ความนำ
ในช่วงปีที่ผ่านมา คงมีหลายคนได้ยินชื่อของ ‘ผีเสื้อปีกบาง’ สำนักพิมพ์เพื่อคนพิการในครอบครัวสำนักพิมพ์ผีเสื้อ ที่ก่อตั้งโดย พลอย-สโรชา กิตติสิริพันธุ์ บรรณาธิการบริหารผู้พิการทางสายตากันอยู่บ้าง
สำนักพิมพ์ผีเสื้อปีกบางเริ่มต้นจากบรรณาธิการ 3 คน ใกล้อายุครบ 2 ขวบ และกำลังจะนับหนึ่งอย่างเป็นทางการด้วยการตีพิมพ์หนังสือเล่มแรก
เป็นหนังสือที่เขียนโดย ทิว-ทิวทัศน์ จินตนาการ นักเขียนผู้พิการทางสายตา
ทิวทัศน์เป็นผู้พิการทางสายตาวัย 31 ปีที่ไม่เคยเรียนหนังสือ จะอักษรเบรลล์ของคนตาบอดหรืออักษรของคนตาเห็น เขาก็อ่านไม่ออกและสะกดไม่ได้
แต่ทิวทัศน์กำลังจะมีหนังสือที่เขียนเองด้วยการใช้คำสั่งเสียงพิมพ์บนโทรศัพท์ ทุกบทต้องเขียนให้จบรวดเดียว เพราะการย้อนมาพิมพ์ต่อยากมาก และต้นฉบับเวอร์ชันแรกสุดแทบไม่มีย่อหน้า คล้ายงานแนวกระแสสำนึก เพราะการใช้เสียงพิมพ์เว้นวรรคได้ยาก
หนังสือเล่มนี้ชื่อว่า ชื่อสมชาย เป็นเรื่องแต่งที่ผสมผสานชีวิตจริงของทิวทัศน์ และสะท้อนสังคมไปพร้อมกัน
ในโอกาสที่หนังสือใกล้จะออกสู่สายตานักอ่าน เราจึงชวนนักเขียนผู้พิการทางสายตามานั่งสนทนา
ว่าหนังสืออีกเล่มที่ชื่อว่า ‘ชีวิต’ ของทิวทัศน์ ดำเนินมาถึงจุดนี้ได้อย่างไร

สารบาญชีวิต
ทราบมาว่าคุณไม่ได้ตาบอดตั้งแต่กำเนิด คุณกลายเป็นผู้พิการทางสายตาได้อย่างไร
ตอนอายุ 15 สมัยที่ยังเป็นนักมวย ผมโดนต่อยเข้าที่ตา จนแผลติดเชื้อ ทีแรกมันบอดข้างซ้าย แล้วก็ลามมาบอดข้างขวาด้วย
ชีวิตตั้งแต่นั้นมาเป็นอย่างไร
ตอนแรกผมทําอะไรไม่ถูก ก็อยู่บ้านก่อน สักพักมีเพื่อนและทางราชการเริ่มแนะนําว่า เขามีที่ให้คนตาบอดเรียนอยู่นะ ตอนนั้นก็ยังไม่เข้าใจ ยังคิดว่าเรียนไม่ได้หรอก ตาบอดแปลว่าทําอะไรไม่ได้แล้ว
แต่หลังจากที่ได้รู้จักคนตาบอดอย่าง พลอย (สโรชา กิตติสิริพันธุ์ – บรรณาธิการสำนักพิมพ์ผีเสื้อปีกบาง) และเพื่อนคนอื่น ๆ ผมก็เห็นว่าเขาใช้ชีวิตได้ดี เขาทําได้หลายอย่างเกินกว่าที่เราคิดไว้มาก ดังนั้น ผมก็น่าจะทําได้เหมือนกัน สักครึ่งหนึ่งของพวกเขาก็ยังดี เลยเริ่มต้นใช้ชีวิต ปัจจุบันก็รับเขียนงานโฆษณาและร้องเพลงเปิดหมวกกับเพื่อน ๆ รวมถึงรับงานร้องเพลงตามร้านอาหาร

เพราะอะไรคุณถึงเริ่มต้นเขียนหนังสือ
มีอยู่วันหนึ่งเพื่อนสมัยผมยังมองเห็นโทรมาหา เขาบอกว่าเขียนกลอนให้หน่อยสิ เพราะเมื่อก่อนผมเคยแต่งกลอนอยู่บ้าง เราก็บอกว่า กูตาบอดแล้ว เขียนไม่ได้แล้ว แต่เพื่อนก็บอกว่า ทุกอย่างอยู่ในสมองนะ ตาเอ็งบอด แต่สมองเอ็งยังอยู่ไม่ใช่เหรอ เมื่อก่อนตอนตาดีเอ็งก็ไม่ได้ใช้ตาเขียนนี่
ผมเลยมาคิดว่า ก็จริง อีกทั้งตอนนี้เขียนได้ง่ายกว่าเดิมอีก เพราะเมื่อก่อนต้องไปวานคนเขียนตัวอักษรให้ เดี๋ยวนี้วานโทรศัพท์ได้ คือใช้วิธีบันทึกเสียงแล้วให้โปรแกรมแปลงเป็นข้อความ
ผมก็เลยเริ่มต้นเขียนหนังสือ ในความคิดผม คนเราเกิดมาเพื่อสร้างอะไรบางอย่างทิ้งไว้บนโลก และมองว่าหนังสือคงอยู่ได้นานที่สุด ผมเลยเลือกสร้างหนังสือ เป็นสิ่งดี ๆ ที่อยากสร้างทิ้งไว้เป็นมรดก

จากวันนั้น คุณก้าวมาสู่การออกหนังสือ ชื่อสมชาย ได้อย่างไร
ก่อนหน้านี้ผมมีงานอดิเรกคือเล่านิทานให้น้อง ๆ ตาบอดที่รู้จักกันฟัง ผมต้องการให้ความรู้น้อง แต่ตัวผมไม่ได้ร่ำเรียนอะไร เลยมักจะให้ความรู้ผ่านเรื่องเล่า จนช่วงโควิด-19 เมื่อ 2 ปีก่อน มีน้องบอกว่า พี่ชอบเล่าเรื่องของตัวละครต่าง ๆ นะ ทำไมไม่ลองเล่าเรื่องตัวเองบ้างว่า เรามาเป็นอย่างนี้ได้ยังไง แล้วเรามารู้จักกันได้ไง
ผมเลยลองคิดนึกย้อนดูว่า ชีวิตเราก็มีหลายสิ่งหลายอย่างที่น่าสนใจ เช่น การหนีออกจากบ้านตั้งแต่เด็ก เพียงแต่ต้องถ่ายทอดออกมาให้ดีพอ หลังจากนั้นผมก็เลยเริ่มเขียน โดยมีเจตนาแรก คือจะให้น้อง ๆ อ่านเพื่อเป็นความบันเทิงเท่านั้น แต่เขียนไปเขียนมา พลอยรวมถึงเพื่อนอีกหลายคนก็บอกว่าน่าจะไปได้ไกลกว่านั้น
หนังสือ ชื่อสมชาย จึงเกิดขึ้น เป็นงานที่เล่าเรื่องชีวิตของเด็กชายคนหนึ่งชื่อสมชาย ซึ่งเกิดมาในครอบครัวที่ไม่สมบูรณ์ หนีออกจากบ้าน ไปเจอสิ่งเลวร้ายมากมาย จนสุดท้ายเติบโตขึ้นมาได้ โดยเนื้อเรื่องอ้างอิงมาจากประวัติส่วนหนึ่งของผม
ผมเลือกใส่เรื่องที่น่าจะมีประโยชน์และเรื่องที่อยากบอกใครบางคน ผมอยากให้คนอ่านเข้าใจชีวิตแบบที่เขาอาจไม่เคยรู้จัก และรู้ว่ามีเด็กที่ต้องเผชิญสิ่งเลวร้ายเหมือนสมชายอีกเยอะมาก

เกี่ยวกับผู้เขียน
คุณคิดว่านักเขียนหมายถึงอะไร
ผมมองว่านักเขียนเป็นคนรับสิ่งต่าง ๆ มา แล้วถ่ายทอดไปสู่คนอื่น เมื่อก่อนเราไม่ได้เข้าใจว่านักเขียนคืออะไร คิดว่าใครก็เขียนได้ แต่พอได้มาสัมผัสเองถึงพบว่าสิ่งนี้ยิ่งใหญ่มาก ไม่ใช่ว่าใครมาทำแล้วก็ทำได้เลย ต้องใช้เวลาและอีกหลายสิ่งประกอบกัน ทำให้เรารัก เคารพ และจริงจังกับการเป็นนักเขียน
การเขียนเปลี่ยนแปลงอะไรในตัวคุณบ้าง
ผมเคยคิดว่าตัวเองเป็นคนใจเย็น จนมาเขียนหนังสือถึงได้รู้ว่าตัวเองใจร้อน การเขียนหนังสือเล่มนี้ทำให้ผมได้พยายามใจเย็น เพื่อมีเวลาคิดมากขึ้น นอกจากนี้ การเขียนหนังสือยังทำให้เห็นรายละเอียดของชีวิต และรู้วิธีหาความสุขได้มากขึ้น จึงน่าจะมีความสุขได้ในระยะยาว
แล้วการเขียนหนังสือเล่มนี้มอบอะไรให้แก่คุณบ้าง
ผมมองว่าหนังสือเล่มนี้ให้เส้นทางใหม่ เพราะผมไม่เหมือนคนอื่น เส้นทางในอนาคตที่เป็นไปได้มีไม่มาก ผมดีใจที่ได้เห็นเส้นทางนี้ และการได้เริ่มต้นออกเดินก็ทำให้มีแรงบันดาลใจที่จะก้าวต่อไป

คำนิยม จากผู้อ่านคนแรก
(พลอย-สโรชา กิตติสิริพันธุ์)
คุณคิดว่าต้นฉบับของทิวทัศน์ต่างจากต้นฉบับที่เคยผ่านตามาอย่างไร
ต้นฉบับดราฟต์แรกที่ทิวทัศน์เขียนมาไม่มีเครื่องหมายคําพูด ไม่มีย่อหน้า เพราะเขาเขียนต่อเนื่องทั้งวัน เรารู้สึกว่ามันเป็นเสน่ห์ในการเขียนของทิวทัศน์ อยากคงรูปแบบการเขียนนี้ไว้ แต่ต่อมาก็คิดว่าน่าจะทำให้นักอ่านเหนื่อยเกินไปเพราะไม่มีจุดพักสายตา เลยมีการย่อหน้าและปรับแก้เพิ่ม

ในฐานะบรรณาธิการ คุณคิดว่าหนังสือเล่มนี้พิเศษยังไง
เราว่าเนื้อหาของหนังสือเล่มนี้มีคุณค่าและความเป็นธรรมชาติ และถ้าได้เห็นเบื้องหลังของหนังสือ ได้มองลึกเข้าไปที่การทํางานและชีวิตของทิวทัศน์ทั้งหมด จะพบว่าหนังสือ ชื่อสมชาย ไม่ได้เขียนแค่ 26 วัน แต่ใช้เวลาเขียนทั้งชีวิต เราอยากให้คนอ่านเห็นหนังสือเป็นมากกว่าหนังสือ

คำลงท้าย
ตอนนี้ ชื่อสมชาย กำลังจะวางแผง คุณรู้สึกอย่างไรที่เห็นชีวิตตัวเองเผยแพร่สู่สายตาผู้อ่าน
ตอนเด็ก ๆ ผมเข้าใจผิดว่า การเอาเรื่องของตัวเองไปแบ่งปันให้คนอื่นเป็นการประจานตัวเอง แต่ตอนนี้ผมเข้าใจมากขึ้นว่า การเอาเรื่องของตัวเองทั้งดีและไม่ดีไปบอกคนอื่น คือการแบ่งปันว่าฉันเคยทำแบบนี้แล้วสําเร็จ ฉันเคยทําแบบนี้แล้วผิดพลาด อยู่ที่คุณจะทําหรือไม่ทําตาม ผมรู้สึกดีที่ส่วนหนึ่งของชีวิตตัวเองได้อยู่ในหนังสือ
มองอนาคตตัวเองหลังการออกหนังสือเล่มนี้ไว้อย่างไร
ผมอยากเขียนหนังสือให้มากที่สุดตราบใดที่ยังมีลมหายใจ เป็นสิ่งเดียวที่ผมจะทิ้งไว้บนโลกได้

ถ้ามีโอกาสย้อนกลับไปคุยกับตัวเองตอนเริ่มเขียน อยากบอกอะไรตัวเองในตอนนั้นบ้าง
เมื่อก่อนผมเป็นคนที่ชอบดูถูกตัวเอง มักจะมองว่าตัวเองดีไม่พออยู่ตลอดเวลา ตอนนี้ถึงเวลาที่ผมต้องคิดว่าตัวเองดีพอบ้างแล้ว ผมอยากบอกตัวเองว่า เอ็งก็เก่งนะ เอ็งก็น่ารักนะ เอ็งต้องสู้ต่อไป ไม่ต้องท้อ ยังมีวันพรุ่งนี้เสมอ
อยากบอกอะไรถึงคนที่จะมาอ่านหนังสือเล่มนี้
ความสุขของพวกคุณก็คือความสุขของผม ถ้าคุณอ่านหนังสือเล่มนี้แล้วคุณมีความสุข นั่นคือคุณกําลังแบ่งปันความสุขให้ผมอยู่ ขอบคุณมากครับ

หากใครอ่านมาถึงตรงนี้ อาจสังเกตได้ว่าบทความนี้ใช้ชื่อหัวข้อต่าง ๆ เหมือนที่ปรากฏในหนังสือทั่วไป ยกเว้นก็แต่เนื้อเรื่อง เพราะเราต้องการเว้นว่างส่วนที่ว่าไว้ ให้นักอ่านได้เติมเต็มด้วยเนื้อหาจากหนังสือของทิวทัศน์เอง
เ ป็ น ก า ร ย า ก ที่ จ ะ บ อ ก ว่ า
หนังสือของทิวทัศน์
ดี อ ย่ า ง ไ ร
ดี ม า ก แ ค่ ไหน
เพราะมันเป็นเพียงหนังสือ
ที่กลั่นกรองมาจากชีวิตของมนุษย์คนหนึ่ง
แต่เราเชื่อมั่น ว่าจะมีผู้ที่ชื่นชอบ ประทับใจ
และได้รับบางสิ่งกลับไปหลังจากอ่านจบ
อย่างแน่นอน
