3 ตุลาคม 2024
3 K

ไฟบนเวทีดับลงพร้อมเสียงกรี๊ดดังกระหึ่ม เป็นสัญญาณว่าช่วงเวลาที่ทุกคนรอคอยมาถึงแล้ว แสงไฟวูบไหวฉายวาบเหนือฮอลล์คอนเสิร์ตอีกครั้ง ผู้ชมส่งเสียงเชียร์และปรบมือตามจังหวะเพลง

เสียงกรี๊ดดังขึ้นทุกครั้งที่มีใครสักคนปรากฏตัวบนเวที สิ้นสุดเสียงบีตดัง ตึก ตึก ตึก! เมโลดี้คุ้นหูก็บรรเลงขึ้นพร้อมกับเสียงใส ๆ ที่ก้องกังวานสะกดทุกคนให้อยู่ในภวังค์

วินาทีนั้นทำให้เราต่างก็รับรู้ได้ว่า วันนี้ ‘ประเทศไทยมี YOASOBI’ จริง ๆ แล้ว

27 มีนาคม พ.ศ. 2567 คงจะเป็นเช้าธรรมดา ๆ หากแต่วันนั้นกรุ๊ปแชตของกลุ่มแฟน ๆ YOASOBI ที่มีสมาชิกอยู่เกือบพันคนได้รับแจ้งเตือนหลายร้อยข้อความ เมื่อทุกคนต่างเข้ามาแสดงความยินดีที่เทศกาลดนตรี SUMMER SONIC Bangkok ประกาศไลน์อัปแรก และหนึ่งในนั้นมีชื่อของวงที่พวกเรารอคอย 

หากจะแนะนำให้ใครสักคนรู้จัก YOASOBI เราคงแนะนำให้ฟัง Yoru ni Kakeru (夜に駆ける) หรือ วิ่งสู่ค่ำคืน เป็นอันดับแรก เพลงนี้คือซิงเกิลแรกที่ปล่อยในปี 2019 มีต้นฉบับมาจากนิยายเรื่อง การล่อลวงโดยทานาธอส โดย โฮชิโนะ ไมโยะ เนื้อหาเล่าถึงชายหนุ่มผู้ตกหลุมรักหญิงสาวที่กำลังจะจบชีวิตตัวเอง แม้เรื่องราวในเพลงหดหู่ แต่เมโลดี้กลับสดใส เป็นรสชาติหวานปนขมที่แสนลงตัว และที่สำคัญ เพลงนี้นิยามวง YOASOBI ซึ่งมีสโลแกนว่า ‘Novel into Music’ ได้เป็นอย่างดี

YOASOBI (โยอะโซบิ) วงดูโอ้ J-POP จากญี่ปุ่น มีสมาชิก 2 คน คือ อายาเสะ (Ayase) นักแต่งเพลง และ อิคุระ (ikura) นักร้องนำ ทั้งสองโคจรมาพบกันเพื่อทำเพลงในโปรเจกต์เล็ก ๆ ของ Sony Music Entertainment (Japan) โดยมีคอนเซปต์ ‘จากนิยายสู่บทเพลง’ ที่ทำเพลงประกอบนิยายโดยนำเรื่องราวของนักเขียนรุ่นใหม่ในเว็บไซต์ monogatary.com มาตีความและถ่ายทอดในรูปแบบเพลง 

ก่อนหน้านี้ทั้งสองต่างก็มีผลงานเพลงของตัวเองอยู่แล้ว อายาเสะเป็นโวคาลอยด์โปรดิวเซอร์ ส่วนอิคุระเป็นศิลปินและนักแต่งเพลงที่ได้ปล่อยอัลบัมเต็มเป็นผลงานเดี่ยวของเธอในนาม ริระ อิคุตะ (Lilas Ikuta) พวกเขาตั้งโปรเจกต์นี้ว่า ‘YOASOBI – 夜遊び’ ซึ่งหมายถึงความสนุกสนานยามค่ำคืน เปรียบการทำผลงานเดี่ยวเป็นช่วงกลางวัน และเปรียบการทำเพลงด้วยกันในโปรเจกต์นี้เป็นการเล่นสนุกยามค่ำคืน

เมโลดี้ติดหูสไตล์อายาเสะเข้ากับเสียงใส ๆ ของอิคุระได้อย่างลงตัว ราวกับเป็น 2 เครื่องปรุงที่ทำให้อาหารจานนี้กลมกล่อม ยิ่งไปกว่านั้น การทำเพลงจากนิยายยังเป็นคอนเซปต์ใหม่น่าสนใจ ทำให้คนฟังได้เสพเรื่องราวเดียวกันในรสชาติที่แตกต่างออกไป และนอกจากนิยายแล้ว YOASOBI ยังทำเพลงประกอบอนิเมะเรื่องดังหลายเรื่อง ดูโอ้คู่นี้จึงได้รับความนิยมในหมู่แฟนอนิเมะอีกด้วย 

ตะโกนร้อง “อ๊าาาา” ให้ดังกว่าลำโพง

จากที่เคยเห็นไกล ๆ บนเวที วันนี้อายาเสะและอิคุระแห่ง YOASOBI ก็ได้นั่งอยู่ข้างหน้าใกล้ ๆ เราเป็นที่เรียบร้อยแล้ว แต่ก่อนที่จะทันได้กล่าวทักทาย พวกเขากลับเอ่ยทักทายก่อนด้วยประโยคที่ชวนให้คนตรงหน้าต้องตกตะลึง

“ใช่คนที่อยู่ในวิดีโอของ Thailand Fanclub ไหมครับ!”

“ใช่คนที่อยู่ในวิดีโอของ Thailand Fanclub ไหมคะ!” 

อิคุระและอายาเสะเอ่ยถามพร้อมกัน

เมื่อความลับเปิดเผยว่าคนตรงหน้าคือแฟนคลับของพวกเขา ทุกคนที่นั่นส่งเสียงเฮและปรบมือด้วยความยินดี ช่วยให้บรรยากาศที่จริงจังผ่อนคลายขึ้นมาทันที 

“ถึงว่าดูหน้าคุ้น ๆ เราก็เอ๊ะมาตลอด ดูวิดีโอแล้ว ขอบคุณมากเลยนะคะ” อิคุระบอก

“สุดยอดไปเลย ดูวิดีโอแล้ว ดีใจที่ได้เจอนะครับ” อายาเสะเสริม 

ก่อนหน้านี้กลุ่ม YOASOBI Thailand Fanclub ทำสารคดีชุด We are YOASOBI Fanclub from Thailand ขึ้นมาเพื่อบอกเล่าความรู้สึกของแฟนชาวไทยที่มีต่อ YOASOBI แน่นอนว่าทั้ง 2 คนได้รับชมเป็นที่เรียบร้อย และรับรู้แล้วว่าในประเทศไทยมีคนชื่นชอบพวกเขามากมายขนาดไหน

“สำหรับพวกเรา ประเทศไทยดูเป็นประเทศที่อาหารอร่อยมาก ๆ พวกเราเป็นยูนิตที่ชอบกินมาก ๆ เลยครับ” อายาเสะเล่าถึงความรู้สึกที่ได้มาเยือนประเทศไทยเป็นครั้งแรก 

“ใช่เลย ๆ ที่ญี่ปุ่นอาหารไทยก็เป็นที่นิยมมากด้วยค่ะ” อิคุระพยักหน้าเห็นด้วย

“เนอะ ๆ ก็เลยไม่ได้รู้สึกว่าเป็นที่ที่ไกลจากเรามากเท่าไหร่” อายาเสะเสริม 

หลังจากมาเยือนประเทศไทยและได้ชิมอาหารไทย อิคุระบอกว่าเธอชอบกินผัดไทย ส่วนอายาเสะชอบผัดกะเพรา ดูเหมือนอายาเสะจะชื่นชอบอาหารไทยเป็นพิเศษ ถึงกับส่งรูปเมนู ‘พิมพ์ทองเป็ดรมควัน’ ไปอวดเพื่อนว่าสิ่งนี้มันอร่อยอย่างเหลือเชื่อ และยังโพสต์ใน Twitter (@Ayase_0404) ส่วนตัวอีกว่า ทุกอย่างในประเทศไทยอร่อยจนน้ำตาไหลเลย 

นอกจากอาหารไทยแล้ว สิ่งที่พวกเขาประทับใจไม่แพ้กัน คือโชว์ที่เพิ่งจบไปในเทศกาลดนตรี SUMMER SONIC Bangkok เมื่อวันที่ 25 สิงหาคมที่ผ่านมา ซึ่งนับเป็นโชว์ครั้งแรกของพวกเขาในประเทศไทย

“พวกเราได้ดูวิดีโอจากแฟนคลับไทยก่อนจะมาที่นี่ ก็เลยตื่นเต้นว่าทุก ๆ คนจะเอนจอยกับคอนเสิร์ตยังไง พอได้เล่นจริง ๆ ก็ได้เห็นว่าทุกคนสนุกกันอย่างเต็มที่และแฮปปี้กว่าที่เราคาดไว้เยอะมาก เลยเป็นช่วงเวลาที่ดีมากสำหรับผมครับ” อายาเสะบอกกับเรา 

“รีแอคชันของคนดูแต่ละที่แตกต่างกันออกไปเลยนะคะ ก่อนขึ้นเวทีบางครั้งก็ยังมีบางเรื่องที่พวกเราเองก็ยังไม่รู้ แต่พวกเราก็พยายามทำการบ้านในส่วนที่ทำได้มาก่อน เช่นเพลงไหนเป็นเพลงที่ได้รับความนิยมบ้าง พอได้ขึ้นเวทีแล้วเราได้รับรีแอคชันดี ๆ จากคนดู ก็จะรู้ได้ว่าเขาชอบจริง ๆ แล้วก็ได้คิดตามไปด้วยว่า ในระหว่างที่อยู่บนเวทีเราจะพูดกับคนดูว่ายังไง หรือจะยื่นไมค์ไปให้ทุกคนร้องดีไหม รีแอคชันของทุกคนสดใหม่มาก ๆ พวกเราเองก็สนุกมากเช่นกันค่ะ” อิคุระเล่าถึงการไปโชว์คอนเสิร์ตในต่างประเทศ

โชว์บนเวที SUMMER SONIC Bangkok ที่ผ่านมาคงทำให้คนดูเสียงแหบแห้งไปหลายวัน เพราะตะโกนร้อง “อ๊าาาาา” กันจนคอแตก คำนี้มีอยู่ในแทบทุกเพลงของ YOASOBI ซึ่งจะเป็นท่อนที่ผู้ชมพร้อมใจกันตะโกนอย่างสุดเสียงเสมอ 

ไม่ใช่แค่ความสนุกเท่านั้น แต่ทุกโชว์ยังนำเรื่องราวในนิยายและอนิเมะมาฉายซ้ำอีกครั้ง ชวนให้หวนคิดถึงความประทับใจในเรื่องราวเหล่านั้นผ่านบทเพลงที่พวกเขากำลังบรรเลง

จากแฮชแท็ก #โปรดมาแสดงคอนเสิร์ตที่เมืองของฉัน
สู่วันที่ #ประเทศไทยมีYOASOBIแล้ว

ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่ตลาดเพลงมีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 2 ของโลก แต่สำหรับแฟนเพลงต่างชาติแล้ว การจะได้ดูคอนเสิร์ตของศิลปินญี่ปุ่นสักครั้งนั้นไม่ง่ายเลย แม้จะตามไปดูถึงถิ่นก็รับประกันไม่ได้ว่าจะกดบัตรได้ ด้วยระบบที่ซับซ้อนและสงวนให้ซื้อได้เฉพาะคนญี่ปุ่นเท่านั้น 

ยิ่งไปกว่านั้น ที่ผ่านมา ไม่บ่อยนักที่ศิลปินญี่ปุ่นจะทัวร์คอนเสิร์ตนอกประเทศ เรียกได้ว่าแฟน ๆ ต่างชาติแทบไม่มีหวังที่จะได้ดูคอนเสิร์ตของพวกเขาเลย แต่แนวโน้มก็เริ่มเปลี่ยนไปเมื่อหลายปีให้หลังมานี้ โดยเฉพาะปีนี้มีศิลปินญี่ปุ่นชื่อดังมากมายทยอยกันออกทัวร์คอนเสิร์ตและไปปรากฏตัวตามเทศกาลดนตรีทั่วโลก ทำให้แฟน ๆ ได้ดูโชว์ดี ๆ จากพวกเขา

หนึ่งในนั้นคือ YOASOBI ที่เริ่มทัวร์คอนเสิร์ตมาราทอนมาตั้งแต่ปี 2023 ทั้งในญี่ปุ่น เอเชีย และสหรัฐอเมริกา อีกทั้งยังเข้าร่วมเทศกาลดนตรีระดับโลกอีกมากมาย ปรากฏการณ์นี้ทำให้แฟน ๆ ชาวไทยเริ่มมีหวังว่าจะได้ชมคอนเสิร์ตของพวกเขาสักครั้ง จนพากันติดแฮชแท็กในโลกออนไลน์ว่า #โปรดมาแสดงคอนเสิร์ตที่เมืองของฉัน โดยที่สุดท้ายแล้วความพยายามก็เป็นผล

“ตอนที่พวกเราเริ่มทำเพลงกันแรก ๆ ที่ญี่ปุ่นก็ไม่ได้คิดถึงการไปเล่นที่ประเทศต่าง ๆ หรอกครับ แต่พอทำเพลงไปเรื่อย ๆ ก็เป็นเรื่องที่น่ายินดีที่ผลงานของเราไปถึงคนทั่วโลก และมีเสียงเรียกร้องว่า ‘โปรดมาที่เมืองของฉัน’ มาเยอะมาก ๆ เลย เราเลยคิดว่า หากมีคนที่รอคอยเราอยู่ ก็ไม่มีเหตุผลอะไรที่เราจะไม่ไปหาพวกเขา แค่นั้นเลยจริง ๆ ครับ” อายาเสะบอกกับเรา

YOASOBI พาตัวเองออกไปให้โลกได้รู้จักด้วยการทัวร์คอนเสิร์ต และทำให้พวกเขาพยายามสื่อสารกับแฟน ๆ ต่างประเทศ โดยการทำช่อง TikTok ที่ใช้ภาษาอังกฤษเป็นหลัก และนอกจากเพลงเวอร์ชันภาษาญี่ปุ่นแล้ว ทุกเพลงของ YOASOBI ยังมีอัลบัม E-Side ซึ่งเป็นเวอร์ชันภาษาอังกฤษควบคู่ไปด้วย นั่นเป็นหนึ่งสาเหตุที่ว่าทำไมแฟน ๆ ต่างชาติถึงชื่นชอบและรอดูโชว์ของ YOASOBI กันมากมาย

“จริง ๆ แล้วหลังจากที่พวกเราเริ่มทำผลงานและมีคนฟังจากทั่วโลก ก็เป็นช่วงที่เราทุกคนอยู่บ้านในช่วงโควิด-19 พอดี ทำให้ได้เห็นคอมเมนต์ของคนต่างชาติในมิวสิกวิดีโอบน YouTube และในอินเทอร์เน็ตมากขึ้นเรื่อย ๆ แน่นอนว่าแฟน ๆ ต่างก็ได้ฟังเพลงของพวกเราเป็นเวอร์ชันภาษาญี่ปุ่น ซึ่งเป็นภาษาหลักของพวกเรา แต่นอกจากนั้น การจะบอกกับแฟน ๆ ต่างชาติว่า “พวกเราเองก็มีเพลงสำหรับพวกคุณนะ” วิธีที่จะสื่อสารได้ตรงที่สุดคือใช้ภาษาที่ทุกคนเข้าใจ พอมีไอเดียแบบนั้นผุดขึ้นมาก็เลยเริ่มทำเพลงภาษาอังกฤษ โดยที่ไม่ได้คิดอะไรมาก คิดแค่ว่า ถ้าทำแล้วน่าจะสนุกดีนะ แต่พอทำจริง ๆ ก็ได้เห็นว่าก็มีคนที่ได้รู้จักเราเพราะเพลงเวอร์ชันภาษอังกฤษเยอะ ก็เลยรู้สึกดีใจมาก ๆ ที่ได้ตัดสินใจทำครับ” อายาเสะเล่า

เมื่อถามถึงผลตอบรับจากแฟน ๆ ในต่างประเทศ อิคุระก็เล่าให้เราฟังด้วยรอยยิ้ม

“ในขณะที่เราใช้ภาษาแตกต่างกัน แต่ก็มีผู้คนมากมายคอยบอกว่าชอบเพลงของเรา โดยเฉพาะแฟน ๆ ชาวไทยที่ถึงแม้ภาษาที่ใช้จะไม่เหมือนกัน แต่ก็ไปตามหาความหมายของเนื้อเพลงแบบเจาะลึกลงไป รู้สึกได้ถึงความตั้งใจในการฟังมาก ๆ เลยค่ะ พอได้รับความรู้สึกของผู้ฟังในที่ต่าง ๆ รอบโลก ก็รู้สึกประหลาดใจเหมือนกันค่ะ” 

5 ปีที่ได้รู้จักตัวเองและเติบโตไปพร้อมกันในฐานะ YOASOBI

แม้จะรู้สึกราวกับว่าเพลง Yoru ni Kakeru เพิ่งปล่อยมาเมื่อวาน แต่เผลอแป๊บเดียว YOASOBI ก็เดินทางมาสู่ปีที่ 5 แล้ว หากพิจารณาไทม์ไลน์ของพวกเขา เราจะเห็นได้ว่ามีเหตุการณ์สำคัญครั้งใหญ่ที่สร้างความเปลี่ยนแปลงจนเกิดเป็นยุคสมัยใหม่ของพวกเขาได้ นั่นคือการถือกำเนิดขึ้นของ Idol เพลงประกอบทีวีอนิเมะซีรีส์เรื่อง Oshi no Ko หรือ เกิดใหม่เป็นลูกโอชิ ที่ปล่อยออกสู่สาธารณะในปี 2023 ที่ผ่านมา

ราวกับดอกไม้ไฟลูกใหญ่ถูกจุดขึ้น ส่งเสียงปะทุและส่องสว่างระยิบระยับประดับท้องฟ้ายามค่ำคืนของญี่ปุ่น เพลงนี้กลายเป็นไวรัลไปทั่วประเทศและทั่วโลก ขึ้นแท่นเพลงญี่ปุ่นที่มียอดวิวครบ 100 ล้านวิวบน YouTube เร็วที่สุด ครองชาร์ต Billboard JAPAN Hot 100 นานติดต่อกันถึง 21 สัปดาห์ และยังเป็นเพลงญี่ปุ่นเพลงเดียวในประวัติศาสตร์ที่ทะยานขึ้นสู่อันดับ 1 บนชาร์ต Billboard Global Excl. US.

เพลงนี้กลายเป็นเพลงแห่งปี ได้รับรางวัลมากมาย YOASOBI ดังเป็นพลุแตกในแบบที่พวกเขาเองก็ไม่เคยจินตนาการมาก่อนว่าโปรเจกต์เล็ก ๆ ในวันนั้นจะกลายมาเป็นวงที่เป็นที่รู้จักบนเวทีโลกในวันนี้ 

เป้าหมายของ YOASOBI ตั้งแต่วันแรกถึงวันนี้เปลี่ยนไปอย่างไร และพวกเขาจะก้าวเดินไปในทิศทางไหน อายาเสะเริ่มเล่าให้เราฟัง

“จริง ๆ ในช่วงแรกที่เราเริ่มทำเพลง Yoru ni Kakeru มีเป้าหมายอยู่อย่างหนึ่ง คืออยากให้ยอดวิวมิวสิกวิดีโอใน YouTube ถึง 1 ล้านวิว ภายใน 1 เดือน ตอนแรกก็ไม่รู้ว่าผลจะออกมายังไง แต่สุดท้ายก็ทำได้ตามเป้าหมายตอนครบ 1 เดือนเป๊ะ ๆ เลยครับ การทำงานของพวกเราในทุกวันนี้ไม่ได้กำหนดชัดเจนว่าเป้าหมายคืออะไรแล้วจะต้องทำมันให้ได้ มันก็มีอยู่กลาย ๆ น่ะครับ แต่ที่สำคัญไปกว่านั้นคือพวกเราอยากจะโฟกัสกับความสนุกในการพยายามทำสิ่งที่อยู่ตรงหน้าให้ดีที่สุดมากกว่า 

 “ผมรู้สึกตื่นเต้นและดีใจมาก ๆ ทุกครั้งที่เริ่มมีไอเดียแต่งเพลงและเจอเมโลดี้หรือจังหวะที่เชื่อว่าจะออกมาเป็นเพลงที่ดี หลังจากนั้นก็ทำออกมาเป็นเพลงโดยใช้โวคาลอยด์และให้อิคุระร้อง ผมทำเพลงโดยยึดวิธีการนี้มาตลอดครับ พอนำเสียงของอิคุระมาทำการมิกซ์ดาวน์แล้วออกมาเป็นเพลงที่ทำให้เรารู้สึกว่าเราทำเพลงดี ๆ ออกมาได้แล้ว จังหวะนี้แหละครับที่ผมรู้สึกดีใจมาก ๆ” อายาเสะเล่าถึงความสุขในการทำเพลง

“ฉันทำหน้าที่เป็นคนลงเสียงก่อนที่เพลงจะสำเร็จออกมา และในเวลาที่ฉันอัดเสียงลงไปในเพลงที่คุณอายาเสะทำ ก็จะมีความรู้สึกที่เป็นหนึ่งเดียวกันกับทีมงานที่ทำเพลงด้วยกัน ในระหว่างนั้นฉันได้ลองผิดลองถูกไปเรื่อย ๆ ลองหารือกับคนอื่น ๆ เพื่อให้เข้าใกล้เป้าหมายที่เราตามหา พอทำมาตลอดทั้งวันแล้วสุดท้ายได้เพลงดี ๆ ออกมา ทำให้รู้สึกปลื้มใจมาก ๆ ยิ่งไปกว่านั้น ส่วนตัวฉันรู้สึกดีมาก ๆ เลยเวลาที่ได้รับโจทย์ให้ร้องแบบใดแบบหนึ่ง และได้รับคำชมว่า แบบนี้แหละ!” อิคุระจังกล่าวด้วยเสียงสดใส

5 ปีที่ผ่านมา พวกเขาเติบโตขึ้นมาก ก้าวเข้าสู่โลกใบใหม่และเรียนรู้มันไปพร้อม ๆ กันในฐานะ YOASOBI

“ในระหว่างช่วงก่อนและหลังจากเริ่มทัวร์คอนเสิร์ตในปี 2023 เรียกได้ว่าการใช้ชีวิตเปลี่ยนไปมาก ๆ เลย ในช่วงปีสองปีแรกที่เริ่มทำเพลงกันก็มีสิ่งใหม่ ๆ เข้ามาเยอะมาก ทั้งคนฟังที่เพิ่มขึ้น ทั้งไปให้สัมภาษณ์ ไปถ่ายทำรายการ รวมถึงต้องไปแสดงคอนเสิร์ต และถ่าย Photoshoot ภาพนิ่ง ในที่ต่าง ๆ ตอนนั้นฉันยังไม่ค่อยรู้อะไรสักเท่าไหร่ บางครั้งก็ทำตัวไม่ถูกในสถานการณ์ต่าง ๆ บางทีก็มีเรื่องที่เราตามไม่ทัน แต่ช่วงหลัง ๆ เริ่มปรับตัวได้มากขึ้น เริ่มรู้ว่าเราจะใช้ชีวิตยังไง บริหารจัดการและรักษาความรู้สึกของเรายังไง รู้สึกได้ว่าเทียบกับเมื่อก่อนแล้ว ฉันเข้าใจตัวเองมากขึ้นและเข้าใจการใช้ชีวิตในแบบของฉันมากขึ้นค่ะ” อิคุระเล่าให้ฟัง

“อาจเห็นว่าผมเองก็เริ่มชินกับการใช้ชีวิตใหม่ ๆ และจัดการหลาย ๆ อย่างได้ดี แต่จริง ๆ ก็ผ่านมาแค่ 5 ปี และพวกเรายังมีหลายเรื่องที่ยังอ่อนประสบการณ์ มีหลายช่วงเวลาที่ดาวน์ และมีหลายช่วงที่รักษาความมุ่งมั่นของตัวเองเอาไว้ไม่ได้ แต่ในช่วงเวลาเหล่านั้น พอเราไปดื่มกับเพื่อน ไปทานข้าวกับคนสำคัญ หรือได้รับแรงเชียร์จากแฟน ๆ จากคนดูที่มาดูคอนเสิร์ตของเรา มันก็ช่วยให้เราฮึดสู้ขึ้นได้ เป็นเรื่องที่น่ายินดีมาก ๆ เลยครับที่มีเรื่องดี ๆ แบบนี้เข้ามาเรื่อย ๆ หากเราล้ม เราท้อ เราก็ลุกขึ้นสู้ต่อไปเรื่อย ๆ โดยรวมอาจดูยุ่ง ๆ ทั้งปี แต่ก็รู้สึกว่าเป็นปีที่ได้ทำอะไรเยอะมากเลยครับ” อายาเสะบอกกับเรา

ช่วงสุดท้ายของการสนทนา ชวนให้เรานึกถึงซิงเกิลล่าสุดที่เพิ่งปล่อยออกมา และอยากให้ทุกคนลองเปิดเพลงนี้ฟังไปพร้อม ๆ กัน 

Butai ni Tatte (舞台に立って) เป็นเพลงที่แต่งจากเรื่องสั้นเกี่ยวกับกีฬา 3 เรื่องของ จุน อิซากะ (Jun Esaka) ซึ่งมีต้นฉบับมาจากมังงะออนไลน์จาก Shōnen Jump+ โดย 3 นักวาด ได้แก่ Taizan 5, ยูกิ คิริชิมะ (Yuki Kirishima) และ ฮิรุซาการิ ฮารุโนะ (Hirusagari Haruno) โดยเพลงนี้ยังใช้ประกอบการถ่ายทอดสดการแข่งขันกีฬาในช่อง NHK มหกรรมกีฬาโอลิมปิก 2024 และพาราลิมปิก 2024 ด้วย

さあ 待ちに待った舞台に立って
เอาล่ะ ได้มายืนบนเวทีที่เฝ้ารอ 
今鳴り響く開幕の合図
และสัญญาณของการเริ่มต้นก็ดังขึ้น
どんな自分も超えて行ける
ไม่ว่าจะเป็นตัวเองในเวอร์ชันไหน ก็จะก้าวข้ามผ่านไปให้ได้

อายาเสะเขียนเนื้อเพลงได้งดงาม เสียงร้องของอิคุระยังคงกังวานและทรงพลังเช่นเคย ที่นึกถึงเพลงนี้เพราะชวนให้นึกถึงช่วงเวลาของการเริ่มต้นใหม่

การมาเยือนของพวกเขาครั้งนี้จุดประกายเรื่องราวดี ๆ มากมาย ทั้งมิตรภาพ เสียงเชียร์ แรงบันดาลใจ อีกทั้งยังมีหลายต่อหลายครั้งที่เพลงของพวกเขาได้ช่วยให้ใครหลายคนผ่านช่วงเวลาแสนยากลำบากไปได้

บทสนทนากำลังจะสิ้นสุดลง นี่ยังไม่ใช่การจากลา หากแต่เป็นจุดเริ่มต้น เขากำลังจะมาพบเราอีกครั้งใน YOASOBI ASIA TOUR 2024-2025 BANGKOK ซึ่งเป็นคอนเสิร์ตเดี่ยวครั้งแรกในประเทศไทยของพวกเขาที่จะจัดขึ้นในเดือนมกราคมที่จะถึงนี้

“พวกเราได้รับแรงสนับสนุนมากมาย โดยเฉพาะจากแฟนคลับชาวไทยที่ทำวิดีโอส่งมาหาเรา พวกเราตื่นเต้นมากที่จะได้เจอแฟน ๆ ชาวไทยทุกคน ทั้งคนที่ได้เจอที่ SUMMER SONIC Bangkok และไม่ได้เจอในรอบนี้ก็อยากให้มาเจอกันในคอนเสิร์ตเดี่ยวของพวกเราที่จะกลับมาในเดือนมกราคมที่จะถึงนี้ หลังจากนี้พวกเราก็จะตั้งใจทำเพลงดี ๆ ต่อไปเหมือนเดิม เพราะฉะนั้น เราจะดีใจมาก ๆ เลยครับถ้าทุกคนยังคอยสนับสนุนพวกเราแบบนี้ต่อไป” อายาเสะกล่าวด้วยรอยยิ้ม

“ขอบคุณทุกคนที่คอยสนับสนุนพวกเรามาตลอดนะคะ ทั้งเรื่องวิดีโอที่ส่งมาให้พวกเรา ข้อความต่าง ๆ ที่ส่งมาในโซเซียลมีเดีย และคอมเมนต์ใน YouTube จากแฟน ๆ ชาวไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การมาแสดงในครั้งนี้ ฉันได้รับรู้เรื่องราวของแฟน ๆ มากมายว่าชอบพวกเราเพราะอะไร หรือเพลงของ YOASOBI ช่วยพวกเขาไว้ยังไง พอได้รู้เรื่องราวเหล่านั้น ก็ได้ย้อนกลับมามองที่ตัวฉันที่ชอบฟังเพลงมาตั้งแต่เด็ก ฉันเองเชื่อมาตลอดว่ามีเสียงเพลงเอ่อล้นออกมาจากข้างในตัวฉัน ดังนั้น เมื่อฉันขึ้นไปยืนบนเวที ฉันเชื่อว่าจะมีบางสิ่งที่ยังคงเดือดพล่านอยู่ นี่เป็นเหตุผลที่ทำให้ฉันร้องเพลงต่อไป

“คำพูดของแฟน ๆ ชาวไทยทุกคนมันชุบชูใจฉันมากเลย ทำให้รู้สึกว่า แม้ว่าเราจะใช้ภาษาที่ไม่เหมือนกัน แต่ถ้าเพลงของ YOASOBI เป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของทุกคนได้ ฉันก็อยากจะร้องเพลงเพื่อทุกคน ความรู้สึกนี้เป็นเหมือนเครื่องเตือนใจให้กับตัวฉัน ดังนั้น ฉันจะตั้งใจทำผลงานต่อไปโดยมีคำพูดของทุกคนอยู่ในใจ และฉันก็หวังว่าจะได้พบคุณอีกครั้งค่ะ” อิคุระทิ้งท้ายพร้อมรอยยิ้มที่คุ้นเคย

หากเปรียบ YOASOBI เป็นนิยายสักเล่ม ตอนนี้คงเป็นตอนที่ตัวเอกทั้ง 2 คนกำลังออกเดินทางผจญภัยในโลกใบใหม่ คงเป็นช่วงที่หนังสือเล่มนี้สนุกจนวางไม่ลง และชวนให้เฝ้ารอตอนต่อไปอย่างใจจดใจจ่อ…

ขอบคุณคำแปลเพลง Butai ni Tatte จาก YOASOBI Thailand Fanclub 

Writer

ซูริ คานาเอะ

ชอบฟังมากกว่าพูด บูชาของอร่อย เสพติดเรื่องตลก และเชื่อว่าชีวิตนี้สั้นเกินกว่าจะอ่านหนังสือดีๆ ให้ครบทุกเล่ม

Photographer

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล