ความฝันของวงไทยส่วนใหญ่ยุคนี้ คือการไปเล่นต่างประเทศ
“มันคือการตั้งเป้าหมายของวงที่อยากไปให้ไกลที่สุด พวกเราไม่เคยมองข้ามประเทศไทยเลย ที่นี่คือบ้านของเรา ที่นี่ให้ความอบอุ่นที่ประเทศอื่นให้ไม่ได้ การได้ขึ้นแสดงและได้รับการยอมรับในบ้านของเรามันอิ่มใจมาก ๆ” สมาชิกวงที่อยู่ข้างหน้าเราเล่า
‘KIKI’ (กีกี้) คือวงดนตรีสัญชาติไทยจากค่าย Parinam Music ที่อายุวงยังไม่ครบ 5 ปี กำลังทำในสิ่งที่วงดนตรีอายุเกินทศวรรษหลายวงยังทำไม่ได้
นั่นคือการสร้างคาแรกเตอร์ทางดนตรีที่คนฟังแล้วรู้ได้ทันทีว่านี่คือเพลงของพวกเขา
สารตั้งต้นของวง KIKI เริ่มมาจาก นนท์-ธนญ แสงเล็ก และ บอส-ภูริช พันธุ์สุข 2 สมาชิกวงสมเกียรติ ทั้งคู่โดนพิษของสถานการณ์โควิด-19 จนไม่มีงานเล่นเนื่องจากผับบาร์ปิดแบบไม่มีกำหนด โปรเจกต์การทำวงดนตรีสนุก ๆ อีกวงหนึ่งจึงเกิดขึ้นมาระหว่างที่ทั้งสองกำลังนั่งเฉาอยู่ที่บ้าน
โจทย์เดียวที่ทั้งคู่ตั้งเอาไว้ คือวงใหม่วงนี้ต้องทำสิ่งที่พวกเขายังไม่เคยทำกับสมเกียรติ ซึ่งสิ่งนั้นก็คือ ‘เพลงสากล’
ในเมื่อโอกาสที่จะสร้างวงดนตรีวงใหม่ขึ้นมาจากศูนย์ ทั้งคู่เลยใส่ความชอบและสิ่งที่อยากทำลงไปเต็มที่ ประกอบกับการทำงานในช่วงโควิด-19 ที่เป็นในลักษณะ ‘บ้านใครบ้านมัน’ ไม่มีการมารวมตัวกันทำเพลงทั้งวันทั้งคืน ไม่ต้องมาอัดดนตรีกันแบบสด ๆ วิธีการขึ้นเพลงของ KIKI จึงเป็นการส่งไฟล์งานกันไปมา ซึ่งจะว่าไปก็เป็นวิธีที่สะดวกและเหมาะสมกับสถานการณ์มาก ๆ
ส่วนการมาของ เฮเลน-เอเลน่า อะมาร็องตินิซ์ พันธุ์สุข นักร้องนำ ซึ่งในอดีตเคยแปลเพลงวงสมเกียรติเป็นภาษาอังกฤษ รวมถึงร้องไกด์เพื่อช่วยในด้านการออกเสียงมาก่อนแล้ว ก็เป็นการใส่จิ๊กซอว์ชิ้นสุดท้ายลงไป เพื่อทำให้ KIKI สมบูรณ์แบบและตรงกับภาพในหัวของสมาชิกทุกคน
‘ภาพในหัว’ อาจจะตรงแล้ว แต่ ‘เสียงในหัว’ นั้นเป็นอีกเรื่อง
พวกเขาทำได้อย่างไร และวงไทยที่ฝันไปต่างประเทศต้องเจออะไรบ้าง
เราชวนคุยกับ KIKI ในวันที่อัลบั้มใหม่ Death of a Daisy & Birth of an Oyster ปล่อยออกมาพอดี

เริ่มใหม่
“เอาเข้าจริงในช่วงแรก KIKI ยังไม่มีคาแรกเตอร์ดนตรีที่ชัดเจนเลยค่ะ พี่นนท์ พี่บอส กับเฮเลน คอยถามกันตลอดว่าช่วงนี้ฟังอะไรกัน ซึ่งพวกเราก็เอาสิ่งที่ฟัง ๆ กันนั่นแหละมาแชร์ มาหาจุดที่ลงตัว ปรับเปลี่ยนกันไปมา แก้ไปแก้มา ถ้าทำ 5 เพลงก็จะออกมา 5 แนวทาง เราใช้เวลาช่วงแรกในการค้นหากันและกันพอสมควร” เฮเลนเล่าถึงการเริ่มต้นทำเพลงของวง
“ช่วงแรกมีทำเพลง Nu Metal ด้วย! เราเองยังไม่เคยทำอะไรใหม่ ๆ เฮเลนก็ไม่เคยแต่งเพลงมาก่อน เราจึงต้องลอง แล้วไม่ใช่แค่ลองกันสนุก ๆ ที่บ้านนะ เราลองปล่อยเพลงไปเลยให้หมดเรื่องหมดราว” นนท์กล่าวเสริมพร้อมเสียงหัวเราะ
“มันตรงกันข้ามกับความเชื่อสมัยก่อนว่า ถ้ายังหาตัวตนไม่เจอก็อย่าเพิ่งรีบทำเพลง แต่พอเราทำกันเอง ไม่มีข้อห้ามนี่ว่าต้องหาตัวตนให้เจอก่อนถึงปล่อยเพลงได้ ปล่อยไปเลย! แล้วเอาฟีดแบ็กจากคนฟังมาค่อย ๆ ปรับ พอจูนกันลงตัวเมื่อไหร่ นั่นแหละตัวตนของเรา” บอสเล่าไปยิ้มไป
เฮเลนซึ่งไม่เคยมีประสบการณ์ในการเขียนเพลงของตัวเองมาก่อนก็เขียนทุกอย่างขึ้นมาแบบอิสระร้อยเปอร์เซ็นต์ หลาย ๆเพลงของ KIKI จึงไม่ได้ออกมาในรูปแบบของ Verse-Pre-Hook ที่เราคุ้นเคยกัน บางเพลงเลือกเล่าแบบวนไปวนมา บางเพลงไม่มีฮุก บางเพลงเล่าแบบเป็นเส้นตรง ราวกับกำลังฟังนิทานสนุก ๆ เรื่องหนึ่ง
นนท์ซึ่งใช้เวลาทำเพลงในช่วงกลางวันส่งไฟล์ดนตรีไปให้เฮเลนและบอสตอนเย็น ๆ จากนั้นทั้งคู่ก็ใช้เวลาทั้งคืนทำส่วนของตัวเองต่อจนเช้า แล้วส่งกลับไปเพื่อที่นนท์จะเอาไปทำต่อ ทำเสร็จก็ปล่อย หากยังไม่ถูกใจก็แก้กันไปเรื่อย ๆ
นี่คือตารางการทำงานของ KIKI

หากอยู่ในร่มเงาค่ายเพลงยักษ์ใหญ่ การทำเพลงแบบไม่มีกฎเกณฑ์และเดดไลน์ย่อมเป็นฝันร้ายของนายทุนที่ต้องวางแผนการใช้เงินและปล่อยเพลงอย่างรัดกุม แต่ในเมื่อ KIKI เลือกที่จะลุยกันเองแบบไม่ง้อใคร การทำงานวิธีนี้จึงกลายเป็นเรื่องสนุกและเป็นประโยชน์กับวงเอามาก ๆ
KIKI ปล่อย We’re blamed for who we are, and then we are forgotten อีพีชุดแรกของวงในปี 2021 ซึ่งอีพีชุดนั้นก็เป็นอย่างที่สมาชิกของวงกล่าวไว้จริง ๆ นั่นก็คือเพลงทุกเพลงแทบจะออกมาเป็นคนละแนวทาง
แต่สิ่งที่ได้กลับมานั้นคุ้มค่า เพราะเสียงตอบรับจากผู้ฟังที่แท้จริงคือสิ่งที่หาไม่ได้จากการนั่งวางแผนกันอยู่ที่บ้าน แน่นอนว่าอีพีชุดแรกย่อมต้องมีบาดแผล แต่ทุกบาดแผลคือประสบการณ์ที่เพิ่มขึ้น เพลงที่โดดเด่นและจับต้องได้มากที่สุดน่าจะเป็นเพลงที่ชื่อว่า My World ซึ่งเป็นเพลงเดียวที่มีกลิ่น Funk อ่อน ๆ อิเล็กทรอนิกส์หน่อย ๆ ที่ต่อมากลายเป็นคาแรกเตอร์หลักของวง ซึ่ง KIKI นำสิ่งนี้มาต่อยอดเมื่อพวกเขาได้โอกาสทำอัลบั้มเต็มชุดแรกในภายหลัง

ชีวิตศิลปินอิสระ
มีคำกล่าวตลก ๆ ในวงการดนตรีว่า ศิลปินเป็นอาชีพที่แพ้งานเอกสาร เมื่อไหร่ก็ตามที่ต้องดีลกับคนจำนวนมากหรือต้องมีเอกสารละเอียด ๆ เมื่อนั้นแหละคือช่วงเวลาที่ศิลปินรักอิสระทั้งหลายจะคิดถึงการมีค่าย
ด้วยความที่ KIKI เลือกทำเพลงสากล ทางวงจึงได้กระแสตอบรับที่ดีในตลาดต่างประเทศ ส่งผลให้ BIG ROMANTIC REDORDS จากประเทศญี่ปุ่นให้ความสนใจที่จะผลิตแผ่นเสียงและนำไปขายที่ญี่ปุ่น ประกอบกับอัลบั้มเต็มชุดแรกของวงใกล้จะเสร็จด้วย
ชีวิตการศิลปินอิสระของพวกเขาจึงยุ่งยากพอสมควร เนื่องจากต้องจัดการทุกอย่างด้วยตัวเอง ทั้งการอัดเพลง มิกซ์ มาสเตอร์ การติดต่อสื่อเพื่อโปรโมต คุยกับผู้ผลิตที่ญี่ปุ่น งานโชว์ก็เริ่มมีเข้ามาบ้างแล้ว รวมไปถึงต้องดีลกับมนุษย์หลากหลายรูปแบบในหลายประเทศ
นี่จึงเป็นช่วงที่ KIKI คิดอยากหาค่ายเพลงที่เหมาะสมกับวง รวมถึงเข้าใจในเป้าหมายที่วงต้องการจะไปให้ถึง ซึ่ง Parinam Music ก็คือค่ายเพลงที่ตอบทุกโจทย์ซึ่งวงวางเอาไว้
“พี่ปูม-ปิยสุ โกมารทัต เจ้าของ Parinam Music มีประสบการณ์ในการพาวง Gym and Swim ไปสู่ตลาดต่างประเทศมาแล้ว แถมเขายังเข้าใจและให้อิสระด้านดนตรีและครีเอทีฟกับวงมาก ๆ เราบอกเป้าหมายของเรากับพี่ปูมไปว่า KIKI อยากไปเล่นเมืองนอกนะ หลังจากนั้น 3 เดือนพวกเราได้ผลิตแผ่นเสียงที่ญี่ปุ่นและมีทัวร์ที่ญี่ปุ่นต่อเลย ขายแผ่นเสียงได้ 200 กว่าแผ่นด้วยครับ” บอสกึ่งเล่ากึ่งขิงให้ฟังถึงสาเหตุในการเลือกมาอยู่กับ Parinam Music
ทางค่ายช่วยเติมเต็มและดูแลสิ่งที่วงขาด ทำให้วงใช้เวลากับการสร้างสรรค์ดนตรีและออกแบบโชว์ที่สนุก ๆ ได้มากยิ่งขึ้น ค่ายไม่มีการขอแก้เพลง ไม่มีการสร้างข้อจำกัดใด ๆ ให้กับวง การเลือกทำงานกับ Parinam Music จึงเป็นหนึ่งในการตัดสินใจที่ถูกต้องที่สุดของ KIKI เพราะตั้งแต่ทำงานด้วยกันมา สิ่งเดียวที่ค่ายขอกับวงก็คือ
“ขออย่าให้โพสต์อะไรแรง ๆ หรือกระทบคนอื่นในโซเชียลมีเดียส่วนตัว” นนท์มองไปทางเฮเลนพร้อมกับเสียงหัวเราะที่ดังลั่นพร้อมกันทั้งวง

เอนเตอร์เทนด้วยดนตรี
กว่า 5 ปีในฐานะสมาชิกวง KIKI เฮเลน บอส และนนท์ ต่างมีโอกาสได้พบประสบการณ์การแสดงสดที่หลากหลาย
หนึ่งในความเชื่อที่ทางวงมีมาตลอด คือวงดนตรีของพวกเขาไม่ใช่วงที่ขายได้ด้วยภาพลักษณ์และเพลงเพียงอย่างเดียว พวกเขาต้องออกไปโชว์ให้เยอะที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพราะนั่นคือวิธีที่ดีที่สุดที่จะสร้างฐานแฟนเพลงที่ยั่งยืน
“การทำวงดนตรีเหมือนการ R&D (Research and Development) ตลอดเวลา ทางเดียวที่ศิลปินจะพัฒนา คือต้องได้ฟีดแบ็กจากแฟน ๆ และทางเดียวที่จะได้รับฟีดแบ็กจากแฟน ๆ ก็คือการปล่อยเพลงและออกไปเล่นสด ไม่ว่าจะเป็นในไทยหรือต่างประเทศ
“เฮเลนเคยกังวลว่าตัวเองไม่ได้เกิดมาเพื่อเป็น Entertainer แต่โชคดีที่วง KIKI เลือกเอนเตอร์เทนคนดูด้วยดนตรี เราเลือกทำให้คนสนุกผ่านการเรียบเรียงดนตรีที่ทำขึ้นมาให้คนกระโดดโดยเฉพาะตอนฟังสด เรามีท่อนดร็อปที่ไม่เหมือนฟังในแผ่นหรือสตรีมมิ่งโดยเฉพาะ
“เฮเลนไม่จำเป็นต้องสั่งคนดู ไม่จำเป็นต้องขอเสียงคนดูกันบ่อย ๆ เฮเลนไม่กล้าบังคับ เกรงใจ นั่นคือสิ่งที่เราเป็น และโชคดีมาก ๆ ที่แฟนเพลงเข้าใจ โชว์ที่ต่างประเทศง่ายกว่าไทยมาก ๆ เมืองไทยยากสุดแล้ว
“แต่ความยากนี่แหละคือความท้าทาย เราดีใจที่ยังมีพื้นที่ให้เราได้เล่น จริงอยู่ที่วงเราไม่มีเพลงฮิตระดับที่ทุกคนร้องตามได้ แต่การมีแฟนเพลงเดินมาบอกว่า ผมชอบเพลงพี่มาก แต่ผมร้องเพลงพี่ไม่ได้ มันรู้สึกดีมาก ๆ ถือว่าเป็นคำชมนะคะ เหมือนบอกว่าเราอ่าน A Clockwork Orange จบแล้วชอบมาก ๆ แต่ไม่รู้เรื่อง บางทีงานศิลปะก็เป็นแบบนั้น เราไม่จำเป็นต้องเข้าใจมันในระดับทะลุปรุโปร่งก็ได้ ขอแค่เราอินไปกับมันในช่วงเวลานั้น ๆ ก็พอแล้ว” นักร้องสาวเล่า
เฮเลนซึ่งมีประสบการณ์ในการเป็นศิลปินน้อยที่สุดในวงกล่าวถึงการทำหน้าที่นักร้องนำ ถึงแม้จะมีคำว่า ‘นำ’ อยู่ในชื่อ แต่ก็ไม่ใช่ตำแหน่งที่ต้องรับบทบาทผู้นำอันโดดเดี่ยว เพราะเธอมีเพื่อนร่วมวงที่พร้อมช่วยเหลืออยู่เสมอ

“การเรียบเรียงดนตรีให้สนุกเป็นอีกหนึ่งตัวช่วยที่จะทำลายกำแพงภาษาและแนวดนตรีได้ ผมกับบอสรวมถึงนักดนตรีคนอื่น ๆ บนเวทีจะคอยสังเกตและซัพพอร์ตกันตลอดเวลา” นนท์ย้ำถึงการทำงานเป็นทีม การใส่ใจสมาชิกวงและผู้ชมในปริมาณที่เท่า ๆ กัน

“ทุกประเทศที่ได้ไปเล่นคือการเรียนรู้ แน่นอนว่ารวมถึงในไทยด้วยนะครับ ทุกสถานที่แตกต่างกันหมด เราต้องหัดอ่านคนดูกับสถานการณ์ และปรับมู้ดของโชว์ให้เข้ากับสถานที่นั้น ๆ เป็นทั้งความเหนื่อยยากและความท้าทายในเวลาเดียวกัน” บอสให้ข้อมูลในเชิงการออกแบบโชว์เพิ่มเติม
อีกหนึ่งประเด็นที่ควรพูดถึงก็คือการแสดงสดในประเทศไทย ซึ่งปี 2025 ถือเป็นปีที่วง KIKI มีงานโชว์ในไทยมากที่สุดตั้งแต่ทำวงมา อาจเป็นเพราะชื่อเสียงที่วงสร้างมาตลอด รวมถึงการที่สื่อดนตรีหลายสำนักร่วมกันให้การสนับสนุนวงอย่างเต็มที่ ทั้งหมดนี้ทำให้ KIKI มีโอกาสขึ้นโชว์ในไทยบ่อยเป็นพิเศษ
“อีกหนึ่งความโชคดีของเราคือเรามาถูกเวลา เคยถามตัวเองเหมือนกันว่าถ้าวงเรามาเร็วหรือช้ากว่านี้สัก 2 – 3 ปี ผลลัพธ์จะเปลี่ยนไปมั้ย
“แน่นอนว่ามันต้องเปลี่ยน เรามาถูกเวลามาก ๆ เรามาพร้อมกับการเปิดรับของแฟนเพลงทั้งในและต่างประเทศที่มากขึ้น เรามีรุ่นพี่ในวงการที่กรุยทางให้แล้ว มีรุ่นน้องเก่ง ๆ ที่พร้อมพุ่งขึ้นมาต่อยอด เรามีวัฒนธรรม Live House ที่แข็งแรงขึ้นเรื่อย ๆ

“การบอกว่าเราต้องการโด่งดังระดับโลกไม่ใช่ความฝันลม ๆ แล้ง ๆ อีกต่อไป จริงอยู่ที่ KIKI ยังเป็นวงเล็ก ๆ เรายังเป็น Underdog อยู่ แต่วันที่ Underdog แบบเราทำความฝันให้เป็นจริงได้ เราก็อยากส่งต่อความฝันนั้นให้คนอื่น ๆ ด้วย การไปทำลายกำแพงดนตรีในที่ต่าง ๆ ไม่ควรจำกัดเอาไว้สำหรับวงที่โด่งดังระดับประเทศ แต่ควรเป็นความฝันสำหรับทุก ๆ คน” เฮเลนปิดท้ายพร้อมกับรอยยิ้ม
จนถึงวันนี้ KIKI ถือเป็นวงที่มีผลงานออกมาอย่างสม่ำเสมอมาก ๆ แบ่งออกเป็น 1 EP และ 3 สตูดิโออัลบั้ม ได้แก่ We’re blamed for who we are, and then we are forgotten (EP, ปี 2021), Metamorphosis: Final Stage (Album, ปี 2022), Post-existential Crisis (Album, ปี 2023) และ Death of a Daisy & Birth of an Oyster (Album, ปี 2025)
Death of a Daisy & Birth of an Oyster อัลบั้มเต็มชุดที่ 3 ของ KIKI เพิ่งปล่อยออกมาเมื่อวันที่ 17 กันยายน ฟังได้แล้วในทุกดิจิทัลแพลตฟอร์ม ส่วนใครที่ชื่นชอบเพลงในอัลบั้มนี้และอยากต่อยอดไปฟังเพลงจากศิลปินที่เป็นแรงบันดาลใจของวง ขอแนะนำ Midnight Juggernauts วงอิเล็กโทรนิกส์จากออสเตรเลีย กับ Midnight Generation วง Electro Funk จากเม็กซิโก (เป็น 2 วงที่นนท์และบอสฟังบ่อย ๆ ในช่วงนี้) รวมถึงดนตรี French Pop เท่ ๆ อย่าง L’Impératrice ซึ่งกำลังจะเดินทางมาเล่นคอนเสิร์ตในบ้านเรา
คุณอาจไม่คุ้นชื่อ KIKI ตามสื่อเจ้าใหญ่ หรือเห็นพวกเขาเป็นวง Headline ในเทศกาลดนตรี
แต่จำชื่อเขาไว้ดี วงนี้มาแน่

Instagram : kikidoyoumind
