ภูมิปัญญาการใช้สมุนไพรเพื่อการดูแลรักษาสุขภาพเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมที่หยั่งรากลึกในทุกสังคม รวมถึงสังคมไทย ‘ข้าว’ ซึ่งเป็นอาหารหลักของคนไทย คือหนึ่งในภูมิปัญญาที่ถูกถ่ายทอดจากรุ่นสู่รุ่น ทั้งเพื่อความอิ่มท้องและใช้ในทางภายนอก
อ๋อย-อัจฉราวรรณ วงศ์สาธิตกุล ได้รับแรงบันดาลใจจากการใช้ข้าวในการทำความสะอาดและบำรุงผิว ซึ่งเป็นความรู้ดั้งเดิมของไทย จนนำมาต่อยอดเป็นนวัตกรรมด้วยการผสมกับสมุนไพรและสารจากธรรมชาติที่มีคุณประโยชน์ต่อผิวพรรณ จนเกิดเป็นผลิตภัณฑ์เพื่อผิวกายภายใต้แบรนด์ ‘พีชะ (Bija Herbal)’ เมื่อราวสิบปีที่ผ่านมา ก่อนจะค่อย ๆ ครองใจกลุ่มคนรักสุขภาพมาจนถึงทุกวันนี้
“เราเชื่อในธรรมชาติบำบัด เชื่อในการดูแลสุขภาพต้นทาง บวกกับเป็นคนชอบดูแลตัวเองและชอบเดินทางท่องเที่ยวด้วย จากความสนใจที่มัดรวม ๆ กัน เกิดเป็นความรู้สึกอยากทำเครื่องสำอางที่มาจากธรรมชาติจริง ๆ ที่สำคัญต้องพกพาขึ้นเครื่องบินสะดวก ซึ่งหมายความว่าเครื่องสำอางแบบผงน่าจะตอบโจทย์”

นั่นเป็นที่มาของผลิตภัณฑ์เปิดตัวแบรนด์พีชะอย่างผงล้างหน้าจากข้าว (Face Cleansing Rice Powder) เมื่อกว่าสิบปีก่อน โดยเลือกใช้วัตถุดิบที่คนไทยคุ้นเคยอย่างข้าวมาผสมกับขมิ้นชันและสารสกัดจากน้ำมันมะพร้าว ทำออกมาในรูปแบบผงทำความสะอาดใบหน้าที่ปราศจากทั้งน้ำหอมและสารเคมีที่ได้รับเสียงตอบรับดีเกินคาด และทำให้ตลาดได้รู้จักกับพีชะในฐานะแบรนด์เครื่องสำอางที่คิดค้นขึ้นบนฐานความยั่งยืน

“ข้าวนอกจากเป็นอาหารหลักของสังคมไทยซึ่งเรากินเป็นประจำทุกวันอยู่แล้ว เรายังมีภูมิปัญญาในการปรับใช้ในการฟื้นฟูสุขภาพในยามป่วยไข้ด้วย เช่น หลังจากฟื้นไข้ ระบบย่อยอาหารยังทำงานไม่ปกติ หรือเวลาไม่ค่อยมีแรง เราเอาน้ำข้าวต้มผสมเกลือเล็กน้อย แล้วดื่มเพื่อเติมกำลังให้ร่างกาย การกินน้ำข้าวต้มในช่วงที่ไฟย่อยอาหารยังอ่อนกำลังหลังฟื้นไข้ใหม่ ๆ ก็เพราะน้ำข้าวต้มย่อยง่ายกว่าข้าวสวย หรือแม้แต่ตัวข้าวต้มเอง
“นอกจากนี้ คนเฒ่าคนแก่สมัยก่อนยังมีเคล็ดลับในการบำรุงผิว หรือผม โดยเอาน้ำซาวข้าวมาล้างมือ หรือหมักผม ให้ผมนุ่มดกดำ ผิวลื่นเนียน ที่เรียกว่า ‘กล่อมผิว’ เป็นการดูแลผิวพรรณและเส้นผมด้วยเครื่องประทินผิวธรรมชาติก็ว่าได้”
เธอเล่าเรื่อย ๆ ก่อนเสริมว่า แม้แต่ในราชวงศ์ญี่ปุ่นเองก็มีบันทึกถึงการแช่ผิวในน้ำซาวข้าวเพื่อบำรุงผิวพรรณ คล้ายกับที่ชาวยุโรปนิยมแช่ผิวในน้ำนมอย่างไรอย่างนั้น จึงยืนยันได้ว่า มนุษยชาติรู้จักการใช้ข้าวดูแลความงามมาอย่างน้อยก็หลายร้อยปี
เมื่อคุณอ๋อยเลือกใช้ข้าวเป็นส่วนผสมชูโรง คำถามถัดมาก็คือแล้วต้องเป็นข้าวชนิดไหนและมีคุณสมบัติอย่างไร โดยคุณอ๋อยตอบเต็มเสียงว่า เธอเลือกใช้ ‘ข้าวเสาไห้’ ข้าวเมล็ดร่วนที่มักพบตามร้านข้าวแกง ด้วยเหตุว่าในแต่ละปีประเทศไทยผลิตข้าวเสาไห้เยอะมาก จึงดีต่อทั้งต้นทุนและได้ช่วยลดปริมาณข้าวเหลือทิ้งด้วยอีกทาง
“ที่เลือกข้าวเสาไห้เพราะหาง่าย และในแต่ละปีไทยผลิตได้เยอะมาก ในแง่หนึ่งมันทำให้เราควบคุมต้นทุนได้ และอีกแง่หนึ่งเพราะคุณสมบัติของเสาไห้เองที่เป็นข้าวร่วน เนื้อแป้งข้าวเสาไห้จึงดูดซับความมันบนผิวหนังได้ดี เหมาะกับการนำมาชำระล้างสิ่งสกปรกบนใบหน้า”

แม้จะค้นพบข้อดีแต่ในรายละเอียดแล้วก็มีอุปสรรคให้ต้องก้าวข้ามอยู่พอสมควร เนื่องจากในเมล็ดข้าวมีสัดส่วนของโปรตีนสูง อันเป็นสาเหตุสำคัญทำให้เกิดเชื้อราได้ง่าย ผงล้างหน้าของพีชะจึงทำจากข้าวที่สกัดเอาโปรตีนออก หากผู้ใช้เก็บให้พ้นความชื้นก็ไม่มีปัญหาในการใช้งานอย่างแน่นอน
สร้างแบรนด์เครื่องสำอางบนความยั่งยืน
จากผลิตภัณฑ์ผงล้างหน้าข้าวเสาไห้เมื่อกว่าสิบปีก่อน วันนี้แบรนด์พีชะยังคงเดินหน้าอย่างช้า ๆ ทว่าต่อเนื่อง ผ่านการทำความเข้าใจตลาดและเสาะหาวัตถุดิบใหม่มานำเสนออยู่เรื่อย ๆ และแน่นอนว่ายังคงมี ‘ข้าว’ เป็นใจความสำคัญอยู่เสมอ มากกว่านั้นการทำแบรนด์เครื่องสำอางเล็ก ๆ ที่เน้นเรื่องคุณภาพยังทำให้คุณอ๋อยพบกับพันธมิตรสายเกษตรอินทรีย์และธรรมชาติบำบัดหลายกลุ่ม และได้ร่วมมือทำงานที่ให้ผลลัพธ์มากกว่าเพียงผลกำไร ทว่ารวมถึงได้ส่งมอบความใส่ใจให้กับคนเลือกใช้พีชะทุกคนด้วย


“นอกจากข้าว เรายังใช้สมุนไพรไทยหลายชนิดจากเกษตรกรรายย่อยอย่างขมิ้นที่ผสมในผงล้างหน้าหรือน้ำมันรำข้าวที่ใช้เป็นส่วนผสมของลิปมัน เราก็ได้จากทางสหกรณ์กรีนเนท ซึ่งเป็นองค์กรที่ทำงานกับเกษตรกรอินทรีย์มายาวนาน จึงมั่นใจได้เรื่องคุณภาพ หรือสินค้าที่เพิ่งออกมาไม่นานนี้อย่างมาส์ก เราก็ได้รับความช่วยเหลือจากนักวิจัยที่ทำงานพัฒนาสายพันธุ์ข้าวจากพัทลุง ช่วยพัฒนามาส์กหน้าแผ่นข้าว คิดค้นแผ่นเส้นใยจากข้าวออกมาได้คุณภาพดีมาก เมื่อนำมาทำเป็นมาส์กแล้วไม่จำเป็นต้องใช้พลาสติกหรือสารเคมีเลยสักนิดเดียว”
เธอเล่าช้า ๆ ก่อนหยิบมาส์กสีขาวสะอาดมาลองประคบไว้ที่แขนของเรา สัมผัสแผ่นมาส์กนุ่มแนบไปกับผิวให้ความรู้สึกเย็นและชุ่มชื่น ต่างจากมาส์กตามท้องตลาดที่มักให้สัมผัสของเส้นใยกระดาษหรือพลาสติก

“แผ่นวุ้นสีขาวที่เห็นเกิดจากการนำข้าวมาหมักกับแบคทีเรีย เมื่อแบคทีเรียกินข้าวเข้าไปมันจะค่อย ๆ สร้างตัววุ้นขึ้นมาหน้าตาแบบนี้”
เราให้ความเห็นว่า กระบวนการดังกล่าวคล้ายกับการเกิดวุ้นยามหมักคอมบูฉะ ซึ่งคุณอ๋อยพยักหน้าเห็นด้วยว่าเป็นอย่างนั้น
“พอได้วุ้นมาแล้วถึงเอามาตัดให้เข้ารูปเป็นแผ่นมาส์กพร้อมใช้งาน พูดได้ว่ามาส์กตัวนี้เกิดขึ้นจากธรรมชาติร้อยเปอร์เซ็นต์ และมีเส้นใยละเอียดกว่าผ้าฝ้ายถึง 200 – 300 เท่า ดังนั้น เมื่อแปะลงบนผิวจึงแนบสนิท ไม่หลุดง่าย และมีคุณสมบัติในการบำรุงผิวให้ชุ่มชื้นอยู่ในตัววุ้นอยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องผสมเซรั่มหรือสารเคมีอื่น ๆ เติมเข้าไป มาส์กของพีชะจึงใช้ได้กับคนทุกวัย เด็ก 3 ขวบก็ใช้ได้ หรือใช้ประคบเวลาเกิดน้ำร้อนลวกหรือผิวไหม้แดดก็ยังได้ ไม่เกิดอาการระคายเคือง”
“พีชะ เป็นภาษาสันสกฤต แปลว่า เมล็ดพันธุ์ พืช และแหล่งกำเนิด” เจ้าของแบรนด์เล่าถึงสินค้าในการกำกับดูแลของเธออย่างอารมณ์ดี ก่อนย้ำอีกครั้งว่าการพัฒนาสินค้าขึ้นมาสักชิ้นนั้นแม้เป็นเรื่องสนุกแต่ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะนอกจากต้องมีกัลยาณมิตรที่ทำงานบนความเชื่อเดียวกัน การสื่อสารกับตลาดให้เข้าใจการทำงานของแบรนด์เล็ก ๆ และเกษตรกรรายย่อยก็นับเป็นความท้าทายที่เธอและทีมงานต้องเผชิญ

“อุปสรรคหนึ่งของการทำผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติและเลือกใช้ส่วนผสมหลัก ๆ จากเกษตรกรท้องถิ่น คือหน้าตาของสินค้าแต่ละล็อตอาจจะไม่เหมือนกันเป๊ะ (หัวเราะ) เพราะมันผลิตขึ้นในสเกลเล็ก ๆ แบบโฮมเมด ฉะนั้น การจะกำหนดว่าขมิ้นต้องสีเหลืองเฉดเดียวกันทุกครั้ง ผงแป้งข้าวต้องเหมือนกันทุกรอบ หรือแผ่นมาส์กจากข้าวต้องหนาเท่ากันทุกล็อตจึงเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ แต่สิ่งหนึ่งที่เรายืนยันได้ คือถึงหน้าตาสินค้าแต่ละล็อตอาจไม่เหมือนกัน แต่คุณภาพจะไม่ลดลงแน่นอน ซึ่งก็เป็นเรื่องที่แบรนด์ต้องสื่อสารกับผู้ใช้อยู่เรื่อย ๆ และต้องอย่างตรงไปตรงมาด้วย”
และจากความตั้งใจอยากดูแลและสื่อสารกับผู้ใช้ผลิตภัณฑ์ด้วยตัวเอง คุณอ๋อยจึงไม่ได้ตั้งเป้าให้แบรนด์พีชะกลายเป็นแบรนด์ขนาดใหญ่ที่ใคร ๆ ต้องรู้จัก แต่อยากให้พีชะเป็นแบรนด์เล็ก ๆ ที่มีกลุ่มผู้ใช้ในระดับที่ทำให้แบรนด์ยืนระยะได้ และทำให้เธอดูแลคุณภาพการผลิตในทุกขั้นตอนได้อย่างใกล้ชิด
“จุดยืนของพีชะตั้งแต่แรกจนถึงวันนี้ยังเหมือนเดิม คือเราเชื่อว่าการดูแลร่างกายตั้งแต่ต้นทางมันย่อมดีกว่าการตามรักษาที่ปลายเหตุ และเราเชื่อว่าการใช้ชีวิตอิงกับธรรมชาติให้มากที่สุด คือการดูแลร่างกายอย่างยั่งยืน” เธอปิดท้ายบทสนทนาด้วยรอยยิ้ม

หากใครสนใจผลิตภัณฑ์ของพีชะ ติดต่อได้ที่ Facebook : Bija Herbal ผงล้างหน้าแป้งข้าว Rice Mask BiocelluloseMask และเว็บไซต์ www.bijaherbal.com
