‘หวานเป็นลม ขมเป็นยา’ สุภาษิตดังกล่าวมาอาจไม่จริงเสมอไป
โดยเฉพาะในวันที่วิทยาศาสตร์การอาหารเดินทางมาไกล ระดับที่ ‘นมข้นหวาน’ ก็เป็นอาหารเพื่อสุขภาพได้เหมือนกัน แบรนด์นมข้าวข้นหวาน ‘ออไรซ์เวล’ (Oryzwel) คือสิ่งนั้น ด้วยตั้งต้นจากโจทย์การวิจัยที่ต้องการเพิ่มมูลค่าให้กับข้าวไทยและสนองตลาดคนรักสุขภาพ กระทั่งได้เป็นนมข้าวข้นหวานที่ได้รับรางวัลการันตีระดับโลกจากประเทศสวิตเซอร์แลนด์
และคนที่จะให้ข้อมูลเรื่องนี้ได้ดีที่สุดคงหนีไม่พ้น อาจารย์เจี๊ยบ-ผศ.ดร.กฤติยา เขื่อนเพชร หัวหน้าทีมวิจัยนมข้าวข้นหวานและอาจารย์ประจำคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ผู้ร่วมคิดค้นสูตรและกระบวนการผลิตสินค้าขาวข้นหวานมันชนิดนี้จนสำเร็จ

“จุดเริ่มต้นจริง ๆ ต้องย้อนกลับไปสัก 8 ปีก่อน ช่วงที่เราจบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มาเป็นอาจารย์ประจำที่คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เราคุยกับทีมวิจัยที่ธรรมศาสตร์ว่าน่าจะมีโครงการวิจัยอาหารที่ทำงานร่วมกับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ได้นะ แล้วเราจะทำอะไรกันดี ก็มองหาวัตถุดิบหลายชนิดจนมาลงตัวที่ข้าว เพราะข้าวเป็นอาหารหลักของคนไทย มีความหลากหลายของสายพันธุ์สูงมาก และที่สำคัญ ข้าวเป็นอาหารที่คนทั่วโลกรู้จักอยู่แล้ว คราวนี้โจทย์ต่อไปคือจะแปรรูปข้าวเป็นอะไรที่ไม่ซ้ำกับที่มีในท้องตลาด” อาจารย์เจี๊ยบไล่เลียงถึงคำถามที่เกิดขึ้นในวันแรก ๆ เมื่อตัดสินใจเปิดโครงการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์จากข้าวไทย
“เราเห็นข้าวเป็นข้าวหมากก็แล้ว ข้าวแต๋นก็แล้ว แต่ตอนนั้นยังไม่เจอว่าใครทำนมข้นหวานจากข้าว” เธอย้ำ “พอตกลงว่าจะทำนมข้นหวานจากข้าว ทีมเราก็ศึกษาตลาดต่อไปว่าทุกวันนี้เทรนด์รักสุขภาพกำลังมา และน่าจะดีถ้านมข้นหวานที่ทำจากข้าวทั้งอร่อยและดีต่อสุขภาพด้วย” อาจารย์เจี๊ยบขยายความถึงเหตุผลพื้นฐานของ Oryzwel

“พอดีกับที่ทีมวิจัยร่วมจากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์มีงานวิจัยเรื่อง Prebiotic Syrup จากแก่นตะวันของ ศ.ดร.สาโรจน์ ศิริศันสนียกุล ซึ่งไซรัปตัวนี้ให้ความหวาน และดีต่อสุขภาพเพราะมี Prebiotic ที่เป็นอาหารสำหรับจุลินทรีย์ชนิดดีในลำไส้ จึงเกิดความร่วมมืองานวิจัยระหว่าง 2 มหาวิทยาลัยขึ้น โดยใช้ไซรัปจากแก่นตะวันมาเป็นสารให้ความหวานแทนน้ำตาล และใช้ข้าวสายพันธุ์ กข43 ซึ่งมีค่าดัชนีน้ำตาลปานกลางถึงต่ำมาทำนมข้าว โดยช่วงแรกซื้อข้าวหักหรือข้าวเกรดรอง ๆ มาเป็นวัตถุดิบก่อน เพราะจะได้เพิ่มมูลค่าให้กับข้าวกลุ่มนี้ด้วย และอีกมุมก็ช่วยลดขยะอาหารด้วยเช่นกัน” หัวหน้าทีมวิจัยเล่าถึงก้าวถัดมาว่า หลังจากสูตรนมข้าวข้นหวานสูตรแรกเริ่มคุณภาพคงที่ จึงตัดสินใจลองส่งประกวดเวทีสิ่งประดิษฐ์และนวัตกรรมระดับนานาชาติ ประเทศสวิตเซอร์แลนด์
“การส่งประกวดครั้งแรกเราได้เหรียญเงินกลับมา แต่ที่มากกว่านั้นคือเราได้รับฟีดแบ็กจากคณะกรรมการตัดสินในงานประกวด เขาถามว่าผลิตภัณฑ์นมข้าวข้นหวานนี้ไม่ผสมนมเลยได้ไหม ทำให้เป็นมิตรกับเหล่าวีแกนหรือคนแพ้นมมากขึ้น คือสูตรแรกเรายังผสมนมเล็กน้อย เพราะอยากได้รสชาตินมแบบที่คนกินนมข้นหวานคุ้นเคย” อาจารย์เจี๊ยบจดโจทย์ใหญ่ครั้งนั้นกลับมาปรึกษากับทีมวิจัย และเริ่มคิดค้นนมข้าวข้นหวานสูตรปรับปรุงที่ไม่ผสมนมและไม่เติมน้ำตาลทราย ตั้งเป้าเป็นนมข้าวข้นหวานที่อร่อย ดีต่อสุขภาพ และชาววีแกนกินได้


“พอผ่านงานประกวดมา สินค้าเราก็เริ่มเป็นที่รู้จักมากขึ้น และเริ่มมีผู้ประกอบการติดต่อเข้ามาขอซื้อสิทธิ์ในผลงานนี้เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ คราวนี้จึงต้องคิดสูตรที่ทั้งไม่เติมนมไม่เติมน้ำตาลทราย และต้องขยายสเกลการผลิตได้ด้วย คราวนี้พอมีเรื่องการขายเข้ามา ทีมเราจึงมองหาโครงการที่เทรนด์เรื่องการนำงานวิจัยเข้าสู่ตลาด สุดท้ายก็ได้เข้าร่วมกับโครงการ NSTDA Deep Tech Acceleration และ TED Fund ซึ่งถือว่าเป็นจุดเปลี่ยนเหมือนกัน เพราะทีมต้อง Spin-off ออกมาเป็นบริษัท และต้องยอมรับว่านักวิจัยไม่ได้มีความเชี่ยวชาญเรื่องการตลาดเลย เหมือนโครงการนี้เป็นเทรนเนอร์ให้กับทีมวิจัยต่อยอดของเราก็ว่าได้”
หลังจากนมข้าวข้นหวานสูตรวีแกนคิดค้นขึ้นสำเร็จ อาจารย์เจี๊ยบและทีมวิจัยก็ตัดสินใจส่งผลิตภัณฑ์เข้าร่วมประกวดในเวทีสิ่งประดิษฐ์และนวัตกรรมระดับนานาชาติ ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ อีกครั้งใน พ.ศ. 2565 ซึ่งคราวนี้คว้าเหรียญทองกลับมาได้สมใจ

“หลังได้รางวัลเหรียญทองกลับมาก็มีผู้ประกอบการสนใจซื้อสิทธิบัตรมากขึ้นอีก แต่คุยกับกี่เจ้าก็ติดปัญหาคอขวดในเรื่องต้นทุนการผลิต ทั้งเรื่องสูตร ส่วนผสมหลักที่ใช้ทดแทนความหวาน และการลงทุนเครื่องจักรในการผลิต ทำให้การซื้อสิทธิบัตรสินค้าชนิดนี้มีความซับซ้อนหลายเรื่อง และต้นทุนค่อนข้างสูง”
หัวหน้าทีมวิจัยที่ปัจจุบันรับบทที่ปรึกษาคนสำคัญของ Oryzwel เล่าถึงกำแพงที่พวกเขากำลังหาวิธีก้าวข้าม ก่อนย้ำจุดแข็งของทีมและช่องว่างในการพัฒนาอีกครั้ง
“Oryzwel อยู่ในช่วงเรียนรู้และเติบโต เรามีสูตรและวิธีการผลิตที่ดีและเสถียร แต่ยังต้องพัฒนาในเรื่องการตลาดหรือแบรนดิ้ง ซึ่งจริง ๆ เราพร้อมเปิดรับพาร์ตเนอร์ด้านการตลาดที่มีจุดยืนเดียวกัน มาร่วมพัฒนาผลิตภัณฑ์และพัฒนาข้าวไทยไปด้วยกัน” อาจารย์เจี๊ยบย้ำจุดยืนของ Oryzwel อีกครั้งว่า คือการเพิ่มมูลค่าข้าวไทยและส่งเสริมให้คนมีสุขภาพดี


ปัจจุบันมีการคิดค้นนมข้าวข้นหวานขึ้นอีกหลายสูตร หลายรสชาติ ภายใต้ชื่อแบรนด์ Oryzwel มีทั้งสูตรงาดำโกโก้ สูตรเมล็ดฟักทอง และอยู่ในรูปแบบทั้งนมข้าวข้นหวานแบบผงและแบบอัดเม็ด

“ส่วนตัวยังมีความตั้งใจเดิมตั้งแต่เริ่มโครงการวิจัย คืออยากให้นมข้าวข้นหวานสูตรที่คิดค้นขึ้นมาเป็นโมเดลให้กับข้าวอีกหลากหลายสายพันธุ์ เพราะตลาดข้าวไทยมีข้าวสุขภาพเยอะมาก ในอนาคตอาจมีนมข้าวข้นหวานสีข้าวกล้อง หรือทำจากข้าวสายพันธุ์พื้นบ้านอร่อย ๆ ก็ได้เหมือนกัน อยากให้ผลิตภัณฑ์นี้เป็นจุดเริ่มต้นของการแปรรูปข้าวไทยไปสู่ความเป็นไปได้ใหม่ ๆ ในสังคมบ้านเรา”

ติดตามข้อมูลนมข้นหวานจากข้าวได้ที่ Facebook : Oryzwel
