8 กุมภาพันธ์ 2025
2 K

​สาวเชียงใหม่คนนี้ชื่อ ‘รุ่งอรุณ’ (Rungarun) เธอทำแบรนด์เสื้อผ้าโดยใช้ชื่อตัวเองในภาษาอังกฤษมาเว้นวรรคใหม่เป็น ‘Run Ga Run’ (รัน กา รัน) เสื้อผ้าแฮนด์เมดแนวผสมผสานโดยใช้วัตถุดิบและช่างฝีมือท้องถิ่นจากธรรมชาติของแม่อายบ้านเกิดเป็นหลัก ผลงานของเธอให้ความรู้สึกเป็นงานศิลปะมากกว่าเครื่องนุ่งห่มร่างกาย สายตาและจินตนาการของเธอนั้นไม่ธรรมดาเลย 

เบื้องหลังความไม่ธรรมดาคือการฟันฝ่าอย่างหนักหน่วง เธอไม่เคยมี ‘บ้าน’ เป็นของตัวเอง ได้แต่เดินทางลากกระเป๋าเข้าพักตามอะพาร์ตเมนต์ คอนโดมิเนียม ไปจนถึงโรงแรมต่าง ๆ เพื่อพักอาศัยและทำงาน 

​ “ตลอดระยะเวลาเกือบ 10 ปี รุ่งไม่เคยมีโต๊ะเครื่องแป้งเป็นของตัวเอง ทุกอย่างอยู่ในกระเป๋าแล้วก็ลากไปลากมา” รุ่ง-รุ่งอรุณ ยารังฝั้น เอ่ยประโยคนี้ขึ้นในช่วงการพูดคุยขณะทีมงาน The Cloud เดินชมส่วนห้องนอนชั้นบนบ้านที่ประกอบไปด้วยห้องนั่งเล่น ห้องแต่งตัว และห้องน้ำ มันเป็นประโยคง่าย ๆ ทว่ากระทบใจนัก ​

ทดลองใช้ชีวิตเพื่อออกแบบบ้านที่ต้องการ

​เพราะบ้านเกิดอยู่ในตัวอำเภอเล็ก ๆ ห่างไกลเมืองเชียงใหม่ถึง 3 ชั่วโมง รุ่งย้ายเข้ามาเรียนในตัวเมืองตั้งแต่ยังวัยรุ่น ก่อนย้ายไปเรียนต่อและทำงานที่กรุงเทพฯ ตั้งแต่นั้นมาเธอก็พักอาศัยในอะพาร์ตเมนต์เป็นหลัก รุ่งจึงมีความสุขกับการมีบ้านหลังนี้มาก 

“รุ่งเคยอยู่เหมือนคนไม่มีบ้านเลย” แต่อาจเพราะความไม่มีบ้านที่ว่านี่แหละทำให้ค้นหาและเจอแนวทางที่ใช่กับบ้านที่เธอต้องการ และพบว่าเธอจะอยู่อย่างที่เธอต้องการได้อย่างไร

คุณรุ่งให้โจทย์สถาปนิกบริษัท HUES development อย่างละเอียดลออ ไม่เพียงแต่แบบบ้าน แต่เป็นวิถีการใช้ชีวิตของเธอ แม้กระทั่งเรื่องราวเล็ก ๆ น้อย ๆ ในการอยู่อาศัย รวมไปถึงการใช้ชีวิตของ ‘มะเกลือ’ สุนัขตัวน้อยที่เธอกระเตงกันไปไหนมาไหนตั้งแต่ยังไม่มีบ้าน ที่สุดแล้วบ้านที่สร้างออกมาก็ตรงใจตัวเองอย่างที่สุด 

​ “รุ่งไปออกบูทที่กรุงเทพฯ ก็ไปนอนโรงแรมและกลับไปนอนบ้านบ้าง กลับมาอยู่เชียงใหม่ก็อยู่อะพาร์ตเมนต์ ไปขายงานต่าง ๆ อยู่ตรงนั้นทีตรงนี้ที และมีช่วงที่รู้สึกว่าอยากอยู่กับที่เพราะเดินทางตลอด พอตั้งคำถามกับตัวเองว่าน่าจะมีบ้าน เราก็เก็บเงิน 

“แล้วพอช่วงโควิด เราดูในอินเทอร์เน็ต เขาบอกมีขายที่ดินแปลงหนึ่ง พอดีรุ่งอยู่แถว ๆ นี้เลยขับรถมาดู ปรากฏว่าที่ดินอยู่ใกล้กับแหล่งที่เราเคยอยู่ เราคุ้นเคย มันถูกชะตาไปหมดเลย เหมือนดูวันนี้ พรุ่งนี้คุย อีกวันหนึ่งซื้อเลย ตอนนั้นไม่มีเงินด้วยค่ะ ขอต่อรองเขาว่าขอแบ่งจ่ายเป็น 3 งวดได้มั้ย แล้วก็ค่อย ๆ ทำงาน ไปออกบูทหาเงินมาจ่ายค่าที่ เก็บเงิน แล้วสร้างบ้าน ที่ดินตรงนี้มีบ่อน้ำตรงกลาง ข้างหลังเป็นป่า เรายืนแล้วรู้สึกเหมือนอยู่บ้านที่แม่อาย ไม่เหมือนอยู่ในเมืองเลย” 

​รุ่งค้นหาสถาปนิกโดยดูจากอินเทอร์เน็ตจนระทั่งเจอ ออม-กุหลาบ เลิศมัลลิกาพร จาก HUES development แล้วถูกใจ ทุกวันนี้ทั้ง 2 คนเหมือนเป็นเพื่อนกันไปแล้ว

“เราเห็นบ้านของดีไซเนอร์ที่อินโดนีเซียคนหนึ่งในอินเทอร์เน็ต เป็นบ้านลักษณะที่ชอบ เรามั่นใจว่าชอบแบบนี้เพราะดูมาเกิน 5 ปีแล้วและไม่เคยเปลี่ยนความชอบเลย เราอยากอยู่แบบนี้ อยากมีชีวิตแบบนี้ สังเกตตัวเองว่าเวลาเครียดก็จะไปดูรูปบ้านนี้ ทั้ง ๆ ที่ตอนนั้นยังไม่มีเงิน ยังไม่มีที่ดินเลย พอมาคุยกับคุณออม จึงมีต้นแบบว่าอยากได้บ้านที่ให้ความรู้สึกประมาณนี้

“และหลังจากที่เริ่มรู้สึกว่าจะทําบ้าน เรามีที่ดินแล้ว ตอนนั้นก็ให้ความสําคัญกับการถามตัวเองค่อนข้างเยอะ สังเกตตัวเองและพาตัวเองไปอยู่ตามโรงแรมเลยค่ะ เพื่อดูความชอบกับการใช้ชีวิตของเราว่าจริง ๆ แล้วเป็นยังไง

“รุ่งจะหาโรงแรมที่ให้หมาพักได้ด้วย เพราะตอนนั้นมีมะเกลือแล้วค่ะ มะเกลือได้ไปอยู่โรงแรมในเชียงใหม่หลายที่เลย อยู่ที่นั่น 2 เดือน ที่นี่ 3 เดือน รุ่งอยู่ไปเรื่อย ๆ เพื่อจะได้รู้ว่าชอบอ่างน้ำมั้ย หน้าต่างอยู่ตรงนี้ได้มั้ย 

“เวลาไปกรุงเทพฯ ก็เหมือนกัน เมื่อก่อนจะเลือกโรงแรมใกล้ที่ทํางาน แต่พอเริ่มอยากทําบ้านก็เลือกไปอยู่โรงแรมที่ชอบ ดูว่าตื่นมาแล้วบุคลิกเราเป็นยังไง เดินไปทางไหน เปิดไฟฝั่งไหน ชอบกระจกแบบนี้มั้ย มีหลายครั้งที่ทักไปหาคุณออมว่า ขอเปลี่ยนจากอันนั้นเป็นอันนี้ได้มั้ย เราสำรวจการอยู่อาศัยของตัวเองเพราะมันต้องใช่จริง ๆ ปกติรุ่งไม่ค่อยเปลี่ยนอะไรเยอะ พอชอบอะไรแล้วก็จะชอบอยู่อย่างนั้น งั้นก่อนที่จะชอบมันเราต้องมั่นใจจริง ๆ เหมือนกับที่รู้แล้วว่าชอบบ้านสไตล์นี้” 

รุ่งขยายความว่า ตอนแรกพอเธอรู้ความชอบของรูปแบบบ้านแล้วก็จริง แต่รายละเอียดการใช้ชีวิตเป็นเรื่องสำคัญที่ต้องมั่นใจก่อนสร้าง เพื่อจะได้ไม่มีความผิดพลาดหรืออยากปรับแก้หลังจากบ้านสร้างเสร็จ 

เก็บรายละเอียดจากโรงแรมที่ชอบ 

​บริเวณพื้นที่บ้านแบ่งอาคารเป็น 3 ส่วน ด้านหน้าคือโชว์รูมและห้องคุยกับลูกค้าขนาดเล็ก ส่วนกลางซึ่งเป็นอาคารขนาดใหญ่ 2 ชั้น เป็นสตูดิโอทำงานของ Run Ga Run และด้านในสุดคือบ้านหลังย่อมที่ได้แรงบันดาลใจมาจากแบบบ้านของดีไซเนอร์ชาวอินโดนีเซียที่เธอหลงใหล

“เรารู้อยู่แล้วว่าฟอร์มบ้านที่ชอบคือแบบไหน แต่เราไม่เคยอยู่บ้านหลังที่เห็นภาพจริง ๆ ไม่รู้เลยว่าชีวิตเขากับชีวิตเราเหมือนกันแค่ไหน อย่างไร รุ่งก็เลยถามตัวเองและสังเกตหมาด้วย สังเกตว่าเขานอนยังไง อยู่ยังไง ชอบอะไร เช่นประตูบ้านหรือประตูโรงแรม มะเกลือไม่ชอบทึบ ๆ ก็เลยทําบ่อน้ำและมีกระจกข้างล่างด้วยให้เขานอนส่องได้” 

​ส่วนของตัวบ้านชั้นบนคือห้องนอนขนาดใหญ่ที่ออกแบบให้เหมือนห้องในโรงแรมที่ชอบหรือห้องพักในคอนโดที่อยู่สบาย รุ่งอธิบายว่า

​ “อาจเป็นเพราะว่าเราไม่เคยอยู่บ้านมาก่อน อยู่แต่หอพักไม่ก็อะพาร์ตเมนต์ และด้วยความที่สายงานที่ทําเราต้องติดต่อกับคนเยอะมาก ๆ ในตอนกลางวัน พอเลิกงานก็อยากอยู่เงียบ ๆ ในถ้ำที่ปลอดภัย แค่ปิดประตูบานเดียวเหมือนที่เราเคยอยู่และรู้สึกอุ่นใจ เลยออกแบบให้ชั้นบนห้องนอนเป็นส่วนพักผ่อนอย่างที่เห็น มีตู้เย็นเล็ก ๆ เราใช้ชีวิตอยู่ข้างบนได้ทั้งวันเหมือนที่เคยอยู่ ถ้าไม่อยากลงมาด้านล่างก็เอาน้ำ เอาขนมขึ้นไปเก็บไว้ในตู้เย็นได้

“เหมือนจําลองที่เราเคยได้อยู่โรงแรม เป็นห้องสตูดิโอ ห้องเดี่ยว อะไรอย่างนี้ค่ะ” เธอว่า 

​เธอให้ความสำคัญกับรายละเอียดที่ต้องเข้ากับความชอบ เช่น อ่างอาบน้ำ รุ่งก็สั่งทำพิเศษขึ้นมาเป็นแบบผิวด้าน เพราะโดยทั่วไปอ่างอาบน้ำจะมีความมันวาวของกระเบื้อง ส่วนชั้นล่างเธอก็ออกแบบให้เป็นห้องที่สะท้อนการใช้ชีวิตของเธอจริง ๆ 

​ “ตอนแรกคุณออมออกแบบมาเป็นแบบบ้านปกติ มีห้องรับแขก ห้องซักล้าง ห้องครัว รุ่งก็บอกว่า เราไปศึกษาเรียนรู้ตัวเองมาแล้ว รุ่งไม่ค่อยได้ทําอาหารมาก ไม่ค่อยได้ดูทีวีมาก ไม่ค่อยมีคนมาหา และส่วนใหญ่ส่งผ้าซัก งั้นขอเปลี่ยนห้องซักล้างเป็นห้องออกกําลังกาย เปลี่ยนผังใหม่ เพราะถ้าจะเป็นห้องโยคะหรือห้องออกกําลังกาย อาจจะต้องมีห้องน้ำใกล้ ๆ เพื่อเดินไปง่าย ๆ ด้วย 

“แล้วก็อาจจะมีห้องนอนแขกเล็ก ๆ เผื่อแม่มาหรือใครมา จริง ๆ ตรงนั้นตอนแรกเป็นห้องนอนแขกที่ออกแบบให้เป็นเตียงเลยค่ะ รุ่งก็มานั่งคิดว่าไม่ค่อยมีคนมานะ แล้วเตียงก็เต็มพื้นที่เกินไปเพราะว่าห้องเล็ก จริง ๆ ซื้อที่นอนมาแล้วด้วยแต่ไม่ได้ใช้ เลยเปลี่ยนเป็นโซฟาเบด ถ้าใครมาก็ดึงออกมาได้ หรือถ้าไม่มีก็เราก็นอนเล่นอ่านหนังสือตรงนั้นได้

“เราตั้งใจให้ทุกที่ในบ้านหลังนี้เข้าไปใช้ประโยชน์ได้จริง ๆ เดินไปตรงไหนเราก็รู้สึกกับมันได้ และอยากให้ทุกที่ ทุกจุด มีกิมมิก ให้ตรงนี้ได้นั่งแล้วอยู่ใกล้น้ำ ตรงนี้เห็นต้นไม้ ข้างบนเห็นป่า”

​ความตั้งใจอีกอย่างคือการมีบ่อปลารอบบ้าน ซึ่งออมได้ออกแบบจากความชอบแล้วปรับให้ดูน่าสนใจมากขึ้น ทั้งรุ่ง มะเกลือ และมะค่า (น้องหมาอีกตัวหนึ่ง) ต่างชอบบ่อปลานี้มาก 

สิ่งแรกที่ต้องมีคือบ่อปลาค่ะ แบบบ้านที่เราชอบเป็นมีบ่อปลาเล็ก ๆ รอบบ้าน เราอยากได้บ่อปลาเล็ก ๆ เพื่อจะมีเสียงน้ำตลอดเวลา ตอนแรกออกแบบกับคุณออมเป็นทางน้ำเล็ก ๆ รอบบ้าน ทีนี้คุยกันไปคุยกันมา คุณออมแนะนำว่าทะลุตรงกลางให้ใหญ่ไปเลยไหม แล้วให้มีกระจกข้างใน เหมือนบ่อน้ำยื่นเข้าไปในบ้าน แต่คุณรุ่งจะเสียพื้นที่นิดหนึ่งนะ รุ่งก็บอกว่าได้ เราเลยให้พื้นที่กับบ่อปลา ซึ่งออกมาก็ชอบมาก มะเกลือก็ชอบมานอนมองปลาด้วย” 

แต่งบ้านเองด้วยของสะสมที่รัก 

​“รุ่งสะสมทุกอย่างที่เป็นของวินเทจ เป็นตั้งแต่เด็ก ๆ เลยค่ะ เราชอบดูพวกฟอร์มเก่า ๆ ดีเทลเก่า ๆ รุ่งว่าตัวงานสมัยก่อนมันมีเสน่ห์ ซึ่งงานที่รุ่งทําส่วนใหญ่ฟอร์มต่าง ๆ ก็มาจากพวกวินเทจทั้งนั้น เริ่มจากสะสมเสื้อผ้ากับเครื่องประดับ หลัง ๆ เริ่มเขยิบมาเป็นเฟอร์นิเจอร์ ด้วยความที่เรามีหน้าร้านและออกงานแฟร์ด้วย บางทีต้องซื้อเฟอร์นิเจอร์เพื่อตกแต่ง พอเสร็จก็เก็บ บางทีชอบก็จะซื้อไว้ก่อนเพราะของพวกนี้มีชิ้นเดียว สมัยยังไม่มีบ้านเช่าตึก 3 ชั้นไว้เป็นออฟฟิศ ก็แบ่งพื้นที่เก็บพวกเฟอร์นิเจอร์หรือบางทีก็ฝากร้านไว้ก่อน และเราชอบผ้าปักจากหลาย ๆ ที่ ชอบฟังเพลงเก่าด้วย จริง ๆ ชอบฟังเสียงจากแผ่นเสียงมากกว่าเล่นแผ่นเสียงจริงจัง

“ถ้าให้พูดถึงของวินเทจ จริง ๆ รุ่งสนใจเรื่องวัสดุมากกว่า ไม่ต้องเป็นวินเทจก็ได้ แต่เราสนใจวัสดุซึ่งก็สอดคล้องกับงานที่ทําค่ะ อย่างเช่นห้องโชวร์รูมเล็ก ๆ หน้าบ้าน ถ้าสังเกตจะพบว่ามีการผสมผสานทั้งเฟอร์นิเจอร์แบบจีน อินเดีย งานสั่งทําของไทย และมีของยุโรปด้วย”

​เธอขยายความว่าของใหม่ของเก่าผสมผสานกันได้อยู่ที่เราเลือก งานบางชิ้นจำเป็นต้องวินเทจเพราะรูปทรงที่สวย ดีไซน์ที่หาจากไหนไม่ได้ หรือวัสดุอาจไม่พบในงานสมัยใหม่ สิ่งเหล่านี้คือเสน่ห์ที่ทำให้บ้าน Run Ga Run ของรุ่งมีเอกลักษณ์และสะท้อนความเป็นศิลปินของเธอ

​ “ถ้าตรงนั้นเราวางไม้ที่เป็นเป็นฟอร์มที่แข็ง ๆ หน่อยแล้ว รุ่งก็จะใช้งานไม้แกะสลักอ่อน ๆ ไปร่วม และต้องมีงานผ้าเข้าไปเบรกความแข็ง มีไม้ มีเหล็ก มีทองเหลือง มีเซรามิก มีงานสาน การแต่งบ้านหรือการจัดวางของก็จะพยายามให้มีของใหม่ด้วย ไม่ได้เป็นเก่าหมด ไม่งั้นจะดูเป็นพิพิธภัณฑ์เกินไป 

“อย่างเช่นแชนเดอเลียร์ ก็ไปหาที่เป็นงานทองเหลืองเก่า ฟอร์มอาจไม่ได้ดูร่วมสมัยแต่ให้ความรู้สึกว่ามีแค่ชิ้นเดียว พอหลากหลายวัสดุมารวมกันมันจะมีความลงตัวที่พิเศษอยู่ในนั้น แต่สำหรับโซฟา รุ่งจงใจทําเป็นฟอร์มใหม่เลย ไม่งั้นมันก็จะดูเก่าไปหมด เราผสมความโมเดิร์นกับวินเทจด้วยกัน แล้วในยุคของวินเทจมันก็จะมีเก่ามาก ๆ เป็นร้อยปี แล้วก็ลงมาเป็นป๊อป ๆ หน่อย แล้วก็ลงมาเป็นโมเดิร์นหน่อย เราเอามารวมกันผสมผสานกันทั้งสไตล์และวัสดุ” 

สตูดิโอและออฟฟิศที่ตอบโจทย์

คุณรุ่งอธิบายว่าตั้งแต่มองหาที่ดินก็คิดถึงการออกแบบให้บ้านและสตูดิโออยู่ในที่เดียวกัน

​“คิดแต่แรกเลย เรามีความฝันคือไม่อยากเดินทางแล้ว ไม่อยากขับรถไปตรงโน้นตรงนี้ เพราะเมื่อก่อนที่ทํางานอยู่ที่หนึ่ง นอนอีกที่หนึ่ง โรงงานอยู่อีกที่หนึ่ง วัน ๆ หนึ่งต้องขับรถเยอะ เลยคิดว่าถ้ารวมกันได้น่าจะดีมาก และที่ดินแปลงนี้ก็เป็นแปลงที่แปลก ๆ เพราะมีโฉนด 2 ฉบับ คือที่ดินตรง ๆ กับที่ดินหัวขวาน ซึ่งคนอื่นอาจใช้งานยากหน่อย แต่เราชอบ เพราะตั้งใจจะมีหน้าร้านอยู่ด้านหน้าและมีออฟฟิศกับบ้านเล็ก ๆ อยู่ด้านหลัง

“​สมัยก่อนเช่าตึกเป็นออฟฟิศ เราสังเกตตัวเองและน้อง ๆ ที่ทำงานด้วยกันว่า ส่วนใหญ่ข้าวของหรือผ้าที่เอามาไม่เคยขึ้นถึงชั้น 2 แต่จะไปกองอยู่ชั้น 1 หมด เพราะกว่าจะยกขึ้นไปแล้วกว่าจะเอาลงมาอีกมันยาก เราเลยออกแบบใหม่ คุยกับคุณออมว่าขอเป็น 2 ชั้น ชั้นล่างขอประตูบานใหญ่ ๆ จะได้จอดรถแล้วเอาของเข้ามาง่าย ๆ ห้องหนึ่งเป็นห้องเก็บสต็อกผ้า อีกห้องเก็บของพวกเฟอร์นิเจอร์ต่าง ๆ ส่วนชั้น 2 ให้เป็นห้องทำงานทั้งหมด โล่ง ๆ ไม่ต้องมีของระเกะระกะ รุ่งดูด้วยว่าเราทํางานยังไง วางของยังไงด้วยเหมือนกัน 

“​รุ่งคิดว่าท้ายที่สุดแล้วต้องเข้าใจตัวเองว่าเราอยู่ยังไง เราเป็นยังไง เราชอบอะไรจริง ๆ ไม่ได้เป็นเหมือนว่าเราเห็นบ้านหลังนั้นสวยจังเลย หรือเทรนด์อันนี้มาแล้วอยากได้ตามเขา ถ้าอยากได้อย่างนั้นสถาปนิกเก่ง ๆ ก็ทําให้สวยแบบนั้นได้ แต่จริง ๆ แล้วบ้านแบบนั้นมันอาจไม่ใช่เรา ไม่พอดีกับเรา” 

น้ำท่วมบ้านที่เพิ่งสร้างเสร็จ! 

​ ปีที่ผ่านมาเชียงใหม่เกิดน้ำท่วมหนักมากในรอบหลายสิบปี บ้านคุณรุ่งเองก็ไม่พ้นน้ำท่วมใหญ่ครั้งนี้ 

​ “คิดว่าเป็นความช็อกแบบเปลี่ยนชีวิตเลย บ้านเราเพิ่งเสร็จด้วยค่ะ และค่ำนั้นรุ่งเพิ่งกลับจากจีน น้ำเข้าตอนอยู่คนเดียวกลางดึก เข้ามาแบบห้ามไม่ได้และเร็วด้วย เรารู้สึกเหมือนผลงานที่เราทําถูกกระชากออกไปหมดเลย ร้องไห้ไปด้วยตักปลาไปด้วยตอนตี 2 จะรักษาเขาไว้ยังไงดี จะทํายังไงดี มันไปหมดเลยจริง ๆ ตอนนั้นกดดันไปหมด ปวดหัวใจไปหมด กลัวเรื่องไฟดูดด้วย เหมือนเราจัดการอะไรไม่ได้เลย 

“จนเรามาตั้งสติใหม่ ค่อย ๆ คิดว่าเอาอะไรก่อน อะไรไม่ได้ช่างมันไม่เป็นไร ไปดูหมาก่อน หมาโอเคเรียบร้อยก็เอารถขึ้นบนกระสอบทราย ตอนนั้นมีแรงยกกระสอบทราย 20 – 30 กิโลกรัมไหวได้ไงไม่รู้ ยกมาซ้อนกันแล้วขับรถขึ้นไปให้ทั้งสี่ล้ออยู่บนกระสอบทรายสูงขึ้นได้อีกเกือบ 40 เซนติเมตร”

​ “ตอนเช้าน้ำเริ่มสูงขึ้นเรื่อย ๆ น้องชายเอาเรือมารับหน้าบ้าน ต้องปีนรั้วแบบเอาแค่หมาไป ตอนนั้นไปเอากล้องมาตั้งบนรถไว้ส่องดูบ้านเพื่อให้จิตไม่ตกมาก น้ำท่วมสูงสุดตอนรุ่งออกไปแล้วค่ะ ท่วมอยู่ 2 วัน พอน้ำลดก็กลับเข้ามาดู โชคดีที่ไม่เป็นอะไรมาก เฟอร์นิเจอร์รุ่งเป็นไม้เกือบทั้งหมดเลยเสียหายไม่มาก แทบไม่ได้ทิ้งอะไรเลย มีซ่อมพื้นห้องนอนเล็กด้านล่าง เปลี่ยนไม้เป็นกระเบื้อง ไม้ที่แกะออกตอนนี้ก็เอามาทำเป็นกระบะปลูกผักที่บ้านและซ่อมสีบางจุด

“เอาจริง ๆ นะคะ คราวนี้ไม่กลัวแล้ว คิดว่าถ้าจะท่วมอีกก็ไม่เป็นไรหรอก เพราะว่าสุดท้ายแล้วทุกอย่างซ่อมแซมได้ ถ้าท่วมก็ไม่เป็นไร แค่ตั้งสติ เอารถออก กั้นเท่าที่ทําได้แล้วก็ออกจากบ้านไป อืม ไม่เป็นไร พอกลับมาเหลืออะไรก็ซ่อมเท่าที่ทําได้

“​แต่สิ่งหนึ่งที่เกิดขึ้นในใจรุ่งหลังจากน้ำท่วม คือเราหันมาดูแลธรรมชาติมากขึ้นเท่าที่จะทําได้ เรื่องการใช้วัสดุต่าง ๆ หรือการทิ้งขยะ การใช้ทรัพยากรที่ไม่สิ้นเปลืองมากเกินไป และทำให้เราเข้าใจเลยว่าของบางอย่างเราไปยึดไว้ไม่ได้จริง ๆ ถ้ามันจะเกิดขึ้นก็ปล่อยให้เป็นไป เพราะสุดท้ายแล้วมันเป็นของนอกตัวเรา” 

 น้ำท่วมครั้งนี้นอกจากรุ่งจะตระหนักในเรื่องสิ่งแวดล้อมแล้ว เธอยังนำเรื่องนี้มาพัฒนาต่อยอดในงานอีกด้วย 

“ตอนนี้ทําโปรเจกต์ออกแบบเกี่ยวกับเรื่องการดูแลสิ่งแวดล้อม เพิ่งประชุมกันว่าเราทําผ้าเส้นใยธรรมชาติและสีธรรมชาติอยู่แล้ว แต่รุ่งไม่ได้ติดกับกรอบว่างานเราต้องเป็นธรรมชาติร้อยเปอร์เซ็นต์ เพราะทุกวันนี้เราใช้ชีวิตอยู่กับธรรมชาติทั้งหมดไม่ได้หรอก ต้องยอมรับว่าเราต้องอยู่กับสิ่งที่ไม่ใช่ธรรมชาติด้วย ดังนั้น เรามาดูว่าจะใช้ขยะ วัสดุเหลือใช้ หรือวัสดุที่ถูกทิ้งแล้ว เอามาดัดแปลงแล้วก็ผสมรวมกันกับผ้าสีธรรมชาติยังไงให้พอดีและสมดุล” 

บ้านเปลี่ยนตัวเองให้เป็นเราในเวอร์ชันที่ใช่!

​“นี่เป็นครั้งแรกในชีวิตที่รุ่งปลูกต้นไม้!”

รุ่งบอกว่าแม้เธอจะเติบโตในบ้านที่ทำอาชีพเกษตรกร เคยช่วยที่บ้านรดน้ำต้นไม้บ้าง แต่ก็ไม่เคยได้ลงมือปลูกต้นไม้จริง ๆ เหมือนทุกวันนี้ที่มีบ้านเป็นของตัวเองแล้ว 

“พอเริ่มมีบ้านก็เริ่มปลูกต้นไม้ มันค่อย ๆ เปลี่ยนทีละนิด ๆ ต้นไม้ทําให้บ้านเปลี่ยนไปตามสิ่งแวดล้อมด้วย เราได้เห็นต้นไม้เติบโตก็รู้สึกมีความสุขอีกลักษณะหนึ่ง ซึ่งไม่ได้เป็นแค่ทํางานแล้วประสบความสำเร็จ เราทำงานศิลปะ ทํางานฝีมือ การได้อยู่ร่วมกับธรรมชาติทําให้การสร้างสรรค์งานสมบูรณ์แบบมากขึ้น แล้วก็มีสมาธิมากขึ้น มีความสบายใจ มีความปลอดโปร่ง

“คิดว่าบ้านเปลี่ยนตัวเราให้เป็นเรา ในเวอร์ชันที่ใช่เรามากขึ้น!

“เมื่อก่อนไม่รู้ว่าเราคืออะไรด้วยซ้ำ เราไปนู่นไปนี่ไม่รู้ว่าอะไรคือตัวเรา แต่ตอนนี้เราอยู่กับที่ อยู่ในบ้านของเรา ได้เห็นต้นไม้โต ได้นั่งดูบ้านที่เปิดไฟ บางทีรู้สึกว่าไม่ต้องเป็นของเราก็ได้ วันหนึ่งเราไม่อยู่แล้วมันอาจจะเป็นของใครสักคนหนึ่ง แต่วันนี้เราอยู่แล้วเรารู้สึก นี่มันเหมือนงานศิลปะชิ้นหนึ่งที่เราร่วมกันทํามา เราสร้างชิ้นงานขึ้นมาและภูมิใจกับมัน” 

น้ำเสียงของรุ่งเต็มไปด้วยความรู้สึก น้ำตาปริ่มขอบตาเมื่อเธอกล่าวประโยคสุดท้ายจบลง 

Studio : rungarun.studio

Store : rungarunstore

Writer

สกุณี ณัฐพูลวัฒน์

เป็นคนทำงานศิลปะที่ชอบเล่าเรื่องผ่านการเขียน ทั้งเขียนเป็นภาพและเขียนเป็นตัวหนังสือ ถ้าไม่เดินทางไปไหนๆ ก็ชอบจัดเวิร์คช็อปศิลปะให้คนมาเรียนรู้ด้วยกัน บางครั้งครูก็มาจากต่างประเทศ บางครั้งก็เปิดสอนเอง ทุกวันนี้สนุกกับการเปิดแกลเลอรี่เล็กๆ ‘Koi’s Living Gallery’ ที่เชียงใหม่

Photographer

ภูพิงค์ ตันเกษม

ชีวิตผม ชอบการเดินทาง ชอบทำอาหาร และรักการบันทึกความทรงจำด้วยภาพถ่าย