บ้านเป็นหลายอย่างของมนุษย์
บ้านคือที่อยู่อาศัย บ้านคือตัวตน บ้านคือความสบายใจ พร้อมกันนั้น บ้านก็เป็นทั้งอดีต ปัจจุบัน และอนาคต บ้านอยู่ในทุกช่วงเวลาของชีวิต
บ้านชั้นเดียวบรรยากาศสบายตาหลังนี้อยู่ที่จังหวัดเชียงราย เป็นของ ป๊อบ สาวโสดอายุหลัก 5 ที่มีพ่อแม่อายุหลัก 8
ด้วยความที่เป็นบ้านค้าขายอะไหล่ ทุกคนจึงใช้ชีวิตอยู่ตึกแถวในตัวเมืองเชียงรายกันมาตลอดชีวิตต
ค้าขายสะดวกก็จริงล่ะ แต่พี่ป๊อบ ณ วัยนี้บอกว่าอยู่แบบนั้นไม่เคยได้สัมผัสสีเขียวกันเลย เธออยากให้พ่อแม่ได้ใกล้ชิดธรรมชาติในบั้นปลายชีวิตบ้าง ประกอบกับเมื่ออยู่อาศัยเป็นแนวตั้ง การเดินเหินอะไรก็ไม่สะดวก แถมยังมองไม่เห็นกิจกรรมของพ่อแม่ด้วย
โชคดีที่ป๊อบมีญาติผู้น้อง หรือ โบ๊ท-ณัฐพันธุ์ สุคนธพันธุ์ เป็นสถาปนิกที่ pasa architects จึงปรึกษาน้องชายเพื่อสร้างบ้านใหม่เพื่อพ่อแม่ และเพื่อตัวเธอเองในอนาคต
แล้ว Baan Chiangrai ที่เรียกเต็มปากเต็มคำว่า Retirement House ก็เกิดขึ้นมา ซึ่งถือได้ว่าเป็นตัวอย่างที่ดีและจับต้องได้ของ Universal Design หรือ ‘การออกแบบเพื่อมวลชน’
แม้จะหน้าตาไม่หวือหวาฉูดฉาดแต่อย่างใด แต่บ้านน้อยหลังนี้ก็มีผลต่อจิตใจของผู้อยู่อาศัย ทันทีที่สร้างเสร็จ เจ้าของบ้านก็คลายความกังวลเกี่ยวกับอนาคตไปได้หลายเปราะ
ใครเริ่มวางแผนเผื่อคืนวันที่ร่างกายถดถอย มาเยี่ยมบ้านหลังนี้แล้วอาจจะมองเห็นชีวิตชัดขึ้นก็ได้

พวกเขาสร้างบ้านหลังนี้กันบนที่ดินที่ป๊อบซื้อมาร่วม 20 ปีแล้ว สมัยเป็นพื้นที่ป่าที่ยังไม่พัฒนา แต่ปัจจุบันมีโรงเรียน มีถนนบายพาส และถูกพัฒนาตาม ๆ กันไปทั้งแถบ
ซึ่งจริง ๆ ที่นี่ก็ห่างจากบ้านหลังเดิมเพียงขับรถ 7 นาที หรือราว ๆ 2.8 กิโลเมตร ทำให้ป๊อบยังมีวิถีชีวิตแบบเดิม ๆ ได้ ไม่ต้องปรับตัวขนานใหญ่เหมือนคนย้ายบ้านหลายคน
“อยากได้บ้านสไตล์ที่ผู้สูงอายุอยู่สะดวก สบายตา อยู่แล้วอบอุ่นค่ะ” ป๊อบเล่าถึงความต้องการให้เราฟัง แต่ถึงอย่างนั้น โบ๊ทผู้เป็นสถาปนิกก็บอกว่า เจ้าของบ้านไม่ได้มี ‘ภาพที่อยากได้’ ชัดเจนเหมือนลูกค้าคนรุ่นใหม่ หน้าที่ของเขาจึงเป็นการนำจิ๊กซอว์ความต้องการมาต่อ ๆ กันจนเห็นภาพ
“สำคัญที่สุดน่าจะเป็นเรื่องการออกแบบเพื่อตอบรับชีวิตที่เขาคาดหวัง” สถาปนิกบอก

โบ๊ทเคยออกแบบโรงพยาบาลเมื่อครั้งยังทำงานออฟฟิศ เขานำไอเดียจากโรงพยาบาลมาปรับใช้ส่วนหนึ่ง แต่ในขณะเดียวกันก็ศึกษาเพิ่มเพื่อให้เป็นบ้านที่อยู่สบายด้วย
ในที่สุดก็ออกมาเป็นบ้านหลังใหม่ ฟังก์ชันเรียบง่าย ห้องนอนใหญ่สำหรับผู้สูงอายุ 1 ห้อง ห้องเล็ก Multi-purpose 1 ห้อง มีห้องรับแขก ห้องครัว และห้องน้ำถึง 3 ห้อง แยกกันระหว่างห้องน้ำใหญ่ ห้องอาบน้ำ และห้องปัสสาวะ
ปัจจุบันป๊อบนอนในห้องนอนใหญ่ที่รองรับการแก่ตัวเป็นอย่างดี ส่วนห้องเล็ก Multi-purpose เป็นของแม่ ซึ่งแม้จะเล็กกว่า แต่ห้องนี้ออกแบบให้จับตามองได้ตลอดเวลา ด้วยวิธีการวางแปลนและประตูกระจกที่มีม่าน หากลูกสาวนั่งดูทีวีอยู่ตรงห้องรับแขก ก็จะมองไปเห็นแม่ที่กำลังนอนอยู่ได้ ไม่ต้องคอยห่วงว่าจะเกิดอะไรขึ้นหลังกำแพงทึบ
“พอคนแก่ขึ้น อุดมคติเรื่องความเป็นส่วนตัวก็จะลดลง” โบ๊ทกล่าว


ทุกวันนี้พวกเขายังมาใช้บ้านใหม่ไม่เต็มร้อย ด้วยผู้สูงอายุยังมีความติดนอนที่บ้านเดิม แต่ช่วงวันหยุดหรือตอนเย็น ๆ วันธรรมดาบางวัน ป๊อบก็จะพาบุพการีมาพักผ่อนในบรรยากาศดี ๆ ของบ้านใหม่
“เขาไม่ค่อยชินไง” ป๊อบว่า “อยู่แต่ตึกแถวมาตลอดทั้งชีวิต พอไปอยู่เงียบ ๆ ก็รู้สึกแปลก ๆ เหงา ๆ ยังอยากทำงานอยู่ แต่ก็ค่อย ๆ ปรับกันไป”
และบ้านหลังนี้ก็มีพื้นที่รองรับกิจกรรมวันหยุดของครอบครัวหลายจุด ไม่ว่าจะเป็นลานข้างห้องนอนที่ใช้นั่งกินหมูกระทะด้วยกันได้ และมีแผนจะนำชิงช้ามาตั้งไว้ให้ไกวเล่น ๆ หรือสวนเขียวสวยที่มองเห็นได้จากเตียงนอน

การออกแบบตามหลัก Universal Design จะต้องเอื้อต่อการอยู่อาศัยของผู้มีข้อจำกัดทางร่างกาย เป็นต้นว่า ผู้สูงอายุ หรือผู้พิการ
ฉะนั้น ‘ตัวเลขที่ถูกต้อง’ จึงเป็นสิ่งสำคัญมากที่สุดอย่างหนึ่งในการออกแบบ
เช่น ประตูที่จะต้องกว้างอย่างน้อย 90 เซนติเมตร เพื่อให้วีลแชร์ผ่านสะดวก และใช้เป็นบานสไลด์ในจุดที่เหมาะสม ภายในห้องก็จะต้องมีบริเวณให้กลับรถวีลแชร์ได้ เป็นวงกลมเส้นผ่านศูนย์กลางไม่ต่ำกว่า 1.5 เมตร และวีลแชร์จะต้องวิ่งได้รอบเตียง

‘เสียง’ ก็เป็นอีกเรื่องสำคัญ
บ้านนี้ระวังเรื่องเสียงรบกวนเป็นพิเศษ ทั้งเสียงจากสถานบันเทิงที่มักได้ยินตอนดึก เพราะย่านนี้เริ่มคึกคักขึ้น ทั้งเสียงธรรมชาติอย่างจักจั่นที่ร้องระงม บริเวณพักผ่อนอย่างห้องนอนจึงใช้ผนัง 2 ชั้น และกระจกหนา 1 เซนติเมตร มีที่ว่างสุญญากาศตรงกลางบานเพื่อลดปริมาณเสียง จากที่ปกติใช้กระจกหนาแค่ 5-6 มิลลิเมตร
แม้แต่ดีเทลเล็กจิ๋วอย่างชั้นวางรองเท้าก็มีการออกแบบ ถ้าคุณเลื่อนเปิดบานตู้เพื่อหยิบรองเท้าแล้ว จำเป็นต้องปิดบานก่อนจึงจะนั่งใส่รองเท้าได้ เพื่อที่ปัญหาสัตว์เลื้อยคลานหรือแมลงเข้ามากบดานจะได้ไม่เกิดขึ้น
สวนข้างนอกก็ไม่ใช่สวนธรรมดา แต่ภูมิสถาปนิกออกแบบทางเดินมาเป็นทางลาดนิด ๆ พอให้ผู้สูงอายุได้เดินขึ้น-เดินลง ออกกำลังกาย

แต่ถึงอย่างไร เมื่อไม่ใช่โรงพยาบาลแต่เป็นบ้านคนทั่วไป โบ๊ทก็ยอมรับว่านี่ยังไม่ได้เป็นไปตามหลักการแบบ 100% แต่ยังคงตอบโจทย์พื้นฐานได้
อย่างทางลาดที่จริง ๆ แล้วจะต้องใช้สัดส่วน ความสูง : ความยาว เป็น 1 : 12 (แปลว่า ถ้าบ้านสูง 1 เมตร ทางลาดต้องยาว 12 เมตร) แค่แต่ในกรณีนี้ก็ลดเหลือ 1 : 10 หรือ 1 : 9 ซึ่งก็ยังไม่ได้ถือว่าชันมาก ด้วยเหตุผลว่า พื้นที่ไม่เพียงพอสำหรับทางลาดยาว 12 เมตร และมีคนช่วยเข็นวีลแชร์ผู้สูงอายุตลอดเวลา ไม่ได้เป็นผู้พิการที่ต้องบังคับวีลแชร์เอง
ถ้าใครไม่ค่อยคุ้นเคยกับการออกแบบสถาปัตยกรรมอาจรู้สึกว่าบ้านหลังนี้เต็มไปด้วยหลักการเคร่งเครียด แต่หากผ่านมือสถาปนิก (อย่างโบ๊ท) แล้ว รับรองว่าท่ามกลางกฎเกณฑ์มากมาย ความสวยงามก็ต้องไม่ขาด

“ฟังก์ชันการใช้งานตอบโจทย์ผู้สูงอายุดีค่ะ” พี่ป๊อบตอบเมื่อเราขอให้รีวิวบ้านสักหน่อย “เวลาเดินข้างนอกก็มองเห็นว่าป๊ากับแม่ทำอะไรอยู่ข้างใน เวิร์กอยู่นะคะ”
แม้จะมีฟังก์ชันมากมายให้เลือกใช้ แต่มุมโปรดที่สุดของป๊อบก็คือห้องนอน “วันหยุดก็อยากนอนอย่างเดียว” พี่เขาว่าอย่างนั้น “เห็นแต่ฝาผนังมาทั้งชีวิตก็อยากเห็นเขียว ๆ บ้าง”
สาวโสดคนนี้วางแผนว่า ภารกิจต่อไปนี้คือการดูแลพ่อแม่ให้อยู่สบายที่สุด และในเมื่อบ้านนี้ออกแบบมาให้เป็นบ้านสำหรับผู้สูงอายุแล้ว เมื่อถึงคราวเธอแก่ตัวลงบ้าง ก็ตั้งใจอยู่บ้านนี้ไปเรื่อย ๆ ไม่ย้ายไปไหนแล้ว แถมยังแอบชวนสาวโสดเพื่อนสนิทมาอยู่ด้วยกันที่นี่ด้วย
แน่นอนว่าเพื่อนป๊อบเองก็ถูกอกถูกใจบ้านที่สะดวกสบายแบบนี้


แล้วโบ๊ทก็พูดถึงลูกค้าชาวกรุงเทพฯ กลุ่มอายุ 50+ ที่ใฝ่ฝันอยากอยู่ต่างจังหวัด หากเป็นกลุ่มนี้ ถึงอย่างไรก็จะต้องใส่หลักการออกแบบที่เอื้อต่อการสูงอายุเข้าไปบ้าง
“ได้ทำมาตลอด ขึ้นอยู่กับว่าสุดทางขนาดไหน” โบ๊ทว่า “แต่หลังนี้เป็น Retirement House เลย โจทย์หลักจึงเป็นเรื่อง Universal Design”
ฟังจบแล้วก็คิดว่าดีจังเลยที่ Baan Chiangrai หลังนี้เกิดขึ้น
สถาปนิกอย่างโบ๊ทก็จะได้ปล่อยของ และได้ Know-how ไปออกแบบให้คนอื่น ๆ ต่อไป
คนที่อยากมีบ้านสำหรับเกษียณเหมือนกันก็จะได้มีเคสไว้เป็นแรงบันดาลใจ
ป๊อบเองก็ได้บ้านที่เหมาะกับตัวเองและพ่อแม่ ณ ขณะนี้และอนาคต เพราะมีน้องชายที่รู้ใจมาออกแบบให้เป็นการเฉพาะ ดังที่ตลอดการสัมภาษณ์ เราเห็นทั้งสองหันไปคุยกันเองอย่างสนิทสนมด้วยภาษาถิ่นตลอด
“เราว่ามันประสบความสำเร็จในตัวเองแล้วประมาณหนึ่งนะ” โบ๊ทกล่าวสรุปยิ้ม ๆ

