กานต์-ศิวโรจณ์ คงสกุล อยู่ในวงการ 20 ปี ทำหนังมาแล้ว 7 เรื่อง
เร็วเหลือเกิน – เราหล่นคำอุทาน
แฟนหนังอิสระคงจำเขาได้จากหนังยาวเรื่อง ที่รัก (Eternity) แฟนซีรีส์รู้จักเขาจากงานแนวสืบสวนสอบสวนอย่าง คือเธอ (Remember You) รวมถึงซีรีส์อีกกว่าหลายสิบเรื่อง
ล่าสุดเขากำกับซีรีส์เรื่องแรกกับ Netflix อย่าง สืบสันดาน ออนไลน์วันที่ 18 กรกฎาคม นี่คืองานที่เขาบอกว่าทำให้หัวใจเต้นแรงชัดกว่าที่เคย
กานต์ถนัดทำหนังด้านความสัมพันธ์ แม้หน้าหนังของ สืบสันดาน จะหวือหวา แต่แก่นแท้ไม่ต่างจากงานก่อน ๆ ของเขา กานต์เปรียบว่าความสัมพันธ์ก็เหมือนกับธรรมชาติที่ไม่เคยเปลี่ยน
สิ่งที่เป็นความทะเยอทะยานของกานต์รอบนี้ คืออยากทำหนังที่รวมศาสตร์การเล่าเรื่องและโปรดักชันจากงานหลายแขนง ทลายพรมแดนของหนัง ซีรีส์ ละคร หนังอาร์ต หนังแมส และปลดปล่อยให้ทุกอย่างเป็นไปตาม ‘สัญชาตญาณ’ ของคนทำ The Cloud มีโอกาสได้ดู 3 ตอนแรกของหนังก่อนสัมภาษณ์ บอกได้ว่า สืบสันดาน เป็นงานที่ทะเยอทะยาน และน่าจะเป็นหนึ่งในหมุดหมายน่าจับตาของคอนเทนต์ไทยในเวทีสตรีมมิ่งโลกนับจากนี้

Strange.
กานต์ตั้งคีย์เวิร์ดสำคัญในการกำกับซีรีส์ สืบสันดาน อยู่ 2 ข้อ
หนึ่ง เป็นซีรีส์เรื่องแรกที่ทลายพรมแดนของหนัง ละคร ซีรีส์ หนังอาร์ตไปจนถึงหนังแมส สอง เขาอยากทำหนังที่ใช้สัญชาตญาณพาไป ไม่ใช่การกำกับในรูปแบบเหตุผลหรือวิธีการเท่านั้น
กานต์ขยายความว่า เมื่อทำซีรีส์มาถึงจุดหนึ่ง เขารู้สึกว่างานเริ่มซ้ำ คงเพราะมีโจทย์ที่ผู้สร้างอยากให้เป็นมาจำกัด กับเรื่องนี้ เขาอยากหาวิธีเล่าใหม่ โดยย้อนกลับไปหารากการเป็นคนทำภาพยนตร์อิสระ กานต์ยกตัวอย่างเรื่องการทำให้หนังดำเนินเรื่องแบบต่อเนื่องรวดเดียวเหมือนภาพยนตร์ ไม่ได้คิดเรื่องการต้องแบ่งเป็นตอนหรือมีจังหวะเหมือนซีรีส์ทั่วไป
แก่นของ สืบสันดาน เล่าเรื่องความดีและความเลวในกมลสันดานของมนุษย์ที่ส่งต่อกันเป็นทอด มนุษย์เป็นผู้ควบคุมการใช้อำนาจทั้งในทางถูกและผิด การอยากเอาชนะ การหักหลัง ความเกลียดชัง ฯลฯ ชนิดที่ว่าตัดวงจรนี้ออกไปไม่เคยพ้น

“วิธีทำหนังของเรา คือหาปรัชญาข้อหนึ่งที่ชอบให้เจอก่อน เพื่อที่จะอยู่กับมัน 1 ปีอย่างมีความสุข หลัง ๆ เรากำกับแค่นี้เอง ทำไมคนเราต้องอยากเอาชนะกันขนาดนี้ อำนาจทำให้เราเป็นอย่างนั้นหรือ ผมอยู่กับ 2 ประโยคนี้มาทั้งเรื่องของ สืบสันดาน เลย
“ทำไมเราถูกสอนให้เอาชนะกันขนาดนี้ เราเผลอใช้อำนาจทำร้ายคนอื่นหรือเปล่า กำลังเหยียบย่ำความรู้สึกคนอื่นไปสู่ความสำเร็จหรือเปล่า ชนชั้นอำนาจมีทุกสังคม มีทุกพื้นที่ แล้วสุดท้ายคุณก็เป็นหนึ่งในนั้นโดยรู้ตัว” กานต์เล่า
สืบสันดานเล่าเรื่องมนุษย์ผ่านสัตว์อย่างผีเสื้อกลางคืน ภาษาอังกฤษคือคำว่า Moth ซึ่งคล้องกับพยัญชนะตัวแรกในชื่อซีรีส์ภาษาอังกฤษ Master of the House กานต์เปรียบผีเสื้อเหมือนเช่นชนชั้นล่าง เป็นที่ครอบครองของคนชั้นสูงแม้จะเป็นร่างที่ไร้วิญญาณ
“เราไปมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์กับ ญดา (นริลญา กุลมงคลเพชร) และ พี่บี๋ (ธีรพงศ์ เหลียวรักวงศ์) ไปนั่งเรียนกับคุณครูที่สอนเกี่ยวกับผีเสื้อ เราค้นพบว่าแก่นแท้ของผีเสื้อในเรื่องเป็นแค่ของเล่นของคนมีสิทธิ์ที่จะครอบครอง แต่ไม่ได้สนใจสิ่งมีชีวิตไร้วิญญาณนั้นเลย ถ้าวันหนึ่งผีเสื้อคิดจะสู้กลับแล้วจะเป็นยังไง”

Good Take
ด้วยความเป็นคนทำภาพยนตร์ เขาจึงใช้ภาษาหนังเล่าเรื่องโดยไม่ต้องพูดออกมาด้วย ซึ่งล้วนเต็มไปด้วยนัยเกี่ยวกับชนชั้น เช่น สร้างฉากบ้านในเรื่องให้ดูใหญ่โต ดูข่มเหงตัวละครที่เป็นแม่บ้านในเรื่องตลอดเวลา
ถ้าเทียบกับคนอื่น กานต์เป็นผู้กำกับที่รสมือ ‘ไม่จัด’ แต่กับเรื่องนี้เขาใส่ใจเรื่องภาพและเสียงเป็นพิเศษ ภาษาชาวบ้านคือใส่ความแซ่บที่ดูแล้ว ฟิน การทำงานกับนักแสดงเรื่องนี้ก็ดีมาก เขาค่อนข้างให้อิสระในการทำงานและตีความ
ปกติงานของเขามีความละเอียดและใส่ใจกับตัวละครชนิดที่นักแสดงและตัวละครนั้นแทบจะเป็นคนเดียวกันจริง ๆ เช่น การใช้มู้ดแอนด์โทนบนสีหน้าของตัวละคร การใช้เพลงประกอบให้เหมาะสมกับแต่ละฉาก ฯลฯ แต่กับ สืบสันดาน เขาบอกว่าแทบไม่ต้องทุ่มรายละเอียดอย่างที่เคยทำ เพราะนักแสดงคือบทพิสูจน์ให้เห็นว่างานของกานต์คราวนี้เป็นธรรมชาติและมี ‘เมจิก’ ด้วยตัวของนักแสดงเอง

“สืบสันดาน คืองานที่เป็น Good Take สำหรับเรา เหมือนเราดูละครเวทีที่ตีตั๋วหนังแถวหน้า อินกับพลังของนักแสดงที่ส่งมาเรื่อย ๆ แล้วเอามาเรียงในห้องตัด เหมือนนักดนตรีเล่นแล้วเราดื่มด่ำไปกับมัน
“ทุกคนจะบอกว่างานละเอียด แต่เราไม่ได้ละเอียดด้วยการบังคับ งานเราเผอิญเล่นได้พอดีกับบทด้วยล่ะมั้ง คนชอบบอกว่างานเราละเอียดลออ ดูมีเมจิกไหลเข้าไปในเฟรมเลย เช่น ถ่ายฉากนกบินกลับรัง จู่ ๆ ก็มีแสงประหลาดเกิดขึ้นบนฟ้า บางทีนักแสดงเขาเผลอตัว ไหลไปกับข้อมูลหรือความรู้สึกใหม่ เราจะไม่เรียกเข้าไปชี้นิ้วสั่งให้ทำนี่ทำนั่น ให้อิสระในการตีความ เรากำกับบรรยากาศในกองฯ ด้วย เขาอาจจะสบายตัวสบายใจ เราเลยได้มาซึ่งงานที่ผ่อนคลาย
“เราชอบทำหนังที่มันพอดี ๆ ถ้าเปรียบเป็นอาหาร ก็อย่ามีรสชาติอะไรที่แหลมออกมารสเดียว เป็นอาหารที่มีรสหลากหลายรวมอยู่ด้วยกัน บางซีนเงียบแต่ก็รู้สึก บางซีนดังมาก บางจังหวะเพลง ถ้าเพราะก็เพราะเลย บางจังหวะต้องเร้าอารมณ์แบบนี้ เป็นความพอดี ๆ หนังไม่ต้องขายอะไร แต่ดูแล้วต้องรู้สึก”


Remembered and Relationship
มีหนังอยู่ 2 เรื่องที่มีผลกับผู้กำกับหนุ่ม กำหนดชีวิตให้ดำเนินมาจนถึงวันนี้
เรื่องแรกคือ ที่รัก หนังยาวสร้างชื่อของกานต์ เรื่องที่ 2 คือ อรุณกาล ซึ่งถ่ายทำห่างกับเรื่อง ที่รัก ราว 15 ปี
สิ่งที่ 2 เรื่องนี้มีเหมือนกันคือเป็นหนังที่อารมณ์ของหนังอิสระไทย ซึ่งเฟื่องฟูและโดดเด่นเมื่อ 10 ปีก่อน สร้างโอกาสให้ชีวิตของกานต์มากมาย
“เราเป็นคนใช้ชีวิตแบบเกมรับ ไม่ใช่เกมบุก อยู่เฉย ๆ ก็มีคนมาชักชวนให้โอกาส แล้วก็เวิร์ก หัวใจคือการให้โอกาสตัวเอง ไม่กดดันตัวเองที่จะวิ่งเข้าไปหาความสำเร็จ”
ตลอดห้วงเวลา 20 ปีของการเป็นผู้กำกับฯ สิ่งที่กานต์ตั้งเป็น Key to Success กับตัวเอง คือความเป็นมืออาชีพ อยากให้งานมีคุณภาพ
สืบสันดาน เป็น ‘มาตรฐานสูงสุด’ ที่เขาเคยทำงานมาก็ว่าได้
“มันมาเติมเชื้อไฟให้คำว่ามืออาชีพและคุณภาพ ให้เราอยากวิ่งและอยากไปต่อ รู้สึกอย่างแรงเลยว่าเราเป็นมืออาชีพโดยสมบูรณ์ได้แล้ว มีตัวเลขชี้วัด ฟีดแบ็ก สถิติ
“บางครั้ง คนทำหนังก็ไม่รู้ว่าเราอยู่ตรงไหนของท้องทะเล เราอยู่ตรงไหนของอุตสาหกรรม อุตสาหกรรมภาพยนตร์ไทยต้องการมาตรฐาน เวลาทำงานกับแพลตฟอร์มสตรีมมิ่ง ผู้กำกับจะต้องกลับไปทำงานที่มีมาตรฐาน เรากลับไปขอบคุณ พี่สิน ที่โยนงานใส่อุตสาหกรรมนี้ ที่ทำถึงและกลับมาสนับสนุนคนทำงาน ผู้กำกับไทยอีกหลายคนรอโอกาสที่จะทำงานแบบนี้ ไม่ใช่แค่เราคนเดียว” กานต์เล่า


Netflix ทำให้เกิดงานรสชาติใหม่ ผู้กำกับที่เคยทำงานเดิม ๆ ได้ออกมาฉายแสง นั่นคือคุณประโยชน์ที่แพลตฟอร์มทำให้วงการ
“เราคิดว่างานอุตสาหกรรมภาพยนตร์ ซีรีส์ ละคร ควรมีงานที่มีมาตรฐานสากล Netflix โยนมาตรฐานสากลใส่อุตสาหกรรม นั่นเป็นเจตนาที่ดี เราสนับสนุน Netflix ให้ลุยไปตามมาตรฐานนี้ เรื่องครีเอทีฟ การตลาด และความสำเร็จก็อีกเรื่องหนึ่ง แต่มาตรฐานเป็นสิ่งหนึ่งที่ทำให้คนทำงานอยู่รอด มีคุณภาพชีวิตดีขึ้น แล้วงานดี ๆ จะมาเอง
กานต์ยังเล่าประสบการณ์การเข้าไปในโครงการของ Cannes Residence สนับสนุนคนทำหนังให้ทำงานและใช้ชีวิตที่ปารีส 6 เดือน พบกับคนทำหนังชั้นนำของโลก หนึ่งในนั้นคือ บงจุนโฮ ยอดผู้กำกับชาวเกาหลีจาก Memories of Murder, The Host, Mother และ Parasite
“บงจุนโฮถามเราว่า ประเทศคุณมีสหภาพในอุตสาหกรรมภาพยนตร์หรือเปล่า เราตอบไปว่าไม่มี จนถึงตอนนี้พวกเราก็ยังคงไม่มี (หัวเราะ) บงจุนโฮบอกว่ามันสำคัญกับคุณภาพชีวิตคนทำงานในอุตสาหกรรมมากนะ เราจำได้ไม่เคยลืม
“เหมือนกับ ฮิโรคาสุ โคเรเอดะ เราก็ศรัทธาที่เขาแข็งแรง มองให้ดีโอกาสในชีวิตของผู้กำกับญี่ปุ่นคนหนึ่งที่ทำงานต่อเนื่องและค้าขายทางอุตสาหกรรมภาพยนตร์ได้ด้วย แต่ผู้กำกับไทยยังต้องการการสนับสนุนหรือผลักดันก้อนความคิด เพราะยังถูกชูขึ้นมาไม่เด่น อย่างญี่ปุ่น เกาหลี เวลาใครจะยืนหยัดกับอะไรก็จะมีการสนับสนุนและการสนับสนุนที่แข็งแรง
“แต่ว่าในไทยก็ยังไม่หมดหวังนะ มันเป็นช่วงเวลาของการพัฒนา เรากำลังพัฒนาไปข้างหน้า”

