Reset
นอกจากเป็นคำห้อยท้ายซีรีส์ Girl From Nowhere The Reset ยังเป็นสถานะชีวิตของ เบ็คกี้-รีเบคก้า อาร์มสตรอง คนที่รับบทเป็น ‘แนนโน๊ะ’ ในเวอร์ชันปี 2026
ตอนนี้ชีวิตของเบ็คกี้กำลังอยู่ในช่วงรีเซต ทั้งรีเซตระบบการทำงานในวงการบันเทิงใหม่ เธอตั้งบริษัทดูแลตัวเอง นั่งตำแหน่งซีอีโอครั้งแรกแบบไม่ทันตั้งตัว รีเซตการรับงานแสดง ประเดิมด้วยบทแนนโน๊ะที่คนเล่นออกปากเองว่า ฉีกแนวจากบทที่เคยเล่นมาทั้งหมด
ในวันที่ตัวอย่างซีรีส์ปล่อยออกมา เกิดคำวิพากษ์วิจารณ์มากมาย บางคนชื่นชม ตั้งตารอคอย ไปจนถึงการตั้งคำถามว่า เบ็คกี้จะเหมาะกับบทแนนโน๊ะจริงหรือไม่
การสนทนาของเรากับเบ็คกี้ในครั้งนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเพื่อตอบคำถามเหล่านั้น แต่จะทำให้คุณรู้จักเธอมากขึ้น ก่อนจะไปรับชมและตัดสินเธอผ่านผลงานการแสดงเรื่องล่าสุดในเร็ว ๆ นี้


My Supporter
ถ้ามีหมอดูมาบอกว่า เบ็คกี้ในวัย 33 ปีจะเป็นอย่างไร คุณอยากรู้ไหม
อยากดูนะ แต่คงไม่เชื่อ 100%
งาน สุขภาพ ครอบครัว การเงิน หรือความรัก ถ้าให้เลือกดูดวงได้แค่ 1 เรื่องจาก 5 เรื่อง จะดูเรื่องไหน
ครอบครัว
อยากรู้อะไร
อยากรู้ว่าตอนนั้นทุกคนจะเป็นยังไง จะสบายดีไหม มันเป็นสิ่งที่เราอยากรู้เสมอ เพราะเบ็คจัดให้ครอบครัวเป็นอันดับแรก ๆ ในชีวิต เรื่องอื่นจะเป็นอย่างไรเบ็คไม่ซีเรียส ขอแค่ครอบครัวโอเค ทุกคนแฮปปี้ก็พอ

ทำไมครอบครัวถึงสำคัญที่สุดสำหรับคุณ
เขาเป็น My Supporter เป็น My Motivation เป็นจุดเริ่มต้นของหลาย ๆ อย่างในชีวิตเรา เขาจะเป็นคนที่บอกเราว่า โอเค You go for it. ขณะที่ตัวเราเองยังไม่มั่นใจเลยว่าจะทำได้ไหม แต่ครอบครัวจะบอกเสมอว่า You should try it. ไม่ว่าจะทำอะไร ครอบครัวจะสนับสนุนเสมอ ทั้งพี่ชาย คุณพ่อ คุณแม่ หรือบางทีก็น้องหมา (ยิ้ม) ครอบครัวสำคัญสำหรับเบ็คจริง ๆ
ถ้าให้นึกถึงตัวเองตอนเด็ก ๆ ภาพแรกที่เบ็คกี้เห็นคือ
(นิ่งคิด) คงกำลังวิ่งเล่นที่ไหนสักที่หรือไม่ก็ปีนต้นไม้อยู่ เราชอบปีนต้นไม้มาก (ยิ้มกว้าง) แล้วก็คงมีความสุขมาก ๆ เป็นความสุขในวัยเด็ก แต่ตอนนี้เราก็มีความสุขนะ เพียงแต่มีสิ่งที่ต้องแบกรับเพิ่มขึ้นมา เช่น ความรับผิดชอบ

New Girl
สิ่งที่เหมือนและต่างระหว่างเบ็คกี้กับแนนโน๊ะ
เอาจริง ๆ ต่างกันมากนะ
สิ่งที่เหมือนกันคืออะไร
(นิ่งคิด) เป็นเด็กใหม่ตลอดเวลามั้ง ตอนเด็ก ๆ เบ็คย้ายโรงเรียนไป 8 ครั้ง เป็น New Girl เหมือนแนนโน๊ะที่ย้ายไป 6 โรงเรียน
สิ่งที่ต่างล่ะ
เบ็คค่อนข้างเป็นคนที่สดใส ถ้าเจอเหตุการณ์แบบเดียวกับแนนโน๊ะคงเลือกปล่อยผ่าน ไม่ทำอะไร แต่แนนโน๊ะจะเลือกหาด้านมืดของคนคนนั้นเพื่อจัดการ ซึ่งมนุษย์ทุกคนมีสิ่งนี้ อยู่ที่ว่าจะเผยมันออกมาตอนไหน ตอนที่เราอิจฉา ตอนที่เราอยากเอาชนะ หรือตอนที่เราอยากได้อะไรบางอย่างมาก ๆ ด้านมืดของเราอาจจะออกมา
ชีวิตของเด็กที่ต้องย้ายโรงเรียน 8 ครั้ง ต้องทำความรู้จักเพื่อนใหม่ตลอดเวลา เพื่อนแบบไหนที่เบ็คกี้จะเดินเข้าไปหาเป็นคนแรก
เขาต้องเป็นคนที่เข้าหาเราก่อน (หัวเราะ) เพราะเราเป็นอินโทรเวิร์ต ไม่ค่อยกล้าเข้าหาใครก่อน ถ้าใครกล้าเข้ามาคุยกับเราก่อน แล้วเรารู้สึกว่ามีจุดที่คลิกกัน ก็อาจจะคุยต่อยาว ๆ เชื่อไหมว่าเบ็คยังเรียกเพื่อนตอนเรียนโรงเรียนประจำที่เยอรมนีว่า Best Friend แม้ทุกวันนี้จะไม่ค่อยได้คุยกัน ไม่ได้เจอกันหลายปีแล้ว แต่เรายังคงคิดถึงและเรียกเขาว่าเป็น Best Friend
เพราะช่วงเวลาที่อยู่ด้วยกันมันดีมาก ๆ จนทุกวันนี้เราก็ยังคงคิดถึงเขา
สมมติวันนี้เราอยากเป็นเพื่อนเบ็คกี้ เราต้องทำอย่างไร
ลองเข้ามาคุยดูก่อน บางทีเราอาจจะคลิกหรือไม่คลิกกันก็ได้ (ยิ้ม) เบ็คได้เรียนรู้อย่างหนึ่งว่า ไม่ใช่ทุกคนที่เข้ามาในชีวิตเราแล้วจะ Mean to Stay บางคนเข้ามาช่วงหนึ่งแล้วไป บางคนเข้ามาแล้วใช่ก็อยู่ต่อกันยาว ๆ หรือบางคนเข้ามาเพื่อสอนเราบางอย่าง
สิ่งที่ดีที่สุดที่คนเป็นเพื่อนจะได้รับจากเบ็คกี้
การสนับสนุน เราจะเป็น Supporter ให้คนคนนั้น เราอาจจะพูดไม่เยอะ แต่จะฟังและอยู่ข้าง ๆ เขา
มีสิ่งแย่ ๆ จากเบ็คกี้ที่เพื่อนจะมีโอกาสเจอไหม
ไม่ค่อยตอบแชต (หัวเราะ) เพราะเราทำงานตลอดเวลา แต่ถ้าโทรมาอาจจะรับนะ อาจจะ (ยิ้ม)

Healing
เบ็คกี้ชอบอ่านหนังสือ ตอนนี้กำลังอ่านอะไรอยู่
ตอนเด็ก ๆ ชอบอ่าน Non-fiction แต่โตมาชอบอ่านแนว Healing Books ชอบอ่านอะไรที่เอามาใช้ในชีวิตได้จริง เบ็คว่าการอ่านหนังสือทำให้เราได้รับพลังงานดี ๆ ได้เห็นด้านดี ๆ ของชีวิต แม้ว่าจะมีเรื่องไม่ดีเกิดขึ้นก็ตาม แต่เรามองแค่ด้านบวกก็พอแล้ว
หนังสือเปลี่ยนความคิดของคุณ
Scars of the Heart มีประโยคที่เราชอบกลับมาไปอ่านซ้ำ ๆ เขียนประมาณว่า
เวลามีสิ่งแย่ ๆ เกิดขึ้นกับเรา เราจะพยายามทำให้มันดีขึ้น
ทำไมถึงสนใจเรื่องการเยียวยา ชีวิตมันโหดร้ายมากเหรอ
(หัวเราะ) เยอะค่ะ ไม่ใช่แค่สิ่งที่ต้องเจอในแต่ละวัน แต่มีจุดเปลี่ยนชีวิตที่เราต้องเจอในทุก ๆ ปี อย่างปีที่แล้วก็หนักสำหรับเรา ต้องเปลี่ยนทุกอย่างใหม่หมดเลย ต้องสร้างบริษัทของตัวเอง ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่าย
จุดเปลี่ยนชีวิตที่เพิ่งเจอสอนอะไร
สอนว่าอย่าไว้ใจคนมากเกินไป ถึงแม้จะทำงานด้วยกันมานาน 4 – 5 ปี มีจุดที่เรารู้สึกขอบคุณเขาที่คอยช่วยเหลือ ช่วยให้เราเป็นอย่างทุกวันนี้ แต่ก็ต้องยอมรับว่าเขาก็ทำผิดด้วย
ถ้าย้อนเวลากลับไปได้ อยากจะแก้ไขอะไรไหม
(ถอนหายใจ) เบ็คไม่อยากย้อนกลับไปคิดว่าจะแก้ไขอะไร ขอโฟกัสกับงานตอนนี้ดีกว่า เพราะตอนนั้นเราก็ทำอะไรไม่ได้จริง ๆ และเบ็คไม่อยากโกรธใครด้วย เคยมานั่งคิดว่าโกรธแล้วได้อะไร ก็ไม่ได้อะไรเลย แถมการโกรธคนคนหนึ่งก็เสียเวลาชีวิตด้วย เราเลือกที่จะ Move On ดีกว่า ให้เป็นเรื่องของกฎหมาย
ชีวิตนี้ไม่เคยโกรธใครเลย
เคยค่ะ แต่เลือกที่จะปล่อยผ่าน เพราะเราไม่อยากโกรธใคร เอาจริง ๆ ชีวิตมันสั้นมากนะ ตอนนี้เราอายุ 23 แล้ว เราเข้าวงการตอน 17 – 18 เวลาผ่านไปไวมาก ถ้าเอาเวลาไปโฟกัสกับเรื่องนี้ก็คงเสียเวลามาก ถ้าให้อภัยได้ก็ให้อภัย ไม่อยากถืออะไรนาน ๆ อีกอย่างทุกคนคงมีเหตุผลของตัวเอง


Girl From Nowhere The Reset
ตอนไปแคสต์แนนโน๊ะเป็นอย่างไรบ้าง
ตื่นเต้นมาก ๆ
วิธีเตรียมตัวของเบ็คกี้
เราถามหลาย ๆ คนว่าต้องเตรียมตัวยังไง มีบทที่ต้องท่องไปไหม ส่วนใหญ่เขาบอกว่าไม่มี โอเค เราก็เตรียมตัวของเราเอง วันนั้นจำได้ว่าไปแบบไม่แต่งหน้า ใส่หมวกใบหนึ่ง ไปถึงมีทีมงานเอาบทมาให้ลองเล่น มีหลายบทเลย เราก็ถามเขาว่าต้องเล่นเลยไหม อยากขอเวลาเตรียมตัวอ่านบทให้เข้าใจก่อน ซึ่งก็พยายามทำความเข้าใจให้มากที่สุดก่อนเข้าไปเล่น มีทั้งเล่นตามบท แล้วก็มีที่เราอิมโพรไวส์ด้วย ซึ่งจะมีในซีรีส์ด้วยนะ ต้องรอดู (ยิ้ม)
ความรู้สึกหลังแคสต์เสร็จ
ไม่มั่นใจว่าจะได้หรือเปล่า เรารู้ว่ามันเป็นบทที่มีการแข่งขันสูง แต่ทีมงานพูดประโยคหนึ่งว่า ถึงปากเราจะยิ้ม แต่แววตาของเรามีจังหวะที่เขาไม่รู้ว่าเราคิดอะไรอยู่ เดาไม่ออก
หลังจากแคสต์ไปประมาณ 4 – 5 เดือน ทีมงานก็ติดต่อกลับมาว่าเราได้รับบทนี้นะ เราก็ถามเขาว่าจริงเหรอ! (น้ำเสียงตื่นเต้น) จากนั้นก็เข้าสู่กระบวนการเตรียมตัวเพื่อเล่นซีรีส์ เรื่องนี้เราต้องทำงานกับผู้กำกับ 6 คน ซึ่งแต่ละคนมีสไตล์การทำงานไม่เหมือนกัน เราต้องเวิร์กช็อปกับทุกคนเลย
มีแนนโน๊ะ 6 เวอร์ชัน
แนนโน๊ะคงคาแรกเตอร์เหมือนเดิม แต่วิธีกำกับจะแตกต่างกันไป ซึ่งเป็นเรื่องที่เราว่าดีนะ


ช่วงถ่ายทำเป็นอย่างไรบ้าง
รู้สึกชินกับกล้องมากขึ้น เทียบกับการทำงานที่ผ่านมา แต่บทแนนโน๊ะยาก เล่นไม่ง่ายเลย คาแรกเตอร์ของเรากับแนนโน๊ะค่อนข้างแตกต่างกันมาก แต่พออยู่ไปด้วยนาน ๆ เราเจอสิ่งที่คล้ายกัน อย่างที่เล่าไปว่ามีเรื่องความเป็นเด็กใหม่ แล้วก็มีเรื่องช่างสังเกต อยากรู้ว่าคนคนนั้นเป็นคนอย่างไร เขาคิดอะไรอยู่
แนนโน๊ะเป็นตัวละครที่มีความดาร์ก เล่นกับด้านมืดมนุษย์ การได้เล่นเป็นตัวละครดาร์ก ๆ คนเล่นรู้สึกอย่างไร
ตั้งแต่วันแคสต์เบ็คเดินออกมาบอกทุกคนเลยว่า สนุก (ยิ้ม) เป็นความสนุกที่เราได้เข้าไปเป็นตัวละครที่ทำอะไรก็ได้ จะเป็นบ้าไปเลย จะน่ารัก หรือน่ากลัวก็ได้ ทำอะไรก็ได้เพราะมันเป็นโลกของเขา
เบ็คเรียนกฎหมาย มีวิชาที่ชอบชื่อว่า Emotional Mindset สอนว่าแต่ละคนมีทัศนคติแตกต่างกันออกไป และจะเปลี่ยนไปตามสถานการณ์ที่คนคนนั้นเจอได้ด้วย ที่เบ็คบอกไปเมื่อกี้ว่า ทุกคนมีด้านมืดของตัวเอง ซึ่งจริงมาก ๆ เราเลยเอาสิ่งที่เรียนไปใช้ได้จริง
ทำให้คุณอ่านคนได้
คิดว่านะ จำได้ไหมที่บอกว่าเราเป็นคนไม่โกรธใคร พยายามมองข้ามหลาย ๆ อย่าง แต่บางคนก็เลือกที่จะเล่นกับความใจดีของเราเกินไป อาจจะเป็นส่วนที่เราคล้ายกับแนนโน๊ะ กว่าจะเข้าหาใครหรือยอมให้ใครเข้ามาในชีวิต เราต้องรู้สึกว่าเขาใช่จริง ๆ
รอบนี้แนนโน๊ะกลับมาเพื่อพูดอะไร
ด้านมืดของมนุษย์ ทำให้เรารู้สึกว่าคนดูจะเชื่อมโยงกับซีรีส์ได้มากขึ้น บางคนอาจรู้สึกว่า เราเคยเจอแบบนี้ หรืออาจจะเคยได้ยินคนที่เคยเจอเรื่องทำนองนี้ ตอนอ่านบทเบ็คก็รู้สึกว่า อ้าว เราก็เคยเจอแบบนี้เหมือนกัน คิดว่าเนื้อหาแต่ละตอนน่าจะค่อนข้างเชื่อมโยงกับชีวิตใครหลายคน
ถ้าคนดูซีรีส์เคยมีประสบการณ์ถูกกลั่นแกล้งหรือกำลังเผชิญสิ่งนี้อยู่ เบ็คกี้อยากบอกอะไรกับเขา
อย่าเพิ่งยอมแพ้ ยังมีสิ่งดี ๆ รอคุณอยู่ เราเข้าใจนะ เพราะเราก็เคยโดน เราถึงเข้าใจคนที่โดนบูลลี่บ่อย ๆ ว่ามันจะรู้สึกท้อ จะเกิดคำถามว่าต้องหันไปทางไหน เราถึงอยากบอกว่ายังมีสิ่งดี ๆ รออยู่ อาจจะต้องอดทนรอ แต่มีแน่ ๆ
คนที่เลือกจะบูลลี่คนอื่น เพราะเขาอาจเคยเจอแบบเดียวกัน หรือเจอแล้วแค้นเลยอยากให้คนอื่นเจอบ้าง จะได้ทำให้ตัวเองรู้สึกดี สุดท้ายสิ่งที่คนพวกนี้กลัวมากที่สุดไม่ใช่การถูกบูลลี่กลับ แต่กลัวการเผชิญความเจ็บปวดทางจิตใจแบบที่คนโดนบูลลี่เจอ
แล้วคนที่เคยไปแกล้งคนอื่นล่ะ
จุดจบไม่สวยนะ (ยิ้ม) ฉะนั้น หยุดเถอะ
เบ็คกี้คิดว่าผลงานเรื่องนี้จะพาคุณเดินไปทางไหนต่อ
เบ็คเชื่อว่าคนไม่เคยเห็นเราเล่นบทแบบนี้ มันค่อนข้างใหม่มาก ๆ ทั้งสำหรับตัวเราเอง แฟนคลับ และคนทั่วไป บางคนมีคำถามว่าเราจะทำได้หรือเปล่า กดดันอยู่นะ แต่เราทำเต็มที่ที่สุดแล้ว และเป็นโอกาสที่ดีมาก ๆ

23
ตอนนี้คุณมีแฟนคลับจากทั่วทุกมุมโลก คิดว่าอะไรที่ทำให้มีคนชอบคุณมากขนาดนี้
เอาจริง ๆ ไม่รู้เหมือนกันนะ แต่แฟน ๆ ชอบบอกว่าเอเนอร์จีหรือรอยยิ้มของเราฮีลใจเขาได้ ยอมรับว่าตอนแรกไม่ค่อยเข้าใจ แต่เราคิดว่าก็คงเหมือนเวลาเราได้เจอศิลปินที่ชอบ เราเคยถามแฟนคลับว่า รอเจอศิลปินทั้งวัน ได้เจอแค่ 5 นาที คุ้มเหรอ เขาบอกคุ้ม (ยิ้ม)
ตอนนี้นิยามตัวเองไว้ว่าอย่างไร
(นิ่งคิด) ผู้หญิงอายุ 23 ปีที่พยายามทำตามความฝัน อาจจะมีผิดพลาดบ้าง เจอเรื่องยาก ๆ บ้าง แต่เราจะค่อย ๆ ทำตามความฝัน ค่อย ๆ เติบโตไปในทุกวัน
ความฝันที่หอมหวานที่สุดที่เบ็คกี้เคยได้รับ
จริง ๆ ทุกวันนี้เราก็เหมือนอยู่ในความฝันนะ เรารู้สึก Appreciate ในทุกวัน หรือที่เพิ่งไปลอสแอนเจลิสมา ก็รู้สึกเหมือนว่าใกล้ได้ทำตามความฝันที่อยากไปทำงานต่างประเทศแล้ว ได้ไปคุยกับหลาย ๆ บริษัท ซึ่งอาจจะมีข่าวดีเร็ว ๆ นี้ (ยิ้ม)
รับชมซีรีส์ Girl From Nowhere The Reset (เด็กใหม่ The Reset) ได้ทุกวันเสาร์ เวลา 20.30 น. ทางช่อง one31 และเวอร์ชัน UNCUT ทางแอปฯ oneD เริ่ม 7 มีนาคม พ.ศ. 2569
