ถ้ามีโอกาสไปเที่ยวเชียงราย แล้วแวะขึ้นไปทางเชียงแสน หรือเลยขึ้นไปถึงสามเหลี่ยมทองคำ แนะนำให้หาโอกาสไปกินอาหารที่ร้าน ‘สามสาร (Samsarn)’ ครับ อยู่ในพื้นที่ของ Anantara Golden Triangle Elephant Camp & Resort รีสอร์ตที่เงียบสงบท่ามกลางป่าเขา
ความน่าสนใจอยู่ที่เมนูทั้งหมดเกิดจากการนำรสชาติ วัตถุดิบ และความเชื่อมโยงของอาหารไทย ลาว และพม่า มาผสมกันอย่างมีแนวคิด โดยไม่ต้องแยกเป็นจานลาว จานพม่า หรือจานไทยชัด ๆ แต่เป็นอาหารที่หยิบอิทธิพลจากหลายพื้นที่มาสร้างจานใหม่ที่กินแล้วรู้สึกถึงบริเวณลุ่มน้ำโขงมากกว่า

อาหารหลายจานเกิดจากการตีความของ เชฟจีโน่-พิสิษฐ์ จิโนพงป์ โดยอาศัยการรีเสิร์ชเมนูดั้งเดิม กลิ่น สมุนไพร เครื่องเทศ และรากวัฒนธรรมอาหารที่มีอยู่ในพื้นที่สามเหลี่ยมทองคำ แล้วค่อย ๆ คิดเป็นเมนูใหม่ขึ้นมา อย่างการใช้รากชู มะแขว่น สาหร่ายไก ถั่วเน่า หรือผักแขยง วัตถุดิบเหล่านี้เคยอยู่ในครัวพื้นบ้านมาก่อนทั้งสิ้น เชฟจึงหยิบมาใช้ร่วมกับเทคนิคที่ร่วมสมัย จนกลายเป็นอาหารใหม่ที่ยังคงมีรากในอดีตอยู่
ผมแนะนำ Mekong Odyssey ซึ่งเป็นคอร์ส 7 จานที่จะพาเดินทางไปรู้จักกับวัฒนธรรมลุ่มแม่น้ำโขง


เริ่มต้นด้วยเวลคัมดริงก์เป็นน้ำเสาวรส ปรุงมะแขว่นกับพริกลาบให้ได้ความสดชื่นและรับกลิ่นหอมเย็นของเครื่องเทศล้านนาตั้งแต่แรก ด้านบนของเครื่องดื่มเป็นโฟมจากสับปะรดภูแล กินคู่กับของทานเล่น เห็ดทอด กับมูสต้มข่าท็อปด้วยซัลซ่ามะม่วง

จานแรกได้แรงบันดาลใจจากละเพ็ตโตะหรือยำชาเมี่ยง อาหารเมียนมาที่ใช้ใบชาหมักกับถั่ว ยำใบชาทานคู่กับฟัวกราส์ มีเจลกระเทียมดำและใบชะพลูทอดกรอบ กินแล้วหอมกลิ่นชาหมักเบา ๆ มีรสเปรี้ยวและมันตัดกันได้ดี

ต่อด้วยก้อยหอยเชลล์ ใช้หอยเชลล์ยำสไตล์ก้อยแบบลาว เสิร์ฟกับคาเวียร์จากโครงการหลวงและน้ำมันสมุนไพรพื้นบ้าน ได้กลิ่นข้าวคั่วและปลาร้าที่เข้ากันกับหอยเชลล์ฮอกไกโด


มีอีกจานที่ผมชอบก่อนจะเข้าจานหลัก เป็นเป็ดบาร์บารีจากคลองไผ่ฟาร์ม เนื้อแน่น เสิร์ฟกับเห็ดที่ปลูกในฟาร์มของรีสอร์ต จานนี้มีซอสทำจากมะขาม


ส่วนที่ผมชอบที่สุดเป็นจานปลาสเตอร์เจียนรมควันกับพริกแกงและครีมกะทิรมควันเช่นกัน จานนี้เชฟจะรมควันและปิดไว้ด้วยแผ่นแป้งข้าวมาก่อนเสิร์ฟ แป้งข้าวจะถูกทำให้กรอบ ก่อนกินต้องเคาะแผ่นแป้งให้แตกแล้วใช้จิ้มกับแกงปลาซึ่งสัมผัสของแกงเนื้อนวลมาก แผ่นแป้งอร่อยเข้ากับแกงด้วยครับ

จานหลักเป็นสเต๊กเนื้อ แต่ส่วนประกอบในจานบ่งบอกถึงวัฒนธรรมอาหารร่วมของ 3 ประเทศลุ่มแม่น้ำโขง ซอสเป็นซอสฮังเล ได้กลิ่นเครื่องแกงที่หอม เสิร์ฟคู่กับถั่วพม่า มันสำปะหลังบด เจลกระเทียมดำ และรากหอมชู

ของหวานปิดท้ายการเดินทางคือมะเดื่ออบน้ำผึ้งสวน ใช้มะเดื่อจากเชียงใหม่ เสิร์ฟกับน้ำผึ้ง กรานิต้าขิง ขูดผิวมะกรูดนิด ๆ พอหอม และซอสยูซุซาบายอน
ถ้าไม่ต้องการกินแบบคอร์ส สามสารมีเมนู A la Carte ที่น่าสนใจมากเช่นกันครับ เช่น เฝอลาวเนื้อวากิว ฮังเลเนื้อวากิว แกงไก่พม่า ผัดก๋วยเตี๋ยวฉาน ฮังเล ข้าวซอยควายที่ผมชอบมาก แก้มควายตุ๋นจนเปื่อยนุ่ม เสิร์ฟกับเส้นข้าวซอยทำเองและน้ำแกงที่เข้มข้น ใส่ใบชาเมียนมาดองและมะนาวนิ้วมือเพิ่มความหอมเปรี้ยว เพิ่มความนวลให้ฮังเลด้วยโฟมกะทิ หากให้แนะนำ อยากให้ลองอาหารที่ได้แรงบันดาลใจจากอาหารเมียนมาครับ เพราะเชฟจีโน่มีประสบการณ์การทำอาหารที่ประเทศเมียนมาหลายปี
อาหารของสามสารมีความประณีตทั้งแนวคิดและวัตถุดิบ ไม่ได้เสิร์ฟเพื่อโชว์ความหรูหรา สิ่งที่สัมผัสได้คือวัฒนธรรมอาหารความเข้าใจพื้นที่ที่เชฟอยากถ่ายทอดออกมา
ที่สำคัญคือมีความเฉพาะถิ่น ทั้งรสชาติ กลิ่น และอารมณ์ เป็นมื้อที่ทำให้รู้จักและสัมผัสสามเหลี่ยมทองคำหรือพื้นที่ลุ่มแม่น้ำโขงได้ดีมากครับ
ใครมีโอกาสไปแถวนั้น แนะนำให้ไปลองครับ

