มกราคมปีก่อน เรามีโอกาสร้องเพลง ช่วงเวลา ของ Zweed n’ Roll ในกิจกรรมมหาวิทยาลัย ทำให้ต้องฟังเพลงซ้ำไปซ้ำมาเพื่อจำเนื้อร้อง
เสียงก้องกังวานของ พัด นักร้องนำ สะกดให้รู้สึกดำดิ่งไปยังก้นบึ้งของหัวใจ โน้ตลายประสานทุกตัวที่เพื่อน ๆ ต่างช่วยกันแกะยังอยู่ในความทรงจำถึงตอนนี้
เวลาผ่านไปเพียง 1 ปี
วงการดนตรีไทยไม่มี พัด-สุทธิภัทร สุทธิวาณิช อีกต่อไป เธอกลายเป็น MAMIO (มามิโอะ) ศิลปินใหม่หน้าคุ้นภายใต้หลังคาเดิมอย่าง Warner Music Thailand พร้อมเปิดเผยความลับว่า มะเหมี่ยว คือชื่อเล่นที่แท้จริงของเธอ
ไม่เพียงกลับไปใช้ชื่อเดิมตอนอายุ 31 มะเหมี่ยวยังสลัดคราบเดิมไม่เหลือชิ้นดี
วันนี้เธอมาในชุดสีดำล้ำสมัย ติดเล็บปลอม ขนตายาวงอน ยืนบนรองเท้าส้นตึกแบบที่ไม่เคยเห็นเธอสวมใส่ สะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่แต่ยังคงซึ่งเสียงร้องอันเป็นเอกลักษณ์
นี่คือการเผชิญหน้ากับอดีตของตัวเองผ่านการสำรวจภูเขาน้ำแข็งในหัวใจ
บางครั้งเธอพูดถึงตัวตนเดิมอย่างกราดเกรี้ยว ทว่าเปี่ยมไปด้วยความเข้าใจ แม้จะรังเกียจชีวิตที่ไม่ได้เลือกเป็นมากเพียงใด มะเหมี่ยวในวันนี้ก็แข็งแกร่งพอที่จะเชิดหน้าต่อ


พัดพาไป
เด็กหญิงมะเหมี่ยวชอบการร้องเพลงได้ยังไง
พ่อเราชอบฟังเพลงมาก ตื่นมาทุกวันเราจะได้ยินเสียงเพลงตั้งแต่อนุบาล เราเลยรู้ตัวว่าชอบร้องเพลงในห้องน้ำ ร้องหน้าพัดลม จำได้ว่าตอนนั้นร้องเพลง นอกสายตา ของ พี่แคท (แคทรียา อิงลิช) ตลอดเลย
พ่อกับแม่ได้ยินเราร้องเพลงก็พยายามส่งให้เราไปเรียน แต่เราไม่ไป อาจจะเป็นความดื้อในวัยเด็กที่ไม่อยากให้ใครมาบังคับเลยทำตามหัวใจตัวเอง
มีเรื่องอะไรที่คุณดื้อแล้วจำได้บ้าง
มีคนเล่าให้เราฟังว่าตอนเด็กเราโดนญาติทำโทษโดยการจับไปอยู่ในห้องน้ำ เราไม่รู้ว่าทำผิดอะไร ก็เลยตะโกนออกไปว่าไฟไหม้เพื่อให้เขามาเปิด (หัวเราะ) พอเขาเห็นว่าไม่มีไฟไหม้ก็ขังเราต่อไป เราเลยตะโกนออกไปอีกรอบว่างู เปิดมาอีกรอบก็ไม่มีงู (หัวเราะ)
เราจำไม่ได้ว่าทำไมถึงโดนทำโทษ เพราะคนอื่นชอบคิดว่าเราดื้อ แต่ถามแม่ แม่ก็บอกว่าเราไม่ดื้อนะ แต่คนที่ไม่ใช่คนในครอบครัวมักจะมองว่าเราเป็นเด็กไม่น่ารักเท่าไร
คุณเป็นเด็กที่พ่อแม่ตามใจหรือเข้มงวด
แม่ไม่ตามใจเราเลย (ตอบทันที)
แม่เป็นคนแข็งมาก ถ้าร้องไห้อยากได้อะไรแม่จะปล่อยให้เราร้องอยู่ตรงนั้น เราเคยร้องไห้แค่ครั้งเดียวและไม่ร้องอีกเลย ไม่ขออะไรอีกเลย เคยมีคนมาถามตอนเด็ก ๆ ว่าทำไมเก่งจัง ไม่ร้องไห้เลย เราก็ตอบเขาไปว่า ร้องไห้ไปแม่ก็ไม่ซื้อให้เลยไม่รู้จะทำไปทำไม
ส่วนพ่อ… (นิ่งคิด) ไม่แน่ใจว่าจะอธิบายมนุษย์พ่อยังไงดี เขามีมุมที่น่ารัก แต่ก็เป็นเหมือนวัยรุ่นที่เพิ่งเคยเลี้ยงลูก

ตอนเด็กมีเพื่อนเยอะไหม
ไม่มีเลยค่ะ เราเป็นลูกคนเดียวด้วย เลยเป็นคนไม่ค่อยพูด เวลามีปัญหาก็เลือกระบายออกกับแม่
ใครเป็นคนตั้งชื่อมะเหมี่ยวให้
น่าจะพ่อนะ เพราะคลอดมาตัวแดง ๆ เหมือนชมพู่ม่าเหมี่ยวเลยได้ชื่อนี้มา (ยิ้ม)
ชอบไหม
ในตอนเด็กเราไม่รู้หรอกว่าแปลว่าอะไร ไม่รู้ด้วยว่าชอบหรือไม่ชอบ แต่พอเข้าโรงเรียนแล้วต้องอธิบายคนอื่นมันเหนื่อยมาก เพราะเพื่อนชอบเรียกผิด ทำให้เราต้องพูดบ่อยว่าไม่ใช่เหมียว ไม่ใช่มะเหมียว มะเหี่ยว
ชื่อพัดก็ไม่ได้ตั้งเอง เพื่อนตอนประถมเริ่มเรียกว่าพัดเหมือนเป็น AKA เพราะเด็ก ๆ เขาไม่ชอบเรียกชื่อจริง เป็นการเพิ่มความรู้สึกสนิทสนมมั้ง สมมติว่ามีเพื่อนคนหนึ่งชื่อ พรปภา อาจจะเรียกคนนั้นว่า ภา พัดก็แบบนั้น

เสียดายนานกว่าเสียใจ
คุณเริ่มจริงจังกับการร้องเพลงตอนไหน
เริ่มจริงจังตอนเข้ามหาลัย ก่อนหน้านั้นเราแทบไม่เคยร้องเพลงให้ใครฟัง
ถ้าร้องเพลงให้คนสนิทใจฟังก็จะร้อง แต่ถ้าอยู่ดี ๆ ให้ไปร้องตรงที่ผู้คนเยอะก็ไม่ทำ
กลัวเหรอ
เคยหาคำตอบด้วยว่าความรู้สึกนี้คืออะไร เมื่อก่อนคิดว่าเป็นคนขี้อาย ตอนนี้รู้แล้วว่าเราไม่ได้ขี้อาย เรามีความกล้านะ แต่แค่ไม่มั่นใจที่ต้องอยู่กับคนอื่น การอยู่คนเดียวมาตลอดทำให้เรามีปัญหาการเข้าสังคมด้วย
ทำไมนักร้องที่ไม่กล้าสบตาคนถึงเลือกไปประกวดรายการร้องเพลงอย่าง The Voice Thailand
เราไม่มั่นใจในตัวเองจริง แต่มั่นใจในเรื่องการร้องเพลงมากกว่า 100% เลยลองไปประกวดดู ถ้าผ่านก็ดี ได้ไปโปรโมตวงด้วย การออกทีวีในตอนนั้นเหมือนเป็นการซื้อโฆษณาราคาสูง
การประกวดครั้งนั้นเปลี่ยนชีวิตคุณไปขนาดไหน
เปลี่ยนไปนะ วงเราได้เดินทางไปเล่นดนตรีในที่ที่ไม่เคยไป เจอคนหลากหลาย แต่ยังไม่ถึงขั้นเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ เพราะเดินออกไปหน้าปากซอยป้า ๆ ก็ยังไม่รู้จัก เหตุผลส่วนหนึ่งเพราะเราทำให้มันไม่เปลี่ยนไปมาก (หัวเราะ)
เรามีอีโก้อยู่เยอะ ไม่เห็นว่าโอกาสที่ไปคว้ามาเอาไปต่อยอดได้แค่ไหน จริง ๆ คนที่ออก The Voice Thailand ส่วนใหญ่จะสร้างเพจเพื่อให้คนไปติดตาม แต่เราไม่สร้าง เพราะอยากให้คนไปกดไลก์เพจวง บวกกับคนในวงไม่มีการขยับตัวก็เลยเปลี่ยนนิดเดียว ไม่ค่อยเหมือนคนอื่น มองย้อนกลับไปก็เป็นเรื่องที่น่าเสียดายสุด ๆ

การอยู่ในวงดนตรีชายล้วนทำให้คุณเป็นตัวเองได้น้อยลงไหม
เราไม่เคยได้ยินคำถามนี้มาก่อนเลย และไม่เคยคิดด้วย พอมานั่งคิดดู เราว่าเกี่ยว
แต่ไม่ว่าอยู่ที่ไหนเราก็ปรับตัวตลอด แค่เรียนคณะดนตรีก็เลยโตมากับชายล้วน ทำอะไรที่อยู่กับเพื่อนผู้หญิงไม่ได้ มันคนละคัลเจอร์ เราเลยมีภาพลักษณ์ที่ดูแมนจัด ๆ ทั้ง ๆ ที่ไม่ได้เป็นคนแมน เราไม่เคยเป็นคนอย่างนั้น เราแค่เงียบ ๆ แล้วไม่ได้มีใครรู้จัก ทุกคนเลยคิดว่าเราเป็นคนอย่างนั้นเอง
ช่วงเวลาที่ใช้ชีวิตอยู่ใต้ชื่อพัดมาตลอด ลืมความเป็นมะเหมี่ยวไปบ้างไหม
พัดกับมะเหมี่ยวกลืนกันอยู่กันตลอด เพราะพัดเป็นคนเพลย์เซฟ แต่มะเหมี่ยวจะสุดทาง ไม่ค่อยมีตรงกลาง ถ้าไม่เงียบไปเลยก็ต้องพุ่งไปเลย หลายครั้งที่มะเหมี่ยวพยายามจะแทรกขึ้นมา แต่โดนพัดกดเอาไว้ แบบ เอ๊ะ จะพูดดีไหม งั้นเงียบ ๆ ดีกว่า
พัดหมายถึงความ Insecure ทำให้กลัวและพลาดโอกาสในชีวิตไปหลายอย่าง
ถ้าเป็นมะเหมี่ยวไปประกวดร้องเพลงเราคงไปได้ไกล ไม่ปิดกั้นตัวเองเหมือนพัด

พัดต้องตกอยู่ในสถานการณ์แบบไหนมะเหมี่ยวถึงจะออกมา
พัดต้องตกอยู่ในอาการประสาทกิน (หัวเราะ) เวลาคิดวนไปวนมาว่าทำไมเรื่องนี้เกิดกับชีวิตเรา ไล่มาตั้งแต่อนุบาล ประถม ยันมัธยม
จริง ๆ แล้วคงเป็นที่ตัวเราเองที่ไปแบกอะไรมากมาย ชอบเอาตัวเองไปผูกไว้กับคนอื่น ก็เลยเอาความสุขไปอยู่กับคนอื่นด้วย มะเหมี่ยวจะมาบอกว่าทำไมถึงไม่เชื่อในตัวเอง
นิสัยนี้คงมาจากตัวเราเองนี่แหละที่โดนด่าตั้งแต่เด็ก ๆ เหมือนทำอะไรก็ผิด ยิ่งเจอสังคมมัธยมที่เริ่มมีคนนู้นคนนี้ไม่ชอบทั้งที่เรายังไม่ได้ทำอะไรให้ ก็ยิ่งทำให้รู้สึกว่าไม่รู้จะหาทางออกยังไงจนต้องโทษตัวเอง ถ้าตอนนั้นคิดได้ว่าที่เขาไม่ชอบเพราะเขาอิจฉามันก็จะเป็นอีกเรื่อง แต่ไม่มีใครมาบอกเราให้คิดแบบนั้นไง
แล้วคิดได้เองตอนไหน
ปีนี้เลยค่ะ


ไม่เป็นไร ชีวิตเริ่มใหม่ได้เสมอ
เหตุการณ์ไหนที่ทำให้ปลดล็อกชีวิต
มีแวบหนึ่งเราอยากเรียนการแสดงทั้ง ๆ ที่ไม่เคยมีอยู่ในหัวสมองเลย แต่รู้สึกว่ามันต้องช่วยเรื่องนี้ได้แน่ ๆ แล้วก็เป็นอย่างนั้นจริง ๆ เพราะ ครูลูกแก้ว (วริศรา บำรุงเวช) สอนให้เข้าใจว่ากว่าคนคนหนึ่งจะเติบโตมาได้มันมีภูเขาน้ำแข็งซ่อนอยู่
ไม่ต้องไปหาคำตอบว่าทำไมคนนั้นเป็นอย่างนู้นอย่างนี้ เพราะเขามีปมของเขา ทำให้เข้าใจว่าคนเราไม่เหมือนกัน ช่างแม่ง ไม่ต้องไปแบก ถ้าใครไม่ชอบเราก็เรื่องของเขา เราร้องไห้เลย
มันไม่ได้เรียนเชิงแอคติ้งนะ แต่เป็นการเคลียร์ปมก่อนจะเริ่มต้นใหม่
ก่อนคุณจะเลือกไปเรียนการแสดงเพื่อเยียวยาตัวเอง แสดงว่าช่วง 1 – 2 ปีนี้ส่งผลกระทบกับชีวิตพอสมควร
ใช่ เพราะเรามีแต่คำถามเกี่ยวกับอดีตแบบไม่มีวันสิ้นสุด เราเหนื่อยมากกับการถามตัวเองว่า ถ้าย้อนเวลากลับไปได้… ถ้าเราทำแบบนั้น… ถ้าเลือกที่จะไม่ทำแบบนั้นจะเกิดอะไรขึ้น แต่เป็นไปไม่ได้แล้วไง เราตีกับตัวเองทุกวัน
ระหว่างนั้นคุยกับแม่กับแฟนตลอด เขาแนะนำเราดีมากเลยนะ เราว่าแม่คือที่สุดของปรัชญาชีวิต
คำพูดไหนของแม่ที่จำได้แม่น
มองปัญหาให้เป็นเรื่องเล็ก ทุกปัญหามีทางออก อย่าไปยึดติด
มันธรรมดามากเลย เคยได้ยินจากคนอื่นแล้วแต่ไม่เคยเข้าใจ เพราะช่วงวัยของชีวิตก็สำคัญ
เมื่อปีที่แล้วคุณผ่าตัดกระดูกสันหลังคด การต้องมีเหล็กดามในหลังตลอดชีวิต ทำให้เรียนรู้อะไรบ้าง
ในแง่กายภาพ เราจะงอหลังไม่ค่อยได้ แต่เราว่าไม่เท่าไร ต่อให้ไม่ผ่าก็ผิดปกติอยู่ดี ผ่ามาแล้วหายดีขึ้นก็รู้สึกแฮปปี้
แต่ในแง่จิตใจ มันคือการตอกย้ำว่าเราก็เป็นนักสู้เหมือนกันนะที่ตัดสินใจทำ ต่อให้กลัวก็ทำ เหมือนหลาย ๆ เรื่องที่เคยทำในชีวิต เป็นความรู้สึกเดียวกับตอนที่อยากออกมาเป็นศิลปินเดี่ยว
เรามีแผนในใจนานแล้วว่าอยากเป็นศิลปินเดี่ยว พอคิดว่าสิ่งที่ถ่ายทอดตัวตนได้ดีที่สุดคืออะไร มะเหมี่ยวก็ขึ้นมาเป็นอันดับแรก เพราะนั่นคือตัวของเราที่อยู่ตรงนั้นมาตลอด เราอยากหยิบออกมาให้คนอื่นดู


กระบวนการประกอบสร้างตัวตนของ MAMIO เป็นยังไง
เราคุยกันกับทีมว่าทำอะไรได้บ้าง ให้เปิดตัวมาแล้วคนรับรู้ว่า MAMIO มีคาแรกเตอร์ประมาณนี้ เพลงประมาณนี้ เราอยากให้คนรู้ว่าการได้เป็นตัวของตัวเองจริง ๆ แบบที่ไม่เคยได้เป็นมาก่อนให้ความรู้สึกแบบไหน แต่ทั้งหมดก็จะเปลี่ยนไปเรื่อย ๆ เพราะเราไม่มีกรอบ จะเป็นอะไรก็ได้ เราคิดจะทำไปเรื่อย ๆ ไม่ต่ำกว่า 10 ปี
จะอยู่กับสิ่งนี้ไปได้นานขนาดนั้นเลยเหรอ
สำหรับเราที่คิดว่าจะอยู่ไปถึง 10 ปีได้ เพราะเราเป็นคนทำ เรารู้อยู่แล้วว่ายังไงก็ทำแน่นอน ไม่มีตัวแปรอื่น มันมาจากเราคนเดียว ต่อให้ไม่มีค่ายเราก็ทำได้ เพราะดนตรีเป็นสิ่งที่เรารัก เราไม่เคยนึกภาพตัวเองเลิกเล่นดนตรี นึกไม่ออก
คิดว่าการเลือกเป็น MAMIO คือการเริ่มต้นใหม่หรือย้อนกลับไปจุดเริ่มต้น
ตอบยาก แต่เราว่าคือการย้อนกลับไปสู่จุดเริ่มต้น ไม่ได้หมายความว่าจะเดินถอยหลัง เราไม่ได้มองอดีตขนาดนั้น แค่อยากเป็นตัวเองในแบบที่ดีขึ้น อะไรที่เคยเรียนรู้มาแล้วว่าไม่ชอบก็จะไม่เป็นมัน อยากเป็นแบบไหนก็ทำให้ตัวเองเป็นนั้น
คุณบอกว่า MAMIO คือเวอร์ชันที่ภูมิใจนำเสนอที่สุด แล้วที่ผ่านมาคืออะไร
ไม่เคยมีคำนั้นเลย ไม่รู้ทำไม แปลกเหมือนกันเนอะ
แม้กระทั่งวันที่ผ่านเข้ารอบ The Voice Thailand มีคอนเสิร์ต ไปทัวร์ต่างประเทศ ก็ยังไม่รู้สึกขนาดนั้น แค่ทำแล้วสนุก แต่ไม่เคยภูมิใจว่านี่คือตัวเรา เหมือนตอนนี้ต่อมความรู้สึกของเราเพิ่งจะเริ่มเปิด นอกจากความเสียใจกับโกรธ มันเริ่มมีความรู้สึกดีใจหรือตื้นตันขึ้นมา เพราะเมื่อก่อนเวลามีความสุขเหมือนพัดจะกดเอาไว้ไม่ให้มีความสุขสุด ๆ พยายามควบคุมอารมณ์ให้คงที่

พัดเคยบอกว่าอยากให้คนจดจำในเสียงร้อง แล้วตัวตนใหม่จะสำคัญอะไร
สำคัญกับเรา สำคัญว่าเราอยากเป็นคนที่ดีขึ้น ไม่ประสาทแดกเหมือนเมื่อก่อน แล้วมันจะส่องประกายให้คนอื่นได้เห็น เพราะตั้งแต่ข้ามปีมาคนทักเยอะมากว่าชีวิตดูมีความสุขขึ้น สดใสขึ้น ทำให้คิดว่าแล้วเมื่อก่อนกูเป็นยังไงวะ (หัวเราะ)
แม่เห็นเรามีความสุขเขาก็แฮปปี้ไปด้วย แม่บอกว่า ฉันรอวันนี้มานานแล้ว เรียกชื่อได้เต็มปากซะที
ส่วนแฟนก็ยังไม่ชิน (หัวเราะ) ยังติดเรียกพัดอยู่ แต่เดี๋ยวก็ชิน เพราะข้างในเรายังเป็นคนเดิมที่ดีขึ้น
บทเรียนที่ได้จากการใช้ชีวิตคนเดียวมาตลอดคืออะไร
อาจจะ… ไม่ต้องรอให้ใครชมก็ได้ ชมตัวเองสักนิด คนอื่นไม่สำคัญกับเราขนาดนั้น
ทุกวันนี้ยังคิดถึงพัดอยู่ไหม
ไม่เลยค่ะ
พัดลอยตามลมไปเรื่อย ๆ พัดพาไปเจอความทุกข์ ความเศร้า ความผิดหวัง ไม่ค่อยมีอะไรดี และไม่ได้เลือกสิ่งเหล่านั้นด้วยตัวเองเท่าไหร่
เอาเข้าจริงความคิดมากก็ยังมีอยู่นะ แต่ดีขึ้นเยอะมากเลย หวังว่าปีหน้าจะไม่เหลือแล้วแหละ เดี๋ยวตั้ง To Do List ไว้ก่อนว่าปีหน้าจะเลิกคิดมาก (ยิ้ม)
อยากบอกอะไรกับพัดเป็นอย่างสุดท้าย
เดี๋ยวลุยต่อเอง

