3 มีนาคม 2026
512

นี่ไม่ใช่หนังที่จะเข้าชิงออสการ์ 2025 แน่ ๆ และก็ดีแล้วที่มันไม่พยายามจะเป็นแบบนั้น 

ใครคนหนึ่งคอมเมนต์ไว้ แล้วฉันก็เห็นด้วย

Goodbye June เข้าฉายในโรงภาพยนตร์จำนวนจำกัดที่อังกฤษและสหรัฐอเมริกา ในเดือนธันวาคม ปี 2025 จากนั้นก็สตรีมใน Netflix ในเดือนเดียวกัน หนังเป็นที่สนใจในหมู่นักวิจารณ์ เพราะนี่คืองานเปิดตัว Kate Winslet นักแสดงตัวแม่ตัวมัมในบทบาทใหม่ คือผู้กำกับภาพยนตร์ 

หนังเล่าเรื่องสมาชิกครอบครัวเชอเชียร์ที่แยกย้ายกันไปอยู่ต่างเมืองต่างประเทศต้องมารวมตัวกันที่บ้านพ่อแม่ก่อนคริสต์มาส 2 สัปดาห์ เพราะแม่ จูน เชอร์เชีย แสดงโดย Helen Mirren ล้มและนิ่งไปบนพื้นครัว คอนเนอร์ผู้เป็นลูกชายรีบนำแม่ส่งโรงพยาบาล หมอวินิจฉัยว่ามะเร็งกำเริบ เขาจึงรีบติดต่อพี่สาวทั้ง 3 คน 2 คนอยู่ในประเทศอังกฤษมาถึงก่อน คนโตอยู่เยอรมนีมาช้าที่สุด พี่น้องมองตาก็เข้าใจตรงกันว่าแม่ของพวกเขากำลังจะตาย พวกเขาต้องเผชิญความโศกเศร้าและรับมือกับวันที่ไม่มีใครอยากให้มาถึง ทั้งที่เข้าใจว่าคนเราเกิดมาแล้วต้องตาย

พล็อตแบบนี้จะเอาที่ไหนไปสู้ในสังเวียนออสการ์คะ

แต่เคทอ่านบทแล้วเธอตัดสินใจรับงานทันที ไม่ใช่แค่กำกับนะ เธอควบรวมหน้าที่โปรดิวเซอร์และแสดงเป็นจูเลีย ลูกสาวคนกลางด้วย 

ฉันคิดว่าแรงขับสำคัญสุดที่ทำให้เธอรับงานนี้คือลูกชายของเธอ Joe Anders เป็นคนเขียนบท เขาได้แรงบันดาลใจจากยาย แหม ฟังดูเป็นอุตสาหกรรมในครัวเรือนใช่ไหม แต่ถ้าฉันเป็นเคทฉันก็รับนะ เพราะฉันคร่ำหวอดในวงการ ฉันหาทุนได้ ฉันมีเครือข่ายเพื่อนนักแสดงเก่ง ๆ ที่พร้อมทำให้บทมีชีวิตด้วย ทีมงานโปรดักชันเหรอ แค่บอกว่าเธอจะกำกับเท่านั้นแหละ

ฉันอ่านพบว่าเรื่องที่เคทได้รับคำชม คือเธอกล้าเลือกใช้ทีมงานหน้าใหม่ ทั้งคนออกแบบงานสร้าง ออกแบบเครื่องแต่งกาย และทำดนตรีประกอบ เธอบอกว่าอยากให้โอกาสคนที่มีศักยภาพ นอกจากนั้นยังทดลองทำงานด้วยวิธีที่ไม่อยู่ในกรอบ เช่น แทนที่จะอัดเสียงด้วยไมค์บูมตามวิถีเดิม เธอเลือกติดไมค์เล็กที่ตัวนักแสดง เพื่อให้ได้บรรยากาศสนิทสนมเป็นกันเอง

บทหนังที่ดูไม่มีอะไรโดดเด่น แต่มีผู้กำกับที่รักบทและมีวิสัยทัศน์ชัดเจนเป็นสำคัญ พอได้ทีมนักแสดงที่มีประสบการณ์ผ่านร้อนหนาว ครอบครัวเชอเชียร์ก็กลายเป็นภาพสะท้อนครอบครัวคนดูในช่วงเวลาที่มีทั้งความเศร้า ไกล่เกลี่ยกันเพื่อสมานใจ และอาจถามว่าเรายังรักกันบ้างหรือเปล่า 

หนังมีคุณค่าตรงที่ไม่ได้เล่าแค่เรื่องแม่จะตาย แต่เล่าเรื่องที่ใหญ่กว่าตาย คือความสัมพันธ์ในครอบครัว เป็นหนังที่ดูแล้วฮีลใจ ไม่หม่นหมอง บรรดาตัวละครต่าง ๆ ทั้งลูก ๆ และหลาน ๆ ก็ช่างป่วนได้สมจริง ทำให้เราเชื่อมโยงได้ โดยเฉพาะตัวพ่อ ซึ่งตลอดเรื่องพฤติกรรมของเขาทำให้ลูกอย่างฉันอยากจะเข้าไปบีบไหล่เขย่า ๆ แล้วร้องว่าพ่อออ! 

แต่ท้ายสุดฉันก็เข้าใจว่า ไอ้ที่เขาทำก็คือข้อสรุปว่าคนเราแสดงความรักแตกต่างกันไป และไอ้ที่เราครอบกันต่อ ๆ มาว่าเป็นลูกผู้ชายอย่าร้องไห้ให้ใครเห็น ก็ทำให้การแสดงออกของเขาบิดเบี้ยวไป

ขออนุญาตเล่าว่าครอบครัวของฉันก็มีบางเสี้ยวที่คล้ายกับครอบครัวเชอเชียร์

เมื่อ 4 ปีที่แล้วที่ฉันกับน้องชายอยู่ด้วยกันข้างเตียงแม่ที่โรงพยาบาลศรีประจันต์ เราเซ็นเอกสารแจ้งความประสงค์ให้หมอทำการรักษาตามอาการ แต่ไม่ให้เจาะคอหรือสอดท่อเพราะแม่สั่งไว้ ต่อด้วยภาพ 2 ปีต่อมาที่ฉันกับน้องกุมมือแม่บนเตียงที่บ้าน ตอนที่แม่หายใจครืดคราดเบา ๆ ฉันพยายามทำตลก และน้องพยักเพยิดให้ฉันเป็นคนพูดกับแม่ แล้วฉันพูดว่า ถ้าแม่อยากไปแม่ก็ไปเลยนะ ไม่ต้องห่วงเรา 2 คน จากนั้นฉันจูบหน้าผากแม่ พอฉันกลับมาทำงานที่กรุงเทพฯ ได้ 3 วัน เช้ามืดต่อมาฉันได้รับโทรศัพท์จากพยาบาลพี่เลี้ยงแม่ว่า แม่ฉันหลับไม่ตื่น

น้องฉันนิ่งมากในงานสวดศพแม่ แต่มาร้องไห้จนไหล่สั่นที่บ้านหลังจากลอยอังคารไปแล้ววันหนึ่ง

นี่อาจดูเหมือนฉันพาคุณออกนอกหนังไปไกล แต่ฉันว่าถ้าคุณกดเข้าไปดู Goodbye June ในช่วงเวลาที่ใครในครอบครัวคุณกำลังป่วยหนักหรือช่วงเวลาที่ใครคนนั้นเพิ่งจากไปไม่นาน หนังเรื่องนี้จะสัมผัสหัวใจคุณหรือไม่ก็สัมผัสสมองให้คิดหาความหมายที่แท้จริงของ Longevity อายุยืนยาวอย่างมีคุณภาพ

สำหรับฉัน แม้หนังเรื่องนี้จะไม่ได้ออสการ์หรือรางวัลจากสถาบันใด ฉันก็ได้จดจำประโยคที่จูนพูดแผ่วเบาแต่หมายความหนักแน่น ขณะที่ข้างนอกหน้าต่างมีหิมะโปรยปลิว

ฉันรักพวกเธอทุกคน และรักมากขึ้นเมื่อพวกเธอรักกัน 

แม้มันจะดูเป็นประโยคที่หวานเลี่ยน แต่ฉันอยากเป็นคนเขียนบทที่ได้เขียนประโยคนี้

Writer

ฤทัยวรรณ วงศ์สิรสวัสดิ์

จบอักษรศาสตร์ จุฬาฯ ก่อนกรุงรัตนโกสินทร์ฉลอง 200 ปี เคยทำงานเป็นก็อปปี้ไรเตอร์เอเจนซีโฆษณา เคยเขียนบทรายการโทรทัศน์ บทละคร บทภาพยนตร์ บทซีรีส์ และมีประสบการณ์ด้านโปรดักชันพอตัว ปัจจุบันทำทรงเป็นผู้สูงวัยที่มีเมตตาและอารมณ์ขัน ขณะภายในใจนั้น...