10 ธันวาคม 2025
6 K

เราคิดว่าไม่น่าจะมีเรื่องใหม่ ที่ BILLKIN ตื่นเต้นที่ได้ทำอีกแล้ว

แต่เราคิดผิด 

2025 เป็นปีที่สำคัญมากสำหรับ บิวกิ้น-พุฒิพงศ์ อัสสรัตนกุล เพราะเป็นปีที่เขาปล่อยอัลบั้มเต็มครั้งแรก Grow With The Flow งานที่เป็นเหมือนหมุดหมายสำคัญ และเป็นการเติบโตครั้งใหญ่ของบิวกิ้น

8 เพลงในอัลบั้มนี้ เขาได้เป็นโปรดิวเซอร์บางเพลงเอง ร่วมเขียนเนื้อ ทดลองแนวทางใหม่แบบสุดทาง โดยยังร่วมงานกับ Executive Producer คู่บุญ เบล-สุพล พัวศิริรักษ์ ที่ทำงานมานานจนรู้มือ 

เพราะมีแต่คนรัก และเขาเองก็อยากกระจายเวลาให้ทุกคนอย่างทั่วถึง เราจึงมีเวลากับบิวกิ้นไม่มาก ไม่อยากบอกสูตร ๆ เลยว่าเจอกันรอบนี้เขาโตขึ้นมาก เราชวนเขาคุย 5 เรื่องใหม่ที่เขาได้เริ่มทำในปีนี้ว่ามีอะไรบ้าง 

ทุกคำถามเขาตอบมันอย่างตั้งใจ แววตาสดใส เล่าเรื่องการเติบโตที่เต็มไปด้วยเรื่องน่าตื่นเต้น จนเราอยากถ่ายทอดคำตอบของเขาแบบปรุงแต่งน้อยที่สุด

ไม่มั่นใจว่าเจอบิวกิ้นครั้งต่อไปเขาจะโตไปในทิศทางไหน แต่เชื่ออยู่ข้อหนึ่งว่าเขาจะ Flow ไปกับทุกการเปลี่ยนแปลงได้อย่างน่าสนุก และมีความสุขกับมันเสมอ

การไปเรียนต่อ และร่วมลงทุนโปรเจกต์หนังครั้งแรก

2 ปีที่ผ่านมา ชีวิตของบิวกิ้นแทบไม่อยู่กับที่ 

ช่วงที่เขาถ่ายหนังเรื่อง ซองแดงแต่งผี จบ บิวกิ้นบินไปเรียนต่อที่ UCL หรือ University College London ที่กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ เลือกเรียนด้าน Entrepreneurship เพราะคิดว่าน่าจะเอามาใช้ประโยชน์กับงานได้ พื้นเพของบิวกิ้นโตมาในครอบครัวคนจีนที่ทำธุรกิจ เขาเรียนปริญญาตรีสาขา BBA เรื่องธุรกิจจึงไม่ใช่เรื่องแปลกแยกสำหรับศิลปินหนุ่ม 

บิวกิ้นเรียนต่อด้าน Entrepreneurship ซึ่งเน้นเรื่องการทำธุรกิจแบบ Start-up และ SME มากขึ้น ซึ่งเป็นประโยชน์มากเพราะเป็นช่วงที่เขาต้องทำงานหลายอย่างพอดี 

บิวกิ้นเล่าว่า เขาไม่ได้เรียนอย่างเดียว แต่ทำงานไปด้วย ทั้งการบินกลับมาทำงานที่ไทย รวมถึงการทำงานแบบ Remote เป็นเรื่องท้าทายที่เขารู้สึกสนุกดี

นอกจากการเรียนต่อ เรื่องใหม่อีกอย่างที่เขาทำคือได้ร่วมลงทุนทำหนังครั้งแรก GDH ชวนเขาไปร่วมทำโปรเจกต์ภาพยนตร์ ซองแดงแต่งผี และทำคอนเสิร์ต Billkin & PP Krit Wedding Concert ร่วมกับ พีพี กฤษฏ์ 

“GDH จะ Lead เรื่องการทำหนัง ผมกับพีพีก็เหมือนกับว่าไปช่วย Support เรื่องของการทำโชว์ เพราะพอเรามองเป็นโปรเจกต์เดียวที่มีทั้งหนังและคอนเสิร์ตด้วย มีการทำ Mini Album ของ ซองแดงแต่งผี ด้วยมันเลยเหมือนต่างคนก็ต่างเอาจุดแข็งมาช่วยกัน ต่างคนต่าง Lead ในส่วนที่เราถนัด ก็ช่วย ๆ กันครับ” เขาเล่าเบื้องหลังการทำงาน

ในช่วงรอยต่อนั้นเอง เขาได้เริ่มทำงานเพลงที่เป็นหมุดหมายสำคัญของชีวิต

ได้ร่วม Produce เพลงครั้งแรก

บิวกิ้นเล่าว่า ก่อนหน้านี้เวลาทำเพลงจะมีโปรดิวเซอร์ที่เข้ามารับการทำเพลงนั้นไป เขาให้คอนเซปต์ โปรดิวเซอร์จะไปจัดการจบงานทุกอย่างให้ออกมาเป็นเพลง ศิลปินจะแค่คอมเมนต์ระหว่างทาง

แต่สำหรับเพลง นับหนึ่ง เขารู้สึกว่าพอทำงานมาเยอะขึ้น มีประสบการณ์มากขึ้น ศิลปินหนุ่มเริ่มเห็นภาพปลายทางที่ชัดเจนขึ้น ช่วงนั้นบิวกิ้นมีคอนเซปต์เพลงที่มาคุยกับพี่เบล สุพล เริ่มได้เนื้อร้อง-ทำนองที่ถูกใจแล้ว 

“เรามาคุยกันว่า เพลงนี้เรามาลองโปรดิวซ์กันเองดูไหม เผื่อว่าเราจะได้ปลายทางหรือผลลัพธ์ที่ตรงใจเรา เหมือนกับภาพที่เราเห็นมากขึ้น เรามีโอกาสได้ไปลงรายละเอียดแต่ละ Element ของเพลงมากขึ้น ก็รู้สึกว่าเป็นประสบการณ์ที่สนุก ทำให้เราได้เล่าเรื่องที่ชัดขึ้นที่ออกมาจากใจ” เขาเล่าเบื้องหลังเพลงนี้

Grow With The Flow เป็นอัลบั้มแห่งการสำรวจทิศทางใหม่ของบิวกิ้น เขามีโอกาสได้ทำเพลงที่ทั้งมีความฉูดฉาดมาก เช่น เพลง Daily Magic ได้ลองทำงานกับคนระดับโลก ให้ John JR Robinson มาตีกลองให้ ไปอัดเสียงที่ Abbey Road Studios สำหรับเพลง ยิ่งดุยิ่งชอบ ได้ไปถ่ายมิวสิกวิดีโอที่ต่างประเทศ ได้ทำงานกับคนอย่าง BOWKYLION, THE TOYS, เติร์ด Tilly Birds ฯลฯ

“อัลบั้มนี้มีระยะเวลาการเดินทางค่อนข้างนานราว 2 ปี มีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นกับตัวเองเยอะมาก” เขาเล่าย้อน

“ทุกครั้งที่เรามองย้อนไปฟังแต่ละเพลง เราจะเห็น Inspiration หรือเรื่องราวต่าง ๆ ที่อยู่เบื้องหลังเพลงนั้น ความคิดที่ Trigger เราหรือกระตุ้นให้เรากลั่นออกมาเป็นผลงานคืออะไร หลังจากผ่านมาได้ เราได้เรียนรู้อะไร แล้วมันนำมาสู่เพลงถัดไปอย่างไร บวกกับเรื่องราวชีวิตในแต่ละช่วงเวลาที่มันเข้ามา”

เพลงสุดท้ายของอัลบั้มชื่อว่า Grow With The Flow บิวกิ้นได้มีโอกาสร่วมเขียนเพลงด้วยตัวเองครั้งแรก เขาเปรียบว่ามันเป็นคอนเทนต์แห่งช่วงเวลาในการเติบโตครั้งนี้

“ปกติเวลาเราเขียนเพลงรัก เพลงเศร้า เพลงอกหัก เวลาเราเล่า Scene หรือเล่าความรู้สึก มันจะค่อนข้างอธิบายออกมาได้เป็นรูปธรรมชัดเจน แต่สำหรับเพลงนี้ ผมว่าด้วยเนื้อหา โทนที่เราอยากจะเล่า และวิธีการเล่า แล้วยิ่งเป็นคอนเทนต์ที่เราอินมาก เราอยากจะเล่ามาให้ตรงใจและตรงกับภาพที่เราเห็นมากที่สุด

“สิ่งที่ได้เรียนรู้จากการเดินทางครั้งนี้ คือไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ทั้งในความรู้สึกหรือ External Factors ต่าง ๆ เราพาตัวเองไปอยู่กับมัน ไปทำความเข้าใจ และยอมรับในสิ่งที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะดีหรือไม่ดี จะยากหรือจะง่าย คาดหวังหรือไม่คาดหวัง ผมรู้สึกว่าสุดท้ายแล้วในชีวิตจริง ๆ หรือการทำงาน เราควบคุมอะไรไม่ได้ขนาดนั้น เรามีหน้าที่แค่ React กลับไปกับสิ่งที่มันเกิดขึ้นในแต่ละวันหรือแต่ละช่วงของชีวิตเท่านั้นเอง 

“เรียนรู้ ยอมรับ แล้วก็เติบโตกับมัน มันเป็นสิ่งที่ยึดโยงเพลงเหล่านี้แล้วก็รวบมาเป็นเพลงสุดท้าย เป็นสิ่งที่ได้เรียนรู้ที่ชัดที่สุดกับอัลบั้มนี้ครับ”

ได้เลี้ยงหมาครั้งแรก

มีเรื่องใหม่อะไรอีกมั้ยที่ได้ทำปีนี้ และไม่ใช่งาน

เรารอคำตอบจากเขาอยู่นาน สักพักบิวกิ้นตอบกลับมาด้วยแววตาสดใส เขาเล่าการทำความฝันในวัยเด็กให้เป็นจริง นั่นคือการมีหมาของตัวเองครั้งแรก

“มันเป็นความฝันของผมตั้งแต่เด็ก” บิวกิ้นก็เหมือนเด็กทุกคน อยากมีสัตว์เลี้ยง แต่ที่บ้านกลัวจะเลี้ยงไม่ทน เมื่อโตขึ้น ความรู้สึกนี้ยังคงอยู่ “ผมอยากมีหมาสักตัวหนึ่งที่เรารู้สึกว่าเป็นเหมือนเพื่อนเรา เหมือนคนในครอบครัวที่คอยเติมพลังให้เรา แล้วเราก็เติมพลังให้เขา มีความสัมพันธ์ที่จริงใจ Healthy”

Janet คือชื่อของสุนัขตัวแรกของบิวกิ้น เขาเล่าว่าเป็นความโชคดีที่เคยเป็นพรีเซนเตอร์อาหารสุนัข ระหว่างทำงานต้องถ่ายแบบร่วมกับน้อง ๆ หลายสิบชีวิต เขาจึงได้ศึกษาลักษณะนิสัย คาแรกเตอร์ ได้คุยกับเทรนเนอร์ จนได้พันธุ์ที่ตรงใจเขาที่สุดคือ Shetland Sheepdog 

“ถ้าจะเลี้ยงหมา อยากได้หมาที่ไม่ได้ Energy เยอะซะจนเลี้ยงในบ้านแล้วทำลายข้าวของ ผมว่าเขาส่ง Energy ความรักและความจริงใจให้กับเรา มี Quality Time กันได้เยอะ เป็นพันธุ์ที่ฝังใจเลยว่า ถ้าจะเลี้ยง อยากเลี้ยงพันธุ์นี้ ผมไปดูที่ฟาร์ม ไปกับคุณพ่อ คุณแม่ และพี่เลี้ยงที่เลี้ยงผมมาตั้งแต่เกิด พอเจอ Janet เราก็เลยเลือกตัวนี้”

ชีวิตของบิวกิ้นอาจเต็มไปด้วยการงาน เรื่องที่เขาไม่เคยทิ้ง คือการมีเวลาที่ดีกับคนที่เขารักและสิ่งที่เขาแคร์ 

การทำงานเพลงของเขาที่เต็มไปด้วยความใส่ใจและความสัมพันธ์เล็ก ๆ ต่อสัตว์เลี้ยงที่เขาเล่าด้วยความตื่นเต้น บอกเราอ้อม ๆ ว่าสิ่งที่มีความหมายต่อชีวิตของบิวกิ้นในวันนี้คืออะไร

Writer

ศิวะภาค เจียรวนาลี

บรรณาธิการที่ปั่นจักรยานเป็นงานหลัก เขียนหนังสือเป็นงานอดิเรก

Photographer

โตมร เช้าสาคร

ชอบถ่ายวิวมากกว่าคน ชอบกินเผ็ดและกาแฟมาก เป็นคนอีโค่เฟรนลี่ รักสีเขียว ชวนไปไหนก็ได้ไม่ติด ถ้ามีตัง