อาร์ตแกลเลอรีรังนกในอวกาศ

เพราะเชื่อว่าสภาพแวดล้อมที่ดี สร้างเองได้ด้วยการออกแบบ ชาย-สหรัฐ สวัสดิ์อธิคม จึงลงทุนสร้างสภาพแวดล้อมที่บ้านและในสถานที่ทำงาน ให้ตรงกับความต้องการของตัวเอง และตรงกับสายงานที่ต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์ ที่บริษัท CJ WORX ซึ่งตัวเขาเองเป็นเจ้าของ

เช้า ๆ วันหยุด เรามีนัดกับเจ้าของบริษัท CJ WORX ที่บ้านพักส่วนตัวของเขาในย่านบางกะเจ้าที่ใครต่อใครก็ขนานนามว่าเป็นพื้นที่ปอดให้กับคนที่อยู่อาศัยในพื้นที่สมุทรปราการและกรุงเทพฯ เพราะมีพื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่ คือสวนศรีนครเขื่อนขันธ์ตั้งอยู่

เพราะวันนี้เป็นวันสบาย ๆ เลยขอพักเรื่องงานมาคุยเรื่องบ้านที่เจ้าของบริษัทยักษ์ใหญ่ด้านดิจิทัลเอเจนซี่เลือกเอง ตั้งแต่ทำเลที่ตั้ง งานออกแบบบ้าน งานออกแบบสวน เฟอร์นิเจอร์ ข้าวของเครื่องใช้ ไปจนถึงงานตกแต่งให้ลงตัวและตอบโจทย์ที่ตั้งไว้

“ส่วนตัวผมชื่นชมการอยู่บน Environment ที่ถูกออกแบบ อย่างออฟฟิศนี่ลงทุนเลย ลงทุนในการออกแบบซึ่งมีความหลากหลาย เพราะมีบริษัทในเครืออยู่หลายบริษัท อย่าง CJ WORX ออกแบบเป็นเหมือนยานอวกาศ อยู่ตรงสาทร อันนั้นก็เป็นยานอวกาศ หน้าตาคล้าย ๆ กับเรือดำน้ำผสมยานอวกาศ เป็นงานดีไซน์เน้นโลหะ ส่วนอีกบริษัทหนึ่งที่อยู่ในชั้นเดียวกันเป็นเหมือนกับสถาบันวิจัยหรือแล็บที่อยู่บนยานอวกาศ ถ้าถ่ายภาพมาก็จะเป็นเหมือนกับอยู่ในหนัง”

อยู่กับทำเลที่เลือก

เพราะตั้งโจทย์ไว้ในการหาที่ดินปลูกบ้านสักแปลง และแปลงนั้นต้องติดริมน้ำ ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ ขนาดที่ว่าขับรถไปทำงานได้ ตามที่เจ้าของบ้านเล่า

“เราคิดว่าเอาตรงใกล้กรุงเทพฯ ที่สุด คือเราไม่รู้ว่าตรงไหน เพราะคิดว่าจะอยู่เพื่อต้องเดินทางไปทำงานในเมือง จึงต้องสะดวก ก็ลองขับรถมาดู ตั้งใจว่าถ้าโชคดี เราก็น่าจะได้ที่ริมน้ำ ซึ่งแทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่จะได้เป็นเจ้าของที่ริมน้ำ ต้องบอกก่อนว่าผมไม่ได้รวยนะ ไม่ได้มีเงินเยอะแยะ เราลองขับตระเวนดูแถวนี้กับภรรยา เพราะแถวนี้อยู่ใกล้กรุงเทพฯ ที่สุด

“เราดูอยู่ 5 – 6 ที่ด้วยกัน แล้วก็มาเจอตรงนี้พอดี เพราะมีคนบอกว่าตรงนี้เขาขายนะ ผมก็ไหนลองมาดูซิ ตอนมาดูก็เป็นพื้นที่รกร้าง แต่พอเห็นแม่น้ำเจ้าพระยาปุ๊บ เออ ๆ ลองคุยกับเจ้าของหน่อย ก็ได้ตรงนี้มา

“บริเวณนี้เรียกว่าบางกะเจ้า หลังจากที่มีเขื่อนแล้วน้ำไม่เคยท่วมล้นเขื่อนเข้ามาในบางกะเจ้า ถึงแม้ว่าจะเป็นยุคที่เป็นน้ำท่วมใหญ่ กรุงเทพฯ ตรงนี้ก็ไม่ท่วม ผมเดาว่ามี 2 ปัจจัย คือเป็นพื้นที่ที่ค่อนข้างใกล้ปากอ่าวไทย น้ำก็เลยไหลออกไปตรงอ่าว ถ้าเรามองไปฝั่งตรงข้ามเรียกท่าเรือกรุงเทพ มองตรงไปเห็นตึกสูงที่มีป้ายและเสาอากาศบนยอดตึก ตรงนั้นจะเป็นอาคารมาลีนนท์ ทาวเวอร์ ด้านขวามือเป็นโซนเอกมัย ทองหล่อ มองไปตรง ๆ ก็เห็นตึก IDEO Q ตรงนั้นคือสุขุมวิท 36 เรามองไปแต่เราไปไม่ได้ (หัวเราะ) เราเห็นแค่ตรงนี้เท่านั้น”

พื้นที่ในบางกะเจ้า เรายังคงเห็นวิถีชีวิตที่สบาย ๆ ทำเกษตร ทำสวนมะพร้าว เห็นท้องร่องในสวน มีความร่มรื่นและค่อนข้างเงียบสงบ อีกกิจกรรมที่คนมาเที่ยวนิยมทำกันคือการปั่นจักรยานชมรอบ ๆ บางกะเจ้า ด้วยความที่ถนนหนทางเล็ก มีคลองมากมาย และค่อนข้างร่มรื่นตามที่ชายอธิบาย

“ชาวบ้านแถวนี้ทำเกษตรกรรม มีสวนมะพร้าว ในนี้มีคลองเยอะแยะเลย คลองไขว้กันไปมา ถ้ามาตามถนนจะข้ามสะพานมาเยอะเลย ถนนหนทางก็เล็ก ๆ หักเลี้ยวไปมา ส่วนใหญ่ก็เป็นชาวบ้านอยู่ มีขายที่ไปบางส่วน อยู่กันสงบ ๆ ไม่ค่อยมีอะไร แล้วเขาก็มีกฎหมายควบคุมไม่ให้สร้างตึกสูง บางครั้งก็มีตึกสูงนั้นสร้างมาก่อนกฎหมายกำหนด หลังจากนั้นไม่ได้แล้ว ห้ามสร้างเกิน 3 ชั้น”

อยู่กับคอนเซปต์ที่ต้องการ

“ผมเห็นงานสถาปัตยกรรมเป็นงานศิลปะชนิดหนึ่ง มองว่าทุกอย่างในสรรพสิ่งที่เราออกแบบต้องมีคอนเซปต์ ผมค่อนข้างชูเรื่องนี้ ผมทำงานโฆษณามาตลอด ลูกน้องทุกคนต้องทำงานเป็นคอนเซปต์ดีไซน์ แล้วตีความไปเป็นรูปแบบต่าง ๆ ในงานโฆษณา

“ในอดีตที่ผ่านมาผมได้รางวัลมา 400 กว่าตัว ทั้งหมดนี้มีความหมายว่าผมรักและชอบในคอนเซปต์เพื่อให้ได้รางวัล ในงานออกแบบไม่ว่าจะเป็นงานโฆษณา งานสถาปัตยกรรม หรืองานใด ๆ ก็ตาม คนทั่วไปจะทิ้งคอนเซปต์ ไม่ยอมใช้ จนทำให้งานเราไม่มีเอกลักษณ์ แต่บ้านหลังนี้ยกเว้น เราต้องมีคอนเซปต์

“ผมวางคอนเซปต์แต่แรกเลย ผมบอกสถาปนิกว่าเอา Environment เป็นหลักก่อน เพราะเราควรอยู่กับธรรมชาติ เลยอยากได้คอนเซปต์ที่เป็นธรรมชาติ ทำบ้านที่ยกสูงนิดหนึ่ง เหมือนกับอยู่ข้างบนแล้วมีเสาปักลงมา มีสิงสาราสัตว์ว่ายน้ำหรือวิ่งเข้ามา และเราต้องรู้สึกปลอดภัย 

“อยู่ไปวันหนึ่งกรุงเทพฯ อาจจะน้ำท่วมก็ได้ ตรงนี้เป็นเจ้าพระยา น้ำก็มีโอกาสเข้ามาได้ ถ้าเกิดเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ 10 เมตร หรือสึนามิมา ผมต้องรอดเพราะผมอยู่ข้างบนได้ มันเป็นความรู้สึกของการเอาชีวิตรอด

“ผมให้คอนเซปต์ว่าเป็นรังนกนะ เพราะฉะนั้น เราจะอยู่ข้างบนแล้วมีแกนตรงกลาง ผมเรียกว่าต้นไม้ มีกลม ๆ อยู่ข้างบน เหมือนเป็นโมดูล (Module) ข้างบนแล้วก็ปักลงมา เราให้คอนเซปต์สถาปนิกว่า ถ้าไปสร้างบ้านหลังนี้ที่ดาวอังคาร เราน่าจะทำแบบนี้เพราะกลัวการบุกรุกของมนุษย์ต่างดาว เราบรีฟไปแบบนั้น พร้อมขนาดของห้องต่าง ๆ” 

อยู่แบบสถาปนิก

เพราะเจ้าของบ้านจบสถาปัตยกรรมศาสตร์มา แม้จะไม่ใช่สถาปนิกโดยตรง แต่พอมีความรู้พื้นฐานและเข้าใจงานออกแบบก่อสร้างอย่างดี

“ปกติในฐานะสถาปนิก เราจะใช้เสาให้ประหยัดที่สุดเพื่อลดค่าใช้จ่ายในการก่อสร้าง แต่ที่นี่ใช้เสาเปลืองมากเลย เป็นสิ่งตรงข้ามในการออกแบบ ปกติเสาจะปักในกริด เช่น เป็นเสา 4 มุมแล้วก็เอากำแพงล้อม แต่ที่นี่ไม่ได้เป็นแบบนั้น อยากปักตรงไหนปัก แต่จริง ๆ มันคือส่วนที่รับน้ำหนักโครงสร้าง ด้วยความที่มันเป็นกลม ๆ หมดเลย การที่จะไปปักในกริดก็แทบเป็นไปไม่ได้เลย คนตอกเข็มก็บอกว่าที่นี่เป็นที่แรกที่ตอกเข็มยากมาก

นอกจากความโดดเด่นของโครงสร้างแล้ว งานกระจกก็โดดเด่นสะดุดตา และมีส่วนช่วยให้บ้านสมบูรณ์ยิ่งขึ้น

“ด้วยความที่เรามองเห็นความเป็นอวกาศนิด ๆ เลยใช้กระจกเต็มไปหมด และกระจกก็มากับความร้อน ที่นี่เลยใช้กระจกสีทึบแทน และเป็นกระจก 2 ชั้นกันเสียงด้วย เพราะว่าเวลามาอยู่ที่นี่ ถ้าเปิดหน้าต่างหรือเปิดประตูจะมีเสียงข้างนอกเข้ามาตลอดเวลา บางทีก็เสียงเรือ บางทีก็เสียงขนของตรงท่าเรือฝั่งตรงข้าม”

เมื่อเราถามว่ามีอะไรอยากเสริมเรื่องกระจกที่นับเป็นไฮไลต์ของบ้านหลังนี้ไหม เจ้าของบ้านพยักหน้าและทำหน้าจริงจัง พร้อมพูดว่า

“หนึ่งในข้อกำหนดของการสร้างบ้านตั้งแต่สมัยเรียนที่เรารู้ คืออย่าใช้กระจกโค้ง เพราะมันแพง” เขาเล่าพลางหัวเราะ “ดูนี่” ชี้ให้เราดูกระจกโค้ง แล้วพูดต่อว่า

“เพราะกระจกโค้งมีกระบวนการสร้างที่ยากและแพงมาก อย่างบานนี้น่าจะใช้เงิน 1 ใน 5 ของงบโครงสร้างบ้านทั้งหลัง นี่กระจกโค้งอย่างเดียวนะ พอเป็นกระจก 2 ชั้นที่ตรงกลางมีฟิล์ม กันความร้อนได้ ดักเสียงได้ ราคายิ่งไปไกล ตอนแรกคนออกแบบก็ถามว่าใช้กระจกโค้งได้ไหม เขาก็พยายามประหยัดให้แหละ แต่ในบางส่วนมันไม่ได้จริง ๆ เราก็ได้ ๆ ลองดู

“กระจกโค้งนี่ทำจนได้รูปทรงต้องพอดีเป๊ะยาก ในนี้มีทำใหม่หลายตัว เพราะมาถึงที่แล้วต้องทิ้ง รวม ๆ แล้วหลายเดือนเลยที่ทำแล้วแก้ไปเรื่อย ๆ”

อยู่กับสเปซที่พอดีตัว

“บ้านหลังนี้ ถ้าให้มองแล้วจะรู้สึกได้ว่าตัวพื้นที่ไม่ได้ใหญ่ เป็นบ้านหลังเล็ก พื้นที่ใช้งานน้อย ปกติเราไม่ชอบบ้านที่ใหญ่เกินตัวจนดูแลไม่ไหวและเกิดฝุ่น ห้องนั้นไม่ได้ใช้ ห้องนี้ไม่ได้ใช้ เราจึงทำให้พอดีเป๊ะ มีลูก 2 คนก็ให้ลูกอยู่คนละห้อง แต่ช่วงนี้ลูกไปเรียนเมืองนอก แล้วก็มีห้องแม่ผม บ้านนี้เลยมี 4 ห้องนอน

“บ้านนี้เป็นบ้านที่ไซซ์พอดีตัว รู้สึกว่ามันแคบแต่อบอุ่น ผมไม่ชอบห้องนอนใหญ่ อย่างชั้นล่างนี่มีพื้นที่เท่านี้เลยนะ (ส่วนที่นั่งคุย) นอกนั้นก็เป็นส่วนซักล้าง เก็บของ ห้องครัว และพื้นที่ของแม่บ้าน พื้นที่ที่เราใช้ชีวิตและใช้งานจริง ๆ ในชั้นนี้มีเท่านี้ 

“เพราะฉะนั้น สเปซส่วนใหญ่จึงไม่ได้เป็นสี่เหลี่ยมจัตุรัสซะทีเดียว เรารู้จักกับสถาปนิกที่ทำดี เขาทำออฟฟิศผมมา 2 หลังแล้ว บ้านนี้เป็นหลังที่ 3 ที่ได้ทำงานด้วยกัน เขารู้สไตล์แล้วว่าผมอยากได้อะไร ผมออกแนวตามใจไปให้สุด ทำอะไรก็ทำ ในฐานะของคนที่เคยเป็นเด็กสถาปัตย์มา ถึงจะไม่ได้ทำเป็นอาชีพ แต่ก็อยากทำอะไรที่ไม่ค่อยได้เห็นบ่อย ๆ”

อยู่แบบไร้คาน

“ปกติถ้าเราทำงานสถาปัตยกรรม จะรู้ว่าถ้าทำเสาก็จะต้องมีคาน บ้านหลังนี้ไม่มีคาน เป็นพื้นวางบนเสาเลย ซึ่งเทคโนโลยีตรงนี้จะเป็นคอนกรีตอัดแรง ใช้ในการแก้ปัญหาเรื่องความสูง มีการจำกัดความสูงในการก่อสร้างเพื่อแก้ปัญหาเรื่องความสูงตึกให้เป็นไปตามข้อกำหนด”

นอกจากบ้านแล้ว ที่จอดรถก็เป็นอีกหนึ่งงานออกแบบที่ทำให้เราเห็นภาพการก่อสร้างที่ไร้คานรองรับชัดเจนขึ้น

“ส่วนที่จอดรถก็เป็นทรง Curve แบบนี้แหละ เราจะได้ที่จอดรถไม่ปกติด้วยไอ้แผ่นนั้นทั้งแผ่น (หลังคาที่จอดรถ) คือวางบนเสาเลย ไม่มีคานเหมือนกันทั้งหมด ทั้งบ้านและโรงรถใช้ระบบเดียวกัน พื้นจึงหนามาก ส่วนตรงหลังคาโรงรถก็พยายามเจาะรู ไม่อย่างนั้นจะดูตันมากเลย รู้สึกน้ำหนักเยอะไป เจาะเพื่อให้มีดีไซน์ แล้วบนนั้นก็ขึ้นไปเดินได้ ตั้งโต๊ะกินข้าวได้ เพราะหนาเหมือนชั้นชั้นหนึ่งเลย รับน้ำหนักได้สบาย” 

อยู่กับพื้นที่สีเขียว

“ในพื้นที่ของบ้านจะต้องมีพื้นที่สีเขียว เราพยายามให้มีสวนเยอะที่สุด ไม่ใช่เป็นพื้นที่ปูนทั้งหมด ส่วนคอนเซปต์ในการออกแบบสวน คือสวนที่เบลนด์ไปกับสภาพแวดล้อมจริง ๆ ของมัน พืชพรรณพวกนี้ก็เป็นพืชที่ดูเข้ากับพืชพื้นถิ่นที่นี่ ก็เลยรก ๆ ป่า ๆ ต้นสูงต้นเตี้ยผสมกันหลายสายพันธุ์ ถ้าคนมองจากประตูรั้วบ้านจะมองไม่เห็นโรงรถเลย เพราะมีเนินดินสูงเป็นเมตรดักไว้ พร้อมต้นไม้มากั้นไว้เพื่อความเป็นส่วนตัว”

อยู่กับฟังก์ชันที่ตอบโจทย์

“เป็นบ้าน 3 ชั้น แต่ว่าชั้น 2 มีห้องแม่ห้องเดียว พื้นที่อื่น ๆ ตรงชั้นนี้ก็เป็นทางเชื่อมเพื่อไปส่วนต่าง ๆ ของชั้นต่อไป”

เพราะเสียดายเส้นทางเชื่อมที่ไม่ค่อยได้ใช้งาน เจ้าของบ้านเลยเอากล้องดูดาวที่เคยมีตั้งแต่ในวัยเด็กมาจัดวาง ที่สำคัญยังใช้งานได้จริง ที่ตรงนี้เลยเป็นมากกว่าทางเชื่อมระหว่างชั้น ทางเชื่อมระหว่างห้องต่าง ๆ ในบ้านแล้ว ยังมีอุปกรณ์ที่ช่วยเชื่อมต่อพื้นที่ภายในสู่พื้นที่ภายนอก เชื่อมฝั่งนี้ไปยังฝั่งโน้น ยังเชื่อมระหว่างโลกไปยังหมู่ดวงดาวที่ไกลออกไปด้วย

“เรียกว่าเป็นงานอดิเรกดีกว่า ถ้าถามว่าดูดาวเป็นไหม ก็ใช้แอปฯ ดูดาว เปิดแอปฯ ส่องทิศ ดูว่าถ้าเป็นทิศนี้ยกประมาณกี่องศา จะเห็นดาวอะไร ใช้แอปฯ เอา กล้องดูดาวนี่เป็นของสมัยเด็ก ๆ เลย เมื่อก่อนตอนเรียนที่ซานฟรานซิสโก คิดว่าเกิดมาก็ควรมีกล้องดูดาวสักอันหนึ่ง อันนี้ดูได้จริง ๆ ดูดาวได้แบบสุดเลย

“ถ้าดูดวงจันทร์จะเห็นหลุมเลย อันนี้ดูได้ถึงดาวเสาร์จะเห็นวงแหวน ตัวนี้ถือว่าความสามารถสูงมาก เรียกว่า Reflector Telescope ข้างในเป็นกระจกสะท้อนไปสะท้อนมาเพื่อลดขนาดของกล้องดูดาว ไม่อย่างนั้นกล้องไซซ์นี้จะยาวมาก ยาวเป็นเมตรเลย พอมันหดอย่างนี้เลยคอมแพกต์มากและได้พาวเวอร์สูงมาก”

อยู่กับงานศิลปะ

ถ้าบอกว่าข้าวของเครื่องใช้ เฟอร์นิเจอร์ของตกแต่ง หรือแม้แต่ขวดเหล้าและโลโก้เครื่องดื่มที่ตั้งอยู่บนบาร์นั้นล้วนแต่เป็นงานศิลปะทั้งหมดจะเชื่อไหม กรุณาตามมาค่ะ เจ้าของแกลเลอรี เอ้ย เจ้าของบ้านจะพานำชม

“โอ๊ยเยอะเลย พวกงานศิลปะ เรียกว่าสนับสนุนศิลปินเก่ง ๆ ดีกว่า อย่างเริ่มจากเครื่องเล่นแผ่นเสียง จริง ๆ ผมเป็นคนที่ฟังเพลง แต่ว่าห่างเหินจากเครื่องเล่นแผ่นเสียงมานานมาก เราก็มาจากยุคซีดี ยุคเทป เพราะยุคเราแผ่นเสียงแพง พอมีบ้านหลังนี้ปุ๊บก็อยากได้ แล้วความทรงจำสมัยเด็กก็กลับมา 

“เครื่องเล่นแผ่นเสียงตัวนี้เป็นของ PRO-JECT เป็นของดีไซเนอร์ออสเตรีย ชื่อว่า Heinz Lichtenegger ตัวนี้ออกแบบเป็นเครื่องเล่นแนวตั้งแบบ Belt Drive เราไม่ค่อยเห็นแบบนี้นะ คนทำน้อยมาก สำหรับผมมองว่าเป็นงานอาร์ตชนิดหนึ่ง

“ไปต่อที่แจกัน ใบนี้เป็นงานออกแบบที่เลียนแบบงานยุคโรมัน จริง ๆ เป็นเซต 4 ใบ แต่ผมเก็บมาได้แค่ใบเดียว ข้าวของเครื่องใช้ในยุคโรมันที่เห็นเมื่อก่อนก็จะเป็นเครื่องปั้นดินเผา ชิ้นนี้ก็เป็นสมัยใหม่มาทำให้เป็นโลหะ แต่ยังคงรูปทรงในยุคโรมัน เรียกว่า Pols Potten Morning Roman ส่วนดอกไม้ที่ใส่ลงในแจกันเป็นของ LEGO Flower Bouquet – The Botanical Collection

“ส่วนนาฬิกาเรือนนี้ผมได้มาจาก Museum of Modern Art (MoMA) ชื่อว่า Fipping Out ของ Cloudnola’s iconic Clock บริษัทที่ทำนาฬิกา Flip ที่ดังมากของสหรัฐฯ”

อยู่กับสิ่งที่ชอบ

และแน่นอน หนึ่งในหลายสิ่งที่เจ้าของบ้านชอบก็คงยังไม่พ้นงานศิลปะ

“กลับมาที่งานอาร์ต อย่างตัวนี้ น้องมอลลี่ (Molly) ผมชอบตัวใหญ่ไซซ์ 400 ไซซ์ 1000 ผมมี SKULLPANDA อย่างพวกไซซ์ 1000 นี่ เรียกว่าไม่ต้องไปที่ช็อป เขาไม่มีขาย แต่ต้องดักเอา ผมดักใน Lazada ที่ Pop Mart official Store เขาจะปล่อยเกือบทุกเดือน แต่มีจำนวนจำกัด ถ้าโชคดีก็โผล่มาให้เรา เราก็ไปดักรอเอา หลังเที่ยงคืน ตี 1 ตี 2

“ตอนนี้ผมมองว่าเป็นยุคของ Art Toy แต่ถ้าเราย้อนยุคกลับไปในอดีต ผมมี Art Toy ตัวหนึ่งที่ต้องดู น้องคนยืนตรงที่เป็นสีเหลือง มีแถบ ๆ สี ชื่อว่า Sportsman ศิลปิน Kazimir Malevich ตัวนั้นน่าจะเป็นอาร์ตทอยยุคแรก ๆ ของโลกเลย ได้มาจาก The Guggenheim Museum นิวยอร์ก มาจากภาพเพนต์แล้วศิลปินเองเขาก็เอาไม้มาแกะสลักกลายเป็นประติมากรรม ทาง The Guggenheim Museum เลยทำงานร่วมกับศิลปิน เพื่อทำเป็น Art Toy ทำขายในพิพิธภัณฑ์ ใครสนใจก็มาซื้อตัวนี้ได้

“เห็นงานกอริลลาสีดำนั่นไหม ตัวนี้ผมได้มานานแล้ว ผมซื้อเกือบ ๆ 7 ปีที่แล้ว ตัวนี้เป็นงานกระดาษนะ อยู่ในเว็บไซต์ที่ชื่อ Papertrophy คือใครสนใจประติมากรรมขนาดใหญ่แต่ไม่อยากจ่ายแพง คุณซื้อมาได้เลย มันมาเป็นแผ่น ๆ เราต้องมาประกอบเอง ทากาว เป็นหนึ่งในงานอาร์ตที่ถือว่า Affordable

“ส่วนตัวนี้เป็นน้องชุดแดง The Wind Rises น้องกำลังทำท่าเหมือนเล่นสเกตน้ำแข็งบนก้อนเมฆและกำลังมีความสุขกับลมที่พัดมา เป็นของศิลปินจีนชื่อ HuiWei ตัวนี้เป็นตัวที่ 114 จากทั้งหมด 299 ตัวบนโลก อยู่ในหมวดหมู่ของอาร์ตทอยเหมือนกัน แต่ทำน้อยมาก ไม่เหมือนมอลลี่นะ นั่นน่าจะทำเป็นแสนตัว น้องคนนี้มีแค่ 299 เขามีออกเป็นคอลเลกชัน อันนี้เป็นหนึ่งในคอลเลกชันมากมายของเขา

“บางทีไปเจอศิลปินไทยผมก็ชื่นชม อย่างพรมนี้ (ตรงก่อนขึ้นบันได) เป็นของศิลปินไทยเจนฯ ใหม่ ชื่อ สาธิต (Satit Tang) เขาทำงานเพนต์ เอางานเขามาทำพรม แล้วผมก็ได้งานเขามาเป็นรูปมังกร พอเจอปุ๊บซื้อเลย 

“โคมไฟที่โต๊ะกลาง ตัวนี้ชื่อ Aim เป็นของดีไซเนอร์ Ronan & Erwan Bouroullec ส่วนโคมไฟตัวที่อยู่หน้าบาร์เป็นของ Tom Dixon ตัวนี้นิยมมากและใช้กันทั่วโลก เรียกว่าถ้าไปร้านอาหาร ยังไงก็ต้องเจอ 

“อย่างรูปวาดนี้ ผมไม่ถือว่าเป็นงานอาร์ตนะ งาน Decoration ดีกว่า เขาเป็นรูปวาด เป็นงาน Oil on Canvas แท้ แล้วก็ติดหลอดไฟนีออน ที่ผมชอบเพราะว่ามีคำว่า Cannes ภรรยาบอกว่าผมควรจะเอามานะ เพราะว่าเคยไปตัดสินงานโฆษณาที่เมือง Cannes ฝรั่งเศส บ่อย ๆ แล้วยังมีคำว่า Hotel Victoria ซึ่งผมก็ตีความเองว่า Victory หรือชัยชนะ น่าจะถูกโฉลกกัน

“ชิ้นนี้ชื่อน้องแบมบี้ หรือกวางในการ์ตูนดิสนีย์ที่ทุกคนรู้จัก แต่น้องเป็นต้นไม้ในคอลเลกชัน Muplant ซึ่งน่าจะหมายถึง Mutant Plant ต้นไม้ที่กลายพันธุ์เป็นสัตว์หรือสัตว์ที่กลายพันธุ์เป็นต้นไม้ เป็นอาร์ตที่มีฟังก์ชันสำหรับผม ตัวนี้เป็นกระถาง ข้างในมีดิน รดน้ำให้มันได้ มาจากศิลปินไทยชื่อ ลีนอน ผมไปเจอที่ TCDC แต่เขาบอกว่าไม่ได้ขายตัวต้นแบบ เราเลยต้องรอทำใหม่ เพราะตัวนี้ต้องไปปั้นแล้วเผา ส่วนต้นไม้คือตัวพญาไร้ใบ ส่วนที่หุ้มกระถางน่าจะเป็นมอสส์แห้ง ดูแลด้วยการหยอดน้ำ ในคอลเลกชันนี้มีตัวสัตว์เยอะมาก หลายรูปทรงมาก มีกบ มีสัตว์ต่าง ๆ ทุกอย่างปั้นหมดเลย ผมขอชื่นชมคนออกแบบ คุณเก่งมากครับ”

อยู่กับเรื่องราว

“หันไปดูโคมไฟใบนี้ดีกว่า ประวัติโคมไฟใบนี้น่าสนใจมาก คือเราจะเห็นโคมไฟใบนี้ในทุกที่ในสมัยก่อน แต่เป็นโคมไฟตั้งโต๊ะ แต่ทรงนี้เลย คนออกแบบชื่อ Jac Jacobsen เขาทำโคมไฟรูปแบบนี้ ตัวเล็ก ตั้งโต๊ะ เกือบ ๆ 10 ล้านใบ ขายกันทั่วโลกเลย ตั้งแต่ปี 1937 จากนั้นก็ซาไป เพราะโคมไฟก็มีวิวัฒนาการไปเรื่อย ๆ อยู่มาวันหนึ่งก็มีคนคนหนึ่งทำแบบนี้เหมือนกัน เป็นศิลปินอีกคนชื่อว่า ไกตาโน (Gaetano) แต่ทำเป็นงานอาร์ตแทน เขาทำแบบขยายไซซ์

“ที่น่าสนใจเพราะเขาไม่ทำขาย เขานำเสนอในเชิงงานศิลปะ โดยขยายโคมไฟใบนี้ขึ้นมาเป็นไซซ์ใหญ่มาก ขนาดสูงชนเพดาน เรียกว่า Moloch Floor Lamp ทำในปี 1970 – 1971 ประมาณ 100 ใบ แล้วเจ้าของลิขสิทธิ์ตัวจริงเขาก็คิดว่า เอ้ย มันก็เวิร์กนี่ เลยขยายไซซ์ทำตัวนี้เพื่อขาย ชื่อว่า The Great JJ ซึ่ง JJ คือชื่อเจ้าของ Jac Jacobsen ผมก็มีโอกาสเจองานชิ้นนี้ที่ร้านในกรุงเทพฯ เป็นร้านเฟอร์นิเจอร์นำเข้า แล้วมันลดครึ่งราคา งานนี้มีคนซื้อยากเพราะต้องมีพื้นที่ ผมเจอปุ๊บซื้อเลย แล้วเอามาวางตรงนี้

“จริง ๆ JJ เป็นเจ้าของดั้งเดิมแหละ แต่ไกตาโนเป็นคนขยายงานชิ้นนี้ให้ใหญ่ขึ้น ตอนขยายเขาเลียนแบบโมเดลเดิมเลย ก๊อบปี้ให้ใหญ่ขึ้น แต่เป็นงานแฮนด์เมด ไม่ใช่งานแบบโปรดักชันเยอะ 

“ไกตาโนเองเขาดีไซน์เก้าอี้ตัวนั้นด้วย (UP5 / UP6 Chair ปี 1969 Armchair Set With Ball Ottoman) ตัวนี้ก็อยู่ที่โมเดิร์นอาร์ตมิวเซียม (MoMA) คนจะรู้จักกันดีถ้าเป็นนักออกแบบ”

อยู่กับรูปแบบที่ต้องการ

หนึ่งในโจทย์ที่ให้กับสถาปนิกในการออกแบบ คือตั้งใจทำให้บ้านเป็นเหมือนอาร์ตแกลเลอรี พื้นที่ในบ้านจึงมีการเว้นสเปซให้จัดวางและติดตั้งงานศิลปะได้อย่างโดดเด่น ส่วนเรื่องสีสันที่ใช้ในบ้าน ชายอธิบายให้ฟังว่า

“ส่วนใหญ่ก็สีธรรมชาตินั่นแหละ มีปูนเปลือย แต่ต้องไม่ไปแข่งกับตัวงานที่เราจะโชว์ บางส่วนก็พยายามจะเลียนแบบปูนเปลือย แต่ส่วนใหญ่ก็ขาว เทา ดำ ยกเว้นบาร์ ต้องทองแดงเท่านั้น ต้องเป็นทองแดง และต้องมีความรู้สึกเป็นทองแดง เพราะมีความรู้สึกว่าในบ้านนี้ ถ้าพูดถึงงานตกแต่งภายใน บาร์เป็นตัวโชว์ที่สุด ดึงดูดสายตา เข้ามาปุ๊บเห็นเลย เลยอยากให้มุมนี้เป็นทองแดง เขาก็หาให้ผมได้จริง ๆ ด้วย 

“โต๊ะตัวนี้ผมเป็นคนออกแบบเอง เป็นต้นไม้ทั้งต้น ไม้ซุงต้นนี้น่าจะอยู่ในโรงงานมา 6 – 7 ปีก่อนที่จะไปเจอ เพราะเป็นโรงงานทำเฟอร์นิเจอร์ แล้วเขาก็จะสะสมแผ่นไม้ขนาดยักษ์เอาไว้ ไม้นี้เป็นไม้เมอซาวา ขาก็เป็นซุงทั้งท่อน แล้วก็กลึงเป็นรูปทรงอย่างนี้ นี่เป็นหนึ่งในโต๊ะที่ออกแบบเพื่อส่งอาจารย์สมัยผมเรียนตอนปี 1 อยากได้ตั้งแต่สมัยนั้นเลย จนกระทั่งมีบ้านเราก็รื้อฟื้นความทรงจำมาทำอย่างนี้เลยดีกว่า

“ส่วนเก้าอี้เป็น Replica ของเลียนแบบงานโบราณ เรียกว่างานวินเทจ ใช้ไม้ท่อนมาทำเป็นงานฝีมือไม้ พวกนี้ตัวจริงจะเก่ามาก ไม่รู้จะหาจากไหน ไม่มีขายแล้ว ตัวหนึ่งชื่อ Erika Chair อีกตัวคล้าย Chair from Miyazaki บางตัวหาชื่อไม่เจอเพราะเก่ามาก”

อยู่กับของเก่าเก็บอย่างมีระเบียบ

“เราเคยเป็นแบบไหน เราชอบแบบไหน เราก็ทำต่อในแบบที่ชอบ อย่างบ้านนี้มีของเยอะ ก็เลยมีห้องเก็บของเยอะมากความจริงต้องเป็นห้องที่ต้องมีเยอะสุดเท่าที่จะมีได้เลยนะ ของบางอย่างเป็นสิ่งที่เสียดายและยังไม่กล้าทิ้ง ในความคิดเราคิดว่ามันยังมีประโยชน์อยู่ ผมก็พยายามไม่เสียดายของนะ อะไรไม่ใช้ก็พยายามเอาออกไปบริจาค หาคนมารับไป ห้องเก็บของสำคัญที่สุด อย่างเวลาบ้านที่มีสวน ก็ต้องหาที่เก็บอุปกรณ์ ข้างนอกบ้านผมเลยมีที่เก็บของ 2 ห้อง ตรงที่จอดรถเป็นห้องเก็บของขนาดใหญ่ ใส่จักรยาน ใส่โต๊ะได้

อีกห้องหนึ่งเป็นห้องที่เกี่ยวกับการซ่อมบำรุง มีสีกระป๋อง มีอะไหล่ที่เป็นพวกกระเบื้อง ผมเป็นคนที่ซ่อมของเอง อะไรที่ซ่อมเองได้ก็จะทำ มีเครื่องมือพวกสว่าน ไขควงไฟฟ้า เลื่อยไฟฟ้า เครื่องเจียระไน เครื่องวัดไฟ บัดกรี”

อยู่กับเทคโนโลยี

“บ้านนี้ออโตเมชัน ตอนแรกผมคิดว่าเป็นเรื่องที่แพงและห่างไกลจากตัวเรา แต่จริง ๆ บ้านทุกหลังเปลี่ยนเป็นออโตเมชันได้ แค่เปลี่ยนปลั๊ก ง่ายกว่าที่คิดไว้เยอะ เสร็จแล้วเราก็ซื้อพวก Google Nest มาเพื่อรับคำสั่งเป็นเสียง ถ้าพูด กูเกิล ปุ๊บ มันจะเปิด-ปิดไฟตามที่สั่งได้เลย ม่านบางส่วนก็ตั้งเวลาให้ปิดบังแดดเป็น 10% 20% หรือ 100% ตอนแดดมา ไฟสวนก็เปิดเองตอนกลางคืนและปิดเองตอนเช้า กล้องรอบบ้านก็ตรวจจับคนเดินตอนกลางคืนได้ ส่งเสียงเตือนได้”

อยู่กับความพอดี

“ก็ประมาณนี้ล่ะครับ อยู่สบายบนฟังก์ชันเท่าที่ตัวเองอยากจะมี ไม่มีห้องโฮมเธียร์เตอร์เพราะไม่ได้ใช้ ผมเป็นคนเล่นเครื่องเสียง สมัยก่อนที่บ้านมีห้องดูหนัง ห้องฟังเพลง ในบ้านเก่ามีห้องทำงานแยก ไม่เอาแล้ว ลดให้หมดเหลือแค่ตัวนี้ตัวเดียว มีฟังก์ชันเท่าที่ต้องการจริง ๆ มันมาจากประสบการณ์ที่เราเคยมีแล้วไม่ได้ใช้หรือใช้น้อยครั้ง

“ฟังก์ชันที่แต่ละคนใช้ไม่เหมือนกันใช่ไหม อย่างผมใช้โต๊ะกินข้าวที่โต๊ะทำงาน อันนี้คือฟังก์ชัน ผมไม่อยากได้ห้องทำงานต่างหาก มันเปลือง เพราะเราก็ควรมีพื้นที่ที่ใช้ได้ทุกอย่าง อันนี้คือโต๊ะทำงาน โต๊ะกินข้าว โต๊ะคุย ทุกอย่างก็จะใช้ตรงนี้หมดเลย มันเลยจะประหยัดพื้นที่”

 สำหรับผม หนังสือเหมือนดอกไม้

“เหล้าพวกนี้เป็นเหล้าโชว์เป็นส่วนใหญ่ ดื่มบ้าง แต่ไม่เยอะ ชอบซื้อเก็บ ๆ ไว้ เพราะมันเป็นหนึ่งในงานออกแบบที่กินได้ ผมมีความรู้สึกว่าขวดพวกนี้สวยทั้งนั้น ชื่นชมการออกแบบมากกว่า แล้วก็ซื้อมาดิสเพลย์ เหมือนหนังสือ คนถามว่าเอามาตั้งไว้ตรงนี้ทำไม คือมันสวยดีแต่ไม่มีฟังก์ชันนะ

สำหรับผม หนังสือเหมือนดอกไม้ เราซื้อมามันก็เหี่ยวไป แต่หนังสือไม่เหี่ยว ไม่ต้องคอยเติมน้ำ อย่าง 3 เล่มตรงเคาน์เตอร์บาร์ ซื้อมาเพราะหนังสือสวยมาก พยายามเก็บเพราะคอลเลกชันของหนังสือชุดนี้ (PALETTE mini series) เขามีตั้งแต่เบอร์ 0 – 9 อันนี้เป็นเบอร์ 9 เบอร์ 8 เบอร์ 4 หนังสือเขาจะมีคอนเซปต์ทุกเล่มนะ อย่างเล่มนี้ก็นีออนทั้งเล่ม อย่างเล่มนี้เรืองแสง อย่างเล่มนี้เป็นรีไซเคิล เป็นเนเจอร์ พยายามเก็บแต่ซื้อทุกเล่มไม่ไหว ผมไปเจอมาที่นิวยอร์กมั้ง ซื้อมา 3 เล่ม ปรากฏว่าเมืองไทยถูกกว่า” เขาหัวเราะ

นี่คือคำพูดทิ้งท้ายของเจ้าของบ้าน ก่อนที่จะชวนพวกเราพิจารณาขวดต่าง ๆ บริเวณเคาน์เตอร์บาร์สีทองแดง ระหว่างรอแสงทองของพระอาทิตย์ตกดิน คงได้พิจารณาไปหลายขวดกันเลยทีเดียวเชียว (ยิ้มกรึ่ม)

Writer

สุภัทรา ณัฐพูลวัฒน์

บุคคลธรรมดาที่เคยทำงานหนังสืออยู่ช่วงหนึ่ง ปัจจุบันชอบทำสวน ชอบอยู่กับแมว หมา และหน้าหนังสือ

Photographer

เธียรสิน สุวรรณรังสิกุล

ปัจจุบันกำลังหัดนอนก่อนเที่ยงคืน