เมื่อพูดถึงบ้านสไตล์ Mid-century Modern หลายคนคงนึกถึงวิธีการซื้อบ้านเก่ายุค 1980 – 1990 มารีโนเวตใหม่ แต่สำหรับบ้านหลังนี้ คือการสร้างบ้านใหม่ที่ดึงกลิ่นอาย Mid-century Modern มาใช้ พร้อมประยุกต์ฟังก์ชันให้เข้ากับการใช้ชีวิตและสภาพอากาศในปัจจุบัน

แม้ในตอนเริ่มต้น กัปตัน-ธีระพัฒน์ บุญช่วยเหลือ เจ้าของบ้าน จะไม่รู้จักกับคำว่า Mid-century Modern แต่เมื่อเขาเดินทางผ่านไปพบกับสถาปัตยกรรมดังกล่าว บ้านและอาคารเหล่านี้กลับดึงดูดใจจนเขาต้องหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายภาพ
เมื่อถึงเวลาที่กัปตันคิดจะสร้างบ้านเป็นของตนเอง คลังภาพอาคารเหล่านี้จึงกลายเป็นวัตถุดิบชั้นดีและเป็นแหล่งอ้างอิงในการกำหนดทิศทางการสร้างบ้าน ทั้งการตกแต่งและการเสริมฟังก์ชัน
การสร้างบ้านสไตล์ Mid-century Modern ขึ้นมาใหม่เป็นโจทย์ที่ท้าทายสำหรับทีมสถาปนิก 24/7 Home Studio เท่ห์-นัฐพงษ์ อินทะสาย และ ฝ้าย-ลลิตา ลามะพรม ที่ครั้งนี้ขอออกจากคอมฟอร์ตโซน ลองสร้างบ้านแนวใหม่ที่ไม่เคยทำ แกะ DNA ของ Mid-century Modern จากการอ่านหนังสือและลงพื้นที่จริง
Midlife
ชื่อบ้าน Midlife หลังนี้มีที่มาจากคำว่า Mid-century Modern ผสมกับ Middle-aged สื่อถึงช่วงวัยกลางคนของเจ้าของบ้าน
กัปตันเป็นเจ้าของธุรกิจค้าขายวัสดุก่อสร้าง แต่งงานกับ อิง-นิชกานต์ แก้วมีสี และมีลูกด้วยกัน 2 คน คือ น้องเฌอแตม และ น้องแอสตัน จึงมีความฝันว่าอยากมีบ้านเป็นของตนเอง อยู่ไม่ไกลจากบ้านหลังเดิมที่สร้างบนที่ดินของพ่อแม่

“ผมเป็นคนระยองตั้งแต่เกิดเลยครับ บ้านหลังเดิมสร้างอยู่บนที่ดินพ่อแม่ อยู่ห่างจากบ้านหลังนี้ประมาณ 2 กิโลเมตร ผมซื้อที่ดินผืนนี้จากคุณย่า เลือกที่นี่เพราะรอบ ๆ บ้านร่มรื่น เต็มไปด้วยสวนยางและสวนทุเรียน ไม่มีเสียงดัง ไม่วุ่นวาย อยู่ห่างจากถนนใหญ่ 200 เมตร ห่างจากทะเลแค่ 3 – 4 กิโลเมตร”
กัปตันเล่าว่าอีกเหตุผลที่เขาเลือกที่นี่ เพราะเดิมทีเป็นคนชอบสังสรรค์และชอบขับรถ บ่อยครั้งที่เขามักจะออกไปผ่อนคลาย ขับรถกินลมชมวิวทะเลกับเพื่อน ๆ
แล้วจุดเริ่มต้นสร้างบ้านสไตล์ Mid-century Modern มาจากไหน เราถาม

“มีช่วงหนึ่งที่ผมเดินทางไปกรุงเทพฯ ไปเที่ยวบ้านรุ่นพี่แถวสุขุมวิท แล้วก็มีโอกาสไปจังหวัดแพร่ ระหว่างทางได้ไปเห็นบ้านเก่า อาคารธนาคารเก่า พอเห็นปุ๊บเราก็หลงเสน่ห์เลย มองแล้วชอบเลย มองเท่าไหร่ก็ไม่เบื่อ เลยถ่ายรูปเก็บเอาไว้มา 3 – 4 ปีแล้วครับ” กัปตันเล่า
คลังภาพเหล่านี้ส่งต่อให้กับทีมสถาปนิกของ 24/7 Home Studio ที่เริ่มต้นโปรเจกต์ด้วยการค้นหาเอกลักษณ์และ DNA ของบ้านสไตล์ Mid-century Modern โดยมีกัปตันเป็นผู้ชี้แนะว่าเขาชอบองค์ประกอบบ้านแบบไหน
“เราเริ่มทำการบ้านด้วยการหาหนังสือมาอ่าน เพื่อหาว่าจุดเด่นของ Mid-century Modern คืออะไร พบว่ามันเป็นสไตล์บ้านที่หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ได้รับอิทธิพลจากทางยุโรป มีการเสริมโครงสร้างคอนกรีตยื่นออกมาจากตัวอาคาร ใช้รูปทรงเรขาคณิตในการออกแบบ ใช้วัสดุอย่างไม้และเหล็ก”

ฝ้ายเล่าถึงคำนิยามของบ้านสไตล์ Mid-century Modern ซึ่งเธอแอบชี้เป้ามาว่าคือหนังสือชื่อ Atlas of Mid-Century Modern Houses รวบรวมบ้าน Mid-century Modern ไว้ทั้งหมด 400 หลัง จาก 40 ประเทศทั่วโลก
แหล่งอ้างอิงในโปรเจกต์นี้ไม่ได้มีอยู่แค่ในหนังสือ แต่เท่ห์ยังลงพื้นที่ไปดูบ้านเก่าในกรุงเทพฯ และจังหวัดต่าง ๆ ด้วยเช่นกัน
“ความจริงคือในหนังสือมีค่อนข้างน้อย เราเลยต้องไปเห็นด้วยตาตัวเอง ไปดูบ้านจริง ๆ ว่าแต่ละหลังมีจุดเด่นอะไร หลัก ๆ ผมจะดูบ้านพักข้าราชการ ตึกแถวที่อายุ 30 ปีขึ้นไป หรือตึกธนาคารเก่า
“ที่เราสังเกตได้คือบ้าน Mid-century Modern แบบไทยส่วนมากจะประยุกต์มาจากบ้านของชาวต่างชาติ ให้เข้ากับบริบทพื้นที่และสภาพอากาศบ้านเรา สำหรับหลังนี้ เราพยายามหากึ่งกลางระหว่าง Mid-century Modern แบบไทยกับต่างประเทศ”
เท่ห์เสริมว่าเขาเลือกนำ Mid-century Modern แบบต่างประเทศมาใส่ในการตกแต่ง ส่วนแบบไทยใส่ไว้ในรูปแบบฟังก์ชัน เพื่อให้บ้านตอบรับกับสภาพอากาศและการใช้งานในปัจจุบัน
Mid-century Modern
เมื่อมาถึงหน้าบ้าน องค์ประกอบแรกที่สังเกตได้คือแท่งเสาคอนกรีตที่ยื่นออกมาจากตัวอาคาร เรียกว่า Fin แปลตรงตัวว่าครีบ เพราะหน้าบ้านหันทางทิศตะวันตก มีแดดส่องมาในช่วงสาย การทำครีบคอนกรีตยืดออกมาจากตัวอาคารจึงช่วยบังแดดได้ในแนวตั้ง

ด้านหน้าบ้านชั้นบนยังออกแบบให้ยื่นออกมาจากตัวบ้านประมาณ 1.5 เมตร รวมกับโครงสร้าง Fin ที่ยื่นออกมาอีก 50 เซนติเมตร ชายคาจึงยื่นตามไปด้วย รวมกันเป็น 2 เมตร ช่วยบังแดดบังฝนได้มากกว่าเดิม ซึ่งการทำชั้นบนกว้างกว่าชั้นล่างนี้พบได้ทั่วไปในบ้านพักข้าราชการไทย เพื่อใช้สอยพื้นที่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด เพิ่มพื้นที่พักผ่อนและพื้นที่ห้องนอน
เมื่อชั้นบนกว้างกว่าชั้นล่าง โครงสร้างจึงต้องแข็งแรง
บ้านหลังนี้ใช้อเสคอนกรีตหรือคานโครงสร้างหลังคาที่ยื่นออกมาโชว์ขอบคานถึงหน้าบ้าน ซึ่งพบได้ทั่วไปในบ้านและอาคารเก่า แต่ในปัจจุบันช่างมักจะเลือกใช้เป็นคานเหล็กกันมากกว่า เพราะราคาถูกและใช้งานง่ายกว่า

แม้การสร้างอเสคอนกรีตจะใช้เวลานานและยุ่งยากกว่ามาก แต่ผลลัพธ์ของการรอคอยคือได้อเสที่แข็งแรงกว่าอเสเหล็ก
“ทำยากครับ สมมติถ้าทำอเสคอนกรีตในหลังคาสูง ๆ อย่างหลังนี้ เราต้องตั้งตุ๊กตา (การตั้งไม้ค้ำยันชั่วคราวเพื่อรับน้ำหนักแบบหล่อคอนกรีต) ตั้งแต่ข้างล่างขึ้นไปถึงข้างบนเพื่อรับน้ำหนักไว้ แล้วต้องบ่มไว้เป็นเดือนกว่าจะเสร็จสมบูรณ์” เท่ห์อธิบายการทำอเสคอนกรีต

และแน่นอนว่า Mid-century Modern มีองค์ประกอบที่ใช้รูปทรงเรขาคณิตเป็นส่วนใหญ่ เราจึงได้เห็นหน้าต่างทรงกลมบานใหญ่และซุ้มทรงโค้งตามมุมต่าง ๆ ที่ช่วยให้บ้านหลังนี้ไม่แข็งทื่อจนเกินไป แม้จะมีโครงสร้าง Fin ที่ยืดยาวและอเสคอนกรีตที่เน้นเป็นทรงสี่เหลี่ยม

บ้านหลังนี้มีไฮไลต์เป็นโถงกลางตามความต้องการของกัปตันที่อยากให้บ้านโปร่งโล่งสบาย ทีมสถาปนิกจึงออกแบบให้เป็น Double Space โถงสูง มีกระจกบานใหญ่ตรงบันไดเป็นบานเปิด มีหน้าต่างตลอดแนวระเบียงชั้น 2 มีบานประตูกระจกกว้างขวางที่มีช่องแสงอยู่ด้านบนรอบชั้น 1 ของบ้าน ทั้งหมดนี้ช่วยสร้างบรรยากาศภายในบ้านให้ร่มรื่นและอากาศถ่ายเทสะดวก

“บ้านสไตล์นี้เน้นความโปร่งโล่ง เราเลยอยากให้บ้านไม่ดูมืดจนเกินไป เพราะว่าบ้าน 2 ชั้นที่มีพื้นที่ใหญ่ขนาดค่อนข้างมืด เลยเลือกออกแบบหน้าต่างและประตูให้มีแสงเข้ามาได้มากที่สุด” ฝ้ายเสริม

สำหรับการแบ่งโซนบ้านในพื้นที่ 452 ตารางเมตร แบ่งตามทิศของแดด โซนอยู่อาศัยหลักอย่างห้องรับแขกและห้องนอนอยู่ทางฝั่งของทิศเหนือ ซึ่งไม่ค่อยโดนแดดมากนัก

ส่วนทางทิศใต้ที่โดดแดดทั้งวันโดยเฉพาะช่วงบ่ายปรับให้เป็นฝั่งห้องน้ำ หรือไม่ค่อยมีหน้าต่างเปิดมากเท่ากับฝั่งทิศเหนือ อย่างครัวไทยที่เลือกใช้หน้าต่างแบบบานเกล็ด หมุนเปิด-ปิดได้ รับลมแต่ไม่รับแดด ส่วนโซนโต๊ะทานอาหารนอกบ้านก็มีกำแพงอิฐเจาะลายรูปทรงเรขาคณิต ช่วยบังแดดและเป็นช่องลมในเวลาเดียวกัน



นอกจากนี้ยังมีวัสดุอื่น ๆ ทั้งอิฐแดงที่ก่อเต็มผนังหน้าบ้านและโถงภายในบ้าน ราวกันตกเหล็กดัดลวดลายสวยงาม ฝ้าเพดานจากไม้เทียม รวมถึงพื้นกระเบื้องอิฐแดงและทรายล้าง

“วัสดุทรายล้างพบได้ในบ้านสมัยก่อน นิยมใช้ทำผนังกัน แต่เดี๋ยวนี้ไม่ค่อยนิยมใช้ทำผนังแล้ว ใช้ทำเป็นพื้นบ้านมากกว่า เราใช้ทรายล้างมาใส่ที่ผนังให้กลมกลืนไปด้วยกัน ในความเป็นจริงพื้นทรายล้างทำความสะอาดยาก ชอบมีตะไคร่ติดตามซอก แต่เราออกแบบให้ชายคามีลักษณะยืดยาว ผนังทรายล้างอยู่ใต้ชายคา ไม่โดนฝน จึงใช้พื้นทรายล้างได้ครับ” เท่ห์ขยายความ

น่าเสียดายที่วัสดุไม้ไม่ค่อยได้นำมาใช้ในการสร้างบ้านหลังนี้มากนัก เนื่องจากบ้านหลังนี้ตั้งอยู่ในจังหวัดระยอง พื้นที่ใกล้ทะเล มีความผันผวนทางอุณหภูมิและความชื้นสูง ไม่เหมาะจะใช้วัสดุไม้ซึ่งยืดหดได้ง่าย ทางทีมสถาปนิกแก้ปัญหาด้วยการใช้อะลูมิเนียมลายไม้หรือไม้เทียมเข้ามาแทน
ส่วนหลังคาออกแบบมาเป็น 2 ระดับ ด้านหลังสูงกว่าด้านหน้า เพื่อปรับให้เพดานทั้ง 2 ส่วนอยู่ในระดับเดียวกัน และบุหลังคาด้วยกระเบื้องไตรลอน

“บ้านสมัยก่อนนิยมใช้กระเบื้องแผ่นใหญ่ ขนาดประมาณ 60 x 20 ตารางเซนติเมตร แต่ว่าไม่ค่อยแข็งแรง เหยียบแล้วแตกได้เลย เราเลยเลือกใช้กระเบื้องไตรลอนที่เป็นแผ่นเล็กกว่า ขนาดประมาณ 30 x 42 ตารางเซนติเมตร ซึ่งแข็งแรงกว่ามาก ๆ และหนากว่ากระเบื้องเดิม 4 เท่า กลายเป็นว่าเราจะได้ดีไซน์เดิมแต่แข็งแรงขึ้น” ฝ้ายเสริม
บ้านที่ตรงใจ
ส่วนสุดท้ายที่ทำให้บ้านหลังนี้มีเอกลักษณ์ไม่แพ้ใคร คือเหล่าโคมไฟ Custom Made จากของสะสมของกัปตัน
“เฟอร์นิเจอร์ที่ผมซื้อมาตกแต่งบ้านส่วนมากเป็นวัสดุไม้จริงที่มีรูปทรงเรโทร ส่วนโคมไฟ ผมใช้โคมไฟกันระเบิดที่ใช้บนเรือส่งสินค้าสมัยก่อน และมีโคมไฟจากโรงงานที่ใช้หลอดไฟทรงต่าง ๆ คลุมด้วยตะแกรงเหล็กให้กลิ่นอายแบบ Industrial เข้ามาเสริม” กัปตันพาเราเดินชมโคมไฟรอบบ้าน
ของสะสมต่าง ๆ ของกัปตัน ทั้งรถยนต์ มอเตอร์ไซค์ ของเก่าคลาสสิก ของเล่น โชว์อยู่ที่โรงรถซึ่งเป็นพื้นที่ไลฟ์ขายของออนไลน์ของอิงด้วยเช่นกัน

“บ้านเสร็จแล้วก็ถือว่าลงตัวเลย มันตรงใจเรา ตรงกับที่เราอยากได้ และเป็นบ้านที่ใช้วัสดุที่ดูแลง่าย ฟังก์ชันก็ใช้ได้จริง มีพื้นที่ใช้สอยเพียงพอ เวลาแพ็กของสะดวกกว่า ผมขายของออนไลน์ เมื่อก่อนต้องไปถ่ายรูปสินค้าตามคาเฟ่ แต่เดี๋ยวนี้เปลี่ยนมาถ่ายรูปสินค้าตามมุมต่าง ๆ ในบ้านแทน ไม่ว่าจะนำสินค้าไปถ่ายมุมไหนของบ้านก็ออกมาสวยหมด”
หลังจากย้ายมาอยู่บ้านหลังนี้ คุณมีความสุขไหม – เราถาม

“ถ้าเราชอบบ้านของเรา มันก็มีความสุขครับ” กัปตันกล่าวทิ้งท้าย




