9 สิงหาคม 2024
3 K

ใครได้ไปพะงันในช่วงก่อนหน้านี้อาจบังเอิญเห็นไซต์ก่อสร้างโครงการบางอย่างที่ดูแทบไม่ออกว่าเป็นไซต์ก่อสร้าง เพราะบรรดาต้นไม้นานาพรรณยังคงอยู่เหมือนเดิม เป็นไปได้ยังไงกันนะ 

วันนี้เราจะพาคุณมาสำรวจความเป็นไปได้นี้ กับโครงการ ‘Casa Bamboo’ หมู่บ้านไม้ไผ่ที่เหมาะจะอยู่อาศัยในระยะยาว โดยตัวโครงการมี 2 แห่ง คือ Casa Bamboo Maduawan ตั้งอยู่ที่บ้านมะเดื่อหวาน เป็นโครงการที่เปิดให้เช่าระยะยาว จ่ายรายเดือนตลอดทั้งปี กับ Casa Bamboo Chaloklum ที่เกาะโฉลกหลำ โครงการล่าสุดที่เพิ่งเปิดจอง ซึ่งเป็นแบบเช่าซื้อระยะยาว 

“เราตั้งใจว่าจะสร้างบ้านโดยไม่ตัดต้นไม้เลย” นี่คือความตั้งใจแรกที่ อานัส อาลี เจ้าของโครงการบอกกับเรา 

ประสบการณ์ที่ผ่านมา อานัสเคยอยู่ทั้งอยู่ในองค์กรไม่แสวงหาผลกำไรอย่าง UN ทั้งทำสตาร์ทอัพ และมาทำงานเป็น Remote Worker อยู่ที่เกาะพะงัน จนความผูกพัน ความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันกับผู้คนบนเกาะ รวมถึงความใกล้ชิดกับธรรมชาติ ทำให้อานัสตั้งใจจะรักษาป่าเอาไว้

“การโค่นต้นไม้ เอารากต้นไม้ออกเป็นเรื่องใหญ่มากสำหรับผม ผมอยากรักษาสิ่งที่เกาะให้มา จึงรีเสิร์ชข้อมูลเป็นปีว่าจะสร้างบ้านในรูปแบบไหน ทั้งเรื่องของวัสดุและเทคนิคการก่อสร้าง”

และคำตอบที่ได้ของการสร้างบ้านอย่างเป็นธรรมชาติ ก็คือไม้ไผ่

โดยทั่วไปไม้ไผ่มักใช้ในการตกแต่งร้านอาหารหรือบังกะโลซึ่งเป็นที่พักอาศัยระยะสั้น แต่อานัสไม่ได้ตั้งใจแบบนั้น Casa Bamboo อยากเป็นบ้านที่พักอาศัยในระยะยาวได้ เปิดแอร์ได้ เมื่ออานัสก็มาเจอกลุ่มสร้างบ้านด้วยไม้ไผ่ เขาจึงตัดสินใจลงมือ

เขาอยากทำให้ใครหลาย ๆ คนเห็น ทั้งลูกค้า คนบนเกาะ ผู้รับเหมาก่อสร้าง สถาปนิก ว่าอยู่ร่วมกับธรรมชาติและไม่ทำลายธรรมชาติได้ 

นี่คือบทพิสูจน์ทั้งหมดของ Casa Bamboo

Eco Building

บ้านไม้ไผ่ ไม่ได้หมายความว่าทุกส่วนประกอบของบ้านจะทำด้วยไผ่เสมอไป สำหรับโครงการ Casa Bamboo จะเห็นว่าไผ่เป็นส่วนที่ใช้อยู่นอกสุดของตัวบ้าน ทำหน้าที่เหมือนเป็นวัสดุปิดผิวอย่างหนึ่ง เช่น การเป็นผนังบ้านเพื่อให้ความสวยงาม ส่วนองค์ประกอบอื่น ๆ ใช้เป็นไฟเบอร์ซีเมนต์บางส่วนเพื่อแสดงถึงความมินิมอล ขาว โล่ง สบายตา 

ไผ่มีคุณสมบัติในการดูดและเก็บความร้อนได้ประมาณ 3 – 4 องศาเซลเซียส ก่อนที่ความร้อนจะเข้าไปบ้าน และอีกจุดหลักคือฝ้าข้างในบ้านที่ใช้เป็นไม้ไผ่ทั้งหมด 

ไผ่เป็นพืชที่โตเร็ว ทุกครั้งที่ตัดมาสร้างบ้านก็ปลูกทดแทนใหม่ได้ เพราะกระบวนการ Regenerative Methods ตัดมามันก็ขึ้นอีก หลังจากปีที่ 4 ไผ่จะโตเร็วมาก ไม่นานก็ได้ไม้ไผ่มาใช้งานแล้ว

ไม้ไผ่ส่วนใหญ่ที่เห็นรอบ ๆ โครงการเป็นไม้ไผ่คุณภาพ เป็นไม้ไผ่เลี้ยง ซึ่งถ้านำไม้ไผ่ในป่ามาทําจะเจอไม้ไผ่ที่ไม่ตรง เพราะว่าเนื้อไม้บาง แต่ถ้าเป็นไม้ไผ่เลี้ยง จะได้ไม้ไผ่ที่มีคุณภาพ ซึ่งแหล่งไผ่ขึ้นชื่อในไทยส่วนใหญ่อยู่ที่ปราจีนบุรี เชียงใหม่ น่าน

ส่วนภาคใต้อันเป็นที่ตั้งของโครงการ Casa Bamboo ตอนนี้อยู่ระหว่างพัฒนาคุณภาพไม้ไผ่และศึกษาว่าหากปลูกไม้ไผ่บนเกาะ สภาพภูมิอากาศและสภาพดินจะอำนวยหรือ และการปลูกไม้ไผ่ในสภาพแวดล้อมที่ไม่เหมาะสมนั้นเป็นเรื่องยาก แต่หากอนาคตปลูกได้ดี ก็จะเป็นเรื่องดีที่ช่วยลดคาร์บอนฟุตพรินต์จากการขนส่งได้มาก

Built in an Eco Way not a Cheaper Way

จริง ๆ แล้วการสร้างบ้านด้วยวัสดุจากธรรมชาติไม่ได้มีต้นทุนถูกไปกว่าการสร้างบ้านด้วยวิธีทั่วไป แต่ทรัพยากรที่ใช้ แรงกาย แรงใจ เทคนิค และวิธีการใหม่ ๆ จะพาให้เราได้ใกล้ชิดกับธรรมชาติมากยิ่งขึ้น

Casa Bamboo ทดลองทั้งที่มาของไม้ไผ่ที่ต่างกัน ทดลองทั้งสารที่ใช้ในการทรีตไม้ไผ่ ซึ่งถ้าทรีตหรือแช่น้ำยาด้วยวิธีการที่เหมาะสม จะยืดอายุการใช้งานไม้ไผ่ได้ 30 – 50 ปี และกําจัดมอด-ปลวกได้โดยสิ้นเชิง 

ถ้าเป็นโรงแรมโรงแรมใหญ่ ๆ ทั่วไปจะใช้กรดบอริกและบอแรกซ์ที่เป็นพิษต่อมนุษย์และไม่ค่อยเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม แต่ Casa Bamboo ไม่ทำแบบนั้น ที่นี่ใช้ ‘Tim-bor’ สารออร์แกนิกที่มีคุณภาพดี ช่วยยืดอายุการใช้งาน ซึ่งสารนี้ยังไม่มีในประเทศไทย ต้องนําเข้ามาจากออสเตรเลีย 

ผนังข้างนอก ผนังข้างใน และฉนวน พวกเขาเลือกใช้ตัวที่ไม่มีสารก่อมะเร็ง เรื่องผลิตภัณฑ์เล็ก ๆ น้อย ๆ ที่คนไม่ได้คํานึงก็เลือกใช้ที่ไม่ส่งผลเสียต่อสภาพแวดล้อม หรือแม้แต่พื้นก็ใช้ ‘ไผ่สับฟาก’ ซึ่งเป็นการตีไผ่ให้แบนแล้วนำมาปู โดยไผ่สับฟากนี้ปลอดภัยกับสัตว์เลี้ยง

ดังนั้น เราจะเห็นได้ว่า Casa Bamboo เป็นตัวอย่างของการสร้างบ้านโดยคำนึงถึงสิ่งแวดล้อมโดยแท้จริง ตั้งแต่วิธีคิด การเลือกใช้วัสดุ ไปจนถึงการดูแลและตอบแทนธรรมชาติ

Alternative Solutions

หลายคนมักจะมี Mindset แบบเดิม ๆ ว่าเวลาสร้างบ้านต้องสร้างกับปูนเท่านั้น Casa Bamboo จึงเหมือนเป็นทางเลือกใหม่ที่มองเห็นและจับต้องได้ ทำให้พวกเราเห็นว่าการจะอยู่ร่วมกับธรรมชาตินั้นเกิดขึ้นได้จริง ๆ 

อานัสบอกว่า ณ ตอนนี้ก็ยังมีคนมาที่โครงการเพื่อขอดูบ้านไม้ไผ่ โดยโครงการแรกอย่าง Casa Bamboo Maduawan ใช้เหล็กค่อนข้างเยอะ เป็นเหล็กมือสองที่เอามาทําเป็นเหล็กใหม่ แล้วนำมาประกอบกับไม้ไผ่ ส่วนโครงการที่ 2 Casa Bamboo Chaloklum เป็นการประยุกต์ไม้ไผ่กับคอนกรีตและปูน 

“นักลงทุนต่างชาติเข้ามาดูผลงานเรา บางคนผ่านทุกวันก็โทรศัพท์เข้ามาถามทุกวันว่าสร้างยังไง ใครเป็นคนทํา คนสนใจค่อนข้างเยอะเหมือนกัน เป็นสเตปแรกที่จะพิสูจน์ว่าการสร้างบ้านธรรมชาติทําได้จริง ๆ”

House can be Attractive and Eco-friendly at the Same Time

“ผมโปรโมตไปไม่เกิน 5 วัน คนจองจนหมดเลย” อานัสว่า

“คนที่จองส่วนใหญ่คือชาวต่างชาติที่สนใจความเป็นธรรมชาติอยู่แล้ว เขามาจากประเทศที่บ้านทำด้วยคอนกรีต ดังนั้น เขาจะมาเช่าบ้านคอนกรีตทําไม”

Casa Bamboo เป็นบ้านที่ผสานผู้อยู่อาศัยเข้าเป็นส่วนหนึ่งของธรรมชาติ ผนังบ้านทั้งภายนอกและภายในที่ประดับตกแต่งด้วยไม้ไผ่ หรือแม้แต่ไม้เก่าที่รีไซเคิลกลับมาใช้ 

ตัวบ้านข้างในเป็นสไตล์ Contemporary (ร่วมสมัย) มี Mezzanine (ชั้นลอย) ในส่วนของห้องนอน ซึ่งหากสังเกตที่ชั้นบนดี ๆ เราจะไม่พบตู้เสื้อผ้า เพราะตั้งใจให้ลูกบ้านได้พักผ่อนอย่างเต็มที่ พวกเขาแบ่งพื้นที่อย่างชัดเจน โซน Walk-in Closet แยกออกมาอยู่ด้านล่าง และมี Workstation ที่จริงจัง

อีกความน่าสนใจ คือที่นี่มีคอมมูนิตี้เล็ก ๆ ของคนที่อยู่ห่างไกลจากประเทศตัวเอง เป็น Mini Support System โดยจัดปิกนิกเดือนละครั้งเพื่อสร้างความสัมพันธ์ที่ดีในหมู่เพื่อนบ้าน

เพราะรู้ว่าลูกบ้านทํางานที่บ้านค่อนข้างมาก มีทั้งคนที่ทําธุรกิจในท้องถิ่น Digital Nomad และ Remote Worker จำนวนมาก Casa Bamboo จึงใส่ใจกับเฟอร์นิเจอร์ทุกชิ้น อย่างส่วนที่นั่งกับโต๊ะทำงาน ก็ใช้ช่างไม้บนเกาะบ้าง ช่างจากเชียงใหม่บ้าง โดยนำไม้เก่ามารีไซเคิล เฟอร์นิเจอร์บางชิ้นเป็น Refurbished นำเข้าจากต่างประเทศ ไม่ได้เป็นชิ้นใหม่ สไตล์วินเทจแต่ดูดี 

“ความมินิมอลที่เราต้องการสร้าง ตอนนี้ก็ยังอยู่ในช่วงทดลอง ถ้าหากว่าลองขับรถไปรอบ ๆ จะเห็นว่า Casa Bamboo เป็นโครงการแรกที่สร้างแบบนี้ เราค่อนข้างแตกต่างเพราะสถาปัตยกรรม ผู้รับเหมาหลายคนบอกว่า เขาทํามาเป็นสิบ ๆ ปี ยังไม่เคยเห็นโปรเจกต์ไหนที่มีดีไซน์แบบนี้เลย ดูจากภายนอกก็คิดว่าเป็นบ้านไผ่ ดูสวยนะ พอเข้าไปด้านในก็จะเห็นความเป็น Contemporary”

Services, Better Approach Way

เหนือกว่าราคา คือการบริการ

หลาย ๆ คนมักใช้ ‘ราคา’ เป็นเกณฑ์แรกในการตัดสินใจเลือกซื้อ แต่เมื่อคิดดี ๆ อีกครั้งก็พบว่าราคาที่ดียังสู้ ‘บริการ’ ที่ดีไม่ได้เลย การบริการจะสร้างความประทับใจให้เรา อยากให้มั่นใจว่าหากไว้ใจเราแล้ว ลูกค้าจะไม่ผิดหวังแน่นอน

Casa Bamboo เป็นแบบนั้น ทั้งราคาที่เหมาะสมและการบริการที่คอยดูแลลูกบ้านตั้งแต่วางแผน ตัดสินใจเช่า เช่าซื้อ ตลอดจนดูแลบ้านให้ลูกบ้านตลอดระยะเวลา 

ตัวโครงการมีอยู่ทั้งหมด 2 แห่ง โครงการแรกคือ Casa Bamboo Maduawan โครงการปล่อยเช่าระยะยาว สัญญาปีต่อปี มีทั้งจ่ายแบบรายเดือนและจ่ายทั้งปี โครงการที่ 2 คือ Casa Bamboo Chaloklum สัญญาเช่าซื้อระยะยาวแบบ Leasehold 30 ปี โดยระยะเวลานี้เป็นระยะเวลาตามอายุการใช้งานของบ้าน เพราะทุก ๆ 30 ปี ที่นี่จะรีโนเวตครั้งใหญ่ ทำให้ราคาบ้านต่ำกว่าแบบ Freehold อีกทั้งสัญญานี้ชาวต่างชาติเองก็จะได้รับสิทธิ์ในการถือครองอสังหาริมทรัพย์เหมือนคนไทย 

สำหรับโครงการล่าสุด Casa Bamboo Chaloklum มีแบบ 1 ห้องนอน ทั้งหมด 7 ยูนิต และกําลังจะเพิ่มแบบ 2 ห้องนอนอีก 4 ยูนิต รวมเป็น 11 ยูนิต มีทั้งที่เป็นแบบสร้างล่วงหน้า เมื่อสร้างเสร็จแล้วย้ายเข้ามาอยู่ได้เลย และแบบ Off-plan ที่ต้องเซ็นสัญญาก่อนเริ่มการสร้างบ้าน

We Take It, We Give It

เกาะพะงันเป็นจุดหมายต้น ๆ สําหรับ Workation และเป็นเกาะที่มีความหลากหลาย มีทั้งนักท่องเที่ยวหลากหลายเชื้อชาติที่มุ่งหน้าเพื่อมาฟูลมูนปาร์ตี้ คนทำงานที่ตัดสินใจมาอยู่ยาว ๆ คนมา Remote Working หรือสาย Spiritual ที่เดินทางมาค้นหาเป้าหมายหรือความหมายของชีวิต

หากใครเคยไปเที่ยวเกาะหรืออาศัยอยู่บนเกาะสักช่วงเวลาหนึ่ง ความผูกพันที่เกิดขึ้นจะกลายเป็นการขอบคุณ เกาะจะกลายเป็นบ้าน ซึ่งคำว่า ‘บ้าน’ ก็อาจไม่ใช่ภูมิลำเนา แต่เป็นความรู้สึกของการได้กลับบ้าน อบอุ่น ปลอดภัย หากรู้สึกกังวลก็แค่ขี่รถออกไปท้าสายลมและแสงแดด ธรรมชาติจะเยียวยาคุณได้แน่นอน 

Respect not only Environment but also Community 

“ในแง่มุมหนึ่ง คนบนเกาะและคนพื้นที่อาจมองว่าโครงการอสังหาริมทรัพพ์ทุกแห่งจะมา Take Over กิจการอื่น ๆ หรือทำให้ค่าครองชีพสูงขึ้น จึงเป็นหน้าที่ของเราว่าจะทำยังไงให้คนพื้นที่รู้สึกว่าเรามาทำงานร่วมกันและอยู่ร่วมกันได้” อานัสบอกเราในฐานะคนที่มาอาศัยอยู่บนเกาะพะงันแห่งนี้

 หลายโครงการที่ทุกคนเห็นช่วยส่งเสริมเศรษฐกิจเกาะมากมาย แต่อย่างไรก็ตาม รายได้หลักของเกาะและคนท้องถิ่นยังคงมาจากเศรษฐกิจในท้องถิ่น ดังนั้น สิ่งที่โครงการจะทำคือสนับสนุนการว่าจ้างของท้องถิ่น และไม่สร้างผลกระทบในทางลบต่อเกาะแห่งนี้

เกาะให้อะไรเรามาเยอะมาก แล้วเราล่ะ ให้อะไรกลับไปบ้าง – เราถาม

“สำหรับความเร็วของการพัฒนา ถ้าปีหน้าจะมีตึก 1,000 แห่งก็จะมีเท่านั้นแหละ แต่ทั้ง 1,000 แห่งนั้นจะเป็นตึกที่ยั่งยืน อยู่ร่วมกับธรรมชาติได้ หลังคาเขียน หรือไม่ก็เจาะช่องแสดงให้ต้นไม้เจริญเติบโตและรับแสงได้ เป็นตึกที่ยั่งยืนอย่างแท้จริง” 

ความยั่งยืนที่หลายหน่วยงานกำลังพูดถึง ความมั่นคงที่หลายคนกำลังตามหา ธรรมชาติรอบข้างที่คอยเยียวยา ณ ตอนนี้ Casa Bamboo กำลังทำให้เราเห็นถึงความพยายามนั้นที่ธรรมชาติกับคนอยู่ร่วมกันได้อย่างลงตัว 

Casa Bamboo Chaloklum โครงการในอนาคต
ภาพ : Casa Bamboo

Writer

จิราพร คุ้มวงศ์

เด็กผังเมืองที่ไม่เคยว่าง รักการอ่าน และชอบชาไทย

Photographer

อธิวัฒน์ ไชยรัตน์

การถ่ายภาพคือการหยุดช่วงเวลาไว้ ไม่ว่าช่วงเวลานั้นจะดีหรือร้ายภาพถ่ายจะคอยย้ำเตือนเสมอ