาหารตั้งแต่การเตรียมวัตถุดิบ ปรุงอาหาร ไปจนถึงการจัดจาน ทุกอย่างได้รับการออกแบบและจัดทำอย่างประณีต
สิ่งที่น่าสนใจในการทำอาหารของเธอคือการตอกไข่ เธอนำเสนอวิธีการตอกไข่เพื่อให้ได้ไข่ที่สวยงามสมบูรณ์แบบที่สุด ไข่เป็นอาหารเรียบง่าย เป็นส่วนผสมที่มีอยู่ในเกือบทุกเมนูอาหาร การตอกไข่ต้องทำอย่างประนีประนอม ไม่เบาเกินไป ไม่หนักเกินไป ตอกไข่บนพื้นเรียบ มือต้องนิ่งและมั่นคง

การตอกไข่ที่สมบูรณ์แบบไม่ได้อยู่ที่การทำเพียงครั้งเดียว แต่คือการได้ลองทำหลายครั้ง สิ่งนี้อาจจะบอกความหมายเป็นนัยถึงชีวิตของเธอเองว่า ทุกอย่างคือการลองทำ ฝึกฝน เรียนรู้ บางครั้งในการใช้ชีวิตเราต้องเจอเรื่องที่หนักหน่วง แต่ในบางครั้งชีวิตก็ปลอบโยนเราในยามเหนื่อยล้า การใช้ชีวิตให้พอเหมาะพอดีก็คงคล้ายกับการบรรจงตอกไข่ที่ต้องเบามือ ประนีประนอมกับปัญหาที่เกิดขึ้นตรงหน้า
เวลาของการโอบกอดความเจ็บปวด แตกสลาย และการเริ่มต้นใหม่
ความรักคือความสวยงามที่เจ็บปวด มิติของความหม่นเศร้า ความอ่อนแอ และความเปราะบางของตัวละครปรากฏให้เห็น โดยเฉพาะโทบิอัส หนุ่มนัยน์ตาโศก ผู้เปี่ยมไปด้วยอารมณ์ความรู้สึกอันอ่อนโยน เขาคือบุคคลสำคัญที่คอยสนับสนุนอัลมุตในการทำตามความฝัน
ความฝันของโทบิอัสคือการมีลูก เมื่อวันที่รู้ว่าจะได้เป็นพ่อ โทบิอัสให้เวลาทั้งหมดที่มีกับอัลมุต เขาคอยดูแลเธออย่างใกล้ชิด ขณะที่อัลมุต การเป็นแม่ทำให้ต้องทุ่มเทให้กับความฝัน เธอเลือกที่จะเข้าร่วมแข่งขัน Bocuse d’Or หรืออาจจะเรียกได้ว่าเป็นการแข่งขันโอลิมปิกด้านอาหารของเชฟทั่วโลก เธอต้องใช้เวลาในการฝึกซ้อมทำอาหารอย่างหนัก ทำให้เธอหลงลืมการดูแลลูกไปในบางช่วงเวลา

แม้ว่าจะเป็นการทำเพื่อตัวเอง แต่เธออยากทำให้ลูกได้เห็นว่าแม่นั้นไม่เคยยอมแพ้ ความเจ็บปวดจากโรคมะเร็งรังไข่มีผลกระทบต่อการงานทำอาหารที่เธอรัก แต่สิ่งนั้นไม่สำคัญเท่ากับความมุ่งมั่นในการทำอาหาร
ความพยายามในการมีชีวิตอยู่ การต่อสู้กับโรคร้ายซึ่งเธอไม่ได้ต่อสู้เพียงคนเดียว แต่ทั้งครอบครัวพร้อมที่จะต่อสู้ไปพร้อมกัน ในตอนหนึ่งที่น่าสนใจคืออัลมุตต้องเลือกระหว่างจะเข้ากระบวนการรักษาที่เจ็บปวดทรมาน หรือใช้ชีวิตให้คุ้มค่ามีความสุขในช่วงระยะเวลาหนึ่ง นี่เป็นหนึ่งในคำถามที่วนเวียนอยู่ในความคิดขณะดู We Live in Time ว่าเราจะเผชิญหน้ากับความทรมานในการรักษาโรค หรือเราจะเลือกมีความสุขเพียงชั่วระยะเวลาไม่ยาวนานนัก แต่ได้ใช้ชีวิตอย่างคุ้มค่า


เวลานั้นฉันและเธอ กับห้วงเวลาของปัจจุบันที่งดงามเสมอ
การดูหนังเรื่อง We Live in Time ในห้วงเวลาหนึ่งก็อาจจะทำให้เราเข้าใจสัจธรรมของชีวิต เราได้รัก ได้เติบโต ได้สูญเสีย และเริ่มต้นใหม่ เวลาในทุกวันหมุนเวียนไป จนกว่าเราจะจากโลกนี้ไป
อดีตอันงดงามที่ผ่านไปแล้ว อนาคตที่ยังเดินทางมาไม่ถึง ปัจจุบันคือห้วงเวลาสำคัญ ทุกการถ่ายทอดใน We Live in Time เวลานั้นฉันและเธอ ทำให้เรารู้สึกว่าทุกฉากคือปัจจุบันขณะอันงดงาม ไม่ได้มีการแบ่งแยกด้วยสีสันว่าฉากใดคือปัจจุบัน ฉากใดคืออดีต หรือฉากใดคืออนาคต ทุกฉากราวกับเป็นเหตุการณ์ปัจจุบัน ผู้ชมเฝ้าสังเกตเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น อิ่มเอม เจ็บปวด และดื่มด่ำไปกับเรื่องราว

ภาษาของภาพยนตร์ We Live in Time ที่น่าสนใจ คือการใช้ภาพที่มีสีสันอบอุ่นตลอดทั้งเรื่อง อาจจะเป็นความหมายที่สื่อสารให้เห็นว่าการอยู่กับปัจจุบันในทุกลมหายใจ ทำทุกห้วงเวลาตรงหน้าให้มีความหมายมากที่สุด ใส่ใจกับคนที่อยู่ตรงหน้าให้มากที่สุด โอบกอดคนที่รักให้มากที่สุด ทำตามความฝันอย่างมุ่งมั่นให้มากที่สุด เพราะการอยู่กับปัจจุบันคือห้วงเวลาที่เรียบง่าย มีความหมาย และงดงามเสมอ
รับชม We Live in Time เวลานั้นฉันและเธอ ได้แล้วในโรงภาพยนตร์
