26 กรกฎาคม 2024
1 K

‘ข้าว’ นับเป็นอาหารประจำบ้านของคนไทยและอีกหลายประเทศในเอเชีย แต่ในจุดร่วมนั้นก็ปรากฏจุดต่าง ทั้งในมิติของกระบวนการผลิตและแนวทางการพัฒนาวงการข้าวที่มีรายละเอียดปลีกย่อยขึ้นกับบริบทของพื้นที่ และเมื่อกลับมามองวงการข้าวไทย พบว่าปัจจุบันเกิดการพัฒนาในแนวทางใหม่ ๆ ขึ้นอย่างน่าสนใจ โดยเฉพาะการพัฒนานวัตกรรมหลังการเก็บเกี่ยวข้าว และการส่งเสริมให้คนกินข้าวเข้าถึงข้าวที่สีสดใหม่และปลูกอย่างยั่งยืน

แนวทางการพัฒนาใหม่ ๆ เหล่านั้นเกิดขึ้นภายใต้การดำเนินงานของกลุ่มบริษัท CLP ผู้ผลิตเครื่องจักรกลการเกษตรรายใหญ่ของประเทศ ที่ล่าสุดได้ส่งเครื่องสีข้าวขนาดกะทัดรัดสำหรับใช้ในครัวเรือนเข้าสู่ตลาด ภายใต้ชื่อ ‘CLP Living’ โดยมีเป้าหมายไปที่การยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้บริโภคข้าวไทย และสร้างตลาดข้าวสายพันธุ์ทางเลือกและข้าวที่ผลิตอย่างยั่งยืนเพิ่มมากขึ้น ซึ่ง น้ำมนต์-วัชรา ลี้โกมลชัย ผู้บริหารกลุ่มบริษัท CLP ยืนยันว่าการส่งเสริมนวัตกรรมและการสร้างตลาดให้กับเกษตรกรรายย่อยนั้นเป็นแนวทางการพัฒนาให้ข้าวไทยไปไกลอย่างก้าวกระโดด

“ต้องบอกว่า CLP ทำงานส่งเสริมนวัตกรรมการผลิตข้าวเป็นหลัก แต่ในเนื้องานเรายังทำงานอีกหลายมิติ เช่น การส่งเสริมความยั่งยืนและการเชื่อมเกษตรกรและผู้บริโภคเข้าด้วยกัน” น้ำมนต์กล่าว ก่อนจะอธิบายไล่เลียงการทำงานของ CLP ทีละขั้นทีละตอน เพื่อให้เราเห็นภาพของสิ่งที่เธอและทีมกำลังลงมือทำ

น้ำมนต์เริ่มต้นจากเกริ่นถึงความร่วมมือระหว่าง CLP และพาร์ตเนอร์บริษัทนวัตกรรมการเกษตรสัญชาติญี่ปุ่นที่ร่วมกันพัฒนาผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ในเครือมานานหลายปี 

“ญี่ปุ่นกับไทยมีความคล้ายกันตรงที่บริโภคข้าวเป็นอาหารหลัก แต่ในเชิงวิถีชีวิตหรือการให้คุณค่ากับข้าวนั้นแตกต่างกัน อย่างถ้าไปญี่ปุ่น จะเห็นเลยว่าเขามีเครื่องสีข้าวหยอดเหรียญตั้งอยู่ตามปั๊มน้ำมันหรือซูเปอร์มาร์เก็ต แม้แต่เครื่องสีข้าวที่ใช้ในครัวเรือนก็ขายได้เยอะมาก แบรนด์เครื่องใช้ไฟฟ้าใหญ่ ๆ หันมาผลิตเครื่องสีข้าวแบบ Home Use กันเป็นเรื่องปกติ และมีตลาดขายข้าวทางเลือกมากมาย บางร้านขายข้าวเป็นกรัมก็มี เพราะคนญี่ปุ่นนิยมกินข้าวสีสดใหม่ ใส่ใจกับการเลือกสรรชนิดและคุณภาพข้าว ซึ่งการให้คุณค่ากับข้าวที่กินน่าจะเป็นจุดเริ่มต้นของการพัฒนาวงการข้าว”

น้ำมนต์ยกตัวอย่างให้เราเห็นภาพและย้ำว่า แนวทางการพัฒนาของวงการข้าวญี่ปุ่นคือแรงบันดาลใจให้เธอกลับมาตั้งคำถามว่า ไทยจะยกระดับคุณภาพข้าวและคุณภาพชีวิตของชาวนาได้อย่างไร และจะดีแค่ไหนหากคนไทยได้กินข้าวที่สีสด ๆ ใหม่ ๆ เป็นประจำ 

“พอกลับมามองบ้านเรา พบว่ามีอุปสรรคด้านราคาอยู่เหมือนกัน เพราะผู้บริโภคส่วนใหญ่มีราคาในใจที่เขายอมจ่าย ว่าต่อให้ข้าวดียังไงแต่ก็ไม่ควรราคาเกินนี้นะ เนื่องจากเราคุ้นชินกับข้าวราคาถูกกันมานาน เมื่อจะตีตลาดข้าวคุณภาพระดับพรีเมียมจึงค่อนข้างมีกำแพงพอสมควร”

ในช่วงเริ่มต้น CLP เร่งมือส่งเสริมให้เกษตรกรเข้าถึงนวัตกรรมหลังการเก็บเกี่ยว อาทิ เครื่องอบลดความชื้นเมล็ดข้าวและเครื่องสีข้าวชุมชน โดยทำงานร่วมกับกรมการข้าวในการกระจายเครื่องจักรเหล่านี้สู่เกษตรกรในแต่ละชุมชน 

“ปัญหาหนึ่งในภาคการผลิตที่เจอมาตลอด คือชาวนาควบคุมความชื้นของเมล็ดข้าวไม่ได้ เพราะการนำข้าวที่เก็บเกี่ยวแล้วมาตากแดดไล่ความชื้น เราควบคุมอุณภูมิกับแสงแดดไม่ได้ ฉะนั้น เมื่อความชื้นของข้าวไม่ได้มาตรฐานและนำไปขายโรงสีก็จะโดนกดราคาข้าวเปลือก เพราะในแง่หนึ่งโรงสีก็ต้องแบกรับความเสี่ยง หากข้าวชื้นเกินไป เมล็ดข้าวอาจหักระหว่างสีและทำให้ตกเกรด ปัญหานี้แก้ได้ด้วยเครื่องอบลดความชื้นที่จะค่อย ๆ ลดความชื้นในข้าวช้า ๆ จนลงมาเหลือความชื้นราว 18 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งเป็นค่าความชื้นมาตรฐานในการนำข้าวเปลือกไปสี”

มากกว่านั้น การมีเครื่องอบลดความชื้นประจำชุมชนยังทำให้เกษตรกรเก็บข้าวเปลือกไว้ขายได้นาน ไม่ต้องรีบขายต้นฤดูกาลเก็บเกี่ยว ซึ่งเป็นช่วงที่ข้าวออกผลผลิตพร้อมกันจนล้นตลาด และทำให้เกษตรกรส่วนใหญ่ถูกกดราคา

หลังมุ่งหน้าทำงานในระดับชุมชนได้พักใหญ่ CLP จึงเริ่มมองไปยังตลาดเครื่องสีข้าวขนาดเล็ก จนเกิดเป็นไลน์ CLP Living เครื่องสีข้าวขนาดสำหรับใช้ในครัวเรือน ซึ่งโฟกัสที่การยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้บริโภคโดยตรง

“หากย้อนกลับไปมองปัญหาในกระบวนการผลิตข้าวไทย พบว่าทุกครั้งเวลาสีข้าวเปลือกจะเกิด Waste 30 – 40 เปอร์เซ็นต์ รวมถึงเกิดฝุ่นละอองระหว่างการสีด้วย การจะสีข้าวในไทยได้จึงต้องมีใบอนุญาตจากทางการก่อน ต่างจากประเทศญี่ปุ่นที่เขานิยมเก็บข้าวไว้ในรูปแบบข้าวกล้อง แล้วค่อยนำข้าวกล้องนั้นมาสีอีกครั้งก่อนนำไปบริโภค จึงไม่เกิดปัญหาเรื่องฝุ่นละอองเวลาสีข้าวเหมือนอย่างบ้านเรา และสิ่งสำคัญที่คนไม่ค่อยรู้ คือไม่ว่าเราจะสีข้าวเปลือกหรือสีข้าวกล้อง คุณภาพและสารอาหารของข้าวแทบไม่แตกต่างกัน ซึ่งองค์ความรู้เหล่านี้เป็นสิ่งที่ CLP อยากส่งต่อให้กับคนกินข้าวไทยเหมือนกัน”

น้ำมนต์เสริมถึงในช่วงแรกของการปลุกปั้น CLP Living ว่า เธอมุ่งขายในตลาดร้านอาหารและไฮเปอร์มาร์เก็ตเป็นหลัก จากนั้นจึงขยับมานำเสนอกับกลุ่มผู้บริโภครายย่อย ซึ่งในช่วงแรกยังคงมีบางส่วนตั้งการ์ดไม่ยอมทำความรู้จักกับการกินข้าวแบบใหม่หรือสายพันธุ์ข้าวที่หลากหลาย “ต้องใช้เวลาประมาณ 3 ปี กว่าคนจะเริ่มเปิดใจรับเครื่องสีข้าวไปตั้งไว้ในบ้านเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ” เธอกล่าวทั้งรอยยิ้ม

ไม่เพียงนวัตกรรมการผลิตที่สำคัญ ทว่ารวมถึงเรื่องความหลากหลายของสายพันธุ์ข้าวและกระบวนการปลูกข้าวอย่างเป็นมิตรกับโลกก็เป็นเรื่องที่น้ำมนต์และ CLP ให้น้ำหนักและมองว่าคืออนาคตของวงการข้าวทั่วโลก

“เทรนด์โลกตอนนี้กำลังมุ่งไปในทิศทางข้าวยั่งยืน หรือข้าว Low Carbon ที่กระบวนการผลิตทั้งปลอดภัยและดูแลสิ่งแวดล้อม เพราะอย่างที่ทราบกันว่านาข้าวน้ำขังปล่อยก๊าซมีเทนที่เป็นปัจจัยทำให้เกิดโลกร้อนสูงมาก ทั่วโลกจึงหันมาจริงจังเรื่องบริหารจัดการการผลิตข้าวกันชนิดจริงจัง ฉะนั้น เพียงการปลูกข้าวออร์แกนิกหรือข้าวปลอดสารพิษอาจไม่พออีกต่อไปแล้ว แต่ต้องใส่ใจระบบการผลิตอย่างองค์รวมให้ส่งผลกระทบเชิงลบน้อยที่สุด”

ปัจจุบัน CLP กำลังเดินหน้าส่งเสริมการปลูกข้าวที่ได้การรับรองสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ หรือข้าว GI (Geographical Indication) รวมถึงพัฒนาการผลิตข้าวบนฐานความยั่งยืนร่วมกับเกษตรกรกว่า 200 กลุ่มทั่วประเทศ และนำเสนอกับตลาดภายใต้แบรนด์ ‘สีสด’ ซึ่งมีทั้งข้าวชื่อเพราะอย่างหอมกระดังงา จากจังหวัดนราธิวาส ไปถึงข้าวเบลนด์สูตรเสริมพัฒนาการเด็กเล็ก นำข้าวหอมปทุมเทพและข้าวหอมมะลิ 105 มาจับคู่เสริมโภชนาการได้อย่างลงตัว

มากกว่านั้น น้ำมนต์ยังทิ้งท้ายให้เราตั้งตารอศูนย์เรียนรู้บนเนื้อที่กว่า 100 ไร่ในจังหวัดนครราชสีมาที่เธอและทีมงานตั้งใจสร้างเป็นแหล่งมอบความรู้ด้านการผลิตและนวัตกรรมการเกษตรแก่ทั้งเกษตรกร ผู้บริโภค และผู้ประกอบการ ด้วยความเชื่อว่าความรู้คือฐานของการพัฒนาที่ยั่งยืน 

“ศูนย์เรียนรู้ที่จะพร้อมเปิดช่วงปลายปีนี้ชื่อ ‘สวนพี่แดง’ เป็นสวนที่เปิดกว้างให้ทุกคนเข้ามาทดลองใช้นวัตกรรมการผลิตหรือแปรรูปข้าวได้ เกษตรกรนำผลผลิตของตัวเองมาทดลองใช้เครื่องสี เครื่องอบ หรือเครื่องแปรรูปของเราได้เลย เพื่อร่วมพัฒนาข้าวไทยไปด้วยกัน”

ดูรายละเอียดของเครื่องสีข้าวจาก CLP Living ได้ที่ Facebook : CLP Living

Writer

อรุณวตรี รัตนธารี

นักสื่อสารเรื่องราวของมนุษย์ผ่านอาหาร ผู้อยากเห็นระบบอาหารของไทยใส่ใจคนทุกกลุ่ม

Photographer

โตมร เช้าสาคร

ชอบถ่ายวิวมากกว่าคน ชอบกินเผ็ดและกาแฟมาก เป็นคนอีโค่เฟรนลี่ รักสีเขียว ชวนไปไหนก็ได้ไม่ติด ถ้ามีตัง