โอลิมปิก 2024 ณ กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส Philip Kim จากแคนาดา และ Ami Yuasa จากญี่ปุ่น สร้างประวัติศาสตร์เป็นคนแรกที่คว้าเหรียญทองในกีฬาเบรกแดนซ์ หลังคณะกรรมการโอลิมปิกสากล (IOC) บรรจุกีฬานี้เข้าแข่งขันเป็นครั้งแรก โดยหวังจะเปิดโอกาสให้เยาวชนมีพื้นที่แสดงความสามารถอันหลากหลายมากยิ่งขึ้น
ทั่วโลกจับตามองกีฬาชนิดนี้ น่าแปลกใจที่ประเทศไทยก็อุดมไปด้วยนักเต้นเท้าไฟมากมาย แต่น้อยคนจะรู้จักพวกเขา
สเตฟานโนส คูคาส หรือ โน่ ไม่ใช่นักกีฬาโอลิมปิก เขาเป็นแชมป์ Red Bull Dance Your Style Thailand คนแรกและคนล่าสุดของไทย เป็นตัวแทนที่จะเข้าแข่งขัน Red Bull Dance Your Style Final ที่ประเทศอินเดียในเดือนพฤศจิกายนนี้ ว่ากันว่ามันเปรียบได้กับโอลิมปิกของนักเต้นสตรีตแดนซ์ทุกคน
ค่ำคืนนั้น สถานีรถไฟหัวลำโพงมีชีวิตชีวาขึ้นมาด้วยเสียงเพลงหลากหลายแนว ทั้งเพลงฮิต เพลงฮา เพลงช้า เพลงเร็ว ที่ผู้เข้าแข่งขันไม่รู้ล่วงหน้า ทั้งยังอัดแน่นไปด้วยผู้ชมที่มีสิทธิ์เสียงเป็นกรรมการ นั่งล้อมวงดูการแข่งขันกีฬาที่น่าจะใกล้ชิดนักกีฬาที่สุดเท่าที่เคยมีมา เพื่อรอชมการปะทะกันของนักเต้นระดับปรมาจารย์ 16 คนจากทั่วประเทศ
www.instagram.com/p/C8DvZTLha1_
หลังโน่ประกาศศักดาเหนือทุกคน เราไปหาเขาที่พัทยา จังหวัดชลบุรี เพราะโน่ในวัย 20 ปีเป็นครูสอนเต้นที่ Boss Dance Studio โรงเรียนที่บ่มเพาะทักษะการเต้นให้เขากลายเป็นเด็กหนุ่มที่ไม่มีผู้ใหญ่คนไหนอยากแข่งด้วย
“ต้องไปสัมภาษณ์ตัวเขาเอง แล้วจะรู้ว่าน้องเป็นคนที่มหัศจรรย์จริง ๆ” ครูบอส เจ้าของโรงเรียนยืนยันกับเราด้วยประกายในแววตาว่า ตลอดเส้นทางชีวิตของลูกศิษย์คนนี้ไม่มีอะไรได้มาโดยง่าย ก่อนเจ้าของเรื่องจะปรากฏตัวอย่างนอบน้อม แทบเป็นคนละคนกับที่เราเห็นผ่านหน้าจอ
ไม่ว่าคุณจะรู้จักการเต้นมากแค่ไหน เราขอเดาว่าคุณคงหยุดดูนักเต้นที่ใช้ทุกส่วนของร่างกายจนเหมือนมนุษย์ไร้กระดูก และคงอยากทำความรู้จัก หากทราบว่านั่นคือผลลัพธ์ของคนที่เคยเอ็นไขว้หน้าขาขาดมาแล้ว

Michael Jackson Jr.
ผมเป็นลูกครึ่งไทย-กรีซ แม่เป็นคนไทยครับ ตอนเด็กก็ใช้ชีวิตเหมือนเด็กทั่วไป แต่สิ่งที่ชอบที่สุดคือการฟังเพลง เพราะแม่เป็นนักร้องมาก่อน ผมได้ยินแม่เปิดเพลง ไมเคิล แจ็คสัน ทุกวัน ผมเริ่มเอารองเท้าแม่มาใส่เต้น เพราะอยากทำท่า Moonwalk แบบที่ไมเคิลทำได้
ผมย้ายมาประเทศไทย เพราะหนึ่ง ที่กรีซไม่มีโรงเรียนสอนเต้นสตรีตแดนซ์จริงจัง มีแต่เต้นพื้นบ้านด้วย สอง คือผมป่วย ไม่แน่ใจว่าทางการแพทย์เรียกว่าอะไร แต่ไตผมจะขับโปรตีนออกมาทางฉี่ แล้วตัวผมก็จะบวมน้ำ ออกกำลังกายไม่ค่อยได้ ตะคริวกินบ่อย เลยต้องมารักษาที่ไทย อีกปัญหาคือกรีซอากาศหนาว ผมเป็นภูมิแพ้เลยป่วยบ่อยมาก

ตอน 6 ขวบผมเรียนเต้นที่อื่นมาก่อนจะมาพัทยา แต่ครูคนนั้นบอกว่า ถ้าจะจริงจังให้ไปหาครูบอสที่ Boss Dance Studio แต่รอบแรกไม่เจอครูบอสครับ รอบสองก็ไม่เจอ รอบสุดท้ายผมก็รอจนกว่าจะเจอให้ได้ แต่ครูบอสบอกว่าเขาไม่รับสอนเด็ก เพราะสมัยนั้นไม่ยังไม่มีเด็กที่ตั้งใจอยากเต้น พ่อแม่พามาเรียนพิเศษแล้วก็เลิก ไม่ตั้งใจซ้อม แต่ผมก็ตื๊อจนครูบอสพูดว่าจะสอน แต่จะไม่ดูแล ให้ผมเรียนรวมกับผู้ใหญ่ เต้นตาม เหมือนเขาอยากลองดูว่าผมจะตั้งใจจริงหรือเปล่า
ช่วงนั้นผมจริงจังด้านการเตะฟุตบอลพอ ๆ กับเต้น แต่แม่บอกถ้าจะเตะบอลด้วย เต้นด้วย คงเป็นไปได้ยาก เพราะฟุตบอลเป็นกีฬาปะทะ ถ้าเจ็บก็ต้องหยุดเต้น ผมเลยเลือกเรียนเต้นครับ พอเริ่มเต้นจริงจังมากขึ้น ได้เห็นรุ่นพี่ในสตูดิโอ ได้ศึกษาดูคลิปมากขึ้นก็ยิ่งอยากเป็นเหมือนคนในคลิป


กำเนิดเด็กมหัศจรรย์
ผมเรียนเต้นได้แค่ 3 เดือน รุ่นพี่ที่สตูดิโอก็ชวนมาแข่งเต้น Battle แต่งานนั้นไม่ได้เข้ารอบ คนอื่นเก่งกว่าผมเยอะมาก
การเต้นต้องมีรอบ Preliminary ก่อนเพื่อเลือก Top 16 ผมใช้เวลา 3 ปีกว่าจะเข้ารอบ แล้วก็ค่อย ๆ ขึ้นมาเป็น Top 8, Top 4 ถึงจะชนะ เพราะนักเต้นคนอื่นพัฒนาขึ้นเรื่อย ๆ ผมเองก็ต้องพยายามสู้กับตัวเองให้ได้
ถ้าเข้า Top 16 แล้ว ผมจะเป็นคนที่วิเคราะห์คู่แข่ง ส่วนนี้มาจากแม่ด้วย แม่จะบอกให้ลองดูสิว่าคนนี้เต้นแบบไหน เราสู้กล้ามเนื้อเขาไม่ได้ แล้วต้องเต้นแบบไหนถึงจะได้เปรียบ ผมซ้อม เรียนหนังสือ ตื่นมาก็ใช้เวลา 15 นาทีซ้อมก่อนไปโรงเรียน กลับมาแล้วก็ซ้อมตอนเย็นหลาย ๆ สไตล์ ทั้ง Popping, Hip-Hop, B-boy ผมไม่ชอบทำอะไรที่มันซ้ำมากเกินไป แต่ผมชอบ Popping ที่สุด เพราะเป็นสไตล์ที่ดูเป็นหุ่นยนต์ มีเวฟ ทำให้ร่างกายเหมือนเป็นสัตว์ประหลาด ไม่เหมือนสไตล์อื่น ท่าของ ไมเคิล แจ็คสัน ก็มาจากพื้นฐานของ Popping
พออายุ 9 ขวบ ครูบอสก็พาผมไปออกรายการ เกมพันหน้า เขาคิดสตอรีว่าเป็นพิพิธภัณฑ์ที่เปิดออกมาแล้วมีผมเป็นเหมือนหุ่นยนต์ ผมตื่นเต้นมากครับ เพราะเป็นครั้งแรกที่ผมได้ออกรายการทีวี และได้เต้นกับรุ่นพี่ที่เก่งมาก ๆ จนเป็นกระแสว่าผมเป็นเด็กมหัศจรรย์
อายุ 10 ขวบ ผมเริ่มได้รางวัล Battle หลายครั้งสลับกับตกรอบ ได้แชมป์งานแข่ง DANCE@LIVE ที่มาจัดที่ไทยในปี 2013 แข่งกับรุ่นพี่ทั้งในและนอกประเทศ ไปแข่งต่อที่สิงคโปร์ DANCE@LIVE เป็นงานแรกที่จุดประกายให้ผมเห็นการเต้นระดับโลกว่าเขาเต้นกันแบบไหน
ผมเป็นเด็กคนเดียวที่อยู่ใน Top 16 ถึงจะตกรอบแรกแต่ก็ภูมิใจมาก เพราะคู่แข่งเดินมาคุยกับแม่ว่ากลัวผมเหมือนกัน เพราะเป็นเด็ก ไม่รู้ว่าจะมาไม้ไหน ไม่เคยเห็นมาก่อน
ข้อดีของการเป็นนักเต้นอายุน้อยคือไม่กดดันมาก อาจจะมีความกลัวที่ต้องไปเจอกับคนโต ๆ แต่ถ้าแพ้ก็แค่แพ้ ถ้าชนะก็ดีใจ แต่พอโตขึ้นจะมีความกดดันมากขึ้นว่าถ้าไปเจอเด็กแล้วแพ้ โห ตายแล้วแพ้เด็ก มันให้ความรู้สึกแบบนั้น


ไม่แข่งยิ่งแพ้
พอไปเจอการเต้นระดับโลกมากขึ้น ผมยิ่งอยากจะเก่งขึ้นกว่าเดิมหลาย ๆ เท่า บางทีผมก็เต้นไม่ออก ปกติถ้าเพลงมาปุ๊บ มูฟเมนต์จะเริ่มมาแล้ว เวลาเต้นไม่ออกจะรู้สึกว่าต้องคิดท่าตัวเองตลอดเวลา เต้น ๆ ไปก็จะท่าซ้ำ หมดของ เริ่มกดดัน เริ่มกังวลไปหมด
ภาษานักเต้นจะพูดว่า ทำไมเต้นไม่เหมือนซ้อมเลยวะ
มันเป็น 2 ความรู้สึกที่ต้องควบคู่กันมา บางทีเราซ้อมเยอะ แต่แข่งน้อยก็ไม่ชิน อาจไม่ต้องซ้อมหนัก แต่แข่งให้บ่อยขึ้นเพื่อเก็บประสบการณ์ เพราะบางคนเต้นเก่งมากเลย แต่พอไปถึงงานแข่งก็เต้นไม่ออกเพราะตื่นเต้นทุกอย่าง
การเต้นเป็นกีฬาที่ต้องใช้ทั้งพลังงานร่างกาย พลังใจ และสมอง เต้นอย่างเดียวแต่ไม่เคยไปแข่งเลยไม่ได้หรอก แล้วก็ไม่มีเคล็ดลับแบบแบบเป๊ะ ๆ มันขึ้นอยู่กับสถานการณ์ เพราะ Battle ไม่ได้มีแค่ว่าเต้นเก่งแล้วชนะ แต่มันคือองค์ประกอบทั้งหมด รวมถึงประสบการณ์การแข่งที่ต้องแข่งบ่อย ๆ แล้วความกดดันจะลดลง
ผมเคยหายจากการแข่ง Battle แล้วกลับมาลงแข่ง Popping ใหม่ในรอบหลายปีที่งาน HIT DA BEAT ที่พัทยา ผมตกรอบ Top 8 ไปแพ้รุ่นพี่ ผมรู้เลยว่าบกพร่อง ผมเตรียมมาหลายสไตล์มาก แต่ไม่รู้จะเต้นแบบไหนออกไป ทำให้ผมกลับมาโฟกัสที่ Popping มากขึ้น ไม่ต้องซีเรียสว่าจะต้องเก่งทุกสไตล์เพื่อไปแก้ทางคู่แข่ง โฟกัสแค่อย่างเดียวและประยุกต์ให้ได้ ใจเย็น เต้นให้สนุก มั่นใจในสไตล์ตัวเอง
ผมกลับมาได้แชมป์ Battle ตอนแข่ง BLOW OUT Dance Battle หลังผ่าตัดหัวเข่าเสร็จ เป็นการจับคู่กันครั้งแรกกับพี่ที่ไม่เคยซ้อมกันมาก่อน แค่รู้จักกันในวงการเต้นและคุยกันหน้างานแข่งเลย
ผมจำโมเมนต์นั้นได้เลยว่า รอมาตั้งนาน รอดแล้วเว้ย

Broken Dance
ผมเกิดอุบัติเหตุตอนแข่ง 2023 World Cheerleading Championships Performance Cheer ที่สหรัฐอเมริกา ทีม The Boss ได้สิทธิ์เป็นตัวแทนประเทศไทย
วันแรกอันดับของทีมผมอยู่ที่ 6 พอ Semi-final เราขึ้นไปที่ 4 วันนั้นคุยกันว่าจะต้องอยู่ 1 ใน 3 ให้ได้ ผมยอมรับว่าฝืนร่างกายตัวเอง
มันเป็นช่วงเวลาตี 2 – 3 ผมซ้อมกันยาวมาก คนในทีมกับเพื่อนบอกว่า ไม่ต้องทำแล้ว เพราะผมอยากแก้ภาพโชว์ เต้นหลายรอบให้จำได้ ผมวิ่งมาแล้วก็กระโดดตีลังกา มันเป็นท่าตีลังกาข้างที่ตัวจะเปิดออกมา แล้วจังหวะลงขาขวาผมถึงพื้นก่อน ขาแบะออก หัวเข่าเอียงเข้าไปข้างใน แล้วผมก็ได้ยินเสียงป๊อก! แบบดีด ป๊อก! แล้วผมก็ขาหมดแรง
พอลุกขึ้นมาเต้นใหม่ผมรู้สึกว่าหัวเข่าไม่ค่อยปกติ แล้วมันก็เริ่มบวมขึ้นเรื่อย ๆ พอวัน Final ผมก็ใส่ Support หัวเข่า 2 อัน ฉีดสเปรย์ก่อนขึ้นแข่ง แล้วก็วอร์มทั้งที่รู้แล้วว่ามันไม่ปกติ พอแข่งจริงผมก็ตีลังกาลงมาแล้วต่างจากเดิม ผมผิดหวังในตัวเองมากที่เต้นพลาด ร้องไห้จนทุกคนมาปลอบ

พอกลับมาไทยผมก็ยังแข่ง Battle จนชนะอยู่ แต่มันบวมขึ้นเรื่อย ๆ จนต้องไปหาหมอ ในใจภาวนาว่าอย่าเอ็นไขว้หน้าเข่าขาด เพราะถ้าเจ็บต้องพักเป็นปี บางทีอาจจะกลับมาเต้นไม่ได้อีกเลย
หมอส่งไป MRI ผมรู้แล้วว่าเอ็นไขว้หน้าเข่าขาดแน่นอน มันมี 3 ระดับ ตั้งแต่ฉีกเล็กน้อย ฉีกแบบสมานได้ และขาดเลย สรุปผมเอ็นไขว้หน้าเข่าได้รับบาดเจ็บระดับ 3 และหัวล็อกเข่าฉีก เอ็นลูกสะบ้าอักเสบ ต้องหยุดเต้น ทุกอย่างพังมากครับ ขนาดดูคลิปเต้นก็ร้องไห้ ดูเด็กนักเรียนเต้นก็ร้องไห้
ตอนผ่าผมถามหมอเลยว่าจะกลับมาเต้นได้ตอนไหน หมอบอกประมาณ 6 เดือน แล้วส่วนมากนักกีฬาที่กลับมาได้ต้องมีทีมแพทย์ มีนักกายภาพบำบัด เพื่อให้กลับมาสมบูรณ์ที่สุด ถ้าไม่สมบูรณ์กลับมาเต้นก็อาจจะขาดอีก
ผมแทบจะเรียนหมอ เพราะอยากรู้ว่ามีโอกาสขนาดไหนที่จะกลับมาเจ็บใหม่ ผมคิดว่านี่ต้องเปลี่ยนสไตล์การเต้นของตัวเองเลยเหรอ แม่ก็ซื้อเครื่องออกกำลังมาให้ ผมกายภาพเองเกือบทุกวัน ทรมานมากครับ เจ็บจะร้องไห้ แต่ถ้าไม่ทำแล้วเอ็นใหม่ไม่เข้าองศาที่ต้องการในแต่ละเดือน จะเป็นพังผืดแล้วกลับมาเต้นไม่ได้ จนเดือนที่ 3 ผมกลับมาวิ่งลู่วิ่งได้ เดือนที่ 6 เริ่มกลับมาเต้นได้ปกติ เดือนที่ 8 เริ่มกลับมาตีลังกาได้ แต่มันไม่ง่ายเลย
ผมเขียนไว้ในไม้เท้าตัวเองด้วยว่าจะต้องกลับมาเป็น Monster ให้ได้
ผมเขียนใส่ไดอารีตัวเองตลอดว่าวันนี้รู้สึกยังไง เจ็บไหม ปกติไม่เคยเป็นแบบนี้มาก่อน แต่พอเจ็บแล้วทุกอย่างมันอ่อนไหวมากครับ กำลังใจอีกส่วนคือต่อให้ไม่ได้เต้น อย่างน้อยได้มาสอนเด็กก็มีความสุขมากขึ้น
การเจ็บครั้งนี้ทำให้มุมมองการรักษาร่างกายตัวเองเปลี่ยน เมื่อก่อนผมใช้ร่างกายสุด บ้า ไม่สนใจ แต่พอหายเจ็บกลับมา ในกระเป๋าผมจะมีสเปรย์ร้อน สเปรย์เย็นที่มีตัวลูกกลิ้งนวดกล้ามเนื้อ ผมพูดเลยว่าคนในทีมทุกคนต้องใส่สนับเข่าซ้อม ใครเจ็บเข่าไม่ต้องฝืน เพราะการมองข้ามจุดเล็ก ๆ อาจจะเจ็บยาวแบบผมก็ได้
ถ้าสมมติไปเจ็บตอนอายุ 30 คงฟื้นฟูร่างกายยากแล้ว อาจเป็นความโชคร้ายที่ดีก็ได้ที่สอนว่าเจ็บครั้งนี้ต้องทำยังไง เต้นสตรีตไม่ใช่แค่ลงท่ายากแล้วเท่ คุณต้องดูแลร่างกายตัวเองด้วย ถ้าคุณรักการเต้นจริง ๆ
ใจดีสู้เสือ
จากเคยคิดว่าจะทำไม่ได้แล้ว คิดว่าศักยภาพการเต้นลดลง แต่พอหายกลับมาแล้วเป้าหมายตัวเองตอนเด็กยังมีอยู่ ผมอยากพัฒนาเป็นนักเต้นที่เก่งขึ้น เป็น Choreographer และทำงานด้านศิลปะการเต้น ผมคิดว่ายังทำได้ แค่ต้องอดทนและต้องใช้เวลา
ปีนี้ผมได้แชมป์ 2024 World Cheerleading Championships Performance Cheer ที่สหรัฐอเมริกา กลับมาได้ 1 วัน ผมไปแข่ง Battle อีกงานคือ Hip Hop International Thailand ก็ได้แชมป์ Popping Dance และถัดมาเป็น Red Bull Dance Your Style
โชคดีที่ผมได้ Wild Card คือไม่ต้องไปคัดเลือกนักเต้นใหม่ เราก็อยู่ในลิสต์ตั้งแต่แรก กรรมการเช็กโปรไฟล์ว่าปีที่ผ่านมาผลงานผมเป็นยังไงบ้าง บางอันที่ไม่ได้แชมป์ ผมก็อยู่ Top 4 ตลอดเวลา
Red Bull Dance Your Style ยิ่งใหญ่มากสำหรับผม มันคืองานระดับโลกที่ต้องไปเจอกันใน World Final กับนักเต้นอีกประมาณ 50 ประเทศ
ผมเคยพูดไว้เมื่อ 3 ปีที่แล้วว่าอยากเป็นแชมป์ Red Bull ให้ได้ ถ้าไม่มีแข่งที่ประเทศไทยก็จะไปแข่งสักประเทศหนึ่ง พอมาจัดที่ไทยเป็นครั้งแรกจึงนับเป็นโอกาสที่ผมตั้งใจมาก
การเต้นแบบสุ่มเพลงค่อนข้างยาก สมองต้องทำงานตอนนั้นเลย จากเมื่อก่อนซ้อมแต่เพลง Battle โหด ๆ ผมเปลี่ยนมุมมองตัวเอง ซ้อมเพลง K-POP เพลงหมอลำ ถ้าจับจังหวะบีตหลักได้ เราจะรู้ว่ามันจะเข้าห้องเพลงตอนไหน จุดสำคัญของการฟรีสไตล์คือกล้ามเนื้อต้องทำในสิ่งนั้นบ่อย ๆ จนไปในทิศทางอื่น ๆ ได้ตามที่ใจคิด
ผมศึกษาการเต้นของคู่แข่งทุกคนเหมือนที่แม่สอน แล้วตอนซ้อมก็จินตนาการว่าถ้าเจอคนนี้ต้องเต้นแบบไหน แต่คิดมากเกินไปก็ไม่สนุก
ความน่าตื่นเต้นของนักเต้นสตรีตแดนซ์ คือคนทั่วไปทำไม่ได้ถ้าไม่ได้รับการฝึก คนดูจะว้าวและคิดว่า เฮ้ย ทำแบบนั้นได้ยังไง ถ้าไม่สนุกจากข้างในหรือจริงจังมากเกินไป คนดูจะไม่อิน เพราะว่ามันลึกเกินไปที่เขาจะเข้าใจว่าคุณกำลังทำอะไรอยู่ บางคนเต้นท่าง่าย แต่ทำแล้วดูเพลิน ดูยาก บางคนเต้นท่ายากแต่ไม่เข้ากับเพลงเลยก็มี
ถ้าเราเต้นแล้วโฟกัสแค่คู่แข่ง แต่เราไม่เต้นให้คนดู มุมมองการเต้นก็จะแคบมาก ผมมีท่าที่ตลก ไวรัล เพราะว่าตัวผมเองเป็นคนสนุก ไม่ได้คิดว่าจะคีปลุคให้เท่ตลอดเวลา ผมเปิดเผยให้คนดูเห็นทุก ๆ อย่าง
Dance Your Style ทำให้นักเต้นเป็นศิลปิน สมมติเราเป็นนักมวย การ Battle ทั่วไปคือการต่อยมวยจริงจัง แต่ Dance Your Style ก็คือต่อยมวยอยู่ แต่ต้องหันไปเสยผมทีหนึ่งแล้วค่อยกลับไปต่อยต่อ
ผมไม่ได้บอกว่าตัวเองเก่ง ผมโชคดีที่ซ้อมมาดี รู้สึกดีที่ทำได้สักที ณ เวลาที่ตัวเองตั้งใจ มันอาจเป็นวันของผม
มองย้อนกลับไป ไม่เสียเวลาเลยที่เราพยายามมาตลอดตั้งแต่เด็ก ไม่เสียเวลาเลยที่ทุกคนบอกว่าผมว่าสู้ต่อไป ผมภูมิใจในตัวเองมาก เพราะผมเป็นคนที่ผ่าตัดหัวเข่ามาแล้วยังทำได้ อย่างน้อยก็เป็นการลบคำสบประมาทที่ใครคิดผมคงเต้นไม่ได้อีกแล้ว
ผมทำให้ดูแล้ว ไม่ได้ทระนงตัวหรือมีอีโก้ แต่ผมทำได้ และพร้อมจะบอกทุกคนว่ามันไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด

The Underdog
การเป็นครูทำให้กล้ามเนื้อเราชินขึ้น แต่ไม่ได้ช่วยให้เต้นเก่งขึ้น ถ้าเราสอนอย่างเดียวแต่ไม่ซ้อม ไม่ใส่ใจเด็กนักเรียนว่าขาดอะไร แล้วตัวเราขาดอะไร วันหนึ่งของเราจะหมด
การสอนเด็กทำให้ผมพัฒนาตัวเองในการมองเด็กว่าคนนี้มีบุคลิกการเต้นแบบไหน บางทีเด็กทำท่านี้ไม่สวยแต่แปลกดี น่าสนใจ เราก็เก็บข้อมูลไว้ เขาเป็นครูให้เรา
ตอนนี้ผมพยายามบอกตัวเองให้ตื่นเช้า ออกกำลังกาย ลงเรียนออนไลน์กับนักเต้นคนหนึ่งที่เก่งมาก ๆ ศึกษาวัฒนธรรมอินเดียมากขึ้น ดู Red Bull Dance Your Style รอบ Final หลาย ๆ ปีที่ผ่านมา ยังต้องพัฒนาขึ้นอีกหลายอย่าง
ผมอยากเป็นที่รู้จักระดับโลกในหมู่นักเต้น ความฝันคือการดันคอมมูนิตี้สตรีตแดนซ์เข้าไปในวงการบันเทิง เพราะการเต้นแทบเป็นส่วนหนึ่งของโซเชียลทุกวันนี้ ประเทศเกาหลีก็จ้างนักเต้น Battle ไปออกแบบท่าเต้นให้ศิลปินเยอะ ประเทศจีนก็จัดรายการแข่งเต้นกันเยอะมาก ผมอยากให้ประเทศไทยมีแบบนี้
บอกตามตรงว่านักเต้นสตรีตแดนซ์หลายคนไม่ได้รับโอกาส แสงส่องไม่ถึง ถ้าเต้นเก่งแต่ดังไม่พอ กรรมการก็นึกไม่ออกว่าจะเลือกใครดี แต่พอเป็นคนที่เก่งและเคยเห็นด้วยก็จะเข้ารอบได้ง่าย เป็นความจริงที่ต้องรับ สุดท้ายแล้วคนส่วนมากที่เลิกเต้นไปเพราะการเต้นไม่ได้สร้างรายได้มากขนาดนั้น
นักเต้นไทยเก่งมากนะครับ ต่างประเทศเขา Respect และเชิดชูนักเต้นบ้านเรามาก เพราะประเทศไทยได้แชมป์โลกมาแล้วทั้งด้าน Battle และ Perform แต่แค่เราไม่เป็นกลุ่มใหญ่ มันเกี่ยวกับเรื่องการสนับสนุนของประเทศด้วย ถึงเก่งแต่เงินไม่พอ นักเต้นต่างประเทศคงจะไม่เห็นนักเต้นเก่ง ๆ จากไทย
บางครั้งผมก็รู้สึกว่าตัวเองโดน Underrated ทั้งที่เต้นได้แต่ทำไมเขาไม่มองเรา เราอายุน้อยหรือเรา โดดเด่นไม่พอ พอมาถึงจุดนี้ที่อายุและวุฒิภาวะผมถึงแล้ว ผมก็อยากดันตัวเองและคอมมูนิตี้สตรีตแดนซ์ให้ทุกคนรู้จัก

ขอบคุณสถานที่
Boss Dance Studio (แผนที่)




