28 สิงหาคม 2025
796

ไทย-จีนนั้นนับเป็นบ้านพี่เมืองน้อง หนึ่งในเรื่องที่สะท้อนความแน่นแฟ้น คือวัฒนธรรมอาหารของไทยที่ได้รับอิทธิพลจากวัฒนธรรมอาหารจีนมายาวนาน และเช่นกัน ปัจจุบันตลาดจีนก็เปิดรับสินค้าเกษตรและอาหารจากไทยเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ จนอาหารไทยในเมืองจีนไม่ใช่รสชาติที่หาชิมยาก

เมื่อเดินทางมาถึงวาระครบรอบ 50 ปีการสถาปนาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศไทยและสาธารณรัฐประชาชนจีนในปี 2025 จึงเป็นโอกาสดีที่บ้านพี่เมืองน้องจะแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมอาหาร เพื่อสร้างสรรค์รสชาติใหม่ ๆ ขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองมิตรภาพ และความพิเศษนั้นก็ถูกถ่ายทอดผ่าน ‘เหล้าเหลือง (Yellow Wine)’ เหล้าท้องถิ่นอันโด่งดังของแดนมังกร ซึ่งในครั้งนี้เลือกใช้ ‘ข้าวหอมมะลิไทย’ เป็นส่วนผสมหลัก

ดิว-ปุณฑริกา ฉายากุล กงสุลฝ่ายการเกษตร ประจำสถานกงสุลใหญ่ ณ นครเซี่ยงไฮ้ หนึ่งในหัวเรี่ยวหัวแรงผลักดันโปรเจกต์เหล้าเหลืองจากข้าวหอมมะลินั่งลงเล่าที่มาที่ไปของการสานสัมพันธ์ผ่านรสชาติครั้งนี้ให้เราฟังด้วยน้ำเสียงชวนตื่นเต้น

“ต้องบอกว่าโปรเจกต์เหล้าเหลืองจากข้าวหอมมะลิเกิดขึ้นในจังหวะที่ดีมาก เพราะช่วงปีที่แล้วเราได้เจอกับบริษัทผู้ผลิตนวัตกรรมการสีข้าว MDO ที่เขาทำงานกับแบรนด์เหล้าเหลือง COFCO Kong Yiji ซึ่งเป็นแบรนด์เหล้าที่ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางในประเทศจีนอยู่แล้ว จึงเกิดบทสนทนาต่อเนื่องไปว่า ในเมื่อเหล้าเหลืองทำจากข้าว จะเป็นอย่างไรถ้าใช้ข้าวหอมมะลิมาลองหมักเป็นเหล้าเหลือง และน่าจะเป็นความร่วมมือเชิงสัญลักษณ์ระหว่างไทยจีนที่พอดีกับวาระครบรอบ 50 ปีความสัมพันธ์ทางการทูตด้วย จากนั้นทางไทยจึงเสนอที่จะส่งข้าวหอมมะลิให้ทาง MDO และ COFCO Kong Yiji นำไปทดลองหมักเป็นเหล้าเหลือง ซึ่งต้องบอกว่ากระบวนการทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมาก” 

เธอเล่าอย่างภาคภูมิใจ ก่อนสำทับว่า การที่ข้าวไทยเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมเหล้าเหลืองของจีนนั้น ถือเป็นย่างก้าวที่สำคัญมาก เพราะเหล้าชนิดนี้มีประวัติศาสตร์ย้อนกลับไปถึงราว 700 ปีก่อนคริสตกาล และเป็นผลิตภัณฑ์ GI (Geographical Indication – ผลิตภัณฑ์หรือสินค้าที่สะท้อนอัตลักษณ์เฉพาะถิ่น) ของประเทศจีนมาตั้งแต่ปี 2000 ทั้งยังเป็นเหล้าที่ครัวจีนใช้ปรุงอาหารกันอย่างแพร่หลายในทุกภูมิภาค และเป็นเหล้าที่มักอยู่ในพิธีกรรมสำคัญของจีนมาแต่ไหนแต่ไร กระทั่งได้รับเลือกให้เป็นเครื่องดื่มในงานเลี้ยงอาหารค่ำประจำชาติจีน เรียกว่าเป็นหนึ่งในเหล้าขวัญใจชาวจีนก็ว่าได้

“คนจีนคุ้นเคยกับเหล้าเหลืองเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว แต่รัฐบาลจีนเองก็อยากจะพัฒนาให้เหล้าชนิดนี้มีคุณภาพพรีเมียมขึ้น ให้กลายเป็นสินค้ามีมูลค่าอย่างไวน์หรือวิสกี้ ซึ่งการจะพัฒนาคุณภาพเหล้าให้ดีได้ต้องเริ่มจากการพัฒนาวัตถุดิบก่อน ซึ่งนั่นก็คือข้าว นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมถึงเกิดการร่วมมือกันทำงานระหว่างผู้ผลิตนวัตกรรมเครื่องขัดสีข้าวอย่าง MDO และบริษัทผลิตเหล้าเหลือง COFCO Kong Yiji เพราะนวัตกรรมการขัดสีข้าวที่มีประสิทธิภาพจะช่วยรักษากลิ่นหอมและรสชาติของข้าวไว้ได้อย่างเต็มเปี่ยม เมื่อนำไปหมักแล้วเหล้าก็จะยิ่งทำให้เหล้ารสชาติดียิ่งขึ้น”

และใช่ เมื่อทดลองนำข้าวหอมมะลิไทยที่โดดเด่นทั้งเรื่องกลิ่นหอมและรสชาติอร่อยมาขัดสีด้วยนวัตกรรมเครื่องสีข้าวที่มีประสิทธิภาพ ก็ยิ่งดึงศักยภาพของข้าวหอมมะลิออกมาได้มากกว่าเดิม และหลังจากนำข้าวหอมมะลิที่ขัดสีแล้วนั้นไปหมักเป็นเหล้าเหลือง ก็ยิ่งทำให้เหล้าเหลืองที่ผลิตจากข้าวหอมมะลิมีกลิ่นและรสดีเป็นพิเศษ

“กระบวนการนำข้าวหอมมะลิไปหมักเป็นเหล้าเหลืองใช้เวลาเพียงไม่กี่เดือน แต่ให้ผลลัพธ์ออกมาดีอย่างน่าตกใจ เพราะก่อนที่จะทำการทดลองก็ไม่ได้มีความคาดหวังว่าผลลัพธ์จะออกมาดีถึงระดับนี้ เพราะข้าวหอมมะลิทำให้รสเหล้าเหลืองมีความละมุนขึ้น หอมขึ้น เป็นเอกลักษณ์ที่ข้าวชนิดอื่น ๆ ยังทำไม่ได้”

เธอย้อนเล่าถึงวันที่รู้ผลลัพธ์ ก่อนไล่เรียงกระบวนการหมักเหล้าเหลืองอย่างคร่าว ๆ ว่า อาศัยทั้งภูมิปัญญาและความเชี่ยวชาญ เนื่องจากต้องใช้ ‘ยีสต์ข้าวแดง’ ยีสต์ชนิดพิเศษที่ได้จากข้าวสีแดงพันธุ์ท้องถิ่นของจีน นำมาหมักกับข้าวเป็นระยะเวลาอย่างน้อย 4 – 6 เดือน และยิ่งใช้เวลาหมักนานรสชาติก็จะยิ่งลึกล้ำ ซึ่งอายุที่แตกต่างกันของเหล้าเหลืองก็เหมาะกับการใช้งานแตกต่างกันออกไป

“เมื่อผลลัพธ์มันออกมาดี จากที่ตั้งเป้าว่าจะผลิตออกมาเป็นเหล้าเหลืองข้าวหอมมะลิล็อตพิเศษเพื่อฉลองวาระครบรอบ 50 ปีความสัมพันธ์ไทยจีน คราวนี้จึงมองเห็นโอกาสที่จะพัฒนาต่อยอดในระยะยาว และมีแนวโน้มที่ทางจีนอยากใช้ข้าวสายพันธุ์อื่น ๆ ของไทยมาทดลองหมักเหล้ามากขึ้นด้วย ถือว่าข้าวหอมมะลิช่วยกรุยทางให้กับข้าวพันธุ์อื่น ๆ เดินตามรอยก็ว่าได้” ดิวขยายความต่อว่า ในอนาคตเหล้าเหลืองจากข้าวหอมมะลิยังจะกลายเป็นพระเอกในงาน ‘Spirits of Friendship’ อีเวนต์ที่ทางการไทย-จีนร่วมกันจัดขึ้น เพื่อเฉลิมฉลองและนำเสนอวัฒนธรรมอาหารของทั้งฝั่งบ้านพี่และเมืองน้อง

“คำว่า Spirits ในที่นี้จะแปลว่าจิตวิญญาณภายในก็ได้ หรือจะแปลว่าสุราก็ได้เช่นกัน เป็นคำที่สะท้อนถึงความผูกพันระหว่างชาวไทยและชาวจีน และสะท้อนถึงเหล้าท้องถิ่นที่ทั้งทางฝั่งไทยและฝั่งจีนต่างก็มีตัวชูโรงเหมือน ๆ กัน ที่สำคัญ ตอนนี้เรามีเหล้าเหลืองข้าวหอมมะลิชนิดพิเศษที่กำลังสร้างความตื่นเต้นให้กับตลาดเหล้าท้องถิ่น”

ดิวกล่าวจึงเจตจำนงของการจัดงานในครั้งนี้ว่า ทางการไทยต้องการนำเสนอสินค้าเกษตรและอาหารที่ตลาดจีนอาจจะยังไม่รู้จัก เช่น เหล้าพื้นบ้านอย่างสาโทเทพนมหรือเหล้ารำ รวมถึงการจัดเสิร์ฟอาหารไทยคู่กับเหล้าท้องถิ่น เพื่อสร้างวัฒนธรรมการดื่มเพิ่มอรรถรสและส่งเสริมวัฒนธรรมอาหารของแต่ละประเทศ

“เมื่อพูดถึงอาหารไทย คนจีนส่วนมากจะรู้จักผลไม้อย่างทุเรียนหรือมังคุด รวมถึงข้าวหอมมะลิที่มีชื่อเสียงระดับโลกอยู่แล้ว แต่จริง ๆ สินค้าเกษตรไทยมีความหลากหลายมาก 

“ภายในงาน Spirits of Friendship จึงดึงวัตถุดิบหลากหลายชนิดมานำเสนอ เช่น ข้าวทับทิมชุมแพ ที่เป็นข้าวสีแดงน้ำตาลต่ำ ซึ่งอาจจะยังไม่เป็นที่รู้จักในตลาดต่างประเทศมากนัก แต่เป็นข้าวที่่มีศักยภาพมาก เพราะเป็นข้าวเพื่อสุขภาพที่อร่อยด้วย 

“เนื่องจากเราเชื่อว่า ถ้าอยากจะเปิดตลาดสินค้าเกษตรไทยในประเทศจีน ที่ที่มีสัดส่วนภาคเกษตรของตัวเองสูงเช่นกัน ต้องเริ่มจากสร้างการรับรู้เรื่องความหลากหลายและความพิเศษของสินค้าเกษตรไทยในวงกว้างเสียก่อน โดยเฉพาะสร้างการรับรู้กับฝั่งผู้นำเข้าสินค้าเกษตรไทยในจีน ให้เขารับรู้ถึงคุณภาพของสินค้าบ้านเรา เพื่อที่เขาจะได้มีความมั่นใจในการเข้ามาทำตลาด กล้านำเข้ามากขึ้น

“และเป้าหมายการเพิ่มดุลการค้าสินค้าเกษตรและอาหารไทยในประเทศจีนคงอยู่ไม่ไกลเกินเอื้อม” กงสุลฝ่ายเกษตรของไทย ประจำสถานกงสุลใหญ่ ณ นครเซี่ยงไฮ้ ทิ้งท้ายอย่างเต็มความหวัง

ติดตามข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ www.opsmoac.go.th/shanghai-home

Writer

อรุณวตรี รัตนธารี

นักสื่อสารเรื่องราวของมนุษย์ผ่านอาหาร ผู้อยากเห็นระบบอาหารของไทยใส่ใจคนทุกกลุ่ม

Photographer

เธียรสิน สุวรรณรังสิกุล

ปัจจุบันกำลังหัดนอนก่อนเที่ยงคืน