ใน 1 วันคุณกินผักกันทุกมื้อไหมครับ แล้วในแต่ละมื้อ คุณกินผักสีอะไรบ้าง
แต่ถ้าคุณแวะมากินอาหารที่ร้านนี้เพียงมื้อเดียว รับรองว่าจะได้กินผักมากกว่า 5 สีแน่นอน
‘Colorama’ คือร้านอาหารในโครงการ FRIEND FRIEND – Life-friendly Store บนชั้น 3 ของห้าง Emporium ความพิเศษของที่นี่คือทุกเมนูออกแบบมาอย่างพิถีพิถัน โดยคำนึงถึงความหลากหลายสีและสัมผัสของผักในจาน เพราะผักแต่ละชนิด แต่ละสี มีสารอาหารและคุณประโยชน์แตกต่างกันออกไป
นอกจากอาหารเพื่อสุขภาพแล้ว บรรยากาศในร้านยังออกแบบมาให้เป็นพื้นที่พักใจของคนเมือง ภายในร้านโปร่ง โล่ง อบอุ่นด้วยการตกแต่งด้วยไม้และผ้าลินิน พร้อมด้วยเสียงเพลงแจ๊สคลอเบา ๆ
ผมได้คุยกับ ช้าง-สุชาดา เพียรพิริยะ หนึ่งในผู้ดูแลโครงการ FRIEND FRIEND และ Colorama เธอเล่าให้ฟังถึงแรงบันดาลใจในการเปิดร้านว่า เมื่ออายุมากขึ้น เธออยากกินอาหารที่ดีต่อสุขภาพ แต่ในขณะเดียวกันอาหารจากนั้นก็ต้องอร่อยด้วย หลายครั้งที่เธอพยายามเลือกกินอาหารที่มีประโยชน์ แต่รสชาติกลับไม่ถูกปาก นี่จึงกลายเป็นปัญหาสำคัญที่ผลักดันให้เกิด Colorama


ที่นี่เน้นวัตถุดิบจากพืชผัก ไฟเบอร์ ถั่ว และโปรตีนที่จำกัดเฉพาะเนื้อขาว เช่น ปลาเนื้อขาว กุ้ง แซลมอน เมนูของที่นี่จึงเต็มไปด้วยสีสันจากธรรมชาติ พร้อมรสชาติที่กลมกล่อมและมีมิติ เพราะได้ เชฟ Jennifer Evans จากร้าน Birdies Bangkok มาร่วมรังสรรค์สูตรอาหารให้กินง่ายสบายท้อง แต่อัดแน่นไปด้วยประโยชน์ เพื่อให้การกินอาหารที่ดีต่อสุขภาพกลายเป็นเรื่องสนุก ไม่น่าเบื่อ และทำได้ทุกวัน
ย้อนกลับไปที่แนวคิดซึ่งเป็นหัวใจหลักของทั้งโครงการ FRIEND FRIEND คือการคัดเลือกสินค้าภายใต้ 3 แกนหลัก ได้แก่
Clean – เน้นวัตถุดิบปลอดสารพิษ ปราศจากพลาสติกให้มากที่สุด
Current – เป็นรสชาติและไลฟ์สไตล์ร่วมสมัย ไม่ใช่สุขภาพแบบจืดชืด
Care – ใส่ใจตั้งแต่ต้นทาง ทั้งผู้ผลิต วิธีการผลิต และความเชื่อที่สอดคล้องกัน
Colorama ก็นำแนวคิดนี้มาต่อยอดเป็น Guts-friendly Restaurant หรือร้านที่ดูแลสุขภาพลำไส้ เพราะลำไส้เป็นเหมือนสมองอีกชุดของร่างกาย การดูแลระบบย่อยอาหารให้ดีเท่ากับเป็นการดูแลสุขภาพโดยรวมแบบองค์รวม
ช้างรู้ว่าร้านอาหารแนวคิด Gut-friendly ยังใหม่มากในตลาด ยังไม่ค่อยมีคนรู้จักคำนี้ เธอจึงไม่อยากโฆษณาเยอะเกินไป และไม่อยากทำให้ดูยาก
ในวันแรกที่เปิดร้าน Colorama จึงไม่มีแคมเปญโปรโมต ไม่เชิญสื่อหรืออินฟลูเอนเซอร์ ทุกอย่างเกิดขึ้นจากความตั้งใจว่าจะลองเปิดโดยไม่ประกาศอะไรให้ใหญ่โต เพราะทีมงานก็อยากแน่ใจก่อนว่าระบบหลังบ้านพร้อมจริงไหม
แต่สิ่งที่เธอไม่คาดคิดก็คือ Colorama กลับได้รับความสนใจแบบปากต่อปาก อินฟลูเอนเซอร์บางคนเข้ามาทานอาหารเองแล้วกลับไปเล่าแนวคิดของร้านให้ผู้ติดตามฟัง
“วันแรกที่เปิดร้าน ลูกค้าเข้ามาเยอะเกินคาดมาก เราตกใจ กลับบ้านไปต้องนอนคิดเลยว่าจะรับมือกับสิ่งนี้ยังไงดี” เธอสารภาพ


ช้างแนะนำเมนูที่เธอชอบ เริ่มจากเมนูขนมปัง ‘Dips Set’ ที่ทุกคนต้องสั่ง ประกอบไปด้วยผักดิบ (Crudités) จิ้มกับซอสฮัมมูส ซอสบาบากานูช และซอสแคร์รอตโยเกิร์ต เสิร์ฟพร้อมขนมปังลาวาชและซาวร์โดโฟกัชชาที่มีพรีไบโอติกส์ จึงย่อยง่าย เพราะกระบวนการหมักก่อนเอาไปอบของซาวร์โดช่วยย่อยสลายสารประกอบบางอย่างในแป้งที่อาจย่อยยากสำหรับบางคน


จานถัดมาคือ ‘Jerk Salmon Bowl’ เป็นจานที่ผมชอบที่สุด เพราะในถ้วยเดียวได้ทั้งโปรตีนจากแซลมอนและได้สารอาหารจากผักหลายชนิด เช่น ซูกินี มะเขือเทศ บีตรูต บรอกโคลี และหอมแดงดอง
ผักเหล่านี้นอกจากอร่อย ยังเป็นแหล่งไฟเบอร์ชั้นเยี่ยม ซึ่งทำหน้าที่เป็นพรีไบโอติกส์หรืออาหารของจุลินทรีย์ดีในลำไส้ เมื่อจุลินทรีย์ดีได้รับอาหารเพียงพอ พวกมันจะเจริญเติบโตและผลิตสารประกอบที่เป็นประโยชน์ต่อสุขภาพลำไส้ เช่น กรดไขมันสายสั้น (Short-chain Fatty Acids) ซึ่งช่วยเสริมสร้างผนังลำไส้และลดการอักเสบ


ในหมวดเมนูเซต ช้างเลือก ‘Chilli & Lemon Prawns’ เป็นอันแรก กุ้งผัดซอสเสิร์ฟพร้อมเครื่องเคียงที่ที่คัดสรรมาอย่างลงตัว เช่น ข้าวกล้องผัดถั่วลันเตา สลัดผักร็อกเก็ต และซูกินีดอง


อีกหนึ่งเซตที่อร่อยไม่แพ้กันคือ ‘Mustard & Honey Glazed Salmon’ ที่เสิร์ฟมาพร้อมกับเครื่องเคียงสไตล์ตะวันออกกลาง อย่างมันฝรั่งบาตาตาฮาร์รา ซัมเมอร์สลอว์ ทาฮีนีมะเขือม่วง กะหล่ำปลีดองสีแดง และอื่น ๆ
เกือบทุกจานของ Colorama จะมีเครื่องเคียงที่เป็นผักดองสอดแทรกอยู่ด้วย เพราะกระบวนการหมักดองของผักทำให้เกิดโพรไบโอติกส์หรือจุลินทรีย์ดีที่มีชีวิต ซึ่งช่วยเพิ่มความหลากหลายของจุลินทรีย์ในลำไส้ เสริมสร้างภูมิคุ้มกัน และช่วยให้ระบบย่อยอาหารทำงานได้ดีขึ้น การได้รับโพรไบโอติกส์เป็นประจำจึงมีความสำคัญในการรักษาสมดุลของจุลินทรีย์ในลำไส้
พอกินไปเรื่อย ๆ สิ่งที่ผมสังเกตได้ คือร้านอาหารที่เป็นมิตรต่อระบบย่อยอาหารแห่งนี้ค่อย ๆ ทำให้เราคุ้นกับการกินผักแบบหลากหลาย ทั้งในแง่ชนิด สี วิธีปรุง และรสชาติ ใน 1 มื้อคุณจะได้กินผักไม่ต่ำกว่า 5 – 10 ชนิด โดยผสมระหว่างสด ย่าง หมัก และดอง เพื่อกระตุ้นระบบย่อยและลำไส้ให้ทำงานอย่างสมดุล


อีกอย่างที่ผมรู้สึก คือที่นี่ไม่ใช่ร้านอาหารที่เปิดตามเทรนด์รักสุขภาพ แต่เป็นโปรเจกต์ที่ช้างอยากให้เกิดขึ้นจริงและอยู่ได้ในระยะยาว ที่นี่จึงไม่ใช่แค่ร้านอาหารเพื่อสุขภาพ แต่เป็นพื้นที่ที่ทำหน้าที่สื่อสารวิธีคิดใหม่เกี่ยวกับการกิน และวิธีคิดที่ไม่ทำให้การดูแลสุขภาพเป็นเรื่องเข้าถึงยากอีกต่อไป
เพราะสุดท้าย สิ่งที่ดีที่สุดไม่ใช่จานที่แฟนซีที่สุดหรือคำโฆษณาที่ดังที่สุด แต่อาจเป็นจานเรียบง่ายที่กินแล้วเบาสบาย อิ่มพอดี และทำให้คุณอยากกลับมากินอีกในวันพรุ่งนี้


