14 สิงหาคม 2025
2 K

หลังจากซีรีส์ Shine ฉายตอนที่ 2 เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา มีฉากที่เราคิดว่าคงเพิ่มความสนใจของคนดูที่มีต่อ ยูโร-ยศวรรธน์ ทะวาปี และอยากทำความรู้จักเขาให้มากขึ้น

ยูโรเป็นพระเอกระดับแถวหน้าของช่อง 7HD ที่มีเรตติ้งการันตีผลงาน แต่วันนี้เขาออกจาก Comfort Zone อย่างการเล่นละครมาเล่นซีรีส์เรื่องแรกที่สอนเจ้าตัวหลายอย่าง จนเขาพูดได้เต็มปากว่าเติบโตขึ้นจากการเล่นเป็น ‘ณรัน’ นักข่าวในยุคที่สื่อถูกควบคุมอย่างหนักจากรัฐบาล แต่เจ้าตัวยังคงมีอุดมการณ์ตีแผ่ความจริง และทำให้สังคมดีขึ้นจากการนำเสนอข่าว

“ที่ผ่านมาเราติดเล่นไปหรือเปล่า หรือเราควรเพิ่มความจริงจังกับชีวิตไหม” หนึ่งในคำถามที่ยูโรมีต่อตัวเอง เขายอมรับว่าที่ผ่านมาเขาอาจไม่ใช่นักแสดงที่ทะเยอทะยานออกไปไขว่คว้าโอกาส แต่เป็นฝั่งตั้งรับและตั้งใจกับทุกโอกาสที่ผ่านเข้ามามากกว่า

ซึ่งการรับบทเป็น ณรัน ในซีรีส์เรื่อง Shine คือจุดสตาร์ตแรกที่ยูโรเริ่มเป็นฝ่ายเดินเข้าหาโอกาสเองบ้าง 

ชื่อเล่นเดิมของคุณคือ ‘เมดเล่ย์’ ทำไมถึงเปลี่ยนเป็นยูโร

เราเปลี่ยนหลังออดิชันที่ช่อง 7 และได้รับเลือกให้เป็นนักแสดงสังกัดช่อง เพราะคิดว่าถ้าใช้ชื่อในวงการว่า เมดเล่ย์ ยศวรรธน์ มันฟังดูทะแม่ง ๆ เลยปรึกษาคุณพ่อคุณแม่ ผู้จัดการ และปรึกษากับช่องด้วยว่าน่าจะต้องเปลี่ยนชื่อให้ฟังดูแข็งแรงขึ้น 

พอปรึกษาเสร็จ เราตัดสินใจไปหาอาจารย์ที่เคารพนับถือมาก ๆ ว่าอยากได้ชื่อที่ฟังดูแข็งแรง ไม่ดูเล่น ๆ อาจารย์แนะนำให้เปลี่ยนเป็นชื่อยูโร เพราะเป็นชื่อทวีปและสกุลเงิน ฟังดูแข็งแรงกว่าชื่อเมดเล่ย์ที่มีความหมายถึงการนำหลาย ๆ เพลงมาผสมกัน 

คุณน่าจะชื่อเมดเล่ย์เพราะพ่อแม่ชอบฟังเพลง

ใช่ เรามีพี่สาวคนหนึ่งชื่อมิวสิก พ่อมีงานอดิเรกเป็นนักดนตรีและทำวงดนตรี

ก่อนตัดสินใจมาออดิชันที่ช่อง 7HD ความรู้สึกอยากเป็นนักแสดงเริ่มต้นขึ้นเมื่อไหร่ 

เราใฝ่ฝันอยากเป็นนักแสดงมาตั้งแต่เด็กนะ เวลาดูทีวีก็รู้สึกว่าอยากเป็นคนที่อยู่ในนั้นบ้างจัง แต่ด้วยความที่อยู่ต่างจังหวัด เลยไม่ได้คิดจริงจังกับความฝันนี้มากนัก พอโตขึ้นมาหน่อยก็ชอบเล่นเกมมากกว่า เลยฝันว่าอยากเป็นเกมเมอร์ด้วย

ทำไมถึงเลือกเป็นนักแสดง

มีโอกาสเข้ามา ตอนเรียนปี 3 ช่อง 7HD ติดต่อให้ลองไปออดิชัน เราเลยกับปรึกษาพ่อแม่ บวกกับเป็นความฝันในวัยเด็ก เพราะเมื่อ 10 ปีที่แล้วไม่ได้เป็นดารากันง่าย ๆ 

บรรยากาศตอนออดิชันเป็นอย่างไร

เขาเอาบทมาให้ลองเล่น ให้ลองเทสต์หน้ากล้อง ตอนนั้นเราไม่มีความรู้หรือความสามารถที่จะแสดงเป็นใครหรอก ก็เด๋อ ๆ ด๋า ๆ ตามประสา แต่เราทำมันอย่างตั้งใจ 

ยังจำบทที่ออดิชันได้ไหม

(นิ่งคิด) น่าจะเป็นบทให้ลองเชียร์บอล เขาคงอยากดูว่าหน้ากล้องเราจะเป็นอย่างไรเป็นหลัก เพราะเรื่องการแสดงมันปรับและศึกษากันได้

พอออดิชันผ่านและได้เป็นนักแสดง บทแบบไหนที่ยูโรมักได้รับเล่น

บทที่เราได้เล่นมีหลากหลายมาก ช่วงเริ่มต้นชอบได้บทแนวแอคชัน ซูเปอร์ฮีโร่ ซึ่งยากมาก ๆ เพราะต้องแสดงกับสิ่งที่ไม่มีอยู่จริง เช่น ต้องปล่อยพลังออกมาทั้งที่เราไม่ได้มีพลังจริง หรือตอนต่อสู้ เวลาโดนคนกระแทกก็ไม่ได้กระแทกจริง ๆ เลยต้องใช้จินตนาการสูง

แม้ว่าบทแนวนี้จะใส่หน้ากาก ไม่เห็นหน้า ไม่ต้องกังวลเรื่องการแสดงออกทางสีหน้า แต่จริง ๆ ยากนะ บทแนวนี้ทำให้เราเรียนรู้เรื่องการแสดงได้เร็วขึ้น เพราะต้องทำอะไรหลาย ๆ อย่าง โดยเฉพาะการจินตนาการถึงสิ่งที่ไม่มีอยู่จริง

คุณมีบทประจำไหม ถ้าเป็นยูโรต้องเล่นสไตล์นี้ 

ไม่มีเลย เราเล่นมาเยอะมาก นักธุรกิจ ทหาร ตำรวจ ชาวไร่ก็เคยเป็น ยังไม่มีบทประจำ แต่บทที่ได้ซ้ำบ่อย ๆ คือตำรวจ

เพราะอะไร

คิดว่าเราน่าจะทำได้ดีระดับหนึ่ง หลังจากตอนแรก ๆ ที่ได้เล่นบทซูเปอร์ฮีโร่ บทถัดมาได้เล่นเป็นตำรวจต่อเลย เริ่มจากบทรองด้วย เรื่องแรกได้ยศนี้ เรื่องถัดไปยศเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ พอเล่นไปได้ 3 – 4 เรื่อง เราก็บอกว่าขอพักจากราชการก่อนนะ (หัวเราะ) เลยได้เล่นเป็นชาวบ้าน

คุณมาเล่นซีรีส์ Shine ได้อย่างไร

ซีรีส์ Shine เตรียมฉายที่ช่อง 7HD เลยมาเปิดแคสต์นักแสดงในช่อง เราลองไปดู ถามว่าอยากเล่นไหม ในตอนแรกเราค่อนข้างประหม่าและมีความกลัวอยู่ แต่ก็อยากลองอะไรใหม่ ๆ เพราะที่ผ่านมาเราเล่นแต่ละคร ไม่เคยเล่นซีรีส์มาก่อน คิดว่าการทำงานต้องต่างกันแน่นอน 

ก่อนตัดสินใจไปแคสต์ เราได้คุยกับ พี่ปอนด์ (กฤษดา วิทยาขจรเดช) เขาถามเราเชิงว่า อยากเล่นเป็นตัวละครนี้ไหม แกก็เล่าให้ฟังว่าคาแรกเตอร์เป็นยังไง พร้อมกับบอกว่าถ้าสนใจก็ลองไปแคสต์ได้ เราได้ฟังก็รู้สึกสนใจ บวกกับอยากลองอะไรใหม่ ๆ เลยตัดสินใจไปแคสต์

ตอนแคสต์เขาให้คุณทำอะไร

เอาบทตัวละคร ณรัน มาให้เราลองเล่นเลย แต่บอกไม่ได้นะว่าเล่นฉากไหน (หัวเราะ) เดี๋ยวจะสปอยล์

คิดว่าเพราะอะไรที่ทำให้ยูโรได้รับบทเป็นณรัน

อาจเป็นเพราะเราตั้งใจมาก ๆ เราตั้งใจจะรับบทเป็นณรันจริง ๆ แม้ว่าคาแรกเตอร์ของเราจะไม่ตรงกับณรัน 100% ต้องปรับทั้งตอนเวิร์กช็อปและตอน Read Through เพราะเราเคยแสดงแต่ละคร พอมาเล่นซีรีส์ที่ต้องการความสมจริง เลยต้องปรับการแสดงของตัวเองเยอะเหมือนกัน

ส่วนตัวเราไม่ใช่คนที่สนใจประวัติศาสตร์มากนัก แต่ฉากของซีรีส์ Shine ย้อนไปเมื่อ 60 ปีที่แล้ว วิธีคิดหรือการแสดงออกของตัวละครจึงแตกต่างจากคนยุคนี้ เราต้องกลับไปศึกษาประวัติศาสตร์และบรรยากาศสังคมไทยในเวลานั้น

นอกจากปรับวิธีแสดงและศึกษาประวัติศาสตร์เพิ่ม คุณต้องเตรียมตัวอะไรอีกไหม

ณรันเป็นนักข่าวการเมือง เราต้องศึกษาการเป็นนักข่าว ซึ่งการเป็นนักข่าวยุคนั้นกับยุคนี้ต่างกัน ยุคนี้มีโทรศัพท์เครื่องเดียวก็รายงานข่าวได้ แต่ยุคนั้นกว่าจะได้สักข่าวต้องใช้เวลาหาข้อมูล และเราไปเรียนวิธีถ่ายภาพฟิล์ม ล้างฟิลม์ เรียนพิมพ์ดีดด้วย ทางค่ายถึงขั้นส่งเครื่องพิมพ์ดีดให้ไปฝึกพิมพ์ที่บ้าน

และมีการปรับความคิดให้เราคิดแบบนักข่าว ซึ่งเราว่ายากมาก เพราะณรันเป็นนักข่าวในยุคที่สื่อถูกควบคุมจากรัฐบาล จะตีพิมพ์ข่าวสักชิ้นต้องผ่านการตรวจสอบอย่างหนัก โดยเนื้อแท้ณรันอยากเป็นกระบอกเสียงให้สังคม เขาอยากตีแผ่ความจริง แต่ขณะเดียวกันเขาก็ทำงานภายใต้สำนักข่าว ถ้าเขาไม่ระมัดระวังในการเสนอข่าว สำนักข่าวอาจได้รับผลกระทบไปด้วย ฉะนั้น ความยากของตัวละครนี้คือการหาความสมดุล 

บทเรียนที่ตัวละครณรันให้คุณ

ทำให้เราเป็นคนมุ่งมั่นมากขึ้น เพราะยูโรเป็นคนที่รักความสุขและความสบาย (หัวเราะ) เวลาทำงานก็ตั้งใจนะ พอเสร็จงานปุ๊บก็คือจบ ไปฮาเฮตามประสา แต่ณรันคิดเรื่องงานตลอดเวลา มีความเครียดเป็นเพื่อน ทำให้เรากลับมาตั้งคำถามกับตัวเองว่า ที่ผ่านมาเราติดเล่นไปหรือเปล่า หรือเราควรเพิ่มความจริงจังกับชีวิตไหม เราเอาบุคลิกส่วนนี้ของณรันมาใช้กับตัวเอง

ทำไมถึงรู้สึกอยากเปลี่ยน

เพราะเริ่มโตเป็นผู้ใหญ่มากขึ้น อายุใกล้จะ 30 แล้ว เลยรู้สึกว่าคงถึงเวลาที่ต้องปรับเปลี่ยนวิธีคิด วิธีใช้ชีวิต เมื่อก่อนเราชอบคิดว่า โอเค ถ้ามีโอกาสเข้ามา เราจะตั้งใจทำให้ดีที่สุด เสร็จงานหนึ่งก็รอโอกาสใหม่เข้ามา แต่ตอนนี้เรารู้สึกว่าต้องเป็นฝ่ายเดินไปหาโอกาสมากกว่ารอให้มันเดินมาหา 

พอเราได้เล่นซีรีส์เรื่องนี้ ได้เจอคนมากขึ้น เจอคนอาชีพเดียวกันที่ประสบความสำเร็จแล้ว และเขาก็เก่งมาก ๆ ด้วย แต่ทำไมเขายังทะเยอทะยาน ยังอยากพัฒนาตัวเองเรื่อย ๆ เราหันกลับมาตั้งคำถามกับตัวเองว่าทำไมเราไม่ค่อยพัฒนาตัวเองเลยนะ เราอยู่กับปัจจุบันมากไปหรือเปล่า ควรคิดถึงอนาคตให้มากกว่านี้ไหม 

สุดท้ายเราตกตะกอนได้ว่า คงถึงเวลาที่ต้องเปลี่ยนวิธีคิด เปลี่ยนการใช้ชีวิต เรายังคงตั้งใจกับทุกโอกาสที่เข้ามา แต่จะเพิ่มเรื่องการมองโอกาสข้างหน้าด้วย มองทิศทางที่ควรเดินไปต่อ

ในสายตาของยูโร หน้าตาของความสำเร็จในอาชีพนักแสดงเป็นอย่างไร

เล่นเป็นตัวละครไหนคนดูก็เชื่อ ไม่ได้เชื่อธรรมดาด้วยนะ แต่เชื่อแบบว่า เฮ้ย ไม่คิดว่ายูโรจะเล่นได้ และต้องเป็นความว้าวระดับประเทศ ถือเป็นความสำเร็จของคนเป็นนักแสดงในความรู้สึกเรา และไม่ใช่ทำได้แค่เรื่องเดียว แต่เรื่องต่อ ๆ ไปก็ยังทำให้คนดูจำนวนมากรู้สึกว้าวได้

คุณทำแบบนั้นได้หรือยัง

ก็ยังไม่ถึงขนาดนั้น ไม่ได้ถึงขั้นทำให้ทุกคนพูดเป็นเสียงเดียวกันได้ เรายังต้องพัฒนาทักษะทางการแสดงอีกมาก โดยเฉพาะเรื่องการสังเกตคน เพราะเราไม่ค่อยช่างสังเกต ต่างจากณรันที่ชอบสังเกตคนมาก ๆ ถ้าหมั่นสังเกตคนเก็บไว้เยอะ ๆ ก็คงดี สำหรับเตรียมตัวเล่นเป็นตัวละครนั้น ๆ 

ทำไมถึงอยากสังเกตคนให้มากขึ้น

เราว่าการจะเป็นนักแสดงที่ดีต้องรู้จักสังเกตคน เพราะเราต้องแสดงเป็นคนอื่น ถ้าเป็นคนแบบนี้จะมีพฤติกรรมอย่างไร มีวิธีคิดในการใช้ชีวิตแบบไหน อย่างน้อยเก็บไว้เป็นประสบการณ์ 

ถ้าได้เล่นเป็นพนักงานร้านกาแฟ เราจะได้ดึงข้อมูลที่เคยสังเกตไว้ว่า บุคลิกพนักงานร้านกาแฟเป็นแบบนี้ เขาต้องทำงานอะไรบ้าง และไม่ได้สังเกตแค่ภายนอก แต่สังเกตวิธีคิดด้วย เช่น ที่เขาต้องทำกาแฟเร็ว ๆ เป็นเพราะสไตล์การทำงานหรือโดนเจ้านายกดดันมา 

คุณอยู่ในวงการบันเทิงมา 8 ปี ถ้าให้สรุปเป็น 1 คำที่ถ่ายทอดช่วงเวลานี้ได้ จะเป็นคำว่าอะไร

(นิ่งคิด) แค่คำเดียวเองเหรอ แต่ว่าดีเหมือนกัน สั้นดี เพราะเราก็คิดไม่ค่อยออก (หัวเราะ) เอาเป็นคำว่า ‘ดีแล้ว’ แต่กว่านี้ได้อีก

ถ้าตัวละครณรันได้สัมภาษณ์ยูโร คิดว่าเขาจะถามคำถามอะไร

ยูโรคิดว่าสิ่งที่ทำอยู่ต้องแก้ไขอะไรไหม หรือมันส่งผลอะไรกับบุคคลอื่นบ้าง คงเป็นคำถามโหด ๆ ที่ทำให้คนถูกสัมภาษณ์เครียดเหมือนกัน

แล้วตอนที่เราสัมภาษณ์ คุณเครียดไหม

เครียดสิ! ลุ้นตลอดว่าจะถามอะไรบ้าง (หัวเราะ)

Writer

เพ็ญสินี ธิติธรรมรักษา

ชีวิตขับเคลื่อนด้วยแสงแดดและหวานร้อย

Photographer

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล