บ้านไหนมีลูกชาย ย่อมต้องเคยผ่านประสบการณ์ที่ลูกชายชอบนักดับเพลิง ภาพฮีโร่ในชุดสีแดง ช่วยชีวิตคน ดับไฟ (และช่วยลูกแมวติดต้นไม้!) ในฐานะของแม่ที่มีลูกชายเช่นกัน สารภาพว่าเราก็ได้เห็นคาแรกเตอร์ของนักดับเพลิงผ่านตัวการ์ตูน ของเล่น และในนิทานที่มีนักดับเพลิงเป็นฮีโร่ของเด็ก ๆ
แล้วถ้าพ่อเราเป็น ‘นักดับเพลิง’ ล่ะ
นี่คือเรื่องราวของครอบครัวนักดับเพลิง พ่อโต-เธียรวิชญ์ พนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ชำนาญงาน สังกัดกรุงเทพมหานคร และ น้องบอส-ด.ช.ณัฐธนินทร์ พิสุทธิปกรณ์ วัย 9 ขวบ ผู้โตมากับเสียงไซเรนและภารกิจ Rope Rescue (การช่วยเหลือกู้ภัยโดยใช้เชือก) ของคุณพ่อ

โตมากับเสียงไซเรน
นึกภาพบ้านพักของพนักงานดับเพลิงที่ต้องพักอาศัยรวมตัวกัน ไม่ว่าจะกี่โมงก็ต้องเตรียมพร้อมเสมอสำหรับเหตุด่วนฉุกเฉิน ใช่แล้ว น้องบอสเติบโตมาแบบนั้น บ้านพักและที่ทำงานของพ่ออยู่ที่เดียวกันในสถานีดับเพลิงและกู้ภัยบวรมงคล เขาได้ยินเสียงไซเรนที่ได้ยินทุกวัน ขาดอย่างเดียวคือภาพของพนักงานดับเพลิงที่รูดเสาทิ้งตัวลงจากชั้น 4 ลงชั้น 1 เพื่อประหยัดเวลา (คุณโตบอกว่า อาคารที่เขาพักอาศัยก็มีฟังก์ชันเสานี้ แต่จำต้องปิดโซนไปเพื่อความปลอดภัย เนื่องจากในอาคารมีเด็กน้อยอาศัยจำนวนมาก)
ตั้งแต่เด็กน้องบอสมีของเล่นคือรถดับเพลิงนับสิบคัน พ่อพาขึ้นรถดับเพลิงทุกคันที่จอดในโซนสำนักงาน จนจำรถได้ทุกคันและรู้ว่ารถคันไหนบรรจุน้ำได้กี่ลิตร


“เขาโตมาก็เห็นพ่อใส่ชุดหมีสีแดง เขาก็ต้องมีบ้าง ผมต้องไปสั่งตัดชุดให้เขา เขาเห็นพ่อมีชุดโรยตัวเขาก็อยากมีด้วย และเขาเห็นพ่อปีนเชือกก็อยากทำบ้าง และยิ่งเขาเห็นเราไปแข่งปีนเชือก ดูคลิปการแข่ง Rope Rescue ของเรา เขาก็อยากทำบ้าง”
นอกจากการเป็นพนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย คุณโตยังรับหน้าที่เป็นวิทยากรและเป็นนักแข่งปีนเชือก เข้าร่วมการแข่งขัน Rope Rescue Competition ในหลาย ๆ ประเทศ ทั้งเบลเยียม ไต้หวัน ญี่ปุ่น และจีน น้องบอสจึงเติบโตมาโดยเห็นคุณพ่อปฏิบัติภารกิจและฝึกซ้อมกับลุง ๆ อา ๆ ในกลุ่ม Indy Rescue Team อยู่เสมอ
ซึ่งในวงการนักปีนเชือก ‘เชือก’ จะถูกนำไปอยู่ในหลาย ๆ บทบาท ตั้งแต่การกู้ภัยทั้งทางน้ำและที่สูง การปีนเขา แวดวงรุกขกร (นักวิชาชีพที่ดูแลต้นไม้ใหญ่) ไปจนถึงในวงการอุตสาหกรรม คุณโตเริ่มพาน้องบอสทดลองปีนเชือก โรยตัวโดยประคองในอ้อมอกไปด้วยกันตั้งแต่น้องบอสอายุ 3 ขวบ จนถึงวันนี้ที่อายุ 9 ขวบ นอกจากกีฬาฟุตบอลแล้ว น้องบอสก็ไม่อยากไปเล่นที่ไหนอีกเลย


ไม่อยากไปเล่นที่ไหนอีกเลย
หากวันใดที่คุณโตออกเวรหรือมีฝึกซ้อมโรยตัวในทีม วันว่างของพ่อลูกตรงกัน คุณโตจะพาน้องบอสไปฝึกด้วยกันเสมอ น้องบอสจึงโตมาโดยมีลุง ๆ อา ๆ คอยช่วยกันเลี้ยงดู บางทีแนวทางการสอนของพ่ออาจจะเข้มงวดไปบ้างจนลูกชายไม่เปิดใจ แต่การได้ผู้ใหญ่อย่างลุง ๆ อา ๆ ในทีมมาสอนหรือให้เทคนิค ก็ช่วยเปิดมุมมองการเรียนรู้ไปอีกแบบ
“เขาพลังเยอะ หัวเร็ว ปีนแบบนี้ได้ทั้งวัน” คุณโตให้ความเห็น “แต่ยิ่งสูง ยิ่งพลาดไม่ได้ ถ้าพลาดคือชีวิต” การปีนเชือกต้องใช้ทักษะตั้งแต่การปีน การโรยตัว กำลังแขน กำลังขา และที่สำคัญคือต้องรู้จักกฎ-กติกาก่อนขึ้นที่สูง ต้องตรวจสอบและรู้จักอุปกรณ์ทั้งหมด น้องบอสบอกว่าสิ่งที่พ่อสอนเป็นสิ่งแรกคือต้องใส่เซฟตี้ตามสเตป 1 – 2 – 3 ก่อน ถ้าทำไม่ครบ ปีนขึ้นไม่ได้
“บางทีก็สนุก แต่บางทีก็เจ็บเวลาเชือกเสียดสี เวลาเจ็บจะรีบลงมาบอกพ่อ พ่อ ผมเจ็บนิ้วก้อย…” น้องบอสเล่าพร้อมหันไปโชว์นิ้วก้อยให้คุณพ่อที่นั่งข้าง ๆ ดู
คุณโตเล่าว่าจากการไปเป็นวิทยากรด้านการปีนเชือกมาหลายที่ เขาเรียนรู้ว่าสำหรับเด็กบางคนการสอนอย่างเดียวทำให้เขาไม่ได้จดจำ แต่ถ้าลงมือทำเองจะจดจำได้ดีกว่า เขาจึงใช้เชือกเป็นเครื่องมือในการสอนลูก ทุกครั้งที่ฝึกสอน คุณโตจะเน้นให้ลูกชายลองทำด้วยตัวเองไปก่อน ไม่ถูกไม่เป็นไร แต่ถ้าเป็นอันตรายหรือดูแล้วเสี่ยงจึงจะเข้าไปช่วย
น้องบอสเคยฝึกฝนและปีนได้ถึงความสูง 8 เมตร เทียบเท่าตึก 3 ชั้น ทักษะการปีนเชือกนี้ สิ่งสำคัญคือการฝึกซ้อม ยิ่งฝึกมาก ยิ่งใช้ประสบการณ์ และจดจำว่าต้องวางแผนแบบใดถึงจะถูกต้อง ต้องรู้กฎ-กติกาของการใส่อุปกรณ์เป็นสำคัญ นอกจากนี้ยังต้องใส่อุปกรณ์ให้เร็ว เพราะแข่งโดยใช้ความเร็ว


“ผมเห็นความพยายามในตัวเขา ยิ่งฝึก เขายิ่งกล้า เมื่อกล้าก็จะยิ่งมั่นใจในการใส่อุปกรณ์ การปีนเชือกต้องใช้สมาธิ เพราะถ้าไม่มีสมาธิจะเข้าอุปกรณ์ไม่ได้ แต่เขาก็มีท้อบ้างนะตามประสาเด็ก ผมก็ให้กำลังใจ บอกให้ตั้งสติ เพราะมันก็เหมือนกับเราที่เจอกับตัวเอง เวลาเราปีนก็จะมีความกดดัน มีความเหนื่อยเช่นเดียวกัน เวลาเจอสถานการณ์แบบนี้ ผมสอนตัวเองอย่างไร ผมก็สอนลูกแบบนั้น”
ในเดือนพฤษภาคมนี้จะเป็นครั้งแรกที่น้องบอสเข้าร่วมงานแข่งขันทักษะดับเพลิงของกรุงเทพมหานคร ซึ่งเปิดให้อาสาสมัครและบุคคลทั่วไปเข้าร่วมกิจกรรม
เป็นเรื่องปกติของการเติบโต เด็ก ๆ บางคนมักมีความสนใจที่เปลี่ยนแปลงไปตามวัย แต่สำหรับน้องบอสผู้ชอบสิ่งนี้มาตั้งแต่ 3 ขวบ และในวัย 9 ปีที่ยังสนุกในการปีนนี้ต่อไป (และดูท่าว่าจะชอบสิ่งนี้ไปอีกยาว) คุณโตให้ความเห็นว่า เขาไม่ได้ต้องการให้ลูกโตมาเป็นแบบตัวเองร้อยเปอร์เซ็นต์ เพราะงานแบบตนต้องเผชิญความเสี่ยงสูง แต่ถ้าเป็นสิ่งที่ลูกชอบแล้ว เลือกแล้ว จะไม่มีการบังคับ ขอแค่สนุกและเรียนรู้ไปด้วยกัน

ในฐานะพ่อแม่ สิ่งสำคัญคือขอแค่สนับสนุนให้ลูกได้ทำในสิ่งที่สนใจ พาตัวเองไปใกล้ชิดกับสิ่งที่ชอบมากที่สุด จะเป็นอะไรก็ได้ วันหนึ่งก็อาจจะต่อยอดเป็นทักษะชีวิตด้านอื่น ๆ ได้
ย้อนไปเมื่อ 2 เดือนก่อน ก่อนที่จะได้พบกันในวันนี้
เราอยู่ในงาน Thailand Tree Climbing Championship การแข่งขันปีนต้นไม้ ส่วนหนึ่งของเทศกาลต้นไม้ใหญ่ Green Festival 2024 ระหว่างเดินเที่ยวก็พบภาพของเด็กผู้ชายตัวเล็ก ปีนต้นไม้สูงด้วยเชือก 2 เส้น ค่อย ๆ ใช้แรงแขนดึงตัวเองขึ้น เขาดูสนุก พยายาม ชำนาญกว่าเด็กทั่วไป และไม่กลัว ระหว่างที่เราแหงนหน้ามองเด็กชายด้วยความชื่นชม ได้ยินเสียงของคุณแม่เด็กที่นั่งเก้าอี้สนามข้าง ๆ บอกว่า “ที่เขาชิน เพราะพ่อเขาฝึกมาค่ะ” นี่คือครั้งแรกที่เราได้พบกับครอบครัวของพ่อโต-น้องบอส วันนี้ได้เราเห็นภาพนั้นอีกครั้งที่ท่าเรือริมแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งเป็นสถานที่ฝึกซ้อมการปีนเชือกของพ่อโต และเป็นสนามเด็กเล่น พื้นที่ที่สร้างตัวตนของเด็กคนหนึ่งให้ชัดเจนขึ้น
พ่อแม่เป็นอย่างไร ลูกก็เติบโตมาแบบนั้น คำคำนี้ยังคงจริงเสมอ

