ก่อนจะเล่าถึงร้าน ‘SOMA Bangkok’ ขอเล่าเรื่องแนวโน้มที่น่าสังเกตของวงการอาหารและร้านอาหารในไทย พ.ศ. 2568 สักเล็กน้อยครับ
ในช่วง 10 ปีก่อนหน้านี้ ร้านอาหารที่มาแรงและได้รับความนิยมรูปแบบหนึ่งคือร้านอาหารที่เสิร์ฟแบบ Chef’s Table อาหารที่เชฟได้คิดและปรุงตามแนวคิดของเชฟเอง เสิร์ฟอาหารทีละจานตามลำดับ คนกินไม่ได้เป็นผู้เลือกเมนู และใช้เวลามีประสบการณ์ในการกินราว 3 – 4 ชั่วโมง รูปแบบร้านอาหารแบบนี้ได้รับความนิยมจนถึงจุดสูงสุด

แต่แนวโน้มหนึ่งของร้านอาหารที่เกิดใหม่ในปีนี้จะเป็นร้านอาหารของเชฟเจ้าของร้าน Chef’s Table เหล่านั้น แต่ปรับเปลี่ยนรูปแบบให้การกินของลูกค้าไร้พิธีรีตอง เลือกอาหารได้เองตามความอยากของคนกิน และเน้นการ Sharing กับผู้ร่วมโต๊ะ
ถึงรูปแบบกับหน้าตาของอาหารจะผ่อนคลายขึ้น แต่สิ่งที่ยังอยู่คือความคิดสร้างสรรค์ เทคนิคครัวสมัยใหม่ วัตถุดิบที่ดีกับสิ่งแวดล้อม รสชาติที่คิดค้นมาอย่างมีกระบวนการแบบอาหารแบบ Chef’s Table
และ SOMA Bangkok คือหนึ่งในร้านที่เป็นผู้อยู่ในแนวโน้มใหม่นี้ชัดเจนมากครับ
ความพิเศษแรกคือ SOMA Bangkok เป็นการรวมหัวกันของเชฟฝีมือดี นี่คือร้านอาหารไทยร่วมสมัยของ เชฟชาลี กาเดอร์ เชฟมิชลิน 1 ดาว จากร้าน Wana Yook ที่มีทั้งรสมือที่ดีในการทำอาหารไทย และเก่งในการทำอาหารแบบอาหารตะวันตก กับ เชฟหนุ่ม-วีระวัฒน์ ตริยเสนวรรธน์ จากร้าน Samuay & Sons ที่มีความสนใจด้านวัตถุดิบตามฤดูกาล ภูมิปัญญาอาหารอีสาน และทำอาหารไทยได้อร่อยมาก โดยมี เชฟภาคย์ ยะมู เชฟดาวรุ่งที่เก็บประสบการณ์ในครัวจากร้านอาหารแนวหน้าหลายร้านเช่น Bo.lan และ Wana Yook มาเป็นเฮดเชฟดูแลอาหารทุกจาน

SOMA Bangkok เป็นร้านอาหารไทยร่วมสมัย อาหารแต่ละจานคิดขึ้นใหม่จากพื้นฐานของสูตรอาหารไทยดั้งเดิม สูตรอาหารจากครอบครัว และประสบการณ์ของเชฟแต่ละคน ผสมไอเดียจนได้ความแปลกใหม่น่าสนใจมากครับ
เช่นการรมควันเนยกีในมัสมั่น เสิร์ฟพร้อมอาจาดใส่น้ำกุหลาบ แกงเขียวหวานน้ำข้น ๆ มีกลิ่นเครื่องเทศที่ต่างไปจากเครื่องแกงเขียวหวานเดิม รวมถึงแกงอื่น ๆ ที่จะปรับเปลี่ยนหรือเพิ่มเติมเครื่องเทศใหม่เข้าไปจนได้ความใหม่ของรส การเอาแกงกะทิไปผสมกับหลนจนได้อาหารจานใหม่แต่คุ้นเคย นี่แค่ตัวอย่างของไอเดียสนุกของทั้ง 3 เชฟ
ความพิเศษอีกสิ่งที่ผมว่าน่าสนใจ คือการออกแบบอาหารแต่ละจานที่เป็นอาหารไทยให้เหมาะกับร้านที่เป็นกึ่งร้านอาหารและร้านกินดื่ม
อาหารไทยที่ปกติต้องกินแบบสำรับ ต้องกินจานนั้นแกล้มจานนี้ ตัดรสด้วยอีกจานถึงจะครบอรรถรส ออกแบบมาใหม่ให้จบได้ในตัว ไม่ต้องอาศัยลำดับหรือการจับคู่ในการกิน ทุกจานรสจัดจ้าน แต่ไม่จัดขนาดต้องทานกับข้าว ยกเว้นในบางจาน เช่น กะเพราที่รสเข้มข้นมากก็อาจจะต้องการข้าวมาผ่อนรส
การออกแบบรสอาหารให้แต่ละจานเป็นทั้งกับข้าวและกับแกล้ม แยกสั่งแบบไม่ต้องคำนึงถึงความเป็นสำรับ หรือจะจัดเป็นสำรับใหญ่ก็ทำได้ ถือว่าเป็นไอเดียที่ยืดหยุ่น เหมาะกับคนกินหลาย ๆ กลุ่มดีครับ

เมนูแนะนำ
SOMA Bangkok มีอาหารประเภทต่าง ๆ แนะนำให้เริ่มจาก Bite จานเล็ก ๆ ที่เหมือนเป็นของกินเรียกน้ำย่อย เช่น หอยนางรมฝรั่งเศสสอดไส้เครื่องพล่าและน้ำมันพริก เป็นการกินหอยนางรมในรสแบบไทย ๆ

สาคูกรอบไส้หมู มีแป้งสาคูกรอบด้านล่าง ส่วนแผ่นแป้งด้านบนเป็นแป้งเหนียว สร้างความต่างของสัมผัสเวลากิน ไส้สาคูจะตัดรสด้วยน้ำส้ม ทำให้ไม่เลี่ยนมาก
เมี่ยงคำหมี่กรอบ คือการนำเมี่ยงคำมาผสมกับหมี่กรอบ ใช้หมี่กรอบแทนมะพร้าวคั่ว แต่ยังมีรสน้ำปลาที่หอมคาราเมลอยู่ด้วย
ทองม้วนปูผัดผงกะหรี่ เป็นคำเล็ก ๆ ที่สนุก มีความกรอบของแผ่นแป้งทองม้วน สอดไส้ปูผัดผงกะหรี่หอม ๆ ด้านใน

ต่อด้วยยำเนื้อรีเจนซี เนื้อย่างแบบมีเดียมแรร์ ใส่เหล้ารีเจนซีและการัมหรือน้ำปลาหมักจากเนื้อวัวของเชฟหนุ่ม

ตามด้วยจานหลักที่มีทั้งของย่าง ต้ม และแกง ปลาย่างประจำวันที่แต่ละวันไม่ซ้ำกัน เสิร์ฟพร้อมน้ำพริกขี้กาและกะหล่ำปลีเคลือบซอสน้ำปลาหวานย่างและน้ำจิ้มซีฟู้ด
แกงคั่วสับปะรดหอยแมลงภู่และหอยท้ายเภาที่มีตามฤดูกาลพอดี

ไก่กอและที่ใน 1 ไม้จะใช้เนื้อส่วนต่าง ๆ ของไก่มารวมกันให้เกิดความหลากหลายของสัมผัสตอนกิน เคลือบด้วยพริกแกงกอและแล้วย่าง เสิร์ฟพร้อมกับยำทวาย

ต้มกะทิกับหอยเป็นจานที่อยากแนะนำมาก ๆ ครับ แกงกะทิใส่หอย แต่เชฟปรับให้มีความเป็นหลนผสมลงไปด้วย เลยใส่ข้าวหมากในแกงกะทิ ออกมาก้ำกึ่งระหว่างแกงกับหลน เสิร์ฟคู่กับยำผักกูด อร่อยดีครับ

อีกแกงที่ผมชอบคือแกงแหนมคอหมูย่าง ตอนแรกเข้าใจว่าเขาใช้คอหมูย่างไปทำแหนม แต่ที่จริงแล้วแหนมคือส่วนผสมปรุงรสแกงน้ำข้น ๆ ให้ได้รสนัว ๆ ในน้ำแกงแบบแกงคั่วแหนมทางเหนือ ผสมกับกะทิให้รสนวลขึ้นนิด กินกับคอหมูย่างชิ้นนุ่ม แต่งด้วยเครื่องที่กินกับแหนมอย่างถั่วและขิงซอย เป็นแกงไอเดียใหม่ ๆ ที่อร่อยครับ

ของหวานปิดท้ายเป็นขนมที่มีความไทยแต่ใส่ไอเดียมาสนุก เช่น โมจิลำไยและไอศกรีมกะทิ เป็นจานที่อร่อยและเชฟบอกว่าหลายคนชอบเมนูนี้มาก เป็นแป้งโมจิหนึบ ๆ รสและกลิ่นลำไย กับไอศกรีมกะทิโรยด้วยข้าวเม่าทอด

อีกจานเป็นแซนด์วิชไอศกรีม แป้งด้านนอกที่ใช้ประกบเป็นบ้าบิ่น ไส้ในเป็นไอศกรีมรสเก๊กฮวย โรยด้วยขี้โล้จากการเคี่ยวกะทิจนงวด

SOMA Bangkok เป็นร้านที่ผมคิดว่ามีความคิดสร้างสรรค์ในอาหารที่ดีมาก การใส่ไอเดียกับอาหารไทย ทั้งผสมผสานเมนูเข้าด้วยกัน การปรับเปลี่ยนรสและรูปแบบใหม่ให้กับเมนูที่คุ้นเคย ทำให้การกินอาหารไทยสนุกขึ้น รวมถึงบรรยากาศร้านที่ปรับให้ดูสนุกและผ่อนคลาย มีทั้งความเป็นร้านอาหารไทยและไวน์บาร์ในตัว ค่อนข้างตรงจริตกับคนยุคนี้
SOMA Bangkok เป็นร้านที่ชวนทั้งเพื่อนและครอบครัวมาได้ครับ

